เลิกกับแฟน (ที่มีอะไรกัน) vs. (ไม่มีอะไรกัน) แบบไหนบาปกว่ากันครับ

กระทู้คำถาม
คำถามตามหัวข้อเลยครับ

ผมนับถือศาสนาพุทธครับ แต่ว่าตั้งแต่ ป.ตรี เรียนที่ต่างประเทศ
ตอนคบแฟนที่เป็นคนต่างชาติ ไม่ได้มีอะไรล่วงเกินกัน เลิกกันด้วยดี
(มี ONS บ้าง) แต่นั่นคือผมไม่ได้คบ พอผมกลับมาไทย ชีวิตผมก็ปกติดี
จนผมมาคบแฟนที่เมืองไทย เธอเป็นคนดี ดูแลสารทุกข์สุขดิบผมอย่างดี

แต่พอดีช่วงนั้นผมยัง ไม่มีวุฒิภาวะเท่าไหร่ ยังไม่คิดจะมีครอบครัว ยังคบเผื่อเลือก
ผมก็เลยคบซ้อน ผ่านไป 1 ปี ผมมีอะไรกับแฟน แต่ไม่ได้มีอะไรกับ คนอื่นที่คบซ้อน
เพราะผมถือว่าผมให้เกียรติ คนที่ผมมีอะไรด้วยก่อนเสมอ ไม่ว่าจะมาก่อนหรือหลัง
(ยกเว้น ONS) ซึ่งผมก็มีอะไรกับแฟนนานเกิน 2 ปี และผมไม่ได้ไปแรด ONS อีกเลย

วันนึงผมทะเลาะกันแฟน และผมไม่ได้ง้อเธอ ทั้งๆที่ผมสมควรง้อ เพราะผมเป็นคนผิด
แต่ว่าไม่รู้อะไรดลใจ ให้ทำตัวงี่เง่าแบบนั้น เราจบกันด้วยการต่างคนต่างห่างกันไป จนเธอย้ายไปภูเก็ต
(ไปดูแลกิจการของที่บ้าน) หลังจากนั้นผมก็ลองคบคนอื่น คนละไม่เกิน 3 เดือน แต่ชีวิตผมกลับแย่ลง
เครียดมากขึ้น มาตลอด 2-3 ปี ผมมองไม่เห็นว่า ผมทำผิดอะไรในเรื่องอื่น ยกเว้นเรื่องเลิกกับแฟนของผม

รบกวนถามคนที่ เข้าใจเรื่องนี้หน่อยครับ ว่ามันเกี่ยวข้องมากน้อยแค่ไหน
เพราะเท่าที่เคยดูละคร ย้อนยุคแทบทุกเรื่อง ส่วนมากผู้ชายไปได้ผู้หญิงที่ไหน ถ้าเลี้ยงไหว
ก็จะแต่งเข้าบ้านหมด แต่ถ้าไม่ได้มีอะไร ถึงจะคบกันไปก็ไม่มีความจำเป็นต้องแต่ง ผมรู้สึกเหมือน
ผมเป็นพวกผู้ชายกุ๊ยๆ ที่ไม่รับผิดในสิ่งที่ผมผิด และ ไม่รับผิดชอบแฟนของผมวันนั้น

จะแนะนำมาก็ได้ครับว่าต้องไปอ่าน หนังสือพระพุทธศาสนา ที่ไหนบทไหน เดี๋ยวผมไปหาเอง
ขอบคุณครับ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่