แต่ก่อนหนูเล็กรู้จักรัสเซียในนามของสหภาพโซเวียต ภาพในความทรงจำที่แจ่มชัดที่สุดมีเพียงความเป็นประเทศมหาอำนาจขั้วคอมมิวนิสต์ในยุคสงครามเย็น จวบจนวันที่ร่มเงาคอมมิวนิสต์ล่มสลายลง รัสเซียเปิดประเทศมากขึ้น ภาพความงดงามในมุมต่างๆ ปรากฏต่อสายตาบ่อยครั้งขึ้น รัสเซียจึงกลายเป็นอีกจุดหมายหนึ่งที่อยากจะไปเยือนสักครั้งกับประเทศที่แอบซ่อนความงดงามตระการตามากมาย และยิ่งเมื่อได้ทราบว่า คนไทยสามารถไปเยือนรัสเซียได้ถึง 30 วัน โดยไม่ต้องใช้วีซ่า ความอยากก็ยิ่งมีมากขึ้น
ให้บังเอิญว่ามีโปรโมชั่นตั๋วเครื่องบินราคาประหยัดจากสายการบินชั้นนำที่จะสามารถพาไปสู่รัสเซียได้ในราคาไม่ถึงสองหมื่นปล่อยออกมา แล้วจะรออะไรอีก พี่ใหญ่กับหนูเล็กจึงรวบรวมสมัครพรรคพวกโดยไว ตัดสินใจอย่างรวดเร็วในการจองตั๋วเครื่องบินราคาย่อมเยานั้น เพราะนั่นคือหนทางเดียวที่จะทำให้ภาพความฝันที่ยังเบลอๆ ชัดเจนขึ้นมาได้ สุดท้ายทริปนี้ก็เริ่มต้นขึ้นกับสมาชิกที่ร่วมตกระกำลำบากด้วยกัน 6 ชีวิต
การวางแผนการเดินทางเริ่มต้นขึ้นแบบด่วนๆ พวกเราเลือกที่จะเดินทางไปเยือนรัสเซียใน "ฤดูใบไม้ผลิ" เพราะอยากไปเห็นบรรยากาศของรัสเซียที่ต่างจากที่เคยเห็น เคยอ่านจากรีวิวส่วนใหญ่ อยากเห็นรัสเซียในวันที่ฟ้าใส ต้นไม้สวย และคิดว่าการมาเยือนในช่วงฤดูใบไม้ผลิซึ่งจะมีช่วงเวลากลางวันที่ยาวนานกว่า จะทำให้เรามีเวลาเที่ยวได้นานขึ้น อากาศก็ไม่หนาวเกินไปนัก และสถานที่เที่ยวบางแห่งก็จะปิดในฤดูหนาว ลองมาแปลกๆ ไปบ้างก็อาจได้ความรู้สึกแปลกๆ ใหม่ๆ กลับมา
เรามีเวลาสำหรับการเตรียมความพร้อมก่อนการเดินทางล่วงหน้าไม่กี่เดือน ส่วนหนึ่งเพราะต่างมีภารกิจหน้าที่การงาน ไม่สามารถทำการบ้าน ศึกษาข้อมูลต่างๆ กันได้อย่างเต็มที่ เต็มเวลา ทั้งๆ ที่เราค่อนข้างหนักใจกับการออกทริปครั้งนี้แม้จะมีชั่วโมงบินในการเดินทางท่องเที่ยวสารพัดประเทศมาก็ไม่ใช่น้อย อุปสรรคสำคัญก็คือประเทศนี้แทบไม่สื่อสารด้วยภาษาอังกฤษเลย ทั้งป้ายตามถนนหนทางหรือแม้แต่ผู้คน ซึ่งสิ่งนี้นับเป็นอุปสรรคสำคัญในการท่องเที่ยวพอสมควร แต่ ในเมื่อใครต่อใครเขาก็ไปกันได้ เราก็คงจะเอาตัวรอดจนได้เหมือนกันน่ะ
แต่วิบากกรรมการเดินทางของพวกเราก็ทยอยมาเรื่อยตั้งแต่ยังไม่เริ่มทริป
1. หลังจากพี่ใหญ่จองตั๋วโปรฯ สายการบินกาตาร์แอร์เวย์ จาก ฮานอย-มอสโคว์/มอสโคว์-กรุงเทพฯ ในราคาที่พอใจและรับได้ผ่านไปเพียงสองอาทิตย์ สายการบินต่างๆ รวมทั้งของกาตาร์แอร์เวย์เองก็ปล่อยตั๋วโปรฯแบบบินตรงไป-กลับ มอสโคว์-กรุงเทพฯ ออกมาในราคาที่แพงกว่ากันเพียงนิดหน่อย และบินในช่วงเวลาเดียวกัน ทำไมถึงเพิ่งแข่งกันออกมาหลังจากเรากดจองไป ไม่เข้าใจ
2. เส้นทางการบินหลังการจองตั๋วมีการปรับเปลี่ยน นั่นคือเมื่อออกเดินทางจากกรุงฮานอย จะแวะกลับมาจอดรับ-ส่งผู้โดยสารที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิก่อนที่จะบินสู่กรุงโดฮา ทำไมทำกับเราได้
3. การเดินทางไปรัสเซีย นักท่องเที่ยวทุกคนต้องลงทะเบียนวีซ่า ถ้าพักโรงแรม นั่นไม่ใช่ปัญหาเพราะเท่าที่หาอ่านจากรีวิว มีน้อยคนที่มีปัญหาเรื่องนี้
จนแทบจะไม่มีใครพูดถึง แต่เนื่องจากพี่ใหญ่กับหนูเล็กเลือกพักกับบ้านเปิดให้เช่าอย่าง Airbnb ซึ่ง Host ไม่ใช่เจ้าของ การลงทะเบียนวีซ่าจึงไม่ใช่เรื่องง่ายและมีค่าใช้จ่ายไม่ใช่น้อย Host แต่ละรายมีเงื่อนไขการดำเนินการต่างๆ กันไปและกฎหมายนี้คล้ายกับว่าเราต้องง้อเขา จนดูเหมือนไม่มีทางเลือกและหนทางต่อรอง
4. การเดินทางถูกกำหนดขึ้นก่อนที่จะทันนึกได้ว่าเราไปในช่วงที่การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ใกล้จะเริ่มขึ้น รัฐบาลรัสเซียเกิดประกาศกฎหมายใหม่ล่าสุดว่า นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาที่เมืองที่กำหนดต้องลงทะเบียนวีซ่าภายใน 24 ชั่วโมง ยิ่งเพิ่มความยุ่งยากให้เราเข้าไปอีก
5. ตั่วโปรโมชั่นที่จองไว้สำหรับการเดินทางสู่รัสเซียเป็นตั๋วที่ออกเดินทางจากกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ดังนั้น พี่ใหญ่จึงจองตั๋วสายการบินโลว์คอสต์บินจากกรุงเทพฯ ไปลงยังกรุงฮานอยเอาไว้ แต่เมื่อก่อนเดินทางราวสองสัปดาห์ สายการบินมีเมล์มาแจ้งว่า ขอเปลี่ยนแปลงไฟล์ทจากเดิมที่บินเวลา 11 โมง เป็นบ่ายสองโมงเพราะตอนนี้เขายุบเหลือเที่ยวบินเดียวต่อวันแล้ว ในขณะที่เวลาที่เครื่องลงนั้นพอดีกับเวลาที่เครื่องบินที่เราจะเดินทางสู่มอสโคว์จะออกเดินทางพอดิบพอดี ไม่ต้องคิดถึงเรื่องรอรับกระเป๋าเดินทางเพื่อไปเช็คอินหรือโหลดกระเป๋าเดินทางใหม่เลย ซึ่งยังไงก็ไม่ทันแน่ๆ
แต่ละเรื่องทำเอาปวดสมอง ดังนั้น ก่อนการเดินทางจึงวุ่นวายกับทุกเรื่องจนเกือบถึงวันที่จะเดินทาง ไม่นับกับที่ต้องสะสางงานการให้จบเพราะจะหายหน้าหายตาไปจากโต๊ะทำงานร่วม 10 วัน
เมื่อถึงวันเดินทางจริง หลังจากถูกปรับเปลี่ยนไฟล์ท ทำให้เราต้องบินด้วยสายการบินแสนคุ้นเคยเจ้าเดิมจากกรุงเทพฯ ไปยังกรุงฮานอยแต่เช้าตรู่ เพราะมีเพียงไฟล์ทเดียวที่จะสามารถพาเราไปได้ทันสำหรับการต่อไฟล์ทสู่กรุงมอสโคว์ที่จะออกเดินทางตอนห้าโมงเย็น

เข้าสู่เขตแผ่นดินเวียดนามแล้ว
ตอนแรกคิดกันว่าจะไป one day trip กันในกรุงฮานอย หาสถานที่เที่ยวสำรองเอาไว้เรียบร้อย แต่พอนึกถึงกระเป่าเดินทางก็ไม่มีกะจิตกะใจจะไปไหนกันแล้ว สมาชิกทุกคนสมัครใจไปนั่งๆ นอนๆ ที่สนามบินกันหมด นับเป็นการจะไปเที่ยวที่ขาดความมีชีวิตชีวาที่สุดในชีวิต

สนามบินนอยไบ กรุงฮานอย

ร้านเฝอที่เราฝากท้องมื้อกลางวัน

นอกจากหน้าตาน่ากิน ยังราคาไม่แพงด้วย
เมื่อเคาน์เตอร์เช็คอินเริ่มเปิดเมื่อเวลาประมาณบ่ายสองโมงกว่าๆ ความกระปรี้กระเปร่าจึงกลับมาเยือนพวกเราอีกครั้ง การเดินทางจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว ทั้งที่จริงไม่อาจนับว่าเป็นก้าวแรกของการออกเดินทางได้เลยด้วยซ้ำไป เพราะเราจะต้องแวะไปที่สนามบินสุวรรณภูมิกันก่อนอีก กว่าจะได้เดินทางจริงๆ ต้องบอกว่ามีแต่เรื่องต้องลุ้นให้ไปจริงๆ เสียทีได้ไหม
หลังจากผ่านการเดินทางอันยาวนานนับตั้งแต่ออกจากกรุงเทพด้วยสายการบินโลว์คอสต์ตั้งแต่เวลา 06.40 น. ไปต่อเครื่องของสายการบินกาตาร์จากกรุงฮานอยในเวลา 17.30 น. ถึงกรุงโดฮา ในเวลา 23.05 น. ความสะดวกสบายและความเอร็ดอร่อยที่เราได้รับระหว่างทำการบินสู่กรุงโดฮานั้น เต็มที่เลย
หลังใช้เวลาพักต่อเครื่องภายในสนามบินจนได้เวลา ก็ออกเดินทางจากกรุงโดฮาเอาเมื่อเวลา 06.55 น. ซึ่งแม้จะนั่งชั้นประหยัด แต่เที่ยวบินนี้ก็ว่างพอให้นักเดินทางหลายคนรวมทั้งพวกเราได้นอนเหยียดยาวแบบชั้นเฟิร์สคลาสแบบสบายๆ เลย


เมนูนี้ของหนูเล็ก Apple raisin bread pudding with creme anglaise sauce, Fruit yoghurt

เมนูนี้ของพี่ใหญ่ Mushroom and leek frittata, Fruit yoghurt
สายการบินกาตาร์ก็พาเราสัมผัสแผ่นดินรัสเซีย (Росси́я) ที่สนามบิน Domodedovo (Домоде́дово) กรุงมอสโคว์ (Москва́) ในที่สุดเมื่อเวลา 12.00 น. (เวลาที่รัสเซียช้ากว่าไทย 4 ชั่วโมง) รวมใช้เวลาเดินทางไปเบาะๆ แค่ 33 ชั่วโมงเอง
แต่ยังค่ะ การเดินทางของเรายังไม่จบลงแค่นั้น เพราะที่พักที่เราจองไว้สำหรับคืนแรกไม่ใช่ที่กรุงมอสโคว์เมืองหลวง แต่เป็นที่กรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (Санкт-Петербу́рг) ดังนั้น เราต้องเดินทางกันต่อค่ะ นี่แค่ช่วงแรกของทัวร์ทรหดของเราค่ะ
กรุงมอสโคว์มีสนามบินทั้งหมด 3 แห่งสนามบิน Domodedovo เป็นหนึ่งในสามแห่งที่อยู่ห่างตัวเมืองออกมามากที่สุดประมาณ 42 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางไม่น้อยกว่า 40 นาทีในเงื่อนไขว่าถ้ารถไม่ติด ในการเข้าเมืองจากสนามบินนี้มีหลายวิธี ส่วนใหญ่ที่นักท่องเที่ยวชาวไทยที่มาเที่ยวกันนิยมใช้บริการและกลับมารีวิวกันไว้เยอะแยะเลย ก็คือการใช้บริการรถไฟ Aeroexpress (Аэроэкспресс) ซึ่งทุกเสียงต่างรีวิวกันไว้ว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุด ง่ายที่สุด เพราะใช้เวลาเพียง 45 นาที ราคา 450 RUB

แต่หนูเล็กขอแนะนำอีกสองวิธีเป็นทางเลือกสำหรับคนชอบประหยัดแบบหนูเล็ก แต่นั่นคือต้องไม่รีบเท่าไรนะ เพราะเวลาอาจไม่เป๊ะแบบรถไฟนั่นคือ รถบัสและรถตู้ สาย 308 ตอนทำการบ้านอ่านมาว่า ถ้ามีกระเป๋าเดินทางแนะนำให้ขึ้นรถบัสดีกว่าค่ะ เพราะมีที่ไว้กระเป๋าใต้ท้องรถ ค่ารถคนละ 100 RUB ส่วนรถตู้จะไม่มีที่วางเพราะคันเล็ก และค่ารถแพงกว่าเมื่อออกจากสนามบินให้ออกที่ประตูทางออกที่ 3 จากนั้นเดินข้ามทางม้าลายเดินทางลอดกันแดดมาจะเจอป้ายรถ มีรถจอดเรียงรายอยู่ รถจะมีให้บริการตั้งแต่เวลา 06.00-24.00 น. รถบัสจะออกทุกๆ 15 นาที ส่วนรถตู้จะออกเมื่อผู้โดยสารเต็ม พวกเราทำตามที่อ่านมาทุกประการ เดินกันมาถึงมีชายหนุ่มมาเรียกเราขึ้นรถทันที มองที่หน้ารถก็เห็นรถหมายเลข 308 มันก็น่าจะใช่นะ

แต่ก็แปลกใจว่า ไม่เห็นมีที่วางกระเป๋าใต้ท้องเลยเขาให้เอากระเป๋าขึ้นวางข้างคนขับหรือเขามีรถหลายแบบ ค่ารถก็ติดไว้ว่า 120 RUB ก็มีความเป็นไปได้ เพราะรีวิวที่อ่านมาเขาก็เขียนไว้ระยะหนึ่งแล้ว ค่ารถอาจขึ้นราคาแล้ว เพียงประเดี๋ยวเดียวคนก็เต็ม รถก็ออกทันที เริ่มตะหงิดๆ แล้วว่านี่คงเป็นรถตุ้เสียมากกว่า รถวิ่งออกไปสักพัก ก็ไปจอดที่ริมทางก่อนออกจากสนามบิน คนขับลงจากรถมาเดินเก็บค่าโดยสาร

จากนั้นก็วิ่งยาวเข้าเมืองมาจนถึงปลายทาง เป็นจุดที่ใครๆ ก็ลงกันหมด พอลงรถได้ เราก็มองตามว่าคนอื่นเขาเดินไปทางไหน เห็นมีคนเดินลงใต้ดินก็ทำให้แน่ใจแล้วว่า ใช่แน่แล้วสถานีรถไฟใต้ดิน Domodedova (Домодедовская) และจากการใช้แอพ Yandex จากวิชารัสเซีย101 ที่ช่วยเราในการค้นหาสถานีรถไฟใต้ดินสำหรับการเดินทาง เราจะต้องเดินทางไปยังสถานีรถไฟใต้ดิน Komsomolskaya (Комсомо́льская) ซึ่งจะเป็นสถานีรถไฟใต้ดินที่ใกล้กับ Leningrad Station (Ленинградский вокзал) หรือสถานีรถไฟที่จะใช้ในการเดินทางสู่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กมากที่สุดนั้น เราจะต้องซื้อตั๋วรถไฟใต้ดินเพื่อเดินทางไปยังสถานีนี้ก่อน ตอนแรกก็พยายามจะซื้อผ่านตู้ขายตั๋วอัตโนมัติด้วยตัวเองทั้งหมดค่ะ
แต่ด้วยธนบัตรของเราเป็นแบบมูลค่าสูงทั้งนั้น ดูวุ่นวายไปหมด ง่ายสุดสำหรับเราในวันแรกคือซื้อกับเจ้าหน้าที่ที่เคาน์เตอร์ดีกว่า แค่ไปบอกเขาว่าจะซื้อกี่เที่ยวเท่านั้นจบ ง่ายดี
จากนั้นก็นั่งรถไฟใต้ดินไปลงยังสถานี Komsomolskaya กันค่ะ
[CR] Spring Time in Russia : Day 1 กว่าจะได้พานพบ
ให้บังเอิญว่ามีโปรโมชั่นตั๋วเครื่องบินราคาประหยัดจากสายการบินชั้นนำที่จะสามารถพาไปสู่รัสเซียได้ในราคาไม่ถึงสองหมื่นปล่อยออกมา แล้วจะรออะไรอีก พี่ใหญ่กับหนูเล็กจึงรวบรวมสมัครพรรคพวกโดยไว ตัดสินใจอย่างรวดเร็วในการจองตั๋วเครื่องบินราคาย่อมเยานั้น เพราะนั่นคือหนทางเดียวที่จะทำให้ภาพความฝันที่ยังเบลอๆ ชัดเจนขึ้นมาได้ สุดท้ายทริปนี้ก็เริ่มต้นขึ้นกับสมาชิกที่ร่วมตกระกำลำบากด้วยกัน 6 ชีวิต
การวางแผนการเดินทางเริ่มต้นขึ้นแบบด่วนๆ พวกเราเลือกที่จะเดินทางไปเยือนรัสเซียใน "ฤดูใบไม้ผลิ" เพราะอยากไปเห็นบรรยากาศของรัสเซียที่ต่างจากที่เคยเห็น เคยอ่านจากรีวิวส่วนใหญ่ อยากเห็นรัสเซียในวันที่ฟ้าใส ต้นไม้สวย และคิดว่าการมาเยือนในช่วงฤดูใบไม้ผลิซึ่งจะมีช่วงเวลากลางวันที่ยาวนานกว่า จะทำให้เรามีเวลาเที่ยวได้นานขึ้น อากาศก็ไม่หนาวเกินไปนัก และสถานที่เที่ยวบางแห่งก็จะปิดในฤดูหนาว ลองมาแปลกๆ ไปบ้างก็อาจได้ความรู้สึกแปลกๆ ใหม่ๆ กลับมา
เรามีเวลาสำหรับการเตรียมความพร้อมก่อนการเดินทางล่วงหน้าไม่กี่เดือน ส่วนหนึ่งเพราะต่างมีภารกิจหน้าที่การงาน ไม่สามารถทำการบ้าน ศึกษาข้อมูลต่างๆ กันได้อย่างเต็มที่ เต็มเวลา ทั้งๆ ที่เราค่อนข้างหนักใจกับการออกทริปครั้งนี้แม้จะมีชั่วโมงบินในการเดินทางท่องเที่ยวสารพัดประเทศมาก็ไม่ใช่น้อย อุปสรรคสำคัญก็คือประเทศนี้แทบไม่สื่อสารด้วยภาษาอังกฤษเลย ทั้งป้ายตามถนนหนทางหรือแม้แต่ผู้คน ซึ่งสิ่งนี้นับเป็นอุปสรรคสำคัญในการท่องเที่ยวพอสมควร แต่ ในเมื่อใครต่อใครเขาก็ไปกันได้ เราก็คงจะเอาตัวรอดจนได้เหมือนกันน่ะ
แต่วิบากกรรมการเดินทางของพวกเราก็ทยอยมาเรื่อยตั้งแต่ยังไม่เริ่มทริป
1. หลังจากพี่ใหญ่จองตั๋วโปรฯ สายการบินกาตาร์แอร์เวย์ จาก ฮานอย-มอสโคว์/มอสโคว์-กรุงเทพฯ ในราคาที่พอใจและรับได้ผ่านไปเพียงสองอาทิตย์ สายการบินต่างๆ รวมทั้งของกาตาร์แอร์เวย์เองก็ปล่อยตั๋วโปรฯแบบบินตรงไป-กลับ มอสโคว์-กรุงเทพฯ ออกมาในราคาที่แพงกว่ากันเพียงนิดหน่อย และบินในช่วงเวลาเดียวกัน ทำไมถึงเพิ่งแข่งกันออกมาหลังจากเรากดจองไป ไม่เข้าใจ
2. เส้นทางการบินหลังการจองตั๋วมีการปรับเปลี่ยน นั่นคือเมื่อออกเดินทางจากกรุงฮานอย จะแวะกลับมาจอดรับ-ส่งผู้โดยสารที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิก่อนที่จะบินสู่กรุงโดฮา ทำไมทำกับเราได้
3. การเดินทางไปรัสเซีย นักท่องเที่ยวทุกคนต้องลงทะเบียนวีซ่า ถ้าพักโรงแรม นั่นไม่ใช่ปัญหาเพราะเท่าที่หาอ่านจากรีวิว มีน้อยคนที่มีปัญหาเรื่องนี้
จนแทบจะไม่มีใครพูดถึง แต่เนื่องจากพี่ใหญ่กับหนูเล็กเลือกพักกับบ้านเปิดให้เช่าอย่าง Airbnb ซึ่ง Host ไม่ใช่เจ้าของ การลงทะเบียนวีซ่าจึงไม่ใช่เรื่องง่ายและมีค่าใช้จ่ายไม่ใช่น้อย Host แต่ละรายมีเงื่อนไขการดำเนินการต่างๆ กันไปและกฎหมายนี้คล้ายกับว่าเราต้องง้อเขา จนดูเหมือนไม่มีทางเลือกและหนทางต่อรอง
4. การเดินทางถูกกำหนดขึ้นก่อนที่จะทันนึกได้ว่าเราไปในช่วงที่การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ใกล้จะเริ่มขึ้น รัฐบาลรัสเซียเกิดประกาศกฎหมายใหม่ล่าสุดว่า นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาที่เมืองที่กำหนดต้องลงทะเบียนวีซ่าภายใน 24 ชั่วโมง ยิ่งเพิ่มความยุ่งยากให้เราเข้าไปอีก
5. ตั่วโปรโมชั่นที่จองไว้สำหรับการเดินทางสู่รัสเซียเป็นตั๋วที่ออกเดินทางจากกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ดังนั้น พี่ใหญ่จึงจองตั๋วสายการบินโลว์คอสต์บินจากกรุงเทพฯ ไปลงยังกรุงฮานอยเอาไว้ แต่เมื่อก่อนเดินทางราวสองสัปดาห์ สายการบินมีเมล์มาแจ้งว่า ขอเปลี่ยนแปลงไฟล์ทจากเดิมที่บินเวลา 11 โมง เป็นบ่ายสองโมงเพราะตอนนี้เขายุบเหลือเที่ยวบินเดียวต่อวันแล้ว ในขณะที่เวลาที่เครื่องลงนั้นพอดีกับเวลาที่เครื่องบินที่เราจะเดินทางสู่มอสโคว์จะออกเดินทางพอดิบพอดี ไม่ต้องคิดถึงเรื่องรอรับกระเป๋าเดินทางเพื่อไปเช็คอินหรือโหลดกระเป๋าเดินทางใหม่เลย ซึ่งยังไงก็ไม่ทันแน่ๆ
แต่ละเรื่องทำเอาปวดสมอง ดังนั้น ก่อนการเดินทางจึงวุ่นวายกับทุกเรื่องจนเกือบถึงวันที่จะเดินทาง ไม่นับกับที่ต้องสะสางงานการให้จบเพราะจะหายหน้าหายตาไปจากโต๊ะทำงานร่วม 10 วัน
เมื่อถึงวันเดินทางจริง หลังจากถูกปรับเปลี่ยนไฟล์ท ทำให้เราต้องบินด้วยสายการบินแสนคุ้นเคยเจ้าเดิมจากกรุงเทพฯ ไปยังกรุงฮานอยแต่เช้าตรู่ เพราะมีเพียงไฟล์ทเดียวที่จะสามารถพาเราไปได้ทันสำหรับการต่อไฟล์ทสู่กรุงมอสโคว์ที่จะออกเดินทางตอนห้าโมงเย็น
ตอนแรกคิดกันว่าจะไป one day trip กันในกรุงฮานอย หาสถานที่เที่ยวสำรองเอาไว้เรียบร้อย แต่พอนึกถึงกระเป่าเดินทางก็ไม่มีกะจิตกะใจจะไปไหนกันแล้ว สมาชิกทุกคนสมัครใจไปนั่งๆ นอนๆ ที่สนามบินกันหมด นับเป็นการจะไปเที่ยวที่ขาดความมีชีวิตชีวาที่สุดในชีวิต
เมื่อเคาน์เตอร์เช็คอินเริ่มเปิดเมื่อเวลาประมาณบ่ายสองโมงกว่าๆ ความกระปรี้กระเปร่าจึงกลับมาเยือนพวกเราอีกครั้ง การเดินทางจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว ทั้งที่จริงไม่อาจนับว่าเป็นก้าวแรกของการออกเดินทางได้เลยด้วยซ้ำไป เพราะเราจะต้องแวะไปที่สนามบินสุวรรณภูมิกันก่อนอีก กว่าจะได้เดินทางจริงๆ ต้องบอกว่ามีแต่เรื่องต้องลุ้นให้ไปจริงๆ เสียทีได้ไหม
หลังจากผ่านการเดินทางอันยาวนานนับตั้งแต่ออกจากกรุงเทพด้วยสายการบินโลว์คอสต์ตั้งแต่เวลา 06.40 น. ไปต่อเครื่องของสายการบินกาตาร์จากกรุงฮานอยในเวลา 17.30 น. ถึงกรุงโดฮา ในเวลา 23.05 น. ความสะดวกสบายและความเอร็ดอร่อยที่เราได้รับระหว่างทำการบินสู่กรุงโดฮานั้น เต็มที่เลย
หลังใช้เวลาพักต่อเครื่องภายในสนามบินจนได้เวลา ก็ออกเดินทางจากกรุงโดฮาเอาเมื่อเวลา 06.55 น. ซึ่งแม้จะนั่งชั้นประหยัด แต่เที่ยวบินนี้ก็ว่างพอให้นักเดินทางหลายคนรวมทั้งพวกเราได้นอนเหยียดยาวแบบชั้นเฟิร์สคลาสแบบสบายๆ เลย
สายการบินกาตาร์ก็พาเราสัมผัสแผ่นดินรัสเซีย (Росси́я) ที่สนามบิน Domodedovo (Домоде́дово) กรุงมอสโคว์ (Москва́) ในที่สุดเมื่อเวลา 12.00 น. (เวลาที่รัสเซียช้ากว่าไทย 4 ชั่วโมง) รวมใช้เวลาเดินทางไปเบาะๆ แค่ 33 ชั่วโมงเอง
แต่ยังค่ะ การเดินทางของเรายังไม่จบลงแค่นั้น เพราะที่พักที่เราจองไว้สำหรับคืนแรกไม่ใช่ที่กรุงมอสโคว์เมืองหลวง แต่เป็นที่กรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (Санкт-Петербу́рг) ดังนั้น เราต้องเดินทางกันต่อค่ะ นี่แค่ช่วงแรกของทัวร์ทรหดของเราค่ะ
กรุงมอสโคว์มีสนามบินทั้งหมด 3 แห่งสนามบิน Domodedovo เป็นหนึ่งในสามแห่งที่อยู่ห่างตัวเมืองออกมามากที่สุดประมาณ 42 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางไม่น้อยกว่า 40 นาทีในเงื่อนไขว่าถ้ารถไม่ติด ในการเข้าเมืองจากสนามบินนี้มีหลายวิธี ส่วนใหญ่ที่นักท่องเที่ยวชาวไทยที่มาเที่ยวกันนิยมใช้บริการและกลับมารีวิวกันไว้เยอะแยะเลย ก็คือการใช้บริการรถไฟ Aeroexpress (Аэроэкспресс) ซึ่งทุกเสียงต่างรีวิวกันไว้ว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุด ง่ายที่สุด เพราะใช้เวลาเพียง 45 นาที ราคา 450 RUB
แต่หนูเล็กขอแนะนำอีกสองวิธีเป็นทางเลือกสำหรับคนชอบประหยัดแบบหนูเล็ก แต่นั่นคือต้องไม่รีบเท่าไรนะ เพราะเวลาอาจไม่เป๊ะแบบรถไฟนั่นคือ รถบัสและรถตู้ สาย 308 ตอนทำการบ้านอ่านมาว่า ถ้ามีกระเป๋าเดินทางแนะนำให้ขึ้นรถบัสดีกว่าค่ะ เพราะมีที่ไว้กระเป๋าใต้ท้องรถ ค่ารถคนละ 100 RUB ส่วนรถตู้จะไม่มีที่วางเพราะคันเล็ก และค่ารถแพงกว่าเมื่อออกจากสนามบินให้ออกที่ประตูทางออกที่ 3 จากนั้นเดินข้ามทางม้าลายเดินทางลอดกันแดดมาจะเจอป้ายรถ มีรถจอดเรียงรายอยู่ รถจะมีให้บริการตั้งแต่เวลา 06.00-24.00 น. รถบัสจะออกทุกๆ 15 นาที ส่วนรถตู้จะออกเมื่อผู้โดยสารเต็ม พวกเราทำตามที่อ่านมาทุกประการ เดินกันมาถึงมีชายหนุ่มมาเรียกเราขึ้นรถทันที มองที่หน้ารถก็เห็นรถหมายเลข 308 มันก็น่าจะใช่นะ
แต่ก็แปลกใจว่า ไม่เห็นมีที่วางกระเป๋าใต้ท้องเลยเขาให้เอากระเป๋าขึ้นวางข้างคนขับหรือเขามีรถหลายแบบ ค่ารถก็ติดไว้ว่า 120 RUB ก็มีความเป็นไปได้ เพราะรีวิวที่อ่านมาเขาก็เขียนไว้ระยะหนึ่งแล้ว ค่ารถอาจขึ้นราคาแล้ว เพียงประเดี๋ยวเดียวคนก็เต็ม รถก็ออกทันที เริ่มตะหงิดๆ แล้วว่านี่คงเป็นรถตุ้เสียมากกว่า รถวิ่งออกไปสักพัก ก็ไปจอดที่ริมทางก่อนออกจากสนามบิน คนขับลงจากรถมาเดินเก็บค่าโดยสาร
จากนั้นก็วิ่งยาวเข้าเมืองมาจนถึงปลายทาง เป็นจุดที่ใครๆ ก็ลงกันหมด พอลงรถได้ เราก็มองตามว่าคนอื่นเขาเดินไปทางไหน เห็นมีคนเดินลงใต้ดินก็ทำให้แน่ใจแล้วว่า ใช่แน่แล้วสถานีรถไฟใต้ดิน Domodedova (Домодедовская) และจากการใช้แอพ Yandex จากวิชารัสเซีย101 ที่ช่วยเราในการค้นหาสถานีรถไฟใต้ดินสำหรับการเดินทาง เราจะต้องเดินทางไปยังสถานีรถไฟใต้ดิน Komsomolskaya (Комсомо́льская) ซึ่งจะเป็นสถานีรถไฟใต้ดินที่ใกล้กับ Leningrad Station (Ленинградский вокзал) หรือสถานีรถไฟที่จะใช้ในการเดินทางสู่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กมากที่สุดนั้น เราจะต้องซื้อตั๋วรถไฟใต้ดินเพื่อเดินทางไปยังสถานีนี้ก่อน ตอนแรกก็พยายามจะซื้อผ่านตู้ขายตั๋วอัตโนมัติด้วยตัวเองทั้งหมดค่ะ
แต่ด้วยธนบัตรของเราเป็นแบบมูลค่าสูงทั้งนั้น ดูวุ่นวายไปหมด ง่ายสุดสำหรับเราในวันแรกคือซื้อกับเจ้าหน้าที่ที่เคาน์เตอร์ดีกว่า แค่ไปบอกเขาว่าจะซื้อกี่เที่ยวเท่านั้นจบ ง่ายดี
จากนั้นก็นั่งรถไฟใต้ดินไปลงยังสถานี Komsomolskaya กันค่ะ
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้