ผู้รู้อยู่ผู้เห็นอยู่การให้ที่ยอดเยี่ยม สุขทางใจยอดเยี่ยมกว่าสุขทางกาย สุขจากการให้การสละยอดเยี่ยมกว่าสุขจากการได้

กระทู้สนทนา
พุทธวจน
ความไม่มีโรค  เป็นสุขอย่างยิ่ง

ภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้
             สุข ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
                          ๑. สุขของคฤหัสถ์  ๒. สุขของบรรพชิต
             สุข ๒ อย่างนี้แล บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขของบรรพชิตเป็นเลิศ (๑)
             [๖๖] สุข ๒ อย่างนี้
             สุข ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
                          ๑. กามสุข๑- ๒. เนกขัมมสุข๒-
             สุข ๒ อย่างนี้แล บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ เนกขัมมสุขเป็นเลิศ (๒)
             [๖๗] สุข ๒ อย่างนี้
             สุข ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
                          ๑. สุขที่มีอุปธิ๓- ๒. สุขที่ไม่มีอุปธิ๔-
             สุข ๒ อย่างนี้แล บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขที่ไม่มีอุปธิเป็นเลิศ (๓)
  ๑. สุขที่มีอาสวะ๑- ๒. สุขที่ไม่มีอาสวะ๒-
             สุข ๒ อย่างนี้แล บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขที่ไม่มีอาสวะเป็นเลิศ (๔)
             [๖๙] สุข ๒ อย่างนี้
             สุข ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
                          ๑. สุขที่อิงอามิส๓- ๒. สุขที่ไม่อิงอามิส๔-
             สุข ๒ อย่างนี้แล บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขที่ไม่อิงอามิสเป็นเลิศ (๕)
             [๗๐] สุข ๒ อย่างนี้
             สุข ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
                          ๑. สุขของพระอริยะ๕- ๒. สุขของผู้ไม่ใช่พระอริยะ๖-
             สุข ๒ อย่างนี้แล บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขของพระอริยะเป็นเลิศ (๖)
             [๗๑] สุข ๒ อย่างนี้
             สุข ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
                          ๑. สุขทางกาย  ๒. สุขทางใจ
             สุข ๒ อย่างนี้แล บรรดาสุข ๒ อยางนี้ สุขทางใจเป็นเลิศ (๗)
ภิกษุทั้งหลาย ธรรมที่เป็นบาปอกุศล
มีนิมิต๓- จึงเกิดขึ้น ไม่มีนิมิต ไม่เกิดขึ้น เพราะละนิมิตนั้นเสียได้อย่างนี้ ธรรม
ที่เป็นบาปอกุศลเหล่านั้นจึงไม่มี

                                                              
    [๗๙] ธรรมที่เป็นบาปอกุศล มีนิทาน๑- จึงเกิดขึ้น ไม่มีนิทาน ไม่เกิดขึ้น
เพราะละนิทานนั้นเสียได้อย่างนี้ ธรรมที่เป็นบาปอกุศลเหล่านั้นจึงไม่มี (๒)
             [๘๐] ธรรมที่เป็นบาปอกุศล มีเหตุจึงเกิดขึ้น ไม่มีเหตุ ไม่เกิดขึ้น เพราะละ
เหตุนั้นเสียได้อย่างนี้ ธรรมที่เป็นบาปอกุศลเหล่านั้นจึงไม่มี (๓)
             [๘๑] ธรรมที่เป็นบาปอกุศล มีสังขารจึงเกิดขึ้น ไม่มีสังขาร ไม่เกิดขึ้น เพราะ
ละสังขารเหล่านั้นเสียได้อย่างนี้ ธรรมที่เป็นบาปอกุศลเหล่านั้นจึงไม่มี (๔)
             [๘๒] ธรรมที่เป็นบาปอกุศล มีปัจจัยจึงเกิดขึ้น ไม่มีปัจจัย ไม่เกิดขึ้น เพราะ
ละปัจจัยนั้นเสียได้อย่างนี้ ธรรมที่เป็นบาปอกุศลเหล่านั้นจึงไม่มี (๕)
             [๘๓] ธรรมที่เป็นบาปอกุศล มีรูปจึงเกิดขึ้น ไม่มีรูป ไม่เกิดขึ้น เพราะละรูป
นั้นเสียได้อย่างนี้ ธรรมที่เป็นบาปอกุศลเหล่านั้นจึงไม่มี (๖)
             [๘๔] ธรรมที่เป็นบาปอกุศลมีเวทนาจึงเกิดขึ้น ไม่มีเวทนา ไม่เกิดขึ้น เพราะ
ละเวทนานั้นเสียได้อย่างนี้ ธรรมที่เป็นบาปอกุศลเหล่านั้นจึงไม่มี (๗)
             [๘๕] ธรรมที่เป็นบาปอกุศล มีสัญญาจึงเกิดขึ้น ไม่มีสัญญา ไม่เกิดขึ้น
เพราะละสัญญานั้นเสียได้อย่างนี้ ธรรมที่เป็นบาปอกุศลเหล่านั้นจึงไม่มี (๘)
             [๘๖] ธรรมที่เป็นบาปอกุศล มีวิญญาณจึงเกิดขึ้น ไม่มีวิญญาณ ไม่เกิดขึ้น
เพราะละวิญญาณนั้นเสียได้อย่างนี้ ธรรมที่เป็นบาปอกุศลเหล่านั้นจึงไม่มี (๙)
             [๘๗] ธรรมที่เป็นบาปอกุศล มีสังขตธรรม(ธรรมที่ถูกปัจจัยปรุงแต่ง) เป็น
อารมณ์จึงเกิดขึ้น ไม่มีสังขตธรรมเป็นอารมณ์ ไม่เกิดขึ้น เพราะละสังขตธรรมนั้น
เสียได้อย่างนี้ ธรรมที่เป็นบาปอกุศลเหล่านั้นจึงไม่มี
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่