จขกท.อายุ 26 ครับ ทำงานมาแล้ว 4 ปี งานปัจจุบันทำมาแล้ว 3 ปีกว่าๆครับ
เงินเดือนโดยเฉลี่ย น้อยสุด 32k ต่อเดือน ผมมีภาระหนี้บัตรเครดิตที่ต้องจ่ายเดือนละแค่ประมาณ 3-4k บาทต่อเดือน
เก็บในบัญชีออมทรัพย์ธรรมดาที่ไม่มีบัตร และเจาะสมุดทิ้งเดือนละประมาณ 8-12k ครับ (เก็บไว้เที่ยวต่างประเทศ)
แต่เหนื่อยจังเลยครับ ทั้งกดดัน ทั้งเบื่อกับนโยบายบริษัท ที่ออกใหม่ทุกเดือน จริงอยู่ที่งานของผมมันเกี่ยวข้องกับการขายและการบริการ
เมื่อก่อนการบริการต้องมาก่อนครับ ทำให้ลูกค้ามีความ loyalty กับ บ.ให้ได้มากที่สุด แต่หลังๆ เริ่มเน้นการขายมากขึ้น เพิ่มยอดมากขึ้น
ในขณะเดียวกัน ลดช่องทางในการหายอด เพิ่มการทำธุรกรรม online เข้ามา ทั้ง application แล้ว kiosk ผมเจอลูกค้าน้อยลง แต่ยอดกลับเพิ่มขึ้น
งานแบบนี้ทำเยอะ ก็ได้เงินเยอะ แต่เหนื่อยครับ บ่นกับพ่อแม่ทุกเดือน วันเหนื่อย แต่พ่อกับแม่จะปลอบผมเสมอว่า
" จงภูมิใจ และมีความสุขกับงานที่ทำอยู่ เมื่อมีความสุขกับมัน ลูกจะรู้สึกว่ามันไม่ใช่การทำงาน รักงานได้ แต่อยากรักบริษัท เมื่อใดที่บริษัทไม่ได้รักลูก ก็ลาออกซะ " บางทีผมมองไปรอบตัว เห็นคนตกงาน เห็นเพื่อนรุ่นเดียวกันยังขายหม่าล่าตามตลาดนัด ได้กำไรวันละ ไม่ถึง 500 แต่ผมได้วันละ 1000 เห็นรุ่นพี่ที่เรียนจบเกียรตินิยม ยังตระเวนสอบเพื่อเข้าทำงาน ในขณะที่ผมทำงานจนมีเงินเก็บ ได้ไปเที่ยวต่างประเทศ
บางทีมันก็ปลอบใจตัวเองได้นะครับ แต่บางทีมันก็ท้อ
แต่ละคนมีเทคนิคปลอบใจตัวเองยามท้อแท้ยังไงครับ ว่า " มีงานไม่ดี ยังดีกว่าไม่มีงาน "
เงินเดือนโดยเฉลี่ย น้อยสุด 32k ต่อเดือน ผมมีภาระหนี้บัตรเครดิตที่ต้องจ่ายเดือนละแค่ประมาณ 3-4k บาทต่อเดือน
เก็บในบัญชีออมทรัพย์ธรรมดาที่ไม่มีบัตร และเจาะสมุดทิ้งเดือนละประมาณ 8-12k ครับ (เก็บไว้เที่ยวต่างประเทศ)
แต่เหนื่อยจังเลยครับ ทั้งกดดัน ทั้งเบื่อกับนโยบายบริษัท ที่ออกใหม่ทุกเดือน จริงอยู่ที่งานของผมมันเกี่ยวข้องกับการขายและการบริการ
เมื่อก่อนการบริการต้องมาก่อนครับ ทำให้ลูกค้ามีความ loyalty กับ บ.ให้ได้มากที่สุด แต่หลังๆ เริ่มเน้นการขายมากขึ้น เพิ่มยอดมากขึ้น
ในขณะเดียวกัน ลดช่องทางในการหายอด เพิ่มการทำธุรกรรม online เข้ามา ทั้ง application แล้ว kiosk ผมเจอลูกค้าน้อยลง แต่ยอดกลับเพิ่มขึ้น
งานแบบนี้ทำเยอะ ก็ได้เงินเยอะ แต่เหนื่อยครับ บ่นกับพ่อแม่ทุกเดือน วันเหนื่อย แต่พ่อกับแม่จะปลอบผมเสมอว่า
" จงภูมิใจ และมีความสุขกับงานที่ทำอยู่ เมื่อมีความสุขกับมัน ลูกจะรู้สึกว่ามันไม่ใช่การทำงาน รักงานได้ แต่อยากรักบริษัท เมื่อใดที่บริษัทไม่ได้รักลูก ก็ลาออกซะ " บางทีผมมองไปรอบตัว เห็นคนตกงาน เห็นเพื่อนรุ่นเดียวกันยังขายหม่าล่าตามตลาดนัด ได้กำไรวันละ ไม่ถึง 500 แต่ผมได้วันละ 1000 เห็นรุ่นพี่ที่เรียนจบเกียรตินิยม ยังตระเวนสอบเพื่อเข้าทำงาน ในขณะที่ผมทำงานจนมีเงินเก็บ ได้ไปเที่ยวต่างประเทศ
บางทีมันก็ปลอบใจตัวเองได้นะครับ แต่บางทีมันก็ท้อ