เหตุอาชญากรรมเกิดขึ้นไปแล้ว ความสูญเสียเกิดขึ้นแล้ว แน่นอนว่าไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้
การลงโทษผู้กระทำผิด เพื่ออะไรมีประโยชน์อะไร หลักๆก็มีอยู่แค่สามประเด็น
1.ต่อตัวผู้กระทำผิดเอง คนๆทำความผิดย่อมมีที่มาที่ไป ความยากจน ทัศนคติต่อสังคม ศีลธรรมความเชื่อ หรืออารมณ์ชั่ววูบ เครื่องจักรเสียเรายังเอามาซ่อม ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งมุมมองที่ว่า อาชญากรคือคนชำรุดเข้ากับสังคมปกติไม่ได้ สามารถแก้ไขได้ไหมถ้ามีโอกาส ด้อยโอกาสให้โอกาส ด้อยความรู้ให้การศึกษา ทัศนคติปรับได้ ให้เขาพร้อมปรับตัวเข้ากับสังคมค่อยปล่อยออกมา นี่คือมุมมองที่หนึ่ง
การที่เราจะตอบโจทย์นี้ได้ เรือนจำหรือที่คุมขังเรา ควรพร้อมที่จะเป็นโรงงานซ่อมมนุษย์ มีระบบการฟื้นฟูเยียวยา ค้นหาปัญหาและแก้ไขปัญหาของนักโทษ ตราบใดที่เราใช้คอนเซปร้อยปีก่อนที่ว่าการคุมขังคือการลงโทษทรมานให้หลาบจำ จบจากเรือนจำคือเดนคนที่สังคมรังเกียจสิ่งที่ติดตัวออกมา คือวิชาโจรและคอนเนคชั่นกับโจรรุ่นเดอะ เราก็จะพบว่าคนที่ติดคุกเกินครึ่งออกไปก่อคดีจนกลับมาติดคุกซ้ำซากอีก
2.ต่อผู้เสียหายและครอบครัว ย้ำอีกทีไม่มีสิ่งใดมาแทนความสูญเสียได้ กองทุนช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ก็เป็นแนวทางหนึ่งที่ดี เงินแม้ไม่ใช่คำตอบแต่อย่างน้อยก็เป็นรูปธรรมจับต้องได้ การลงโทษผู้กระทำผิดรุนแรงอย่างไร ก็ได้แค่ความสะใจ เยียวยาจิตใจไม่ได้ เวลาต่างหากที่เยียวยาความเสียใจได้
3.ต่อสังคม ประเด็นนี้จึงสำคัญที่สุด สิ่งที่สังคมต้องการคือความปลอดภัย ความปลอดภัยเกิดจากการที่คนไม่กล้าทำความผิด คนไม่กล้าทำความผิดเมื่อคนกลัวการถูกลงโทษ ประเด็นสำคัญคือการถูกลงโทษ ไม่ใช่โทษที่รุนแรง สังคมที่สงบสุขคือคนที่กระทำความผิดเกือบทั้งหมดถูกลงโทษ ถ้าเป็นอย่างนั้นต่อให้โทษเบา คนก็ไม่อยากทำผิด ฉะนั้นความสำคัญอยู่ที่การบังคับใช้กฎหมาย ไม่ใช่อัตราโทษ ตัวอย่างใกล้ตัว ขายสลากกินแบ่งเกินราคามีโทษไหม ย่อมมีแต่ทำไมหวยชุดถึงขายเกินราคา เพราะสัดส่วนคนขายเกินราคากับคนที่ถูกจับเพราะขายเกินราคา ต่างกันมากคนโดนจับน้อยกว่าน้อย ตั้งแต่คดีเล็กๆทิ้งขยะถูกปรับสองพัน ขับรถผิดกฏจราจร จนถึงคดีใหญ่ๆ ดาบยิ้มพ่อกูก็รู้จัก บอสเป้าหมายมีไว้พุ่งชนหรือ พระขี่จานบินล่องหนได้ เป็นเรื่องไม่แปลกใจในสังคมไทย
ตำรวจ อัยการ ศาลจึงเป็นตัวแปรสำคัญในประเทศที่การบังคับใช้กฎหมายเข้มข้น คนไม่กล้าทำผิดจะไม่มีโทษประหารก็รักษาความสงบในสังคมได้ ตรงข้ามประเทศที่การบังคับใช้กฏหมายหย่อนยาน ต่อให้เราคงโทษประหารไว้ คนก็กล้าทำผิด
โทษประหารชีวิตยกเลิกก็ได้แต่เราพร้อมแล้วหรือยัง
การลงโทษผู้กระทำผิด เพื่ออะไรมีประโยชน์อะไร หลักๆก็มีอยู่แค่สามประเด็น
1.ต่อตัวผู้กระทำผิดเอง คนๆทำความผิดย่อมมีที่มาที่ไป ความยากจน ทัศนคติต่อสังคม ศีลธรรมความเชื่อ หรืออารมณ์ชั่ววูบ เครื่องจักรเสียเรายังเอามาซ่อม ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งมุมมองที่ว่า อาชญากรคือคนชำรุดเข้ากับสังคมปกติไม่ได้ สามารถแก้ไขได้ไหมถ้ามีโอกาส ด้อยโอกาสให้โอกาส ด้อยความรู้ให้การศึกษา ทัศนคติปรับได้ ให้เขาพร้อมปรับตัวเข้ากับสังคมค่อยปล่อยออกมา นี่คือมุมมองที่หนึ่ง
การที่เราจะตอบโจทย์นี้ได้ เรือนจำหรือที่คุมขังเรา ควรพร้อมที่จะเป็นโรงงานซ่อมมนุษย์ มีระบบการฟื้นฟูเยียวยา ค้นหาปัญหาและแก้ไขปัญหาของนักโทษ ตราบใดที่เราใช้คอนเซปร้อยปีก่อนที่ว่าการคุมขังคือการลงโทษทรมานให้หลาบจำ จบจากเรือนจำคือเดนคนที่สังคมรังเกียจสิ่งที่ติดตัวออกมา คือวิชาโจรและคอนเนคชั่นกับโจรรุ่นเดอะ เราก็จะพบว่าคนที่ติดคุกเกินครึ่งออกไปก่อคดีจนกลับมาติดคุกซ้ำซากอีก
2.ต่อผู้เสียหายและครอบครัว ย้ำอีกทีไม่มีสิ่งใดมาแทนความสูญเสียได้ กองทุนช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ก็เป็นแนวทางหนึ่งที่ดี เงินแม้ไม่ใช่คำตอบแต่อย่างน้อยก็เป็นรูปธรรมจับต้องได้ การลงโทษผู้กระทำผิดรุนแรงอย่างไร ก็ได้แค่ความสะใจ เยียวยาจิตใจไม่ได้ เวลาต่างหากที่เยียวยาความเสียใจได้
3.ต่อสังคม ประเด็นนี้จึงสำคัญที่สุด สิ่งที่สังคมต้องการคือความปลอดภัย ความปลอดภัยเกิดจากการที่คนไม่กล้าทำความผิด คนไม่กล้าทำความผิดเมื่อคนกลัวการถูกลงโทษ ประเด็นสำคัญคือการถูกลงโทษ ไม่ใช่โทษที่รุนแรง สังคมที่สงบสุขคือคนที่กระทำความผิดเกือบทั้งหมดถูกลงโทษ ถ้าเป็นอย่างนั้นต่อให้โทษเบา คนก็ไม่อยากทำผิด ฉะนั้นความสำคัญอยู่ที่การบังคับใช้กฎหมาย ไม่ใช่อัตราโทษ ตัวอย่างใกล้ตัว ขายสลากกินแบ่งเกินราคามีโทษไหม ย่อมมีแต่ทำไมหวยชุดถึงขายเกินราคา เพราะสัดส่วนคนขายเกินราคากับคนที่ถูกจับเพราะขายเกินราคา ต่างกันมากคนโดนจับน้อยกว่าน้อย ตั้งแต่คดีเล็กๆทิ้งขยะถูกปรับสองพัน ขับรถผิดกฏจราจร จนถึงคดีใหญ่ๆ ดาบยิ้มพ่อกูก็รู้จัก บอสเป้าหมายมีไว้พุ่งชนหรือ พระขี่จานบินล่องหนได้ เป็นเรื่องไม่แปลกใจในสังคมไทย
ตำรวจ อัยการ ศาลจึงเป็นตัวแปรสำคัญในประเทศที่การบังคับใช้กฎหมายเข้มข้น คนไม่กล้าทำผิดจะไม่มีโทษประหารก็รักษาความสงบในสังคมได้ ตรงข้ามประเทศที่การบังคับใช้กฏหมายหย่อนยาน ต่อให้เราคงโทษประหารไว้ คนก็กล้าทำผิด