ผมเป็นวัยรุ่นคนหนึ่งที่พอเริ่มมีโลกส่วนตัวมากขึ้นก็เริ่มห่างเหินจากครอบครัว วันๆ ผมก็จะหมกอยู่แต่ในห้องและถวายเวลาให้คอมพิวเตอร์ เหมือนร่างผมส่วนมากจะถูกตรึงไว้หน้าจอคอมพิวเตอร์ จนบางครั้งเหมือนผมมองครอบครัวอยู่จากที่ที่ไกลมากขึ้นจนเห็นพวกเขาเป็นเพียงภาพจางๆ
เช้านี้เรายังคงเจอกันเหมือนทุกวัน แต่สำหรับผมมันช่างแตกต่างจากเดิมโดยเฉพาะความรู้สึก ผมโผลงจากห้องกระโดดสวมกอดแม่ทันทีที่พบท่าน น้ำตาที่ยังเหลือจากเมื่อคืนถูกคั้นออกมาอีกเมื่อได้รับไออุ่นในอ้อมกอดของแม่ ผมรู้แค่ว่าผมอยากกอดผู้หญิงคนนี้ไว้ตลอดไป
“เป็นอะไรลูก ไปอินอะไรมาจากไหนเนี่ย โตเป็นหนุ่มจะมีแฟนแล้วยังร้องไห้อีก” แม่แซ็วเล่นแต่ยังคงกอดผมแน่นด้วยความเป็นห่วง
“....” ผมยังคงร้องไห้พลางใช้ไหล่แม่เช็ดน้ำตา แต่พอเริ่มมีสติก็ตอบไปด้วยความเงียบเพราะผมเขินปกติไม่ค่อยได้ทำอะไรแบบนี้ เงียบดีกว่าปล่อยให้แม่งง
“ฝันครับ ออมฝันว่าแม่ตาย มันน่ากลัวมากๆ แม่” ผมทนไม่ไหวบอกไปดีกว่าให้แม่คิดว่าผมเล่นคอมฯ จนหลอน
“เฮ้ย แบบนี้ก็ดีสิจะร้องไห้ทำไม เขาบอกว่ามันต่ออายุ เดี๋ยวแม่เอาไปแทงหวยให้ด้วย ฮ่าๆ” แม่พูดแล้วหัวเราะดูไม่กังวลกับฝันร้ายของผมเลย มันอาจจะเป็นเพราะความเชื่อส่วนตัวหรือไม่อยากให้ผมเครียดก็ได้
ความกลัวนั้นมันก็กลายเป็นความอุ่นใจขึ้นมาสักพักหนึ่ง แต่เมื่อหวนกลับไปคิดว่าถ้าไม่มีแม่อยู่ตรงนี้แบบในฝัน ผมก็คงต้องแย่แน่ๆ แย่จนที่ผมยังนึกความรู้ถึงตัวเองตอนนั้นไม่ออก...
ไม่รู้ว่าด้วยคำปลอบโยนด้วยความเชื่อหรืออ้อมกอดอันเงียบสงบของแม่ที่ทำให้ผมอุ่นใจ แต่สำหรับผมแล้ว...ผมยังคงกลัวความฝันนั้น...เพราะน้ำหนักจากความกลัวการพรากจากสายสัมพันธ์หลักนั้นมันช่างมากกว่าความเชื่อเยอะ ไม่ว่าจะมีกำแพงของโลกส่วนตัวที่สูงหนาขนาดนั้นไหนมากล้อมรอบแต่สายสัมพันธ์ยังคงซึมผ่านมันได้ทุกอณูของกำแพง ....หากผมฝันร้ายแบบนี้อีกผมก็คงต้องร้องไห้และจำเป็นที่จะปีนข้ามกำแพงมาให้แม่กอดอีกครั้ง
แต่พอมาคิดให้ดีแล้วผมว่า....ถึงจะไม่ฝันไม่ร้องไห้ผมก็คงจะปีนข้ามมันมากอดแม่บ่อยๆ ดีกว่า.....
.........................................
ขอบคุณท่านผู้อ่านครับ ถ้าอ่านไม่รู้เรื่องขออภัยนะครับ เรื่องนี้เรื่องแรกเลย แหะๆ มันเป็นความรู้สึกหลังฝันร้ายเมื่อคืนครับ
ถ้าใส่แท็กผิดขออภัยนะครับ
แม่ครับผมฝันร้าย
เช้านี้เรายังคงเจอกันเหมือนทุกวัน แต่สำหรับผมมันช่างแตกต่างจากเดิมโดยเฉพาะความรู้สึก ผมโผลงจากห้องกระโดดสวมกอดแม่ทันทีที่พบท่าน น้ำตาที่ยังเหลือจากเมื่อคืนถูกคั้นออกมาอีกเมื่อได้รับไออุ่นในอ้อมกอดของแม่ ผมรู้แค่ว่าผมอยากกอดผู้หญิงคนนี้ไว้ตลอดไป
“เป็นอะไรลูก ไปอินอะไรมาจากไหนเนี่ย โตเป็นหนุ่มจะมีแฟนแล้วยังร้องไห้อีก” แม่แซ็วเล่นแต่ยังคงกอดผมแน่นด้วยความเป็นห่วง
“....” ผมยังคงร้องไห้พลางใช้ไหล่แม่เช็ดน้ำตา แต่พอเริ่มมีสติก็ตอบไปด้วยความเงียบเพราะผมเขินปกติไม่ค่อยได้ทำอะไรแบบนี้ เงียบดีกว่าปล่อยให้แม่งง
“ฝันครับ ออมฝันว่าแม่ตาย มันน่ากลัวมากๆ แม่” ผมทนไม่ไหวบอกไปดีกว่าให้แม่คิดว่าผมเล่นคอมฯ จนหลอน
“เฮ้ย แบบนี้ก็ดีสิจะร้องไห้ทำไม เขาบอกว่ามันต่ออายุ เดี๋ยวแม่เอาไปแทงหวยให้ด้วย ฮ่าๆ” แม่พูดแล้วหัวเราะดูไม่กังวลกับฝันร้ายของผมเลย มันอาจจะเป็นเพราะความเชื่อส่วนตัวหรือไม่อยากให้ผมเครียดก็ได้
ความกลัวนั้นมันก็กลายเป็นความอุ่นใจขึ้นมาสักพักหนึ่ง แต่เมื่อหวนกลับไปคิดว่าถ้าไม่มีแม่อยู่ตรงนี้แบบในฝัน ผมก็คงต้องแย่แน่ๆ แย่จนที่ผมยังนึกความรู้ถึงตัวเองตอนนั้นไม่ออก...
ไม่รู้ว่าด้วยคำปลอบโยนด้วยความเชื่อหรืออ้อมกอดอันเงียบสงบของแม่ที่ทำให้ผมอุ่นใจ แต่สำหรับผมแล้ว...ผมยังคงกลัวความฝันนั้น...เพราะน้ำหนักจากความกลัวการพรากจากสายสัมพันธ์หลักนั้นมันช่างมากกว่าความเชื่อเยอะ ไม่ว่าจะมีกำแพงของโลกส่วนตัวที่สูงหนาขนาดนั้นไหนมากล้อมรอบแต่สายสัมพันธ์ยังคงซึมผ่านมันได้ทุกอณูของกำแพง ....หากผมฝันร้ายแบบนี้อีกผมก็คงต้องร้องไห้และจำเป็นที่จะปีนข้ามกำแพงมาให้แม่กอดอีกครั้ง
แต่พอมาคิดให้ดีแล้วผมว่า....ถึงจะไม่ฝันไม่ร้องไห้ผมก็คงจะปีนข้ามมันมากอดแม่บ่อยๆ ดีกว่า.....
.........................................
ขอบคุณท่านผู้อ่านครับ ถ้าอ่านไม่รู้เรื่องขออภัยนะครับ เรื่องนี้เรื่องแรกเลย แหะๆ มันเป็นความรู้สึกหลังฝันร้ายเมื่อคืนครับ
ถ้าใส่แท็กผิดขออภัยนะครับ