Day3 แล้ว วันสุดท้ายแล้วนะ
(ที่ใช้คำว่า Day1 Day2 Day3 มันเริ่มมาจากคำว่า Day1 เพลงของHonneไปลองหาฟัง เพราะมาก)
จากเมื่อคืนที่แต่ละคนสลบไสลไปด้วยความเพลีย จากการทัวร์หมู่บ้านอีต่องทั้งวัน
เราตื่นคนแรก 7โมงเช้า เปิดประตูออกมา แม่เจ้า...ฝนตก ทำไงหล่ะ วันนี้กลับ
แล้วถนน สภาพจะเป็นอย่างไร นั่งคิดในใจ จะรอดมั้ย กลัวกิ่งไม้หักขวางถนน ถนนขาด
คิดเยอะ ตัดภาพไปที่เพื่อนร่วมทริป รื่นเริงเชียวพวกเมิง
หูย....ฝนตก สดชื่นอะ อากาศดี หมอกมา ลมเย็นสบาย....


ตามจริงที่เราตื่นเช้าคือ หิว กินขนมปังและกาแฟคนแรกเลย
ตอนนี้แต่ละคนค่อยๆลากกายหยาบออกมากินอาหารเช้า
และแล้วประมาน 8โมง โอมส่งข้อความมาหาเพื่อนในกลุ่ม
"พี่บอยครับ ไปดูหมอกบนภูเขามั้ย " "ไม่คิดเงิน ผมพาไปฟรี"
เอ้า...งั้นไปสิ รออะไร นัดกันเรียบร้อย 9 โมงเจอกันที่รถ
เราก็รีบกินทำธุระให้เรียบร้อย ใส่ชุดนอนไม่มีใครอาบน้ำ
เจอโอมที่รถ ระหว่างทางฝนเริ่มหยุดตกแล้วแค่ปรอยๆ อากาศหนาวมาก
ประกอบกับลมที่ตีเข้าหน้าตอนนั่งอยู่ท้ายกระบะ ใครไม่ใส่เสื้อกันหนาว...คือพลาดละ
พอถึงจุดชมวิวเนินช้างศึกที่เดิม เพิ่มเติมคือ หมอกลงจัด วิวสวยมาก

เราต่างคนต่างนั่งดูวิว ไม่พูดอะไรมาก คืออยากหยุดเวลาไว้เลย



อย่างที่ใครไม่รู้กล่าวไว้ "ฟ้าหลังฝนมักสวยงามเสมอ"
ตามจริงมันมีรุ้งด้วย แต่ถ่ายไม่ได้ ต้องมองด้วยตาเปล่า 555




"น้ำฝนบนยอดหญ้า"

ภาพนี้เราชอบมากที่สุด ตั้งใจว่าอยากถ่ายต้นไม้ต้นนี้ให้ได้
ซักพัก เราก็ต้องตัดใจลงมาแล้ว เดี๋ยวจะสายไปใหญ่เพราะต้องเดินทางกลับ กทม.
ระหว่างทางลง โอมบอกว่าเดี๋ยวผมขับช้าๆ รู้ใจวัยชราอย่างพวกพี่จริงๆ
ถึงข้างล่างก็ร่ำรากัน โอมบอกว่าอย่าพึ่งไปพี่...ช่วยผมยกของก่อน 555

เต็มที่เลยโอม ไว้จะมาอีกนะ จะเอาอาหารหมามาด้วย 555
เสร็จแล้วต่างคนแยกย้ายไปอาบน้ำ เก็บของ ใครหิวก็กินต่อ
หลังจากเก็บของขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว ก่อนกลับ กะว่าจะไปไหว้พระที่ วัดเหมืองปิล็อก เพื่อเป็นสิริมงคล
วัดอยู่ไม่ไกลขับรถไปแป็ปเดียว เดินไปก็ได้นะ แต่เหนื่อย


เดินขึ้นไปไหว้บนพระธาตุ วัดเหมืองปิล็อก
ก่อนเดินทางกลับเราแวะซื้อกาแฟร้านในหมู่บ้าน มีคนแนะนำ รสชาติดี อากาศดี อะไรก็ดี




หลังจากกินกาแฟเรียบร้อย เราต้องอำลาหมู่บ้านอีต่องจริงๆละ รู้สึกใจหายนิดๆ
ระยะเวลาที่เราอยู่แค่ไม่กี่วัน แต่ทำให้เราได้สัมผัสอะไรหลายๆอย่าง
คนในชุมชนมีความเหนียวแน่นมาก ทุกบ้านทุกคนรู้จักกันหมด
ไปไหนมาไหนขี่มอเตอร์ไซค์ผ่าน เดินผ่าน มีการตะโกนทักทายกัน
ทำให้เราได้สัมผัสถึงชีวิตชนบท เอาจริงๆนะ เราก็มาจากชีวิตแบบนี้ หมูบ้านแบบนี้
แต่ที่ที่เราอยู่อาจจะเจริญมากกว่า แต่พอไปแล้วทำให้นึกถึงบ้าน
บรรยากาศดี ไม่มีมลพิษ มองไปทางไหนมีแต่สีขียว ชีวิตไม่เร่งรีบ ทุกคนยิ้มแย้ม
ไม่ได้เจริญด้วยวัตถุ แต่อยู่แล้วเจริญใจ ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาเลยจริงๆ
อยากให้ทุกคนได้มาลอง ได้มาเที่ยว แล้วช่วยกันอนุรักษ์ วิถีชีวิตแบบธรรมชาติ
สิ่งเหล่านี้จะคงอยู่ไปกับเรานานๆ

ระหว่างเดินทางขับกลับสบายมาก เพราะถ้าเราผ่านบ้านป้าเกล็นมาได้ ทางไหนๆก็สบาย
อาจจะเป็นเพราะเรารู้แล้วว่าข้างหน้ามันเป็นอย่างไร
พอมาถึงทองผาภูมิ ไม่มีฝน แค่อากาศครึ้มๆ เราแวะกันที่เขื่อนวชิราลงกรณ์
ไหนๆก็เป็นทางผ่าน แวะถ่ายรูปสันเขื่อนซักหน่อย



สวยงาม ถ่ายรูปได้ซักพักฝนเริ่มลงเม็ดก็เลยรีบขึ้นรถ ไปต่อค่ะ
หาอะไรกินกันหน่อยตอนนั้นประมานบ่ายโมงกว่า เริ่มหิวแล้ว
ผ่านร้านอะไรก็กินร้านนั้นแหละ เพื่อนอีกคันมุ่งหน้าไปก่อน
เราแวะเข้าไปในตลาดทองผาภูมิ เพราะมีน้องเมารถ..เรื่องเยอะจริงๆ
เห็นทุเรียนขายเต็มเลย แวะลงไปซื้อดีกว่า (เกี่ยวอะไรกับเมารถ)
แต่คนขายบอกว่ายังไม่สุก ไม่ขายค่ะ คืองง ถ้าเป็นใน กทม. ขายหมด
ก็เลยไปแวะร้านอื่น ได้กินสมใจ ทุเรียนทองผาภูมิ อร่อยจัง
ที่อร่อยสุดคือไม่ต้องออกตังค์

ส่วนเพื่อนอีกคันได้ร้านกินข้าวแล้ว เป็นร้านส้มตำเล็กๆ
ตรงทางเข้าน้ำพุร้อนหินดาด ก็พอใช้ได้ แต่เค็มไปนิด สั่งเยอะมาก ด้วยความหิวหน้ามืด
กินอิ่มก็แยกย้ายกันที่ร้าน ต่างคนต่างไปไม่ต้องรอ มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพเลย
สรุปถึง กทม. ประมานทุ่มกว่าๆส่งทุกคนลงตรงอนุสาวรีย์ แยกย้าย
เจอกันที่ทำงานพรุ่งนี้นะ บ๊ายบาย...................
สรุปทริปนี้ทุกอย่างดีมาก อยากให้ทุกคนไปหมู่บ้านอีต่องกันเยอะๆ อยากให้ไปสัมผัส
ยิ่งวันธรรมดายิ่งน่าไป คนไม่แน่น เที่ยวสบาย เหมือนไปเที่ยวบ้านเพื่อน
ไปหาป้า ไปเยี่ยมญาติต่างจังหวัด มันเป็นอารมณ์และความรู้สึกเหมือนเรากลับไปตอนเด็กๆ
มันดีและทำให้เราคิดอะไรได้หลายๆอย่าง ที่นั้นไม่มีอะไรที่เจริญ ยกเว้นจิตใจ....
ของฝากจากอีต่อง เค้าคงไม่เอาอะไรมานอกจากความทรงจำกับภาพถ่าย
ดอกไม้ ของฝากจากอีต่องนะ

อะให้












สุดท้ายแล้ว ขอบคุณที่อ่าน 3วัน2คืนที่บ้านอีต่องจนจบทั้ง 3Day
คือมีความสุขจริงๆ อยากให้ทุกคนไปเยี่ยมบ้านอีต่องกันเยอะๆนะ
ใครยังไม่ได้อ่าน Day1 Day2 Click Link ด้านล่างได้เลย
https://pantip.com/topic/37758494
https://pantip.com/topic/37762012
บ๊ายบายทุกคน
3วัน2คืนที่บ้านอีต่องDay3
Day3 แล้ว วันสุดท้ายแล้วนะ
(ที่ใช้คำว่า Day1 Day2 Day3 มันเริ่มมาจากคำว่า Day1 เพลงของHonneไปลองหาฟัง เพราะมาก)
จากเมื่อคืนที่แต่ละคนสลบไสลไปด้วยความเพลีย จากการทัวร์หมู่บ้านอีต่องทั้งวัน
เราตื่นคนแรก 7โมงเช้า เปิดประตูออกมา แม่เจ้า...ฝนตก ทำไงหล่ะ วันนี้กลับ
แล้วถนน สภาพจะเป็นอย่างไร นั่งคิดในใจ จะรอดมั้ย กลัวกิ่งไม้หักขวางถนน ถนนขาด
คิดเยอะ ตัดภาพไปที่เพื่อนร่วมทริป รื่นเริงเชียวพวกเมิง
หูย....ฝนตก สดชื่นอะ อากาศดี หมอกมา ลมเย็นสบาย....
ตามจริงที่เราตื่นเช้าคือ หิว กินขนมปังและกาแฟคนแรกเลย
ตอนนี้แต่ละคนค่อยๆลากกายหยาบออกมากินอาหารเช้า
และแล้วประมาน 8โมง โอมส่งข้อความมาหาเพื่อนในกลุ่ม
"พี่บอยครับ ไปดูหมอกบนภูเขามั้ย " "ไม่คิดเงิน ผมพาไปฟรี"
เอ้า...งั้นไปสิ รออะไร นัดกันเรียบร้อย 9 โมงเจอกันที่รถ
เราก็รีบกินทำธุระให้เรียบร้อย ใส่ชุดนอนไม่มีใครอาบน้ำ
เจอโอมที่รถ ระหว่างทางฝนเริ่มหยุดตกแล้วแค่ปรอยๆ อากาศหนาวมาก
ประกอบกับลมที่ตีเข้าหน้าตอนนั่งอยู่ท้ายกระบะ ใครไม่ใส่เสื้อกันหนาว...คือพลาดละ
พอถึงจุดชมวิวเนินช้างศึกที่เดิม เพิ่มเติมคือ หมอกลงจัด วิวสวยมาก
เราต่างคนต่างนั่งดูวิว ไม่พูดอะไรมาก คืออยากหยุดเวลาไว้เลย
อย่างที่ใครไม่รู้กล่าวไว้ "ฟ้าหลังฝนมักสวยงามเสมอ"
ตามจริงมันมีรุ้งด้วย แต่ถ่ายไม่ได้ ต้องมองด้วยตาเปล่า 555
"น้ำฝนบนยอดหญ้า"
ภาพนี้เราชอบมากที่สุด ตั้งใจว่าอยากถ่ายต้นไม้ต้นนี้ให้ได้
ซักพัก เราก็ต้องตัดใจลงมาแล้ว เดี๋ยวจะสายไปใหญ่เพราะต้องเดินทางกลับ กทม.
ระหว่างทางลง โอมบอกว่าเดี๋ยวผมขับช้าๆ รู้ใจวัยชราอย่างพวกพี่จริงๆ
ถึงข้างล่างก็ร่ำรากัน โอมบอกว่าอย่าพึ่งไปพี่...ช่วยผมยกของก่อน 555
เต็มที่เลยโอม ไว้จะมาอีกนะ จะเอาอาหารหมามาด้วย 555
เสร็จแล้วต่างคนแยกย้ายไปอาบน้ำ เก็บของ ใครหิวก็กินต่อ
หลังจากเก็บของขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว ก่อนกลับ กะว่าจะไปไหว้พระที่ วัดเหมืองปิล็อก เพื่อเป็นสิริมงคล
วัดอยู่ไม่ไกลขับรถไปแป็ปเดียว เดินไปก็ได้นะ แต่เหนื่อย
เดินขึ้นไปไหว้บนพระธาตุ วัดเหมืองปิล็อก
ก่อนเดินทางกลับเราแวะซื้อกาแฟร้านในหมู่บ้าน มีคนแนะนำ รสชาติดี อากาศดี อะไรก็ดี
หลังจากกินกาแฟเรียบร้อย เราต้องอำลาหมู่บ้านอีต่องจริงๆละ รู้สึกใจหายนิดๆ
ระยะเวลาที่เราอยู่แค่ไม่กี่วัน แต่ทำให้เราได้สัมผัสอะไรหลายๆอย่าง
คนในชุมชนมีความเหนียวแน่นมาก ทุกบ้านทุกคนรู้จักกันหมด
ไปไหนมาไหนขี่มอเตอร์ไซค์ผ่าน เดินผ่าน มีการตะโกนทักทายกัน
ทำให้เราได้สัมผัสถึงชีวิตชนบท เอาจริงๆนะ เราก็มาจากชีวิตแบบนี้ หมูบ้านแบบนี้
แต่ที่ที่เราอยู่อาจจะเจริญมากกว่า แต่พอไปแล้วทำให้นึกถึงบ้าน
บรรยากาศดี ไม่มีมลพิษ มองไปทางไหนมีแต่สีขียว ชีวิตไม่เร่งรีบ ทุกคนยิ้มแย้ม
ไม่ได้เจริญด้วยวัตถุ แต่อยู่แล้วเจริญใจ ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาเลยจริงๆ
อยากให้ทุกคนได้มาลอง ได้มาเที่ยว แล้วช่วยกันอนุรักษ์ วิถีชีวิตแบบธรรมชาติ
สิ่งเหล่านี้จะคงอยู่ไปกับเรานานๆ
ระหว่างเดินทางขับกลับสบายมาก เพราะถ้าเราผ่านบ้านป้าเกล็นมาได้ ทางไหนๆก็สบาย
อาจจะเป็นเพราะเรารู้แล้วว่าข้างหน้ามันเป็นอย่างไร
พอมาถึงทองผาภูมิ ไม่มีฝน แค่อากาศครึ้มๆ เราแวะกันที่เขื่อนวชิราลงกรณ์
ไหนๆก็เป็นทางผ่าน แวะถ่ายรูปสันเขื่อนซักหน่อย
สวยงาม ถ่ายรูปได้ซักพักฝนเริ่มลงเม็ดก็เลยรีบขึ้นรถ ไปต่อค่ะ
หาอะไรกินกันหน่อยตอนนั้นประมานบ่ายโมงกว่า เริ่มหิวแล้ว
ผ่านร้านอะไรก็กินร้านนั้นแหละ เพื่อนอีกคันมุ่งหน้าไปก่อน
เราแวะเข้าไปในตลาดทองผาภูมิ เพราะมีน้องเมารถ..เรื่องเยอะจริงๆ
เห็นทุเรียนขายเต็มเลย แวะลงไปซื้อดีกว่า (เกี่ยวอะไรกับเมารถ)
แต่คนขายบอกว่ายังไม่สุก ไม่ขายค่ะ คืองง ถ้าเป็นใน กทม. ขายหมด
ก็เลยไปแวะร้านอื่น ได้กินสมใจ ทุเรียนทองผาภูมิ อร่อยจัง
ที่อร่อยสุดคือไม่ต้องออกตังค์
ตรงทางเข้าน้ำพุร้อนหินดาด ก็พอใช้ได้ แต่เค็มไปนิด สั่งเยอะมาก ด้วยความหิวหน้ามืด
กินอิ่มก็แยกย้ายกันที่ร้าน ต่างคนต่างไปไม่ต้องรอ มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพเลย
สรุปถึง กทม. ประมานทุ่มกว่าๆส่งทุกคนลงตรงอนุสาวรีย์ แยกย้าย
เจอกันที่ทำงานพรุ่งนี้นะ บ๊ายบาย...................
สรุปทริปนี้ทุกอย่างดีมาก อยากให้ทุกคนไปหมู่บ้านอีต่องกันเยอะๆ อยากให้ไปสัมผัส
ยิ่งวันธรรมดายิ่งน่าไป คนไม่แน่น เที่ยวสบาย เหมือนไปเที่ยวบ้านเพื่อน
ไปหาป้า ไปเยี่ยมญาติต่างจังหวัด มันเป็นอารมณ์และความรู้สึกเหมือนเรากลับไปตอนเด็กๆ
มันดีและทำให้เราคิดอะไรได้หลายๆอย่าง ที่นั้นไม่มีอะไรที่เจริญ ยกเว้นจิตใจ....
ของฝากจากอีต่อง เค้าคงไม่เอาอะไรมานอกจากความทรงจำกับภาพถ่าย
ดอกไม้ ของฝากจากอีต่องนะ
สุดท้ายแล้ว ขอบคุณที่อ่าน 3วัน2คืนที่บ้านอีต่องจนจบทั้ง 3Day
คือมีความสุขจริงๆ อยากให้ทุกคนไปเยี่ยมบ้านอีต่องกันเยอะๆนะ
ใครยังไม่ได้อ่าน Day1 Day2 Click Link ด้านล่างได้เลย
https://pantip.com/topic/37758494
https://pantip.com/topic/37762012
บ๊ายบายทุกคน