สวัสดีครับผมอายุ 19 ปี (วันนี้พอดีเลย 12 มิ.ย) ซึ่งเรื่องก็มีอยู่ว่า
วันที่ 10 มิถุนายน 2561 ผมได้เดินทางไปสอบสัมภาษณ์ที่มหาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งผมก็เป็นเด้กใต้คนหนึ่ง ที่เดินทางแบบไม่รู้เรื่องอะไรก็ใช้ข้อมูลในพันทิปเดินทางไปไหนมาไหน
แต่เรื่องก็เกิดขึ้นเมื่อ วันที่ 11 มิถุนายน 2561 ผมจะกลับบ้าน และได้นั่งบีทีเอส ไปที่อนุสาวรีย์ โบกรถแท็กซี่ไปที่สายใต้
ผมขอบอกลักษณะภายนอกของผมก่อนน่ะครับ น่าจะเป็นตัวหลักของเรื่องนี้ หน้าผมดำครับและขอบตาดำ และเป็นวันที่สิวขึ้นเต็มเลย(ภิมิแพ้กรุงเทพมั้ยล่ะบางที) แบบไม่แต่งหน้าเลยหน้าสดไรงี้ (ปกติผมเป็นคนเจ้าสำอางมากครับ แต่พอจะเดินทางกลับบ้านก็ปล่อยหน้า พักหน้าบ้าง) นอกเรื่องไปเยอะเลย ต่อละกัน นอกจากนี้ผมได้มีกระเป๋าสะพายหลัง 1 ใบ และกระเป๋าลากขนาดใหญ่ (พอจะให้ตำรวจสงสัยแล้วมั้งครับ)
ทันทีที่ผมลงจากแท็กซี่ผมก็ลากกระเป๋า อย่างทุรนทุรัง รีบไปซื้อตั๋วกลับบ้าน เพราะเวลาเหลือน้อยเต็มที พอจะเข้าไปถึงประตูเลื่อน ชายหนุ่มคนหนึ่งก็มาอยู่ข้างหน้าผมและมีป้ายชื่อห้อยที่คอและมาบอกว่า *ผมเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ* ซึ่งผมก็ตกใจมาก (คือต้องเข้าใจสิ อยู่ๆก็โผล่มาอ่ะ ต่อให้ไม่ทำอะไรผิดมันก็ตกใจป่ะ) แล้วก็ถามอายุผม และขอดูบัตรประชาชน ผมก้ไม่ขัดขืนอะไรแต่ดู จนท.เขาเข้มขรึมมาก และขอให้ผมเดินไปฝั่งนู้น (ในใจผมคิดว่า เห้ย! ทำไมเราออกจะใสใส ตั้งใจจะมาสัมภาษณ์เข้ามหาลัยและจะกลับบ้านต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย) และระหว่างทางเค้าก็ถามเรื่องเรียนอะไรต่างๆ ผมก็บอกว่าจะเข้าปี1 และจะเรียนรัฐศาสตร์ แต่ดูจากสีหน้าเค้าคงไม่เชื่อแน่ๆ (ผมแค่คิดเองเท่านั้นครับ) และเค้าถามว่าสูบบุหรี่มั้ย ต่างๆนาๆ ผมก็ปฏิเสธ (คือหน้าเราไปถึงขั้นนั้นแล้วหรอ แค่ไม่แต่งหน้า)
แต่ในใจผมคิดว่า คนนี้คือมิจฉาชีพแน่ๆเลย ต้องมาไถเงินเราแน่ๆ คือเราก็ต้องกลัวป่ะ ในชีวิตไม่เคยพบเจออ่ะไม่เคยคิดว่าจะโดนอะไรแบบนี้
จะกลับบ้าน ตั๋วก็ยังไม่ซื้อ ไม่รู้ว่ารถจะหมดหรือยัง ก็บอกจนท.ไปว่า ผมยังไม่ซื้อตั๋วกลับบ้านเลย ไม่รู้ว่าหมดหรือยัง เค้าก็บอกไม่ต้องรีบ ไม่หมดหรอก (

ถ้าหมดจะรับผิดชอบมั้ย ขออภัยในความหยาบผมอยากระบายจริงๆ)
ทันใดนั้นเมื่อถึงเจ้าหน้าที่อีกคน ที่กำลังนั่งบนโต๊ะ มีโน๊ตบุคพร้อม และเค้าก็เอาบัตรประชาชนผมไปอีกครั้ง และเปิดกระเป๋าผมทีละใบเริ่มจากใบเล็ก ซึ่งในในนั้นก็มีแฟ้มผลงานที่ใช้ในการสัมภาษณ์ด้วยความที่เราอยากจะเอาแฟ้มนั้นออกกมา (คิดว่าแฟ้มนี้น่าจะให้ผมดูมีราศีขึ้น เพราะเป็นเด็กเรียนดีและกิจกรรมก็เด่น แต่มาโดนอะไรแบบนี้) พอผมช่วยแกะสายรัดในกระเป๋า เค้าก็บอกให้อยู่เฉยๆ ผมก็มองไปรอบๆก็มีอีกคนนึงก็โดนเหมือนกัน แต่สภาพพี่เขาดูเหมือนคน....(ขอโทษไม่อาจกล่าวถึงได้) ผมคิดในใจ เห้อโดนแล้ว ทำไมต้องมาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ด้วย คนอื่นก็มีตั้งเยอะตั้งแยะทำไมไม่โดนด้วย
สุดท้ายก็ไม่พบเจออะไรและก็เอาบัตรประชาชนมาคืนผม นอกจากจะเสียเวลาแล้วก็ไม่มีคำขอโทษหรือรอยยิ้มให้ผมเลย คุณทำอย่างกับประชาชนคนนึงเป็นของเล่น คิดจะทำอะไรตามใจชอบก็ได้งั้นหรือ ผมก็ไม่ได้มีเวลาว่างมากพอน่ะครับ ผมจะกลับบ้าน ถ้าตั๋วรถหมดเค้าจะรับผิดชอบมั้ย ผมเสียใจในการปฏิบัติหน้าที่ของคุณมาก คุณไม่แคร์ความรู้สึกผมเลย ผมอายมากรู้มั้ย ทำอย่างกับผมไปฆ่าใครตาย แทนที่ตรวจแล้วๆตรงนั้นจะได้จบๆไป นี่พาไปตรงนู้นโคตรเสียเวลา
ปล.1 ตอนนั้นถ้าผมถ่ายคลิปถือว่าผมละเมิดสิทธิเค้ามั้ย ผมสามารถทำได้มั้ยครับ
ต่อไปจะได้ให้เห็นดันทั้งโลกออนไลน์
ปล.2 ขอฝากเด็กต่างจังหวัดทุกคนหรือคนทุกคนในสังคมไทย คุณก็รู้ว่าทุกวันนี้สังคมเราเปลี่ยนไปมากถึงมากที่สุด ขอให้ระวังตัวให้ดี อย่าไว้ใจใครง่ายๆแม้กระทั่งคนในเครื่องแบบ
เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำกับผมเกินไปมั้ย?
วันที่ 10 มิถุนายน 2561 ผมได้เดินทางไปสอบสัมภาษณ์ที่มหาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งผมก็เป็นเด้กใต้คนหนึ่ง ที่เดินทางแบบไม่รู้เรื่องอะไรก็ใช้ข้อมูลในพันทิปเดินทางไปไหนมาไหน
แต่เรื่องก็เกิดขึ้นเมื่อ วันที่ 11 มิถุนายน 2561 ผมจะกลับบ้าน และได้นั่งบีทีเอส ไปที่อนุสาวรีย์ โบกรถแท็กซี่ไปที่สายใต้
ผมขอบอกลักษณะภายนอกของผมก่อนน่ะครับ น่าจะเป็นตัวหลักของเรื่องนี้ หน้าผมดำครับและขอบตาดำ และเป็นวันที่สิวขึ้นเต็มเลย(ภิมิแพ้กรุงเทพมั้ยล่ะบางที) แบบไม่แต่งหน้าเลยหน้าสดไรงี้ (ปกติผมเป็นคนเจ้าสำอางมากครับ แต่พอจะเดินทางกลับบ้านก็ปล่อยหน้า พักหน้าบ้าง) นอกเรื่องไปเยอะเลย ต่อละกัน นอกจากนี้ผมได้มีกระเป๋าสะพายหลัง 1 ใบ และกระเป๋าลากขนาดใหญ่ (พอจะให้ตำรวจสงสัยแล้วมั้งครับ)
ทันทีที่ผมลงจากแท็กซี่ผมก็ลากกระเป๋า อย่างทุรนทุรัง รีบไปซื้อตั๋วกลับบ้าน เพราะเวลาเหลือน้อยเต็มที พอจะเข้าไปถึงประตูเลื่อน ชายหนุ่มคนหนึ่งก็มาอยู่ข้างหน้าผมและมีป้ายชื่อห้อยที่คอและมาบอกว่า *ผมเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ* ซึ่งผมก็ตกใจมาก (คือต้องเข้าใจสิ อยู่ๆก็โผล่มาอ่ะ ต่อให้ไม่ทำอะไรผิดมันก็ตกใจป่ะ) แล้วก็ถามอายุผม และขอดูบัตรประชาชน ผมก้ไม่ขัดขืนอะไรแต่ดู จนท.เขาเข้มขรึมมาก และขอให้ผมเดินไปฝั่งนู้น (ในใจผมคิดว่า เห้ย! ทำไมเราออกจะใสใส ตั้งใจจะมาสัมภาษณ์เข้ามหาลัยและจะกลับบ้านต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย) และระหว่างทางเค้าก็ถามเรื่องเรียนอะไรต่างๆ ผมก็บอกว่าจะเข้าปี1 และจะเรียนรัฐศาสตร์ แต่ดูจากสีหน้าเค้าคงไม่เชื่อแน่ๆ (ผมแค่คิดเองเท่านั้นครับ) และเค้าถามว่าสูบบุหรี่มั้ย ต่างๆนาๆ ผมก็ปฏิเสธ (คือหน้าเราไปถึงขั้นนั้นแล้วหรอ แค่ไม่แต่งหน้า)
แต่ในใจผมคิดว่า คนนี้คือมิจฉาชีพแน่ๆเลย ต้องมาไถเงินเราแน่ๆ คือเราก็ต้องกลัวป่ะ ในชีวิตไม่เคยพบเจออ่ะไม่เคยคิดว่าจะโดนอะไรแบบนี้
จะกลับบ้าน ตั๋วก็ยังไม่ซื้อ ไม่รู้ว่ารถจะหมดหรือยัง ก็บอกจนท.ไปว่า ผมยังไม่ซื้อตั๋วกลับบ้านเลย ไม่รู้ว่าหมดหรือยัง เค้าก็บอกไม่ต้องรีบ ไม่หมดหรอก (
ทันใดนั้นเมื่อถึงเจ้าหน้าที่อีกคน ที่กำลังนั่งบนโต๊ะ มีโน๊ตบุคพร้อม และเค้าก็เอาบัตรประชาชนผมไปอีกครั้ง และเปิดกระเป๋าผมทีละใบเริ่มจากใบเล็ก ซึ่งในในนั้นก็มีแฟ้มผลงานที่ใช้ในการสัมภาษณ์ด้วยความที่เราอยากจะเอาแฟ้มนั้นออกกมา (คิดว่าแฟ้มนี้น่าจะให้ผมดูมีราศีขึ้น เพราะเป็นเด็กเรียนดีและกิจกรรมก็เด่น แต่มาโดนอะไรแบบนี้) พอผมช่วยแกะสายรัดในกระเป๋า เค้าก็บอกให้อยู่เฉยๆ ผมก็มองไปรอบๆก็มีอีกคนนึงก็โดนเหมือนกัน แต่สภาพพี่เขาดูเหมือนคน....(ขอโทษไม่อาจกล่าวถึงได้) ผมคิดในใจ เห้อโดนแล้ว ทำไมต้องมาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ด้วย คนอื่นก็มีตั้งเยอะตั้งแยะทำไมไม่โดนด้วย
สุดท้ายก็ไม่พบเจออะไรและก็เอาบัตรประชาชนมาคืนผม นอกจากจะเสียเวลาแล้วก็ไม่มีคำขอโทษหรือรอยยิ้มให้ผมเลย คุณทำอย่างกับประชาชนคนนึงเป็นของเล่น คิดจะทำอะไรตามใจชอบก็ได้งั้นหรือ ผมก็ไม่ได้มีเวลาว่างมากพอน่ะครับ ผมจะกลับบ้าน ถ้าตั๋วรถหมดเค้าจะรับผิดชอบมั้ย ผมเสียใจในการปฏิบัติหน้าที่ของคุณมาก คุณไม่แคร์ความรู้สึกผมเลย ผมอายมากรู้มั้ย ทำอย่างกับผมไปฆ่าใครตาย แทนที่ตรวจแล้วๆตรงนั้นจะได้จบๆไป นี่พาไปตรงนู้นโคตรเสียเวลา
ปล.1 ตอนนั้นถ้าผมถ่ายคลิปถือว่าผมละเมิดสิทธิเค้ามั้ย ผมสามารถทำได้มั้ยครับ
ต่อไปจะได้ให้เห็นดันทั้งโลกออนไลน์
ปล.2 ขอฝากเด็กต่างจังหวัดทุกคนหรือคนทุกคนในสังคมไทย คุณก็รู้ว่าทุกวันนี้สังคมเราเปลี่ยนไปมากถึงมากที่สุด ขอให้ระวังตัวให้ดี อย่าไว้ใจใครง่ายๆแม้กระทั่งคนในเครื่องแบบ