สิ่งที่อยากจะเล่าเรื่องราวเกิดกับตัวเองโดยตรง
เริ่มแรกจากที่เป็นคนปกติ ไม่มีญาณ ไม่มีสื่ออะไรทั้งสิ้น แค่ชอบทำบุญ และปฏิบัติธรรมศีล 5 ได้บ้าง ไม่ได้บ้างแล้วแต่บางวัน
วันแรกที่เกิดเหตุการ์ณไม่คาดคิด:
เกิดอยากปฏิบัติธรรมที่วัด ชวนเพื่อนไปสวดมนต์ทำวัตรเย็น นุ่งขาว ห่มขาว นั้งสมาธิ เพื่อนๆ เล่าให้ฟังก่อนที่จะปฏิบัติทำวัตรเย็น ช่วงทีนั่งสมาธิบางคนก็ผีเข้าบ้าง มีองค์เข้าบ้าง แต่เราคิดในใจตัวเราเองไม่มีหรอก ยังไงก็ไม่มีองค์ไรทั้งนั้น เราแค่มาสวดมนต์นั่งสมาธิให้จิตสงบ ถึงเวลาสวดมนต์ ช่วงที่ต้องนั่งสมาธิ ความรู้สึกที่จับได้ครั้งแรกของชีวิตที่คิดว่าตัวเองไม่มี ทำไมมือเริ่มชา ทำไมตัวเราเหมือนมีอะไรมาบีบรัดให้แน่น ทำไมเหมือนจะแน่นหน้าอก อะไรอะ มันคืออะไร เกิดไรขึ้นกับตัวเรา อยู่ดีดีมือที่ชาค่อยๆ ร่ายรำ รู้สึกตัวทุกอย่างแต่บังคับไม่ได้ พูดไม่ได้ จนมีแม่ชีเข้ามาบอกว่าให้ตั้งจิตถามท่านในใจว่าเป็นผู้ใด บอกเลยในใจคิดอยู่อย่างเดียว นี่หรือที่เค้าเรียกว่าพระจับ ทำไมทรมานอย่างนี้และต้องถามยังไง ถามแล้วท่านจะตอบหรอ แล้วต้องเริ่มยังไงอะ เราก็ถามในใจตามที่แม่ชีได้บอก แต่ไม่เห็นมีเสียงอะไรตอบเลย รู้อย่างเดียวว่าหน้าเราทำไมยิ้มเอง และก็เริ่มคลาย มือชาเท้าชาคลาย สักพักหงายท้องตึงมีแม่ชีอยู่ข้างหลัง 2 ท่าน เพื่อไม่ให้หัวฟาดพื้น เสร็จจากสวดมนต์ เล่าให้เพื่อนฟังว่าตัวเองไม่เคยคิดว่าจะมีอะไรแบบนี้ ไม่มีวี่แววเลย เล่าให้ที่บ้านฟังก็ยังไม่มีใครเชื่อ
วันต่อมาคือเราจะว่างไปสวดมนต์ทุกวันเสาร์เย็น ก็อยากไปลองอีกชวนเพื่อนไปอีก อยากรู้ว่ามันจริงใช่มั้ย
สิงที่เกิดขึ้นคือเป็นเหมือนเดิม มีอาการมือเท้าชา แน่นเหมือนมีอะไรบีบรัดหน้าอก เหมือนเดิม รอบนี้ตั้งจิตถาม ไม่วอกแวก ท่านเป็นผู้ใด สิ่งที่รู้สึกและจับได้คือ ท่านยิ้มอย่างเดียว กลับบ้านมาเล่าให้ที่บ้านฟัง เริ่มจะเชื่อนิดๆ เพราะที่บ้านถามอาการเป็นยังไง เราก็ตอบสิ่งที่เกิดขึ้น
ครั้งที่ 3 เมื่อรู้ว่าตัวเองเริ่มท้องอ่อนแต่อยากไปสวดมนต์ อยากไปนั่งสมาธิอีก ก็ได้ทำอย่างที่ตั้งใจและเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้ไปสวดมนต์นั่งสมาธิที่วัด เพราะที่บ้านไม่อยากให้ไปแล้ว ท้องอ่อนเดินทางกลางคืนมันอันตราย แต่ก็ยังคงสวดมนต์ นั่งสมาธิอยู่ที่บ้าน จนกระทั่งคลอด
เมื่อรู้ว่าตัวเรามีเทพเทวดาคอยปกปักดูแลคุ้มครองอยู่ ก็ปฏิบัติให้ท่านและตัวเราเองอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งเราไม่เคยรู้มาก่อนว่าการที่เราตั้งจิตถามท่าน ท่านรับรู้สิ่งที่เราถามทุกคำถาม จนบางครั้งยังต้องถามย้ำว่าเป็นตัวเราเองมั้ยที่คิดไปเอง ถามตัวเองตลอด บางครั้งไม่รู้จะพิสูจน์ตัวเองยังไง เราบ้าหรือป่าว เราป่วยทางจิตหรือป่าว แต่ถ้าหากเราไม่ได้นั่งสมาธิ ไม่สวดมนต์ก็ปกติธรรมดา ไม่มีอาการอย่างที่เป็น จนกระทั่งค้นหาในเว็ป อาการหายใจไม่เต็มอิ่มเป็นยังไง หายเองได้มั้ย ต้องรักษายังไง แต่ละคนก็แนะให้หาหมอดีกว่า เราก็ไปตามคำแนะนำหาหมอ บอกนางพยาบาลที่ทำประวัติ มีอาการมือเท้าชา แน่นหน้าอก หายใจไม่ทั่วท้อง เริ่มจากวัดความดันก่อน รอบแรกวัดด้านขวาก่อน error 2 ครั้ง วัดไม่ได้ นางพยาบาลเลยเปลี่ยนมาข้างซ้าย วัดได้ปกติ สงสัยเครื่องโรงบาลคงไม่ดี วัดคนไข้เยอะ เครื่องเลยเพี้ยน ถึงคิวเข้าตรวจ บอกอาการให้หมอฟัง หมอก็ตรวจ ตรวจปอด ตรวจนู้น นี่นั่น หมอบอกปกตินะ ให้ยามาทานจำไม่ได้หล่ะ ยาอะไรบ้าง 2-3 ตัว หมอก็แปลก ปกติแต่ให้ยามาทาน ก็ทานตามที่หมอสั่ง กินจนหมด อาการก็ยังเป็นอยู่ หายใจไม่ทั่วท้อง มีอาการมึนหัวอีก เอ้าโรคอะไรว่ะเนี่ย อ่านเจอคนเป็นเบาหวานจะมีอาการมึนหัว แน่นหน้าอก หรือเราเป็นเบาหวาน พอดีคุณแม่เป็นเบาหวานมีเครื่องตรวจอยู่ เจาะเลือดตอนเช้า เพราะห้ามกินข้าว กินน้ำก่อนเจาะเลือด เจาะเลือด ผลออกคือ 85 ไม่ได้เป็นเบาหวาน สรุปคือ ช่างมันเถอะ เรื่องนี้ไม่ได้บอกคนที่บ้านว่าเราอาการหายใจไม่ทั่วท้อง มึนหัวเป็นบางครั้ง ในเมื่อพิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นอะไร เราก็หมั่นทำบุญ ทานเจวันพระ สวดมนต์ นั่งสมาธิทุกวันพระ เสริมบารมีให้ตัวเอง ช่วงปฏิบัติธรรมได้รู้บางอย่างในการปฏิบัติตน
เทพเทวาท่านไม่เคยสอนให้เราทำบุญเยอะๆ ถ้าตัวเองไม่ค่อยมี ท่านให้ทำบุญเท่าที่ได้ เท่าที่ควร
เทพเทวาไม่เคยสอนให้เราใช้เงินซื้อของเยอะๆมาทำพิธีต่างๆ
เทพเทวาไม่เคยให้เก็บเงินค่าครูเยอะๆ บางกรณีก็ไม่มีเลย
เทพเทวาให้ผู้ที่ต้องการให้ช่วยหาซื้อของเองมาทำพิธี แค่ให้ร่างเขียนมีอะไรบ้าง ต้องใช้อะไรบ้าง แต่ถ้ามีจำนวนเงิน ท่านจะให้เจ้าของเงินนั้นไปทำบุญเองเมื่อเสร็จพิธี ท่านจะไม่ให้ร่างแตะต้องเงินนั้นเป็นอันขาด
เทพเทวาท่านจะสอนเมื่อใดที่ว่าง เมื่อใดที่ไม่ติดธุระ ก็ให้ปฏิบัติธรรมเพื่อกุศลบุญแก่ตัวท่านเอง และเสริมบารมีแก่องค์เทพเทวา อย่างน้อยปฏิบัติทุกวันพระจะเป็นดี
เทพเทวาไม่เคยสอนให้ไปทำบุญไกลๆ ห้องพระที่บ้านดีนักแล
เทพเทวาไม่เคยลงโทษเมื่อรู้ว่าเราทำผิดศีล จะให้เราตั้งจิตแล้วเริ่มใหม่
ตั้งจิตกับเทพเทวาว่าจะไม่ช่วยเหลือคนนอก จะช่วยแค่คนในบ้านเท่านั้น คนนอกไม่รับ แต่ก็มีคนนอกบางรายที่ต้องช่วย หรือมีเหตุการณ์ที่ต้องช่วย ก็จะบอกไป ไม่ได้ให้เชื้อแต่ให้ผลบุญ ถ้ามีเหตุการณ์สำคัญจะมาเล่าเรื่องให้ฟังอีก
ให้ผลบุญแต่ไม่ได้ให้เชื่อ
เริ่มแรกจากที่เป็นคนปกติ ไม่มีญาณ ไม่มีสื่ออะไรทั้งสิ้น แค่ชอบทำบุญ และปฏิบัติธรรมศีล 5 ได้บ้าง ไม่ได้บ้างแล้วแต่บางวัน
วันแรกที่เกิดเหตุการ์ณไม่คาดคิด:
เกิดอยากปฏิบัติธรรมที่วัด ชวนเพื่อนไปสวดมนต์ทำวัตรเย็น นุ่งขาว ห่มขาว นั้งสมาธิ เพื่อนๆ เล่าให้ฟังก่อนที่จะปฏิบัติทำวัตรเย็น ช่วงทีนั่งสมาธิบางคนก็ผีเข้าบ้าง มีองค์เข้าบ้าง แต่เราคิดในใจตัวเราเองไม่มีหรอก ยังไงก็ไม่มีองค์ไรทั้งนั้น เราแค่มาสวดมนต์นั่งสมาธิให้จิตสงบ ถึงเวลาสวดมนต์ ช่วงที่ต้องนั่งสมาธิ ความรู้สึกที่จับได้ครั้งแรกของชีวิตที่คิดว่าตัวเองไม่มี ทำไมมือเริ่มชา ทำไมตัวเราเหมือนมีอะไรมาบีบรัดให้แน่น ทำไมเหมือนจะแน่นหน้าอก อะไรอะ มันคืออะไร เกิดไรขึ้นกับตัวเรา อยู่ดีดีมือที่ชาค่อยๆ ร่ายรำ รู้สึกตัวทุกอย่างแต่บังคับไม่ได้ พูดไม่ได้ จนมีแม่ชีเข้ามาบอกว่าให้ตั้งจิตถามท่านในใจว่าเป็นผู้ใด บอกเลยในใจคิดอยู่อย่างเดียว นี่หรือที่เค้าเรียกว่าพระจับ ทำไมทรมานอย่างนี้และต้องถามยังไง ถามแล้วท่านจะตอบหรอ แล้วต้องเริ่มยังไงอะ เราก็ถามในใจตามที่แม่ชีได้บอก แต่ไม่เห็นมีเสียงอะไรตอบเลย รู้อย่างเดียวว่าหน้าเราทำไมยิ้มเอง และก็เริ่มคลาย มือชาเท้าชาคลาย สักพักหงายท้องตึงมีแม่ชีอยู่ข้างหลัง 2 ท่าน เพื่อไม่ให้หัวฟาดพื้น เสร็จจากสวดมนต์ เล่าให้เพื่อนฟังว่าตัวเองไม่เคยคิดว่าจะมีอะไรแบบนี้ ไม่มีวี่แววเลย เล่าให้ที่บ้านฟังก็ยังไม่มีใครเชื่อ
วันต่อมาคือเราจะว่างไปสวดมนต์ทุกวันเสาร์เย็น ก็อยากไปลองอีกชวนเพื่อนไปอีก อยากรู้ว่ามันจริงใช่มั้ย
สิงที่เกิดขึ้นคือเป็นเหมือนเดิม มีอาการมือเท้าชา แน่นเหมือนมีอะไรบีบรัดหน้าอก เหมือนเดิม รอบนี้ตั้งจิตถาม ไม่วอกแวก ท่านเป็นผู้ใด สิ่งที่รู้สึกและจับได้คือ ท่านยิ้มอย่างเดียว กลับบ้านมาเล่าให้ที่บ้านฟัง เริ่มจะเชื่อนิดๆ เพราะที่บ้านถามอาการเป็นยังไง เราก็ตอบสิ่งที่เกิดขึ้น
ครั้งที่ 3 เมื่อรู้ว่าตัวเองเริ่มท้องอ่อนแต่อยากไปสวดมนต์ อยากไปนั่งสมาธิอีก ก็ได้ทำอย่างที่ตั้งใจและเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้ไปสวดมนต์นั่งสมาธิที่วัด เพราะที่บ้านไม่อยากให้ไปแล้ว ท้องอ่อนเดินทางกลางคืนมันอันตราย แต่ก็ยังคงสวดมนต์ นั่งสมาธิอยู่ที่บ้าน จนกระทั่งคลอด
เมื่อรู้ว่าตัวเรามีเทพเทวดาคอยปกปักดูแลคุ้มครองอยู่ ก็ปฏิบัติให้ท่านและตัวเราเองอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งเราไม่เคยรู้มาก่อนว่าการที่เราตั้งจิตถามท่าน ท่านรับรู้สิ่งที่เราถามทุกคำถาม จนบางครั้งยังต้องถามย้ำว่าเป็นตัวเราเองมั้ยที่คิดไปเอง ถามตัวเองตลอด บางครั้งไม่รู้จะพิสูจน์ตัวเองยังไง เราบ้าหรือป่าว เราป่วยทางจิตหรือป่าว แต่ถ้าหากเราไม่ได้นั่งสมาธิ ไม่สวดมนต์ก็ปกติธรรมดา ไม่มีอาการอย่างที่เป็น จนกระทั่งค้นหาในเว็ป อาการหายใจไม่เต็มอิ่มเป็นยังไง หายเองได้มั้ย ต้องรักษายังไง แต่ละคนก็แนะให้หาหมอดีกว่า เราก็ไปตามคำแนะนำหาหมอ บอกนางพยาบาลที่ทำประวัติ มีอาการมือเท้าชา แน่นหน้าอก หายใจไม่ทั่วท้อง เริ่มจากวัดความดันก่อน รอบแรกวัดด้านขวาก่อน error 2 ครั้ง วัดไม่ได้ นางพยาบาลเลยเปลี่ยนมาข้างซ้าย วัดได้ปกติ สงสัยเครื่องโรงบาลคงไม่ดี วัดคนไข้เยอะ เครื่องเลยเพี้ยน ถึงคิวเข้าตรวจ บอกอาการให้หมอฟัง หมอก็ตรวจ ตรวจปอด ตรวจนู้น นี่นั่น หมอบอกปกตินะ ให้ยามาทานจำไม่ได้หล่ะ ยาอะไรบ้าง 2-3 ตัว หมอก็แปลก ปกติแต่ให้ยามาทาน ก็ทานตามที่หมอสั่ง กินจนหมด อาการก็ยังเป็นอยู่ หายใจไม่ทั่วท้อง มีอาการมึนหัวอีก เอ้าโรคอะไรว่ะเนี่ย อ่านเจอคนเป็นเบาหวานจะมีอาการมึนหัว แน่นหน้าอก หรือเราเป็นเบาหวาน พอดีคุณแม่เป็นเบาหวานมีเครื่องตรวจอยู่ เจาะเลือดตอนเช้า เพราะห้ามกินข้าว กินน้ำก่อนเจาะเลือด เจาะเลือด ผลออกคือ 85 ไม่ได้เป็นเบาหวาน สรุปคือ ช่างมันเถอะ เรื่องนี้ไม่ได้บอกคนที่บ้านว่าเราอาการหายใจไม่ทั่วท้อง มึนหัวเป็นบางครั้ง ในเมื่อพิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นอะไร เราก็หมั่นทำบุญ ทานเจวันพระ สวดมนต์ นั่งสมาธิทุกวันพระ เสริมบารมีให้ตัวเอง ช่วงปฏิบัติธรรมได้รู้บางอย่างในการปฏิบัติตน
เทพเทวาท่านไม่เคยสอนให้เราทำบุญเยอะๆ ถ้าตัวเองไม่ค่อยมี ท่านให้ทำบุญเท่าที่ได้ เท่าที่ควร
เทพเทวาไม่เคยสอนให้เราใช้เงินซื้อของเยอะๆมาทำพิธีต่างๆ
เทพเทวาไม่เคยให้เก็บเงินค่าครูเยอะๆ บางกรณีก็ไม่มีเลย
เทพเทวาให้ผู้ที่ต้องการให้ช่วยหาซื้อของเองมาทำพิธี แค่ให้ร่างเขียนมีอะไรบ้าง ต้องใช้อะไรบ้าง แต่ถ้ามีจำนวนเงิน ท่านจะให้เจ้าของเงินนั้นไปทำบุญเองเมื่อเสร็จพิธี ท่านจะไม่ให้ร่างแตะต้องเงินนั้นเป็นอันขาด
เทพเทวาท่านจะสอนเมื่อใดที่ว่าง เมื่อใดที่ไม่ติดธุระ ก็ให้ปฏิบัติธรรมเพื่อกุศลบุญแก่ตัวท่านเอง และเสริมบารมีแก่องค์เทพเทวา อย่างน้อยปฏิบัติทุกวันพระจะเป็นดี
เทพเทวาไม่เคยสอนให้ไปทำบุญไกลๆ ห้องพระที่บ้านดีนักแล
เทพเทวาไม่เคยลงโทษเมื่อรู้ว่าเราทำผิดศีล จะให้เราตั้งจิตแล้วเริ่มใหม่
ตั้งจิตกับเทพเทวาว่าจะไม่ช่วยเหลือคนนอก จะช่วยแค่คนในบ้านเท่านั้น คนนอกไม่รับ แต่ก็มีคนนอกบางรายที่ต้องช่วย หรือมีเหตุการณ์ที่ต้องช่วย ก็จะบอกไป ไม่ได้ให้เชื้อแต่ให้ผลบุญ ถ้ามีเหตุการณ์สำคัญจะมาเล่าเรื่องให้ฟังอีก