ชีวิตมหาลัย มันก็เหมือนกับโลกอีกโลกหนึ่ง ความรู้สึกย้อนแย้งบางอย่างเกิดขึ้นกับตัวผม จากนักเรียนระดับท็อปของโรงเรียนต่างอำเภอ ที่กลายมาเป็นคนธรรมดาในรั้วมหาลัยเชิงดอยแห่งนี้ ยิ่งในวันแรกๆ กิจกรรมวันแรกพบเฟรชชี่ ผมเหมือนกับคนแปลกหน้าในหมู่คนอื่นๆ กลุ่มเพื่อนจากโรงเรียนดังๆในเมือง หรือกลุ่มเพื่อนจังหวัดเดียวกัน ซึ่งก็ไม่แปลกหรอกเพราะทั้งโรงเรียนมีผมคนเดียวที่สอบติดคณะนี้ แต่วันแรกพบเฟรชชี่มันก็ไม่ได้เลวร้ายไปซะหมด เพราะมีรุ่นพี่จากสโมสรนักศึกษามาทำให้กิจกรรมวันนี้สนุกสนาน และอีกสิ่งที่ทำให้ผมต้องนั่งก้มหน้าด้วยความเขินอาย เพราะกลัวเธอจะรู้ว่าผมไม่ได้มองไปที่กิจกรรมของรุ่นพี่เลย
ดาว ผู้หญิงที่ผมรู้สึกว่าสวยที่สุดเท่าที่ผมเจอมา บางทีนี่อาจจะเป็นข้อดีอีกอย่างของมหาวิทยาลัยนี้ที่ผมนึกออก แต่เด็กเรียนจากโรงเรียนรอบนอกอย่างผม ก็ไม่กล้าทักทายเธออยู่ดี
ดาว พูดคุยกับเพื่อนที่นั่งแถวข้างๆอย่างสนิทสนม ด้วยภาษาที่ต่างออกไปจากคำเมืองปกติ เธอพูดคำยองกับเพื่อนจังหวัดอย่างสนุกสนาน กิจกรรมก็ดำเนินต่อไป เพื่อนรุ่นเดียวกันต่างถูกรุ่นพี่เรียกออกไปทีละคน จนมาถึงดาว เสียงของทุกคนเหมือนจะดังขึ้นเมื่อดาวลุกขึ้นยืน โดยเฉพาะเสียงของพวกผู้ชาย
ผมแทบจะหยุดหายใจ หัวใจเต้นแรงเหมือนเสียงกลองที่รุ่นพี่เอามาใช้ประกอบจังหวะ เมื่อผมได้เห็นใบหน้าของดาวตรงๆชัดๆ รอยยิ้มเขินอายของเธอนั้นช่างดูเหมาะไปหมดแม้แต่เสียงหัวเราะของเธอ หลังจากการตอบคำถามรุ่นพี่ในทำนองทีเล่นทีจริง สร้างเสียงหัวเราะให้แก่พวกปีหนึ่งอย่างพวกผม แต่บอกตามตรง หูผมนั้นแทบจะไม่ได้ยินเสียงโห่ร้องใดๆเลย มันเหมือนโลกหยุดหมุน ผู้คนรอบข้างเหมือนกลายเป็นอากาศธาตุ โถงกิจกรรมนั้นเหมือนกับว่ามีแค่ผมกับดาวอยู่ด้วยกันเพียงสองคน
พอพักทานข้าวกลางวัน ผมหยิบเข้ากล่องมานั่งทานในแถวอย่างเรียบร้อย ปานประหนึ่งว่าผมกลัวใครจะมาแย่งที่นั่ง ทั้งๆที่มันนั่งกันเรียงตามรหัสอยู่แล้ว ผมแอบเห็นดาวไปนั่งล้อมวงทานข้าวกับเพื่อนจังหวัดของเธออย่างสนุกสนาน ซึ่งสงสัยจะสนุกมากไปหน่อย ผมเห็นดาวขำจนสำลักข้าว มันทำให้ผมแอบหัวเราะเบาๆ
คนอะไรไม่รู้ขนาดสำลักยังน่ารักเลย
"น้องๆบ่ไปนั่งกิ๋นเข้ากับเปื้อนกา มันนั่งกิ๋นหยังคนเดว" รุ่นพี่คนหนึ่งเดินเข้ามาทักผม เขาคงเห็นว่าผมนั่งอยู่คนเดียวแล้วไม่มีเพื่อนแน่ๆ รู้สึกว่าพี่คนนี้เค้าจะเป็นพี่สโมฯด้วย
"โฮงเฮียนผม มีก้าผมติดคณะนี้คนเดวคับอ้าย" ผมตอบพี่คนนั้นไป
คราวนี้พี่คนนั้นมานั่งข้างๆผมพร้อมกับตบหลังผมเบาๆอย่างสนิทสนมกันมานาน
"อ้ายจื้ออ้ายเอกเน้อ เป๋นสโม มาปะกั๋นวันแลกมันตึงเอี๊ยะ แหมหน้อยมันตึงสนิทกั๋นไปคนเดวมัน" พี่เอกพูดพรางหยิบแฟ้มอะไรบางอย่างขึ้นมาเปิดๆดู
"ความสามารถพิเศษ....เล่นดนตรี โหะ เล่นดนตรีจ้างโตยกา" พี่เปิดดูข้อมูลในแฟ้มที่ผมกรอกประวัติไว้ตอนมาสัมภาษณ์ พรางมองดูผมตั้งแต่หัวจรดเท้าแบบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
ใช่ซี่ผมมันเด็กเนิร์ดนี่นา
อย่างที่ว่า ตอนที่อยู่โรงเรียนผมเป็นระดับท็อปของโรงเรียน ทั้งการเรียน กีฬา ดนตรี ผมทำได้ดีทุกอย่าง จนครูยกให้เป็นต้นแบบ จนทำให้สารรูปของผมกลายเป็นเด็กเรียน หัวเกรียนใส่แว่นขึ้นมา จนถึงตอนนี้ที่ผมของผมมันยาวไม่ทันใช้เหมือนเพื่อนผู้ชายคนอื่น
"อั้นเดวต๋อนบ่ายน้องออกมาฮ้องเพงก่อแล้วกั๋น เดวอ้ายจะไปเซาะกีต้ามาหื้อ" ว่าแล้วพี่เอกก็ลุกเดินออกไป คุยกับพี่ๆคนอื่นๆจากนั้นก็เดินหายไปไหนก็ไม่รู้
ผมรู้สึกประหม่าขึ้นมาทันที แม้จะเคยร้องเพลงเล่นดนตรี ต่อหน้านักเรียนมาหลายครั้งแล้วก็เถอะ แต่ด้วยโอวาสอันเป็นวาจาสุภาษิตของเหล่าคุณครูจากโรงเรียนเก่าของผมว่า
หลวกบ้านนอกมันตึงบ่เต้าขี้เหล้าในเวียง
ซึ่งผมก็จำได้ดีและไม่รู้ว่าตัวเองจะทำได้ดีแค่ไหน เผลอๆอาจจะทำไม่ดีจนเป็นที่ขายหน้าขายตาตัวเองก็ได้
.................................
กิจกรรมภาคบ่ายเริ่มต้นด้วยการมาพบปะนักศึกษาใหม่ของเหล่าคณาจารย์และผู้บริหาร ผมรู้สึกว่าช่วงนี้แม้จะดูเป็นการเป็นงานแต่มันก็ชวนง่วง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะลีลาการพูของคณบดีหรือเพราะเพิ่งกินข้าวเที่ยงไป แต่ผมก็แอบเห็นเพื่อนหลายๆคนไปเฝ้าพระอินทร์เป็นที่เรียบร้อย
"น้องนะ ออกมาเกียมตั๋วได้ละ" พี่เอกกระซิบข้างๆผมซึ่งมีอาการครึ่งหลับครึ่งตื่น จะไปมิไปแหล่น ให้งัวเงียขออนุญาตออกจากแถวและเดินออกไปล้างหน้าล้างตาเพื่อเตรียมตัว แสดงในกิจกรรมถัดไป
ผมเดินเข้ามาที่ห้องสโมฯ ที่อยู่ไม่ไกลจากโถงกิจกรรมนัก ผมเห็นรุ่นพี่หลายคน จับกลุ่มคุยกัน เกี่ยวกับกิจกรรมในช่วงต่อไป
"พี่เอกจะให้น้องเค้าเล่นดนตรีจริงๆเหรอคะ" พี่ผู้หญิงคนหนึ่งพูดกับพี่เอก และเรียกพี่เอกว่าพี่ แสดงว่าพี่เค้าต้องอยู่ชั้นปีที่สูงกว่าปีสองแน่ๆ
ท่าทางพี่ผู้หญิงจะดูไม่ค่อยเชื่อมั่นผมเท่าไหร่ มันยิ่งทำให้ผมประหม่าเข้าไปอีก
แต่พี่เอกก็ยื่นกีต้าโปร่งตัวหนึ่งมาให้ผม ผมลองจับ ลองตั้งสายดู มันก็เป็นกีต้าที่ใช้ได้ ผมใช้เวลาทำความคุ้นเคยกับมันครู่หนึ่ง แต่ก็เหลือบไปเห็นพี่สาวคนเมื่อกี้ยืนอ้าปากค้าง ขณะที่พี่เอกยืนยิ้มอยู่ข้างๆ
ก่อนแสดงพี่เอกเดินมาบอกว่าผมต้องปรับคุคให้ดูเป็นนักดนตรีมากกว่านี้ โดยการใช้เจลเซตผม แต่ด้วยความที่ผมของผมมันยาวไม่ทัน ผมก็เลยไม่รู้ว่าผมของผมมันกลายเป็นผมทรงใหม่ตรงไหน
และแล้วช่วงเวลาแห่งความตื่นเต้นของผมก็มาถึง การแสดงดนตรีครั้งแรกนอกแผ่นดินโรงเรียนของผม ท่ามกลางสายตาของเพื่อนๆพี่ๆ หลายร้อยคู่ จ้องมาผมเป็นจุดเดียว
กลองทอมบ้าที่พี่ใช้ประกอบจังหวะ ถูกยกมาตั้งข้างๆ บัดนี้ ตรงหน้าห้องโถง มีแต่ผม กีต้า1ตัว ไมค์ และเก้าอี้ แค่นั้น
"สวัสดีครับ เพื่อนๆทุกคน วันนี้ผมจะมาเล่นดนตรีให้เพื่อนๆฟังกันนะครับ" คำพูดที่โคตรจะเป็นทางการราวกับมายืนอ่านรายงานน่าห้องเรียนของ สร้างเสียงหัวเราะให้เพื่อนๆที่ฟังอยู่ หัวใจผมเต้นเร็วยิ่งขึ้น บางทีอาจจะเพราะรูปลักษณ์ที่ไม่เข้ากันของผมก็ได้มั้ง
เพลงแรก ผมตั้งใจจะร้องเพลงช้า แต่ด้วยความที่ผมจำคอร์ด กับเนื้อเพลงอื่นไม่ได้เลยนอกจากเพลงของวงพาราด็อกซ์ที่ผมชื่นชอบ ว่าแต่ว่าผมจะเลือกเพลงอะไรดีล่ะ
ระหว่างใช้ความคิดเนื่องจากไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน เพื่อนๆก็ต่างตบมือให้กำลังใจเพราะเงียบนานไปแล้ว สายตาผมก็พลันไปเห็นดาว ที่ยิ้มแต่ตบมือให้ผมเช่นกัน
ไม่รู้เพราะจิตใต้สำนึกหรือเพราะอะไร นิ้วของผมมันเริ่มขยับไปเอง ตลอดทั้งเพลงที่ผมเล่น "เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ" ของพาราด็อกซ์ ทุกคนต่างเงียบ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน แต่ผมก็ไม่สนใจ เพราะในตอนนี้ โลกทั้งโลก มันมีแต่ตัวผม กีต้า เสียงเพลง และดาว คนที่ทำให้ผมเลือกเล่นเพลงนี้เท่านั้นเอง
เสียงตบมือดังกึกก้อง พร้อมกับเสียงหวีดปากอย่างสะใจของเพื่อนๆ ซึ่งผมก็คาดไม่ถึงเหมือนกัน และเมื่อมองไปที่ดาว ดูเธอจะยิ้มอย่างมีความสุขกับเพลงทีเดียว แน่ล่ะก็เพราะผมตั้งใจร้องให้ดาวนี่นา
หลังจากนั้นผมก็เล่นอีกหลายเพลง แต่คราวนี้มีพี่ๆเพื่อนๆมาแจมด้วย ทำให้บรรยากาศมันสนุกขึ้น เอาเป็นว่าผมทั้งร้องทั้งเล่นจนเหนื่อยเลยทีเดียว
เมื่อผมเอสกีต้าไปคืนพี่เอก พี่เอกก็กลับขอโทษผมเป็นการใหญ่ เพราะจริงๆมันก็มีคนที่เล่นดนตรีได้หลายคนในรุ่นผม แต่ด้วยความเป็นเด็กเนิร์ดของผม พี่เค้าเลยอยากให้ผมออกมาโชว์แบบขำๆ แต่ไม่นึกว่าจะทำได้ดีขนาดนี้ พร้อมกับออกปากชวนให้ผมไปเข้าชมรมดนตรีกับพี่เค้าอีกด้วย
พอเสร็จกิจกรรม ระหว่างรอรถคณะมารับกลับหอ พวกพี่ๆผู้หญิงก็มาถามผมกันใหญ่ ถามว่าเล่นเพลงก้อนหินละเมอได้มั้ย ซึ่งผมไม่รู้จักเพลงนี้หรอก จึงได้ปฏิเสธไป ดูเหมือนพี่ๆะผิดหวังกันไป
แต่ผมก็มารู้ทีหลังจากเพื่อนที่เป็นพี่ซิ่ว ที่ซิ่วมาจากคณะอื่นว่า เพลงเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ กับเพลงก้อนหินละเมอ เป็นเพลงในตำนาน ที่มีคนเอาร้องจีบสาว ในเวลาเที่ยงคืนของวันเกิดเธอ ที่หอหญิง
ตอนนั้นผมก็ลองมานึกดู พรางมองไปที่ดาว ที่ตอนนี้เธอกำลังคุยกับเพื่อนของเธออยู่
ว่าถ้าในวันเกิดดาว ผมเล่นสองเพลงนี้แบบที่เพื่อนบอกมา เธอจะดีใจมั้ยนะ
.......................................
ตอนนี้แค่นี้ก่อน พรุ่งนี้จะมาแก้คำผิดครับ
Chiang Mai Love story : ก้อนหินละเมอ 1
ดาว ผู้หญิงที่ผมรู้สึกว่าสวยที่สุดเท่าที่ผมเจอมา บางทีนี่อาจจะเป็นข้อดีอีกอย่างของมหาวิทยาลัยนี้ที่ผมนึกออก แต่เด็กเรียนจากโรงเรียนรอบนอกอย่างผม ก็ไม่กล้าทักทายเธออยู่ดี
ดาว พูดคุยกับเพื่อนที่นั่งแถวข้างๆอย่างสนิทสนม ด้วยภาษาที่ต่างออกไปจากคำเมืองปกติ เธอพูดคำยองกับเพื่อนจังหวัดอย่างสนุกสนาน กิจกรรมก็ดำเนินต่อไป เพื่อนรุ่นเดียวกันต่างถูกรุ่นพี่เรียกออกไปทีละคน จนมาถึงดาว เสียงของทุกคนเหมือนจะดังขึ้นเมื่อดาวลุกขึ้นยืน โดยเฉพาะเสียงของพวกผู้ชาย
ผมแทบจะหยุดหายใจ หัวใจเต้นแรงเหมือนเสียงกลองที่รุ่นพี่เอามาใช้ประกอบจังหวะ เมื่อผมได้เห็นใบหน้าของดาวตรงๆชัดๆ รอยยิ้มเขินอายของเธอนั้นช่างดูเหมาะไปหมดแม้แต่เสียงหัวเราะของเธอ หลังจากการตอบคำถามรุ่นพี่ในทำนองทีเล่นทีจริง สร้างเสียงหัวเราะให้แก่พวกปีหนึ่งอย่างพวกผม แต่บอกตามตรง หูผมนั้นแทบจะไม่ได้ยินเสียงโห่ร้องใดๆเลย มันเหมือนโลกหยุดหมุน ผู้คนรอบข้างเหมือนกลายเป็นอากาศธาตุ โถงกิจกรรมนั้นเหมือนกับว่ามีแค่ผมกับดาวอยู่ด้วยกันเพียงสองคน
พอพักทานข้าวกลางวัน ผมหยิบเข้ากล่องมานั่งทานในแถวอย่างเรียบร้อย ปานประหนึ่งว่าผมกลัวใครจะมาแย่งที่นั่ง ทั้งๆที่มันนั่งกันเรียงตามรหัสอยู่แล้ว ผมแอบเห็นดาวไปนั่งล้อมวงทานข้าวกับเพื่อนจังหวัดของเธออย่างสนุกสนาน ซึ่งสงสัยจะสนุกมากไปหน่อย ผมเห็นดาวขำจนสำลักข้าว มันทำให้ผมแอบหัวเราะเบาๆ
คนอะไรไม่รู้ขนาดสำลักยังน่ารักเลย
"น้องๆบ่ไปนั่งกิ๋นเข้ากับเปื้อนกา มันนั่งกิ๋นหยังคนเดว" รุ่นพี่คนหนึ่งเดินเข้ามาทักผม เขาคงเห็นว่าผมนั่งอยู่คนเดียวแล้วไม่มีเพื่อนแน่ๆ รู้สึกว่าพี่คนนี้เค้าจะเป็นพี่สโมฯด้วย
"โฮงเฮียนผม มีก้าผมติดคณะนี้คนเดวคับอ้าย" ผมตอบพี่คนนั้นไป
คราวนี้พี่คนนั้นมานั่งข้างๆผมพร้อมกับตบหลังผมเบาๆอย่างสนิทสนมกันมานาน
"อ้ายจื้ออ้ายเอกเน้อ เป๋นสโม มาปะกั๋นวันแลกมันตึงเอี๊ยะ แหมหน้อยมันตึงสนิทกั๋นไปคนเดวมัน" พี่เอกพูดพรางหยิบแฟ้มอะไรบางอย่างขึ้นมาเปิดๆดู
"ความสามารถพิเศษ....เล่นดนตรี โหะ เล่นดนตรีจ้างโตยกา" พี่เปิดดูข้อมูลในแฟ้มที่ผมกรอกประวัติไว้ตอนมาสัมภาษณ์ พรางมองดูผมตั้งแต่หัวจรดเท้าแบบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
ใช่ซี่ผมมันเด็กเนิร์ดนี่นา
อย่างที่ว่า ตอนที่อยู่โรงเรียนผมเป็นระดับท็อปของโรงเรียน ทั้งการเรียน กีฬา ดนตรี ผมทำได้ดีทุกอย่าง จนครูยกให้เป็นต้นแบบ จนทำให้สารรูปของผมกลายเป็นเด็กเรียน หัวเกรียนใส่แว่นขึ้นมา จนถึงตอนนี้ที่ผมของผมมันยาวไม่ทันใช้เหมือนเพื่อนผู้ชายคนอื่น
"อั้นเดวต๋อนบ่ายน้องออกมาฮ้องเพงก่อแล้วกั๋น เดวอ้ายจะไปเซาะกีต้ามาหื้อ" ว่าแล้วพี่เอกก็ลุกเดินออกไป คุยกับพี่ๆคนอื่นๆจากนั้นก็เดินหายไปไหนก็ไม่รู้
ผมรู้สึกประหม่าขึ้นมาทันที แม้จะเคยร้องเพลงเล่นดนตรี ต่อหน้านักเรียนมาหลายครั้งแล้วก็เถอะ แต่ด้วยโอวาสอันเป็นวาจาสุภาษิตของเหล่าคุณครูจากโรงเรียนเก่าของผมว่า
หลวกบ้านนอกมันตึงบ่เต้าขี้เหล้าในเวียง
ซึ่งผมก็จำได้ดีและไม่รู้ว่าตัวเองจะทำได้ดีแค่ไหน เผลอๆอาจจะทำไม่ดีจนเป็นที่ขายหน้าขายตาตัวเองก็ได้
.................................
กิจกรรมภาคบ่ายเริ่มต้นด้วยการมาพบปะนักศึกษาใหม่ของเหล่าคณาจารย์และผู้บริหาร ผมรู้สึกว่าช่วงนี้แม้จะดูเป็นการเป็นงานแต่มันก็ชวนง่วง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะลีลาการพูของคณบดีหรือเพราะเพิ่งกินข้าวเที่ยงไป แต่ผมก็แอบเห็นเพื่อนหลายๆคนไปเฝ้าพระอินทร์เป็นที่เรียบร้อย
"น้องนะ ออกมาเกียมตั๋วได้ละ" พี่เอกกระซิบข้างๆผมซึ่งมีอาการครึ่งหลับครึ่งตื่น จะไปมิไปแหล่น ให้งัวเงียขออนุญาตออกจากแถวและเดินออกไปล้างหน้าล้างตาเพื่อเตรียมตัว แสดงในกิจกรรมถัดไป
ผมเดินเข้ามาที่ห้องสโมฯ ที่อยู่ไม่ไกลจากโถงกิจกรรมนัก ผมเห็นรุ่นพี่หลายคน จับกลุ่มคุยกัน เกี่ยวกับกิจกรรมในช่วงต่อไป
"พี่เอกจะให้น้องเค้าเล่นดนตรีจริงๆเหรอคะ" พี่ผู้หญิงคนหนึ่งพูดกับพี่เอก และเรียกพี่เอกว่าพี่ แสดงว่าพี่เค้าต้องอยู่ชั้นปีที่สูงกว่าปีสองแน่ๆ
ท่าทางพี่ผู้หญิงจะดูไม่ค่อยเชื่อมั่นผมเท่าไหร่ มันยิ่งทำให้ผมประหม่าเข้าไปอีก
แต่พี่เอกก็ยื่นกีต้าโปร่งตัวหนึ่งมาให้ผม ผมลองจับ ลองตั้งสายดู มันก็เป็นกีต้าที่ใช้ได้ ผมใช้เวลาทำความคุ้นเคยกับมันครู่หนึ่ง แต่ก็เหลือบไปเห็นพี่สาวคนเมื่อกี้ยืนอ้าปากค้าง ขณะที่พี่เอกยืนยิ้มอยู่ข้างๆ
ก่อนแสดงพี่เอกเดินมาบอกว่าผมต้องปรับคุคให้ดูเป็นนักดนตรีมากกว่านี้ โดยการใช้เจลเซตผม แต่ด้วยความที่ผมของผมมันยาวไม่ทัน ผมก็เลยไม่รู้ว่าผมของผมมันกลายเป็นผมทรงใหม่ตรงไหน
และแล้วช่วงเวลาแห่งความตื่นเต้นของผมก็มาถึง การแสดงดนตรีครั้งแรกนอกแผ่นดินโรงเรียนของผม ท่ามกลางสายตาของเพื่อนๆพี่ๆ หลายร้อยคู่ จ้องมาผมเป็นจุดเดียว
กลองทอมบ้าที่พี่ใช้ประกอบจังหวะ ถูกยกมาตั้งข้างๆ บัดนี้ ตรงหน้าห้องโถง มีแต่ผม กีต้า1ตัว ไมค์ และเก้าอี้ แค่นั้น
"สวัสดีครับ เพื่อนๆทุกคน วันนี้ผมจะมาเล่นดนตรีให้เพื่อนๆฟังกันนะครับ" คำพูดที่โคตรจะเป็นทางการราวกับมายืนอ่านรายงานน่าห้องเรียนของ สร้างเสียงหัวเราะให้เพื่อนๆที่ฟังอยู่ หัวใจผมเต้นเร็วยิ่งขึ้น บางทีอาจจะเพราะรูปลักษณ์ที่ไม่เข้ากันของผมก็ได้มั้ง
เพลงแรก ผมตั้งใจจะร้องเพลงช้า แต่ด้วยความที่ผมจำคอร์ด กับเนื้อเพลงอื่นไม่ได้เลยนอกจากเพลงของวงพาราด็อกซ์ที่ผมชื่นชอบ ว่าแต่ว่าผมจะเลือกเพลงอะไรดีล่ะ
ระหว่างใช้ความคิดเนื่องจากไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน เพื่อนๆก็ต่างตบมือให้กำลังใจเพราะเงียบนานไปแล้ว สายตาผมก็พลันไปเห็นดาว ที่ยิ้มแต่ตบมือให้ผมเช่นกัน
ไม่รู้เพราะจิตใต้สำนึกหรือเพราะอะไร นิ้วของผมมันเริ่มขยับไปเอง ตลอดทั้งเพลงที่ผมเล่น "เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ" ของพาราด็อกซ์ ทุกคนต่างเงียบ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน แต่ผมก็ไม่สนใจ เพราะในตอนนี้ โลกทั้งโลก มันมีแต่ตัวผม กีต้า เสียงเพลง และดาว คนที่ทำให้ผมเลือกเล่นเพลงนี้เท่านั้นเอง
เสียงตบมือดังกึกก้อง พร้อมกับเสียงหวีดปากอย่างสะใจของเพื่อนๆ ซึ่งผมก็คาดไม่ถึงเหมือนกัน และเมื่อมองไปที่ดาว ดูเธอจะยิ้มอย่างมีความสุขกับเพลงทีเดียว แน่ล่ะก็เพราะผมตั้งใจร้องให้ดาวนี่นา
หลังจากนั้นผมก็เล่นอีกหลายเพลง แต่คราวนี้มีพี่ๆเพื่อนๆมาแจมด้วย ทำให้บรรยากาศมันสนุกขึ้น เอาเป็นว่าผมทั้งร้องทั้งเล่นจนเหนื่อยเลยทีเดียว
เมื่อผมเอสกีต้าไปคืนพี่เอก พี่เอกก็กลับขอโทษผมเป็นการใหญ่ เพราะจริงๆมันก็มีคนที่เล่นดนตรีได้หลายคนในรุ่นผม แต่ด้วยความเป็นเด็กเนิร์ดของผม พี่เค้าเลยอยากให้ผมออกมาโชว์แบบขำๆ แต่ไม่นึกว่าจะทำได้ดีขนาดนี้ พร้อมกับออกปากชวนให้ผมไปเข้าชมรมดนตรีกับพี่เค้าอีกด้วย
พอเสร็จกิจกรรม ระหว่างรอรถคณะมารับกลับหอ พวกพี่ๆผู้หญิงก็มาถามผมกันใหญ่ ถามว่าเล่นเพลงก้อนหินละเมอได้มั้ย ซึ่งผมไม่รู้จักเพลงนี้หรอก จึงได้ปฏิเสธไป ดูเหมือนพี่ๆะผิดหวังกันไป
แต่ผมก็มารู้ทีหลังจากเพื่อนที่เป็นพี่ซิ่ว ที่ซิ่วมาจากคณะอื่นว่า เพลงเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ กับเพลงก้อนหินละเมอ เป็นเพลงในตำนาน ที่มีคนเอาร้องจีบสาว ในเวลาเที่ยงคืนของวันเกิดเธอ ที่หอหญิง
ตอนนั้นผมก็ลองมานึกดู พรางมองไปที่ดาว ที่ตอนนี้เธอกำลังคุยกับเพื่อนของเธออยู่
ว่าถ้าในวันเกิดดาว ผมเล่นสองเพลงนี้แบบที่เพื่อนบอกมา เธอจะดีใจมั้ยนะ
.......................................
ตอนนี้แค่นี้ก่อน พรุ่งนี้จะมาแก้คำผิดครับ