เลิกกับแฟนกับแฟนเหตุผลไม่ชัดเจน

สวัสดีครับ เจ้าของกระทู้เป็น ชายรักชายครับ ผมจะมาแชร์ประสบการณ์ของผมเกี่ยวกับความรัก และอยากรู้ถึงมุมมองของหลายๆคนในกระทู้ครับ ย้อนไปเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ผมได้รู้จักกับผู้ชายคนหนึ่งชื่อ ต้า ครับ ในขณะเดียวกันช่วงนั้นเขากำลังคุยกับผู้หญิงอยู่ครับ และเขาไม่กล้าเปิดเผยตัวตนเขาจึงได้คุยกับผมไว้เพื่อจะเป็นที่ปรึกษา เขาบอกว่าคุยกับผมแล้วรู้สึกสบายใจไม่อึดอัด ต่อมาผมก็ทำให้เขากล้าที่จะเป็นตัวเองมากขึ้นครับ เพราะการที่เขายื้อ ผญ คนหนึ่งไว้ระยะกว่า 2 ปี ทั้งๆที่เขาก็ไปมีอะไรผู้ชายคนอื่น ผมจึงเห็นว่ามันไม่สมควรและให้เขาปล่อยผู้หญิงคนนั้นไปครับ ส่วนตัวของผมเองผมพึ่งเลิกกับแฟนผู้หญิงมาด้วยสาเหตุที่กระทบจิตใจพอสมควรครับ หลังจากเหตุการณ์นี้เขาจึงขอเราคบในขณะดูภาพยนตร์ ที่ พรก ซึ่งในตอนนั้นผมก็รีบตอบตกลงไปโดยไม่ทันคิด และเรื่องต่างๆมันก็เริ้มสนุกขึ้นในตอนนี้ครับ ในขณะที่เราพึ่งเริ่มคบกันเรารู้สึกดีต่อกันมากเราอยากที่จะอยู่ด้วยกันตลอดเวลาครับ โดยตัวผมเองก็เรียนอยู่ไกลจาก มหาวิทยาลัยของเขาพอสมควรครับ ตัวผมเองเรียนอยู่ มหาวิทยาลัยหนึ่งย่านบางบ่อ ส่วนตัวเขาเอง เรียนอยู่มหาลัยหนึ่งย่านสยาม และ สยามคือจุดนัดพบของเราในทุกๆครั้งครับ ต่อมาเรารู้สึกอยากอยู่ด้วยกันมาก ประกอบกับในช่วงเวลานั้นผมไม่มีเรียนทั้งอาทิตย์ครับ และ เขาอายุมากกว่าผมและกำลังจะจบ เขาก็มีเพียงแค่ต้องอ่านหนังสือไปสอบ เราจึงตัดสินใจไปเปิดโรงแรมอยู่ด้วยกันตลอดทั้งสัปดาห์ เพราะด้วยความที่อยากอยู่ด้วยกันตลอดเวลา ฟังดูทั้งหมดเรื่องมันอาจจะดูรักกันดีนะครับ แต่พอมาอยู่ด้วยกันทำให้ผมค้นพบความจริงบางอย่าง ที่ผมเสียมารยาทแอบมองรหัสโทรศัพท์ของเขาโดยที่เขาไม่รู้ตัว ใช่ครับ ผมได้แอบเปิดดูโทรศัพท์ของเขา การเปิดโทรศัพท์ครั้งนี้ทำให้ผมดบความจริงว่า เขาคุยกับคนอื่นๆอยู่เยอะมากๆ คุยในที่นี้ไม่ใช่ในฐานะเพื่อนครับ แต่เป็นการ " ส่งรูปกล้วย" และ แอบช่วยตัวเอง ผ่านกล้องซึ่งกันและกันครับ ที่ช็อคไปกว่านั้นคือ เขานัดอยากมีอะไรกับคนอื่น ในขณะนั้นเองผมจึงขอหยุเความสัมพันธ์กับเขาลงในนาทีถัดมา ผมได้เดินออกจากห้องเพื่อจะเดินทางกลับห้องของตัวเอง แต่ขณะทันใดนั้นเขาเรียกผมกลับไปเพื่อฟังเหตุผม ผมจึงตัดสินใจที่จะกลับไป เพราะโดยส่วนตัวผมจะต้องรู้ก่อนว่าคนคนนี้ทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร จะชอบเป็นคนถามเชิงลึกเพื่อให้ได้องค์ประกอบของความคิดครับ แต่พอกลับไปเขาไม่มีเหตุผลที่จะพูดด้วย และก้มลง กราบเท้าขอโทษผม ในห้องของโรงแรมครับ และเข้ามากอดผมร้องให้บอกว่า อย่าไปได้ไหมจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว ซึ่งในชีวิตผมมีแฟน ไม่เคยมีแฟนคนไหนที่จะกล่าวขอโทษผมในรูปแบบนี้ และก็ทำให้ผมเชื่อ ว่าเขารักผมจริงๆ อันนี้คือครั้งที่1 ครับ เราใช้ชีวิตมีความสุขกันต่อมาถึง สามสัปดาห์ครับ เขาเริ่มที่จะแอบคุยกับคนอื่นอีกครั้งครับ โดยครั้งก่อนสัญญาไว้ว่าจะไม่ทำแล้ว ในครั้งนี้ข้อความที่คุยกันยังคงเป็นการนัดอยากไปมีอะไรกันครับ และทำให้ผมรู้สึกรับไม่ได้และเลิกห่างกันไป สองสัปดาห์ครับ และเราเริ้มนับวันคบกันใหม่ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์เพื่อเป็นการเตือนใจกันว่านี่แหละวันแห่งความรักที่เราจะเริ่มต้นมีรักที่บริสุทธิ์ให้ต่อกัน ผมเองพยายามจะเชื่อครับว่าความรัก ช-ช ครั้งแรกของผมมันต้องประสบความสำเร็จ ในแต่ละครั้งที่มีปัญหาแบบนี้มา ผมจะถามถึงเหตุผลของมันตลอดครับและครั้งนี้เขาให้เหตุผลกับผมว่า เขาเหงา ผมไม่ค่อยตอบไลน์เขา ผมจึงเปลี่ยนตัวเองครับให้เป็นคนตอบไลน์บ่อยขึ้นทั้งๆที่ไม่ใช่นิสัยของผมเอง เราใช้ชีวิตด้วยความระแวงอีกคนมาอีกหกเดือน และคำถามติดปากผมคือจะถามเขาว่า รักเราไหม ?  ไม่มีใครใช่ไหม?  ผมถามตัวเองทำไมผมไม่เลือกที่จะเดินออกจากชีวิตเขาตั้งแต่แรก โอเคไม่เป็นไรเรื่องแค่นี้เอง เราขอศรัทราด้วยความรักสีม่วงแล้วกัน ในช่วงที่เราคบเดือนที่3 ผมเริ่มงี่เง่าเหมือนเป็นปฎิกิริยาที่เรียกร้องความสนใจ โดยชอบพูดว่าเราเลิกกันปะ ? สิ่งที่ผมต้องการคำตอบคือ ไม่เลิกจะเลิกทำไม การที่ผมได้ยินแบบนี้ผมรู้สึกสบายใยว่าเขายังจะอยู่กับผม อยากอยู่กับผมในทุกๆวัน ผมเป็นแบบนี้มา 1 เดือน และผมก็เลิกถามคำถามงี่เง่าพวกนิน และใช้ชีวิตกันอย่างมีความสุข จนเข้าเดือน 6 เขาต้องมาฝึกงาน และที่ฝึกงานเขาใกล้ๆกับหอผมเพราะตัวเขาเรียนด้าน วศว และต้องฝึกงานเกี่ยวกับประเภทโรงงาน ใช้ชีวิตด้วยกันและเขาก็แอบคุยกับคนอื่นอีกครั้งครับ โดยครั้งนี้ให้เหตุผลว่า ผมชอบพูดว่าเลิกกันไหม ซึ่งเรื่องมันตั้งแต่เดือน 3 และผมเลิกพูดมากว่าสามเดือนแล้วครับ ผม งง ครับทำไมเขามีคนอื่นผมไม่เคยที่จะเอามาพูดรื้อฟื้นเลยในขณะนั้น ตอนนี้ผมเริ่มรู้สึกกดดันมากครับ โดยเรื่องที่ผมเจอผมไม่สามารถพูดกับใครได้ พูดไปก็อายครับ และเพื่อนๆก็ไม่ได้รู้ว่าผมมีแฟนเป็นผู้ชายครับตอนนี้ มันทำให้ผมรู้สึกกดดันอยู่ในใจ และคิดมากในทุกๆวันครับ การนอกใจครั้งที่สามของผมก็ให้อภัย ร้องให้และพูดกับเขาด้วยถ้อยคำที่หวานตลอดมา ผ่านมาอีกสองเดือน ในระหว่างผมทำอาหารให้เขาทานอยู่นั้น เขาทิ้งมือถืแไว้และไปเข้าห้องน้ำ ผมจึงมองแบบไม่ได้ตั้งใจ แต่กลับเห็นส่งรูปกล้วยให้กันอีกแล้ว และถามเขาว่านี่คืออะไร และยังรักเราอยากอยู่กับเราอยู่หรือเปล่า เขาตอบยังเหมือนเดิมรักและอยากอยู่ด้วย ผมกลับไปทำอาหารต่อและผมร้องให้รู้สึกกดดันมากว่า 8 เดือนโดยเรื่องของผมระบายกับใครไม่ได้เลย ผมเป็นคนไม่เคยให้โอกาสกับใครเยอะขนาดนี้ครับ และเขาเป็นคนเดียวที่ได้รับมันและผมเริ่มเปลี่ยนตัวเองไปด้านมืดก็ครั้งนี้แหละครับ ผมโยนตะหลิวพาสติกใส่เขาพร้อมกับร้องให้ และเริ่มตะคอก มิงจะเอายังไงกับคู มิงพูดมา ห๊ะ คือมิงอยากตายมากใช่ปะทำคูเจ็บและอดทนกับมิงมากี่รอบละ ครั้งนี้เขาไหว้ขอผมอย่าทำร้ายเขาเลย เขาผิดไปแล้ว ครั้งนี้แค่นี้นะ ถ้ามีครั้งแต่ไปเจอกัน
ผมขออนุญาตไปอาบน้ำก่อนนะครับ เดียวไปเปิดคอมพิมพ์ต่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่