ทำยังไงให้แม่รับฟังเรา และเชื่อเราบ้าง

เอาตัวอย่างเหตุการณ์ใหญ่ๆเลยนะคะเพื่อไม่ให้กระทู้ยาวและยืดเยื้อ

1. ตอนเข้ามหาลัย เราสมัครเรียนมหาลัยเอกชน คณะสถาปัตย์ พอเรื่องรู้ถึงหูชาวบ้านเท่านั้นแหละ “เรียนทำไม แพงก็แพง”, “เป็นผู้หญิงทำไมเรียนอันนี้ มีแต่ผู้ชายเค้าเรียนกันนะ”, “จบไปหางานยากนะ” อีกหลายๆประโยคบลาๆ เรานี่ได้แต่แบะปากแล้วอยากด่ายิ้ม แต่แม่เราดันเอากับเค้าด้วยไง บลัฟเราทุกทาง ไม่อยากให้เราเรียน เพียงเพราะข้างบ้านบอกมา บวกกับคอยเป่าหูตลอดว่ามันแพงพ่อไม่ส่งๆๆๆ จนเรารำคาน เอาวะ รามก็ราม (ตอนนั้นเป็นช่วงพ่อกับแม่เริ่มแยกกันอยู่ใหม่ๆ)

2. ช่วงก่อนเรียนจบเราอยากไป Work and Travel เราเลยหาข้อมูลให้มากที่สุดว่ามันเป็นอย่างไง แล้วพรีเซ็นแม่ประหนึ่งว่ากำลังจะพรีเซ็นงานเพื่อเลื่อนตำแหน่ง พอเราบอกแม่ แทบไม่ต้องรอคำตอบก็รู้ว่าแม่ตอบอะไร 55555 ก็เลยโอเค ไม่ไปก็ไม่ไป เราเลยไปบ่นๆกับน้าข้างบ้านคนนึงที่คอยเข้าข้างเราว่าอยากไปจัง พอน้าคนนี้มาคุยกับแม่เราเรื่องนี้ เอ้า สรุปให้ไปเฉยยย WTF!!!

3. พ่อจะซื้อรถให้ แม่เราเชียร์รถยี่ห้อตลาดสุดใจขาดดิ้น เพียงเพราะไม่มีข้างบ้านใช้รถที่เราจะเอา ซึ่งแปลว่าไม่ดี เราเลยไปหาน้าฝ่าย support น้าคนนี้ก็เลยมาพูดให้ ประโยคเดิมที่เราพูดเป๊ะเลย แม่เลยยอมให้ซื้อ

4. เราจะเรียนโท แม่เราค้านหัวชนฝา บอกว่าจะเรียนทำไมนักหนา ตรีก็จบแล้ว เราเลยพยายามหาตังค์ค่าเทอมอย่างหนักเพื่อไม่ให้กระทบเค้า รับงานนอก ทำงานหามรุ่งหามค่ำ จนน้าคนนั้นสงสาร เค้าเลยมาคุยกับแม่ แม่ถึงอนุญาตให้เรียนแล้วเปลี่ยนเป็นส่งเราเรียนแทน

5. ตอนที่เราจะออกจากงาน เพราะมีปัญหากับคนคนนึงที่ชอบจับผิดคอยหาเรื่องเราที่ออฟฟิส แม่เราก็จะบอกตลอดให้ทนเอานะ  ไปที่ไหนก็มีคนแบบนี้ ไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจครั้งนี้ เราเลยลองปรึกษากับน้าคนนั้นหรือเราผิดเองที่ไปมีปัญหากับเค้า น้าคนนั้นก็เลยบอกที่เราทำอ่ะดีแล้ว อยู่ไม่ได้ก็ออก แม่เราถึงจะโอเคกับการลาออกงานครั้งนั้น

6. แถวบ้านมีตัวแทนขายตรงยี่ห้อหนึ่งย้ายมาอยู่ในหมู่บ้าน เทียวมาหลอกขายสินค้าแม่เรา เราก็เตือนแม่ด้วยความหวังดี หาข้อมูลทุกอย่างมีชี้แจง คือเราไม่ได้บอกว่าของไม่ดีนะ แต่บอกว่าระดับราคาขนาดนี้กินของแบรนด์อื่นดีกว่าไหม แม่เราก็สวนกลับมาตลอดว่า นี่ความสุขแม่ ตังค์แม่ แม่จะดูแลตัวเองไม่ต้องมายุ่ง เราก็โอเค ไม่ฟังเราไม่เป็นไร หลักร้อย หลักพันนิดๆปล่อยเค้าไป ความสุขของเค้า

7. ล่าสุดป้าขายตรงนี้มาขายเครื่องกรองน้ำราคาหลักหมื่นให้แม่ มาตื๊อขายแม่เราบ่อยมาก ที่สำคัญจะมาตอนช่วงลูกๆไม่อยู่บ้าน รู้ตัวอีกทีคือยกเครื่องมาติดตั้งให้แล้ว เรานี่โมโหเลย ทั้งๆที่ที่บ้านพึ่งติดเครื่องกรองน้ำไปไม่กี่ปี เราไม่อยากเคลียร์กับคนภายนอก เราอยากเริ่มที่ตัวแม่เรา พอเราพูด แม่เราก็คิดว่าเราไปด่าแม่โง่ ต้องให้ลูกคอยมาสั่งสอน เราเลยเสนอว่าเราออกไปอยู่ข้างนอกดีไหม แล้วกลับมาเสาร์อาทิตย์ แยกกันอยู่ เพื่อลดปัญหาให้น้อยลง แต่กลับกลายเป็นว่าคิดว่าเราทิ้งเค้า เที่ยวไปปรึกษาคนนู่นคนนี้ว่าลูกไม่รัก ลูกทิ้ง

ที่เกริ่นๆมานี่คือเรื่องใหญ่ๆ ยังไม่รวมเรื่องยิบย่อย แล้วเรื่องก็จะเป็นแบบนี้มาตลอด
เราพูดอะไร แม่จะไม่ฟัง และไม่เคยมีท่าทีจะรับฟังหรือเชื่อแต่พอคนอื่นพูดกลับเชื่อแบบสนิทใจ

เราเคยพยายามปรับจูนคุยกับแม่เรื่องนี้หลายครั้ง แต่ทุกครั้งแม่เราจะอารมณ์มาเลย โมโห ปรี๊ดแตก แล้วด่าเราให้ชาวบ้านเค้าได้ยิน
คือตอนนี้เราหมดปัญญาแล้ว เราน้อยใจทุกครั้ง ได้แต่คิดแง่ดีว่าอาจเพราะแม่เค้ายังเห็นเราเป็นเด็กเสมอเค้าเลยไม่เชื่อ แต่คือแล้วทำไมต้องเชื่อไอ่คำพูดของเด็กคนนี้ที่ออกมาจากปากคนอื่นละ

เราควรจัดการพฤติกรรมนี้ของเรากับแม่ยังไง หรือว่าผู้สูงอายุส่วนมากมักจะเป็นแบบนี้ เราจะได้มองว่ามันคือเรื่องปกติ แปลกที่ตัวเราเองที่รับไม่ได้แล้วคอยไปมีปัญหากับเค้า

ปล. หลายคนๆที่เราปรึกษามักจะตอบว่ายังไงเค้าก็แม่ ยอมๆไปเถอะ ใช่ค่ะ เรายอม แต่ยิ่งยอมเราเสียความรู้สึกที่มันยากจะกู้กลับคืนมา เราอยากจบปัญหานี้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่