สวัสดีค่ะ หลายๆท่านคงสงสัยและงุนงงว่า เฮ้ยทำไมฉันถึงต้องมาเขียนอะไรแบบนี้ ซึ่งมันอาจส่งผลไม่ดีกับตัวเอง แต่ฉันกลับคิดว่าบางทีอาจเป็นประโยชน์กับผู้อื่นก็ได้นะคะ ฉันจึงกล้าที่จะมาเขียนกระทู้นี้ และด้วยฉันคิดเสมอว่า เราไม่สามารถปิดบังความจริงได้ หากเรากล้าทำเราก็ต้องกล้ายอมรับและแก้ไข ซึ่งฉันได้ทำมาอย่างเสมอ แต่มันจะมีประโยชน์อันใดเล่า ???? ฉันจึงตัดสินใจเขียนกระทู้เพื่อเตือนสติแก่ทุกคน และผู้ที่เข้ามาอ่านกระทู้นี้ ซึ่งอ่านหัวข้อกระทู้ ก็คงงุนงงว่ามันเกี่ยวอะไรกับสิ่งที่ฉันเขียนฟร่ะ???? ลองอ่านดูก่อนแล้วกันนะคะ คุณจะทราบว่าฉันเขียนหัวข้อได้ตรงที่สุดแล้วค่ะ
ฉันป่วยค่ะ ป่วยเป็น ไบโพลา หรือ อีกชื่อที่คนมักจะเรียกว่า อารมณ์สองขั้ว ฉันในตอนนี้อยากจะมาเล่าเรื่องราวชีวิตกว่าที่จะมีวันนี้ วันที่ฉันอารมณ์ดี และยิ้มได้ พร้อมกับมีความกล้าที่จะเขียนกระทู้นี้ ในพันทิปอีกครั้ง ฉันต้องพบเจอกับสิ่งใด และปัญหาเกิดขึ้นได้อย่างไร และควรทำอย่างไร??? ไปอ่านกันเลยดีกว่าค่ะ
เมื่อครั้งฉันได้รับการรักษาจากที่อื่น ฉันยังคงมีอาการไบโพลาอย่างรุนแรง คุณพ่อและคุณแม่ต้องคอยซัพพอทจิตใจฉันโดยที่ในบางคราวฉันนั่งร้องไห้อย่างกับคนบ้าโดยไร้สาเหตุ โลกที่ฉันมองเห็นช่างไม่สดใสเอาเสียเลย มันดูสีเทา ดูทึมๆ หม่อนหมอง ยิ่งทำให้จิตใจของฉันเสมือนคนไร้ความหวังในการที่จะมีชีวิตในวันต่อไป ฉันรับยาเพื่อรักษาอาการ โดยบางครั้งจะมีอาการแทรกซ้อนเข้ามาเสมอ เช่น หน้ามืด วูบ มือสั่น และหงายหลังล้มลง โดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งคุณหมอที่ฉันรับการรักษา รวมถึงเภสัชกร ได้วินิจฉัยถึงอาการเหล่านี้ โดยรวมว่า อาจมีสาเหตุมาจากการรับยาในบางส่วน แต่ส่วนที่หงายหลังล้มและมีอาการชักในบางครั้งนั้น มันคงจะเกี่ยวกับระบบประสาทในสมองฉันเสียมากกว่า หมอได้ทำการปรับยาไปมาเพื่อให้ได้ผลกับการรักษาฉันมากที่สุด แต่ถึงกระนั้นความหวังที่จะหายจากการป่วยของฉันก็ไร้คำตอบที่จะกำหนดระยะเวลาที่รักษาได้อย่างชัดเจน ฉันรักษาทางโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง โดยได้คุยกับคุณหมอจิตแพทย์ในเวลา เกือบๆสามชั่วโมง เพียงครั้งเดียว ซึ่งแน่นอนมันทำให้ฉันมีความหวังและดีขึ้นในคราวแรก แต่พอผ่านพ้นระยะเวลาไปมันกลับมาสิ้นหวังอีกครั้ง ฉันถูกแฟนทิ้ง ฉันสูญเสียความสามารถในการทำงาน ฉันคนที่ใครๆอยากเป็น ใครๆต่างอิจฉา ที่ฉันเก่งและมีชีวิตที่ดีเพรียบพร้อม ต้องมาจบกับการป่วยแบบนี้ ฉันยอมรับว่าฉันใช้สารเสพติดเพื่อระงับอาการแปลกๆของฉัน ที่ฉันไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นกับจิตใจฉันได้อย่างไร มันรู้สึกเหงาแสนเหงาทั้งๆที่มีคนรายล้อมมากมาย ฉันรู้สึกไร้ค่าทั้งๆที่ผู้คนต่างชื่นชมในตัวฉัน ฉันเริ่มเก็บตัวไม่อยากออกไปสู่โลกภายนอกมากเท่าไหร่นัก เพราะฉันอึดอัดเวลาที่ต้องอยู่กับคนเยอะๆ ทั้งๆที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มันค่อยๆทำให้ฉันเปลี่ยนไป จนฉันกลายเป็นคนเงียบๆ แต่ก็อยู่คนเดียวไม่ได้ และแน่นอนสิ่งเดียวที่ช่วยให้ฉันมีความสุขและสามารถทำงานได้ปกตินั้นก็คือ การใช้สิ่งเสพติต และสิ่งนั้นเองที่เป็นการสร้างจุดเริ่มต้นของเหตุแห่งปัญหาทั้งปวงที่กระทบต่อจิตใจและชีวิตจนทุกวันนี้ มันนานที่เดียวที่ฉันใช้มัน บางคราวฉันใช้มันทั้งน้ำตา ซึ่งฉันไม่สามารถมองโลกให้สวยงามได้ ถ้าไม่มีมัน แต่จิตใต้สำนึกของฉันมักจะบอกกับตัวเองว่า ฉันไม่อยากเป็นแบบนี้ ฉันไม่อยากติดยา ฉันไม่อยากแม้แต่จะทำให้พ่อแม่หรือคนที่ฉันรักเสียใจ ชีวิตฉันพังทลาย งานมีปัญหา ชีวิตไร้หนทาง โดนคนที่เรียกว่าพี่ น้อง เพื่อน คนร่วมงาน ทำร้ายจิตใจฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า แทบไม่เหลือใครเลย ที่จะมองเห็นว่าฉันทำงานหนักเพื่อดูแลทุกคน ฉันทำงานแทบไม่ได้หลับได้นอน จนในครั้งหนึ่งฉันถึงกับปัสวะออกมาเป็นเลือด เนื่องจากฉันมัวแต่ทำงาน จนทำให้ฉันต้องนอนป่วยลุกไม่ได้เกือบอาทิตย์ แต่อย่างน้อยต้องขอบคุณสวรรค์ที่ยังเมตตราฉันให้พอยังมีคนที่จิตใจดี เข้ามาดูแลฉัน ฉันพยายามฆ่าตัวตายหลายครั้ง แต่ทุกครั้ง มันก็กลับไม่ตาย ไม่สำเร็จเลย นั่นถือว่าโชคดีสำหรับฉันมากในตอนนี้ที่ฉันไม่ตายในตอนนั้น ในเมืองหลวงที่กว้างใหญ่ ฉันแทบไม่เหลือใครที่เข้าใจ และให้กำลังใจ รับรู้ปัญหา และยอมรับในสิ่งที่ฉันเป็น คอยดูแลฉัน ช่วยเหลือฉันเลย นอกเสียจาก คู่รักสองคู่ ที่ช่วยเหลือและอยู่ข้างฉันมาตลอดเกือบหนึ่งปี ฉันใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว ฉันอยากกลับบ้าน ฉันคิดถึงพ่อคิดถึงแม่ แต่สภาพปัญหาทุกอย่าง สิ่งที่ฉันต้องรับผิดชอบ แม้ฉันจะไม่ได้ทำไม่ได้ก่อขึ้น ฉันต้องแบกรับปัญหาทั้งหมดไว้เพียงผู้เดียว จนมันถึงจุดที่มันไม่ไหวแล้วจริงๆ ฉันขอกลับบ้าน และแบกปัญหาทั้งหมด กลับไปพึ่งบุคคลที่มีพระคุณกับฉันมากที่สุดในชีวิต นั่นก็คือพ่อและแม่ของฉันเอง เงินเก็บฉันทั้งหมดที่มี ถูกนำไปใช้โดยไร้ประโยชน์ โดยคนที่ฉันรักและดูแล เสมือนครอบครัวฉันเอง ฉันทำและยอมทุกอย่าง เพราะฉันไม่อยากถูกทิ้งให้อยู่ลำพัง ก็เท่านั้นเอง เงินที่ฉันเก็บเพื่อจะสร้างบ้านให้พ่อแม่ฉัน เงินที่จะนำมาปรับปรุงการทำงาน และไม่ต้องทำให้พ่อแม่ต้องเหนื่อยอีกต่อไป นั้นได้หมดลง จนฉันเหลือแต่ตัวกลับมาอยู่บ้านเกิดของฉัน และแล้วฉันก็ต้องเจอกับปัญหาหนัก งานที่ทำมีปัญหา ถึงขั้นต้องขึ้นศาล ทั้งๆที่ฉันเหน็ดเหนื่อยกับการทำงานทุกอย่าง ทุ่มเทกับการทำงานทุกอย่าง ฉันไม่ขอพูดถึงต้นเหตุแห่งปัญหาว่าเกิดมาจากสิ่งใด แต่นั่นฉันขอรับเอง ขอแบกรับทั้งหมดเพราะฉันต้องรับผิดชอบในงานที่ฉันรับมาและเป็นงานที่ฉันรักด้วย ฉันกลับมาอยู่บ้าน คุณพ่อคุณแม่ใช้เงินที่ท่านมีเคลียร์ปัญหาเกือบทั้งหมดแต่ไม่ทั้งหมดจนแทบไม่เหลืออะไร ฉันใช้ชีวิตอย่างไร้จุดหมาย ยังคงเสี่ยงใช้ชีวิตอย่างไม่ระมัดระวัง ฉันไม่ดื่มเหล้า ฉันไม่ชอบเที่ยวผับบาร์ ฉันแค่เหงา ฉันจึงต้องการอยู่กับเพื่อน และมีเพื่อนเยอะๆ เพื่อให้ทุกคนรักฉัน ฉันยอมทำในสิ่งที่ฉันไม่อยากทำ( ขอไม่กล่าวถึงนะคะ) ฉันใช้ชีวิตวันต่อวัน เข้าบ้านและก็ออกบ้าน แทบไม่อยู่บ้าน ฉันรู้ฉันทำให้พ่อกับแม่ทุกข์ใจแค่ไหน แต่สิ่งเดียวในขณะนั้นที่ฉันคิด คือ ฉันไม่ห่วงชีวิตฉัน จะตายอย่างไรก็ไม่แคร์อีกต่อไป ฉันไม่อยากให้พ่อกับแม่ต้องลำบากเพราะฉันอีกต่อไป ฉันจึงเลือกที่จะทำอย่างไรก็ได้ให้ฉันหายไปจากโลกนี้ไวๆ เพื่อที่ท่านจะได้ไม่ต้องทนทุกข์กับลูกสาวเพียงคนเดียว ความหวังเดียวของท่าน ลูกสาวที่เป็นคนน่ารักสดใส เป็นคนเก่ง เป็นคนที่ใครๆต่างก็รักและชื่นชม ทำให้ท่านต้องน้ำตาตกอีกต่อไป ฉันจึงได้ใช้ชีวิตแบบที่จะทำอย่างไรก็ได้ให้ฉันหายไปจากโลกนี้ให้ไวที่สุดก็เท่านั้นเอง แต่แล้ววันหนึ่งฉันก็พบกับคนๆหนึ่ง ที่เปลี่ยนโลกใบเดิม โลกที่ฉันเหมือนอยู่คนเดียวในโลกใบนั้นทั้งๆที่มีผู้คนมากมายรายล้อม แต่ฉันกลับรู้สึกเหงาและโดดเดี่ยว ค่ะและคนๆนั้น ก็คือ แฟน(เก่า) ของฉันเอง ฉันพยายามเลิกยา พยายามทำทุกอย่างเพื่อกลับมามีชีวิตแบบเดิม อยากมีวันพรุ่งนี้ อยากมีครอบครัวที่ดีๆ อบอุ่น อยากมีชีวิตอยุ่ไปนานๆกับพ่อแม่และแฟน แต่ปัญหาที่สะสมตามมา มันกลับทำให้ชีวิตฉันพังพินาทลง ฉันขอไม่กล่าวถึงเหตุทั้งหมด และต้นเหตุแห่งปัญหา ฉันขอรับผลที่มันเกิดขึ้นทุกอย่างไว้ จนทำให้ระหว่างครอบครัวเรามีปัญหา ฉันเริ่มมีปัญหากับแฟน (เขาไม่ผิดนะคะ เขาต้องมาแบกรับปัญหา ทั้งหมดที่ติดตัวฉันมา และช่วยฉันหลายๆอย่าง เพียงแต่หลายๆอย่างสิ่งที่ทำให้เขาทิ้งฉันไปเกิดเพราะตัวฉันเอง เพราะฉันเองที่ถูกมองว่าไม่ดีอย่างไร ก็คงไม่ดีอย่างนั้น ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง เพราะเขาเชื่อในคำบอกเล่าของคนที่ฉันคิดว่าสนิทที่สุดในตอนนั้น แต่คนๆนั้นกลับทำร้ายฉัน อย่างไม่คิด ว่าสิ่งที่เขาทำนั้น มันทำร้ายฉันเพียงใด ฉันอยากถามในตอนนี้เหลือเกินหากมีโอกาส ว่า "ฉันไปทำอะไรให้เธอ ฉันดีกับเธอทุกอย่าง เธอทำลายชีวิตฉันทำไม?" แต่มันคงไม่มีโอกาสอีกแล้วเพราะถามไป เขาก็ไม่กลับมาแน่นอน ปัญหาระหว่างเรา ขอเก็บไว้นะคะ เพราะฉันกำลังทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อให้เขาทราบว่าฉันเป็นคนเช่นไร เป็นคนแบบที่น้องสนิทของฉันได้ว่าร้ายฉันหรือไม่ ) ขอจบเรื่องแฟนไว้แต่เพียงเท่านั้น มาพูดถึงช่วงชีวิตที่ฉันอยากบอกกล่าวต่อดีกว่าค่ะ ...
ฉันรู้สึกแปลกๆมากขึ้นทุกวัน ในบางครา ฉันอารมณ์ร้าย บางคราฉันมีความฮึดสู้ห้าวหาญในการทำงานเป็นอย่างมาก แต่ในบางคราวฉันกลับนั่งร้องไห้อย่างบ้าคลั่ง ฉันเริ่มกลับมาเป็นเหมือนเมื่อครั้งก่อนอีกครั้ง จนพี่ที่ฉันสนิทและรู้จักฉันมานานนับสิบปี มาคุยกับฉันตรงๆ ว่า "เฮ้ยแก แกเคยสังเกตุตัวเองหรือเปล่า พี่สังเกตุมาตลอดนะ ที่เงียบๆ นิ่งๆ นั้นพี่อ่านความรู้สึกแกจากการโพสสเตตัสบนเฟสบุ๊ค พี่ว่าแกป่วยเป็นไบโพลาหรือเปล่า " เท่านั้นแหล่ะฉันปล่อยโฮ ยอมรับว่าฉันป่วย ทั้งๆที่จริงแล้ว ฉันป่วยมานานมาก เพียงแต่ฉันเลือกที่จะเก็บกดมันไว้ จนกระทั่งพี่มาทักและถามฉัน " พี่รู้ด้วยเหรอว่าน้องไม่สบาย ทำไมทุกคนไม่รู้ ทำไมคนใกล้ตัวน้องไม่เคยรู้ ไม่เคยเข้าใจ " จากนั้นพี่ก็คุยกับฉันในขณะที่ฉันพูดระบายไปร้องไห้ไป ถึงปัญหาทุกอย่าง และตัดสินใจ จะไปหาหมอจิตแพทย์เพื่อรับการรักษาให้ไวที่สุด
ด้วยรักที่มากกว่ารัก.....
ฉันป่วยค่ะ ป่วยเป็น ไบโพลา หรือ อีกชื่อที่คนมักจะเรียกว่า อารมณ์สองขั้ว ฉันในตอนนี้อยากจะมาเล่าเรื่องราวชีวิตกว่าที่จะมีวันนี้ วันที่ฉันอารมณ์ดี และยิ้มได้ พร้อมกับมีความกล้าที่จะเขียนกระทู้นี้ ในพันทิปอีกครั้ง ฉันต้องพบเจอกับสิ่งใด และปัญหาเกิดขึ้นได้อย่างไร และควรทำอย่างไร??? ไปอ่านกันเลยดีกว่าค่ะ
เมื่อครั้งฉันได้รับการรักษาจากที่อื่น ฉันยังคงมีอาการไบโพลาอย่างรุนแรง คุณพ่อและคุณแม่ต้องคอยซัพพอทจิตใจฉันโดยที่ในบางคราวฉันนั่งร้องไห้อย่างกับคนบ้าโดยไร้สาเหตุ โลกที่ฉันมองเห็นช่างไม่สดใสเอาเสียเลย มันดูสีเทา ดูทึมๆ หม่อนหมอง ยิ่งทำให้จิตใจของฉันเสมือนคนไร้ความหวังในการที่จะมีชีวิตในวันต่อไป ฉันรับยาเพื่อรักษาอาการ โดยบางครั้งจะมีอาการแทรกซ้อนเข้ามาเสมอ เช่น หน้ามืด วูบ มือสั่น และหงายหลังล้มลง โดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งคุณหมอที่ฉันรับการรักษา รวมถึงเภสัชกร ได้วินิจฉัยถึงอาการเหล่านี้ โดยรวมว่า อาจมีสาเหตุมาจากการรับยาในบางส่วน แต่ส่วนที่หงายหลังล้มและมีอาการชักในบางครั้งนั้น มันคงจะเกี่ยวกับระบบประสาทในสมองฉันเสียมากกว่า หมอได้ทำการปรับยาไปมาเพื่อให้ได้ผลกับการรักษาฉันมากที่สุด แต่ถึงกระนั้นความหวังที่จะหายจากการป่วยของฉันก็ไร้คำตอบที่จะกำหนดระยะเวลาที่รักษาได้อย่างชัดเจน ฉันรักษาทางโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง โดยได้คุยกับคุณหมอจิตแพทย์ในเวลา เกือบๆสามชั่วโมง เพียงครั้งเดียว ซึ่งแน่นอนมันทำให้ฉันมีความหวังและดีขึ้นในคราวแรก แต่พอผ่านพ้นระยะเวลาไปมันกลับมาสิ้นหวังอีกครั้ง ฉันถูกแฟนทิ้ง ฉันสูญเสียความสามารถในการทำงาน ฉันคนที่ใครๆอยากเป็น ใครๆต่างอิจฉา ที่ฉันเก่งและมีชีวิตที่ดีเพรียบพร้อม ต้องมาจบกับการป่วยแบบนี้ ฉันยอมรับว่าฉันใช้สารเสพติดเพื่อระงับอาการแปลกๆของฉัน ที่ฉันไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นกับจิตใจฉันได้อย่างไร มันรู้สึกเหงาแสนเหงาทั้งๆที่มีคนรายล้อมมากมาย ฉันรู้สึกไร้ค่าทั้งๆที่ผู้คนต่างชื่นชมในตัวฉัน ฉันเริ่มเก็บตัวไม่อยากออกไปสู่โลกภายนอกมากเท่าไหร่นัก เพราะฉันอึดอัดเวลาที่ต้องอยู่กับคนเยอะๆ ทั้งๆที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มันค่อยๆทำให้ฉันเปลี่ยนไป จนฉันกลายเป็นคนเงียบๆ แต่ก็อยู่คนเดียวไม่ได้ และแน่นอนสิ่งเดียวที่ช่วยให้ฉันมีความสุขและสามารถทำงานได้ปกตินั้นก็คือ การใช้สิ่งเสพติต และสิ่งนั้นเองที่เป็นการสร้างจุดเริ่มต้นของเหตุแห่งปัญหาทั้งปวงที่กระทบต่อจิตใจและชีวิตจนทุกวันนี้ มันนานที่เดียวที่ฉันใช้มัน บางคราวฉันใช้มันทั้งน้ำตา ซึ่งฉันไม่สามารถมองโลกให้สวยงามได้ ถ้าไม่มีมัน แต่จิตใต้สำนึกของฉันมักจะบอกกับตัวเองว่า ฉันไม่อยากเป็นแบบนี้ ฉันไม่อยากติดยา ฉันไม่อยากแม้แต่จะทำให้พ่อแม่หรือคนที่ฉันรักเสียใจ ชีวิตฉันพังทลาย งานมีปัญหา ชีวิตไร้หนทาง โดนคนที่เรียกว่าพี่ น้อง เพื่อน คนร่วมงาน ทำร้ายจิตใจฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า แทบไม่เหลือใครเลย ที่จะมองเห็นว่าฉันทำงานหนักเพื่อดูแลทุกคน ฉันทำงานแทบไม่ได้หลับได้นอน จนในครั้งหนึ่งฉันถึงกับปัสวะออกมาเป็นเลือด เนื่องจากฉันมัวแต่ทำงาน จนทำให้ฉันต้องนอนป่วยลุกไม่ได้เกือบอาทิตย์ แต่อย่างน้อยต้องขอบคุณสวรรค์ที่ยังเมตตราฉันให้พอยังมีคนที่จิตใจดี เข้ามาดูแลฉัน ฉันพยายามฆ่าตัวตายหลายครั้ง แต่ทุกครั้ง มันก็กลับไม่ตาย ไม่สำเร็จเลย นั่นถือว่าโชคดีสำหรับฉันมากในตอนนี้ที่ฉันไม่ตายในตอนนั้น ในเมืองหลวงที่กว้างใหญ่ ฉันแทบไม่เหลือใครที่เข้าใจ และให้กำลังใจ รับรู้ปัญหา และยอมรับในสิ่งที่ฉันเป็น คอยดูแลฉัน ช่วยเหลือฉันเลย นอกเสียจาก คู่รักสองคู่ ที่ช่วยเหลือและอยู่ข้างฉันมาตลอดเกือบหนึ่งปี ฉันใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว ฉันอยากกลับบ้าน ฉันคิดถึงพ่อคิดถึงแม่ แต่สภาพปัญหาทุกอย่าง สิ่งที่ฉันต้องรับผิดชอบ แม้ฉันจะไม่ได้ทำไม่ได้ก่อขึ้น ฉันต้องแบกรับปัญหาทั้งหมดไว้เพียงผู้เดียว จนมันถึงจุดที่มันไม่ไหวแล้วจริงๆ ฉันขอกลับบ้าน และแบกปัญหาทั้งหมด กลับไปพึ่งบุคคลที่มีพระคุณกับฉันมากที่สุดในชีวิต นั่นก็คือพ่อและแม่ของฉันเอง เงินเก็บฉันทั้งหมดที่มี ถูกนำไปใช้โดยไร้ประโยชน์ โดยคนที่ฉันรักและดูแล เสมือนครอบครัวฉันเอง ฉันทำและยอมทุกอย่าง เพราะฉันไม่อยากถูกทิ้งให้อยู่ลำพัง ก็เท่านั้นเอง เงินที่ฉันเก็บเพื่อจะสร้างบ้านให้พ่อแม่ฉัน เงินที่จะนำมาปรับปรุงการทำงาน และไม่ต้องทำให้พ่อแม่ต้องเหนื่อยอีกต่อไป นั้นได้หมดลง จนฉันเหลือแต่ตัวกลับมาอยู่บ้านเกิดของฉัน และแล้วฉันก็ต้องเจอกับปัญหาหนัก งานที่ทำมีปัญหา ถึงขั้นต้องขึ้นศาล ทั้งๆที่ฉันเหน็ดเหนื่อยกับการทำงานทุกอย่าง ทุ่มเทกับการทำงานทุกอย่าง ฉันไม่ขอพูดถึงต้นเหตุแห่งปัญหาว่าเกิดมาจากสิ่งใด แต่นั่นฉันขอรับเอง ขอแบกรับทั้งหมดเพราะฉันต้องรับผิดชอบในงานที่ฉันรับมาและเป็นงานที่ฉันรักด้วย ฉันกลับมาอยู่บ้าน คุณพ่อคุณแม่ใช้เงินที่ท่านมีเคลียร์ปัญหาเกือบทั้งหมดแต่ไม่ทั้งหมดจนแทบไม่เหลืออะไร ฉันใช้ชีวิตอย่างไร้จุดหมาย ยังคงเสี่ยงใช้ชีวิตอย่างไม่ระมัดระวัง ฉันไม่ดื่มเหล้า ฉันไม่ชอบเที่ยวผับบาร์ ฉันแค่เหงา ฉันจึงต้องการอยู่กับเพื่อน และมีเพื่อนเยอะๆ เพื่อให้ทุกคนรักฉัน ฉันยอมทำในสิ่งที่ฉันไม่อยากทำ( ขอไม่กล่าวถึงนะคะ) ฉันใช้ชีวิตวันต่อวัน เข้าบ้านและก็ออกบ้าน แทบไม่อยู่บ้าน ฉันรู้ฉันทำให้พ่อกับแม่ทุกข์ใจแค่ไหน แต่สิ่งเดียวในขณะนั้นที่ฉันคิด คือ ฉันไม่ห่วงชีวิตฉัน จะตายอย่างไรก็ไม่แคร์อีกต่อไป ฉันไม่อยากให้พ่อกับแม่ต้องลำบากเพราะฉันอีกต่อไป ฉันจึงเลือกที่จะทำอย่างไรก็ได้ให้ฉันหายไปจากโลกนี้ไวๆ เพื่อที่ท่านจะได้ไม่ต้องทนทุกข์กับลูกสาวเพียงคนเดียว ความหวังเดียวของท่าน ลูกสาวที่เป็นคนน่ารักสดใส เป็นคนเก่ง เป็นคนที่ใครๆต่างก็รักและชื่นชม ทำให้ท่านต้องน้ำตาตกอีกต่อไป ฉันจึงได้ใช้ชีวิตแบบที่จะทำอย่างไรก็ได้ให้ฉันหายไปจากโลกนี้ให้ไวที่สุดก็เท่านั้นเอง แต่แล้ววันหนึ่งฉันก็พบกับคนๆหนึ่ง ที่เปลี่ยนโลกใบเดิม โลกที่ฉันเหมือนอยู่คนเดียวในโลกใบนั้นทั้งๆที่มีผู้คนมากมายรายล้อม แต่ฉันกลับรู้สึกเหงาและโดดเดี่ยว ค่ะและคนๆนั้น ก็คือ แฟน(เก่า) ของฉันเอง ฉันพยายามเลิกยา พยายามทำทุกอย่างเพื่อกลับมามีชีวิตแบบเดิม อยากมีวันพรุ่งนี้ อยากมีครอบครัวที่ดีๆ อบอุ่น อยากมีชีวิตอยุ่ไปนานๆกับพ่อแม่และแฟน แต่ปัญหาที่สะสมตามมา มันกลับทำให้ชีวิตฉันพังพินาทลง ฉันขอไม่กล่าวถึงเหตุทั้งหมด และต้นเหตุแห่งปัญหา ฉันขอรับผลที่มันเกิดขึ้นทุกอย่างไว้ จนทำให้ระหว่างครอบครัวเรามีปัญหา ฉันเริ่มมีปัญหากับแฟน (เขาไม่ผิดนะคะ เขาต้องมาแบกรับปัญหา ทั้งหมดที่ติดตัวฉันมา และช่วยฉันหลายๆอย่าง เพียงแต่หลายๆอย่างสิ่งที่ทำให้เขาทิ้งฉันไปเกิดเพราะตัวฉันเอง เพราะฉันเองที่ถูกมองว่าไม่ดีอย่างไร ก็คงไม่ดีอย่างนั้น ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง เพราะเขาเชื่อในคำบอกเล่าของคนที่ฉันคิดว่าสนิทที่สุดในตอนนั้น แต่คนๆนั้นกลับทำร้ายฉัน อย่างไม่คิด ว่าสิ่งที่เขาทำนั้น มันทำร้ายฉันเพียงใด ฉันอยากถามในตอนนี้เหลือเกินหากมีโอกาส ว่า "ฉันไปทำอะไรให้เธอ ฉันดีกับเธอทุกอย่าง เธอทำลายชีวิตฉันทำไม?" แต่มันคงไม่มีโอกาสอีกแล้วเพราะถามไป เขาก็ไม่กลับมาแน่นอน ปัญหาระหว่างเรา ขอเก็บไว้นะคะ เพราะฉันกำลังทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อให้เขาทราบว่าฉันเป็นคนเช่นไร เป็นคนแบบที่น้องสนิทของฉันได้ว่าร้ายฉันหรือไม่ ) ขอจบเรื่องแฟนไว้แต่เพียงเท่านั้น มาพูดถึงช่วงชีวิตที่ฉันอยากบอกกล่าวต่อดีกว่าค่ะ ...
ฉันรู้สึกแปลกๆมากขึ้นทุกวัน ในบางครา ฉันอารมณ์ร้าย บางคราฉันมีความฮึดสู้ห้าวหาญในการทำงานเป็นอย่างมาก แต่ในบางคราวฉันกลับนั่งร้องไห้อย่างบ้าคลั่ง ฉันเริ่มกลับมาเป็นเหมือนเมื่อครั้งก่อนอีกครั้ง จนพี่ที่ฉันสนิทและรู้จักฉันมานานนับสิบปี มาคุยกับฉันตรงๆ ว่า "เฮ้ยแก แกเคยสังเกตุตัวเองหรือเปล่า พี่สังเกตุมาตลอดนะ ที่เงียบๆ นิ่งๆ นั้นพี่อ่านความรู้สึกแกจากการโพสสเตตัสบนเฟสบุ๊ค พี่ว่าแกป่วยเป็นไบโพลาหรือเปล่า " เท่านั้นแหล่ะฉันปล่อยโฮ ยอมรับว่าฉันป่วย ทั้งๆที่จริงแล้ว ฉันป่วยมานานมาก เพียงแต่ฉันเลือกที่จะเก็บกดมันไว้ จนกระทั่งพี่มาทักและถามฉัน " พี่รู้ด้วยเหรอว่าน้องไม่สบาย ทำไมทุกคนไม่รู้ ทำไมคนใกล้ตัวน้องไม่เคยรู้ ไม่เคยเข้าใจ " จากนั้นพี่ก็คุยกับฉันในขณะที่ฉันพูดระบายไปร้องไห้ไป ถึงปัญหาทุกอย่าง และตัดสินใจ จะไปหาหมอจิตแพทย์เพื่อรับการรักษาให้ไวที่สุด