สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 18
จอมพล ป เป็นคนทะเยอทะยาน ชอบทำอะไรที่ถูกจารึกในประวัติศาสตร์ว่า ตนเองเป็นผู้ริเริ่ม
การเปลี่ยนชื่อประเทศ การเปลี่ยนวันปีใหม่ ฯ ล้วนแต่เกิดในยุคจอมพล ป
งานฉลองกึ่งพุทธกาลนี่ก็เหมือนกัน จอมพล ป เตรียมงานไว้ยิ่งใหญ่มาก มี
กระบวนพยุหยาตราชลมารค ซึ่งเป็นครั้งแรกในรัชกาลที่ 9
นอกจากนี้มีการสร้างพระเครื่องให้ประชาชนเช่า
จำนวนหลายล้านองค์ มีการออก พรบ นิรโทษกรรม พรบ ล้างมลทิน ฯ เรียกว่า
ทำบุญขนานใหญ่ทั่วประเทศ
รูปพระเครื่อง "พระฉลอง 25 พุทธศตวรรษ"

แต่การจัดงานครั้งนี้ ส่วนตัว จขม สงสัยว่า
จอมพล ป จัดงานใหญ่โตขนาดนี้เพื่อประเทศไทย หรือ เพื่อส่วนตัว ? เพราะ
ในปี พ.ศ 2500 จอมพล ป มีอายุ 60 ปีพอดี ซึ่งตามธรรมเนียมจีนจะต้องจัดงาน แซยิด ให้ยิ่งใหญ่
ป.ล ข้อสังเกตนี้เป็นของส่วนตัว เพราะช่วงนั้นรัฐบาลไทยเริ่มมีการติดต่อกับจีน(แดง) ลับๆมาระยะหนึ่งแล้ว
ป.ล 2 ถึงจะทำดีแค่ไหน แต่ 4 เดือนต่อมา จอมพล ป. ก็ถูกจอมพล สฤษดิ์ รัฐประหาร จนต้องลี้ภัยไปต่างประเทศจนเสียชีวิตที่ญี่ปุ่น
cnck
การเปลี่ยนชื่อประเทศ การเปลี่ยนวันปีใหม่ ฯ ล้วนแต่เกิดในยุคจอมพล ป
งานฉลองกึ่งพุทธกาลนี่ก็เหมือนกัน จอมพล ป เตรียมงานไว้ยิ่งใหญ่มาก มี
กระบวนพยุหยาตราชลมารค ซึ่งเป็นครั้งแรกในรัชกาลที่ 9
นอกจากนี้มีการสร้างพระเครื่องให้ประชาชนเช่า
จำนวนหลายล้านองค์ มีการออก พรบ นิรโทษกรรม พรบ ล้างมลทิน ฯ เรียกว่า
ทำบุญขนานใหญ่ทั่วประเทศ
รูปพระเครื่อง "พระฉลอง 25 พุทธศตวรรษ"

แต่การจัดงานครั้งนี้ ส่วนตัว จขม สงสัยว่า
จอมพล ป จัดงานใหญ่โตขนาดนี้เพื่อประเทศไทย หรือ เพื่อส่วนตัว ? เพราะ
ในปี พ.ศ 2500 จอมพล ป มีอายุ 60 ปีพอดี ซึ่งตามธรรมเนียมจีนจะต้องจัดงาน แซยิด ให้ยิ่งใหญ่
ป.ล ข้อสังเกตนี้เป็นของส่วนตัว เพราะช่วงนั้นรัฐบาลไทยเริ่มมีการติดต่อกับจีน(แดง) ลับๆมาระยะหนึ่งแล้ว
ป.ล 2 ถึงจะทำดีแค่ไหน แต่ 4 เดือนต่อมา จอมพล ป. ก็ถูกจอมพล สฤษดิ์ รัฐประหาร จนต้องลี้ภัยไปต่างประเทศจนเสียชีวิตที่ญี่ปุ่น
cnck
สมาชิกหมายเลข 4444355 หลงรัก, งามตายามบ่าย ถูกใจ, The Mario หลงรัก, หลิวชุนเทียน หลงรัก, สมาชิกหมายเลข 3907403 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3777162 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2377897 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3833267 ถูกใจ, นู๋สร้างชาติ Gen Y หลงรัก
ความคิดเห็นที่ 16
ในราวปีพ.ศ 2495 จอมพล ป พิบูลสงคราม มีความเชื่อตามนิกายมหายานว่า
"ศาสนาพุทธจะมีอายุ 5,000 ปี " จึงดำริที่จะจัดงานฉลองกึ่งพุทธกาลขึ้นในปี พ.ศ 2500
โดยหวังให้ไทยเป็นศูยน์กลางพุทธศาสนาของโลก โดยให้ก่อสร้างสถานที่หนึ่งไว้เป็นที่จัดงาน
สถานที่นั้นก็คือ "พุทธมณฑล" นั่นเอง

ป.ล ต่อมามีหลายฝ่ายเห็นว่าชื่อ งานฉลองกึ่งพุทธกาล ไม่เป็นมงคล เพราะแปลว่า ศาสนาพุทธ ได้เดินมาถึงครึ่งทางแล้ว
อีกครึ่งทางก็จะจบสิ้น จึงเปลี่ยนชื่องานเป็น งานฉลอง 25 พุทธศตวรรษ แทน
ป.ล 2 จอมพล ป คิดเรื่องนี้ตอนปี 2495 แสดงว่ามั่นใจมากว่าตัวเองยังจะอยู่ในตำแหน่งถึงปี 2500
ป.ล 3 ยังมีต่อ...
cnck
"ศาสนาพุทธจะมีอายุ 5,000 ปี " จึงดำริที่จะจัดงานฉลองกึ่งพุทธกาลขึ้นในปี พ.ศ 2500
โดยหวังให้ไทยเป็นศูยน์กลางพุทธศาสนาของโลก โดยให้ก่อสร้างสถานที่หนึ่งไว้เป็นที่จัดงาน
สถานที่นั้นก็คือ "พุทธมณฑล" นั่นเอง

ป.ล ต่อมามีหลายฝ่ายเห็นว่าชื่อ งานฉลองกึ่งพุทธกาล ไม่เป็นมงคล เพราะแปลว่า ศาสนาพุทธ ได้เดินมาถึงครึ่งทางแล้ว
อีกครึ่งทางก็จะจบสิ้น จึงเปลี่ยนชื่องานเป็น งานฉลอง 25 พุทธศตวรรษ แทน
ป.ล 2 จอมพล ป คิดเรื่องนี้ตอนปี 2495 แสดงว่ามั่นใจมากว่าตัวเองยังจะอยู่ในตำแหน่งถึงปี 2500
ป.ล 3 ยังมีต่อ...
cnck
สมาชิกหมายเลข 4444355 หลงรัก, งามตายามบ่าย ถูกใจ, The Mario หลงรัก, หลิวชุนเทียน หลงรัก, สมาชิกหมายเลข 3777162 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2377897 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3833267 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3907403 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4042110 หลงรัก, นู๋สร้างชาติ Gen Y หลงรัก
ความคิดเห็นที่ 14
อิตาลี่ให้การยอมรับศาสนาพุทธ อนุญาตให้เผยแผ่ศาสนาพุทธในประเทศอิตาลี่ได้

ตอนนี้ทางยุโรปให้ความสนใจนับถือศาสนาพุทธกันมาก

ตอนนี้ทางยุโรปให้ความสนใจนับถือศาสนาพุทธกันมาก
สมาชิกหมายเลข 4444355 หลงรัก, งามตายามบ่าย หลงรัก, The Mario หลงรัก, หลิวชุนเทียน หลงรัก, cnck4 หลงรัก, สมาชิกหมายเลข 2377897 หลงรัก, สมาชิกหมายเลข 3907403 หลงรัก, สมาชิกหมายเลข 4042110 หลงรัก, สมาชิกหมายเลข 3777162 ถูกใจ, Christian Trevelyan Grey หลงรัก
ความคิดเห็นที่ 9
ถามว่าประเทศใดนับถือศาสนาพุทธมากที่สุดในโลก หลายคนอาจจะตอบว่า ประเทศไทย
แต่ความจริงแล้ว ไม่ใช่ ไทยเป็นแค่อันดับ 3 แล้วใครเป็นอันดับ 1
ดูได้จากในคลิปนี้

ป.ล แต่ประเทศไทย ก็เป็นประเทศที่มีคนนับถือศาสนาพุทธนิกาย เถรวาท มากที่สุดในโลก
ป.ล 2 เม้นท์ต่อไปจะเล่าวันวิสาขบูชาที่เกี่ยวข้องกับการเมืองไทยมากที่สุด
ป.ล 3 ที่อินเดีย พม่า ศรีลังกา การนับปี พ.ศ จะเร็วกว่าไทย 1 ปี
ป.ล 4 ฝ่าย มหายาน จะเรียกนิกาย เถรวาท ว่า หินยาน
cnck
แต่ความจริงแล้ว ไม่ใช่ ไทยเป็นแค่อันดับ 3 แล้วใครเป็นอันดับ 1
ดูได้จากในคลิปนี้

ป.ล แต่ประเทศไทย ก็เป็นประเทศที่มีคนนับถือศาสนาพุทธนิกาย เถรวาท มากที่สุดในโลก
ป.ล 2 เม้นท์ต่อไปจะเล่าวันวิสาขบูชาที่เกี่ยวข้องกับการเมืองไทยมากที่สุด
ป.ล 3 ที่อินเดีย พม่า ศรีลังกา การนับปี พ.ศ จะเร็วกว่าไทย 1 ปี
ป.ล 4 ฝ่าย มหายาน จะเรียกนิกาย เถรวาท ว่า หินยาน
cnck
สมาชิกหมายเลข 4444355 หลงรัก, งามตายามบ่าย ถูกใจ, The Mario หลงรัก, หลิวชุนเทียน หลงรัก, สมาชิกหมายเลข 2377897 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3833267 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3907403 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4042110 หลงรัก, สมาชิกหมายเลข 3777162 ถูกใจ, จูงมือกันเดิน ถูกใจรวมถึงอีก 3 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
การ์ตูนการเมือง
ห้องเพลง**คนรากหญ้า** พักยกการเมือง มุมนี้ไม่มีสี ไม่มีกลุ่ม...มีแต่เสียง 29/5/2018 (สุขสันต์วันพระใหญ่ วิสาขบูชา)
สุขสันต์วันพระใหญ่ค่ะ ใครไปทำบุญที่ไหนมาบ้าง อนุโมทนาสาธุด้วยค่ะ
"วันวิสาขบูชา" ได้รับการยกย่องจากพุทธศาสนิกชนทั่วโลก ให้เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาสากล มีการจัดกิจกรรมต่างๆ พร้อมกันทั่วโลก
วันวิสาขบูชา หมายถึง การบูชาในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ คือวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ (ถ้าเป็นปีที่มีอธิกมาส ก็เลื่อนออกไปเป็นวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๗) ในวันนี้ได้มีเหตุการณ์ที่สำคัญเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า ๓ ประการ คือ เป็นวันคล้ายวันประสูติ, ตรัสรู้ และปรินิพาน ของพระพุทธเจ้า
1. วันวิสาขบูชา เป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ
เมื่อพระนางสิริมหามายา พระมเหสีของพระเจ้าสุทโธทนะ แห่งกรุงกบิลพัสดุ์ ทรงพระครรภ์แก่จวนจะประสูติ พระนางแปรพระราชฐานไปประทับ ณ กรุงเทวทหะ เพื่อประสูติในตระกูลของพระนางตามประเพณีนิยมในสมัยนั้น ขณะเสด็จแวะพักผ่อนพระอิริยาบถใต้ต้นสาละ ณ สวนลุมพินีวัน พระนางก็ได้ประสูติพระโอรส ณ ใต้ต้นสาละนั้น ซึ่งตรงกับวันเพ็ญเดือน 6 ก่อนพุทธศักราช 80 ปี ครั้นพระกุมารประสูติได้ 5 วัน ก็ได้รับการถวายพระนามว่า "สิทธัตถะ" แปลว่า "สมปรารถนา"
เมื่อข่าวการประสูติแพร่ไปถึงอสิตดาบส 4 ผู้อาศัยอยู่ในอาศรมเชิงเขาหิมาลัย และมีความคุ้นเคยกับพระเจ้าสุทโธทนะ ดาบสจึงเดินทางไปเข้าเฝ้า และเมื่อเห็นพระราชกุมารก็ทำนายได้ทันทีว่า นี่คือผู้จะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงกล่าวพยากรณ์ว่า "พระราชกุมารนี้จักบรรลุพระสัพพัญญุตญาณ เห็นแจ้งพระนิพพานอันบริสุทธิ์อย่างยิ่ง ทรงหวังประโยชน์แก่ชนเป็นอันมาก จะประกาศธรรมจักรพรหมจรรย์ของพระกุมารนี้จักแพร่หลาย" แล้วกราบลงแทบพระบาทของพระกุมาร พระเจ้าสุทโธทนะทอดพระเนตรเห็นเหตุการณ์นั้นทรงรู้สึกอัศจรรย์และเปี่ยมล้นด้วยปีติ ถึงกับทรุดพระองค์ลงอภิวาทพระราชกุมารตามอย่างดาบส
2. วันวิสาขบูชา เป็นวันที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ
หลังจากออกผนวชได้ 6 ปี จนเมื่อพระชนมายุ 35 พรรษา เจ้าชายสิทธัตถะก็ทรงตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ณ ใต้ร่มไม้ศรีมหาโพธิ์ ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม ในตอนเช้ามืดของวันพุธ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีระกา ก่อนพุทธศักราช 45 ปี ปัจจุบันสถานที่ตรัสรู้แห่งนี้เรียกว่า พุทธคยา เป็นตำบลหนึ่งของเมืองคยา แห่งรัฐพิหารของอินเดีย
สิ่งที่ตรัสรู้ คือ อริยสัจสี่ เป็นความจริงอันประเสริฐ 4 ประการของพระพุทธเจ้า ซึ่งพระพุทธเจ้าเสด็จไปที่ต้นมหาโพธิ์ และทรงเจริญสมาธิภาวนาจนจิตเป็นสมาธิได้ฌานที่ 4 แล้วบำเพ็ญภาวนาต่อไปจนได้ฌาน 3 คือ
- ยามต้น : ทรงบรรลุ "ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ" คือ ทรงระลึกชาติในอดีตทั้งของตนเองและผู้อื่นได้
- ยามสอง : ทรงบรรลุ "จุตูปปาตญาณ" คือ การรู้แจ้งการเกิดและดับของสรรพสัตว์ทั้งหลาย ด้วยการมีตาทิพย์สามารถเห็นการจุติและอุบัติของวิญญาณทั้งหลาย
- ยามสาม หรือยามสุดท้าย : ทรงบรรลุ "อาสวักขยญาณ" คือ รู้วิธีกำจัดกิเลสด้วย อริยสัจ 4 (ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค) ได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในคืนวันเพ็ญเดือน 6 ซึ่งขณะนั้นพระพุทธองค์มีพระชนมายุได้ 35 พรรษา
3. วันวิสาขบูชา เป็นวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จเข้าสู่ปรินิพพาน (ดับสังขารไม่กลับมาเกิดสร้างชาติ สร้างภพอีกต่อไป)
เมื่อพระพุทธองค์ได้ตรัสรู้และแสดงธรรมเป็นเวลานานถึง 45 ปี จนมีพระชนมายุได้ 80 พรรษา ได้ประทับจำพรรษา ณ เวฬุคาม ใกล้เมืองเวสาลี แคว้นวัชชี ในระหว่างนั้นทรงพระประชวรอย่างหนัก ครั้นเมื่อถึงวันเพ็ญเดือน 6 พระพุทธองค์กับพระภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย ก็ไปรับภัตตาหารบิณฑบาตที่บ้านนายจุนทะ ตามคำกราบทูลนิมนต์ พระองค์เสวยสูกรมัททวะที่นายจุนทะตั้งใจทำถวายก็เกิดอาพาธลง แต่ทรงอดกลั้นมุ่งเสด็จไปยังเมืองกุสินารา ประทับ ณ ป่าสาละ เพื่อเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน
เมื่อถึงยามสุดท้ายของคืนนั้น พระพุทธองค์ก็ทรงประทานปัจฉิมโอวาทว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลายอันว่าสังขารทั้งหลายย่อมมีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงยังกิจทั้งปวงอันเป็นประโยชน์ของตนและประโยชน์ของผู้อื่นให้บริบูรณ์ด้วยความไม่ประมาทเถิด" หลังจากนั้นก็เสด็จเข้าดับขันธ์ปรินิพพาน ในราตรีเพ็ญเดือน 6 นั้น
ประวัติความเป็นมาของวันวิสาขบูชาในประเทศไทย
ปรากฏหลักฐานว่า วันวิสาขบูชา เริ่มต้นครั้งแรกในประเทศไทยตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี สันนิษฐานว่าได้รับแบบแผนมาจากลังกา นั่นคือ เมื่อประมาณ พ.ศ. 420 พระเจ้าภาติกุราช กษัตริย์แห่งกรุงลังกา ได้ประกอบพิธีวิสาขบูชาขึ้น เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา จากนั้นกษัตริย์ลังกา พระองค์อื่น ๆ ก็ปฏิบัติประเพณีวิสาขบูชานี้สืบทอดต่อกันมา
ส่วนการเผยแผ่เข้ามาในประเทศไทยนั้น น่าจะเป็นเพราะประเทศไทยในสมัยกรุงสุโขทัยมีความสัมพันธ์ด้านพระพุทธศาสนากับประเทศลังกาอย่างใกล้ชิด เห็นได้จากมีพระสงฆ์จากลังกาหลายรูปเดินทางเข้ามาเผยแพร่พระพุทธศาสนา และนำการประกอบพิธีวิสาขบูชาเข้ามาปฏิบัติในประเทศไทยด้วย
สำหรับการปฏิบัติพิธีวิสาขบูชาในสมัยสุโขทัยนั้น ได้มีการบันทึกไว้ในหนังสือนางนพมาศ สรุปได้ว่า เมื่อถึงวันวิสาขบูชา พระเจ้าแผ่นดิน ข้าราชบริพาร ทั้งฝ่ายหน้า และฝ่ายใน ตลอดทั้งประชาชนชาวสุโขทัย จะช่วยกันประดับตกแต่งพระนคร ด้วยดอกไม้ พร้อมกับจุดประทีปโคมไฟให้ดูสว่างไสวไปทั่วพระนคร เป็นเวลา 3 วัน 3 คืน เพื่อเป็นการบูชาพระรัตนตรัย ขณะที่พระมหากษัตริย์ และบรมวงศานุวงศ์ ก็ทรงศีล และทรงบำเพ็ญพระราชกุศลต่าง ๆ ครั้นตกเวลาเย็นก็เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ และนางสนองพระโอษฐ์ตลอดจนข้าราชการทั้งฝ่ายหน้า และฝ่ายในไปยังพระอารามหลวง เพื่อทรงเวียนเทียนรอบพระประธาน ส่วนชาวสุโขทัยจะรักษาศีล ฟังธรรม ถวายสลากภัต สังฆทาน อาหารบิณฑบาตแด่พระภิกษุสามเณร บริจาคทานแก่คนยากจน ทำบุญไถ่ชีวิตสัตว์ ฯลฯ
หลังจากสมัยสุโขทัย ประเทศไทยได้รับอิทธิพลของศาสนาพราหมณ์มากขึ้น ทำให้ในช่วงสมัยกรุงศรีอยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์ตอนต้น ไม่ปรากฏหลักฐานว่ามีการประกอบพิธีวิสาขบูชา จนกระทั่งมาถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ (พ.ศ. 2360) ทรงมีพระราชดำริที่จะให้ฟื้นฟูพิธีวิสาขบูชาขึ้นมาใหม่ โดยสมเด็จพระสังฆราช (มี) สำนักวัดราชบูรณะ ถวายพระพรให้ทรงทำขึ้นเป็นครั้งแรก ในวันขึ้น 14 ค่ำ 15 ค่ำ และวันแรม 1 ค่ำ เดือน 6 พ.ศ. 2360 และให้จัดทำตามแบบอย่างประเพณีเดิมทุกประการ เพื่อให้ประชาชนได้ทำบุญ ทำกุศล โดยทั่วหน้ากัน การรื้อฟื้นพิธีวิสาขบูชาขึ้นมาในครานี้ จึงถือเป็นแบบอย่างถือปฏิบัติในการประกอบพิธี วันวิสาขบูชา ต่อเนื่องมาจวบจนกระทั่งปัจจุบัน
วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญสากลของสหประชาชาติ
วันวิสาขบูชา ถือเป็นวันสำคัญที่สุดทางพระพุทธศาสนา เนื่องจากล้วนมีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการถือกำเนิดของพระพุทธศาสนา คือ เป็นวันที่พระศาสดา คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ดังนั้นพุทธศาสนิกชนทั่วโลกจึงให้ความสำคัญกับวันวิสาขบูชานี้
และในวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2542 องค์การสหประชาชาติได้ยอมรับญัตติที่ประชุม กำหนดให้วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญของโลก โดยเรียกว่า Vesak Day ตามคำเรียกของชาวศรีลังกา ผู้ที่ยื่นเรื่องให้สหประชาชาติพิจารณา และได้กำหนดให้วันวิสาขบูชานี้ถือเป็นวันหยุดวันหนึ่งของสหประชาชาติอีกด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อให้ชาวพุทธทั่วโลกได้มีโอกาสบำเพ็ญบุญเนื่องในวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระบรมศาสดา
โดยการที่สหประชาชาติได้กำหนดให้วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญของโลกนั้น ได้ให้เหตุผลไว้ว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นมหาบุรุษผู้ให้ความเมตตาต่อหมู่มวลมนุษย์ เปิดโอกาสให้ทุกศาสนาสามารถเข้ามาศึกษาพุทธศาสนา เพื่อพิสูจน์หาข้อเท็จจริงได้โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธ และทรงสั่งสอนทุกคนโดยใช้ปัญญาธิคุณ โดยไม่คิดค่าตอบแทน
Cr. https://hilight.kapook.com/view/23220 และ https://pantip.com/topic/35176463
ห้องเพลงคนรากหญ้าเปิดขึ้นมามีวัตถุประสงค์ เพื่อ
1. มีพื้นที่ให้เพื่อนๆ ได้มาพบปะ พูดคุยระหว่างกัน ในภาวะที่ต้องระมัดระวังการโพสการเมืองอย่างเคร่งครัด
2. เป็นพื้นที่ พักผ่อน ลดความเครียดทางการเมือง ให้เพื่อนๆ มีกิจกรรมสนุกๆ ร่วมกัน
3. สร้างมิตรภาพและความปรองดอง ซึ่งเราหวังให้สังคมไทยเป็นเช่นนี้ แม้นคิดต่างกัน แต่เมื่อคุยกันแล้วก็เป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม
กระทู้ห้องเพลงเป็นกระทู้เปิด มิได้ปิดกั้นผู้หนึ่งผู้ใด "ขอให้มาดี เราคือเพื่อนกัน" ซึ่งก็เหมือนกับกระทู้ทั่วไป ที่เราไม่จำเป็นต้องทราบว่า User ท่านไหนเป็นใครมาจากไหน ...ดังนั้น หากมีบุคคลใดที่มีการโพสสิ่งผิดกฎหมายและศีลธรรมอันดีของสังคมนั้น หรือสิ่งรบกวนใดๆ ในบอร์ด เป็นเรื่องส่วนบุคคล ทางห้องเพลงจึงขอแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งสิ้น