ภาพของการชวนเชื่อ ภาพของการสร้างภาพ ภาพของการเอาของเก่ามาวนซ้ำทำมึนเพื่อหาคะแนนเสียง เช่นคดีที่ดินรัชดา เริ่มกลับมาวนเวียนซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อโฆษณาชวนเชื่อว่าคนที่ไม่มีแผนดินเกิดอยู่โดนใส่ร้าย ไปอ้างมาตราโน้นนี่ ทั้งที่สาระสำคัญคือเป็นเจ้าหน้าที่รัฐแต่มีพฤติกรรมผลประโยชน์ทับซ้อนแล้วยังมาบอกทำไมเมียไม่ผิด วนเวียนซ้ำเดิมๆ ผมขอตัดคำพิพากษามาส่วนหนึ่งแล้วตอบหน่อยสิประเด็นมันคือมาตรา 5 หรือควรคุยในเจตนาจริยธรรม ผลประโยชน์ทับซ้อนที่คนเป็นนายยกไม่ควรทำ
"เมื่อไต่สวนรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1
เป็นถึงนายกรัฐมนตรี แต่กลับกระทำการฝ่าฝืนกฎหมายทั้งที่เป็นหัวหน้ารัฐบาลซึ่งต้องกระทำตัวให้ เป็นแบบอย่างและประพฤติตนดีงามตามจริยธรรมของนักการเมือง จึงไม่สมควรให้รอการลงโทษ พิพากษาให้มีความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 100 ให้ลงโทษจำคุก 2 ปี ส่วนความผิดฐานอื่นให้ยก และให้ยกเลิกหมายจับจำเลยที่ 2 และออกหมายจับจำเลยที่ 1 มารับโทษต่อไป"
มาดูประเด็นที่ศาลฯ ยกขึ้นมาวินิจฉัยความผิด และพิจารณาโทษ คือ ศาลฯ เห็นว่า จำเลยที่ 1 (พ.ต.ท.ทักษิณ)
กระทำผิด ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 100 ฐานเป็นผู้นำรัฐบาลไม่ปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาลและจริยธรรมนักการเมือง โดย ศาลฯ เห็นว่า จำเลยกระทำผิดจริง โดยศาลฯ ลงมติด้วยคะแนน 5-4 ส่วนจำเลยที่ 2 (คุณหญิงพจมาน) ไม่มีความผิดในประเด็นนี้ เพราะในกฎหมาย
ฉบับเดียวกัน มาตรา 122 ระบุ ไว้ชัดเจนว่า ให้ลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐตามมาตรา 100 แต่ไม่รวมถึงคู่สมรส"
ที่มา:
https://www.thairath.co.th/content/377181
เลิกเป่าหูกันเองได้หรือยังว่าทำไมเมียไม่ผิด ผัวผิด แค่ผัวเซ็นให้เมีย พอเถอะครับ อย่าง่าวให้เขาหลอก
ช่วงเวลาเหล่านี้จะมีการโฆษณาชวนเชื่อที่สมัยก่อน มักจะได้รับข้อมูลไม่ครบ ปั่นหัว ข้อมูลจริงเป้นเท็จ เท็จเป็นจริง จนไม่รู้อะไรจริงเท็จ เพราะยุคนันอินเตอร์เน็ตการเข้า ถึงข้อมูลข่าวสารมันไม่ได้เหมือนในปัจจุบัน
ช่วงที่ผ่านมายอมรับในทีมการโฆษณาชวนเชื่อของบางกลุ่มจริงๆ ทุกวันนี้ก็ยังมีอยู่ อยู่ในห้องนี้น่าจะมี ที่เป็นกลุ่มก้อนทางการเมือง ว่าอย่างไร ผิดถูกไม่สน สนแต่อวยพวกพ้อง ก็เพราะไม่ได้คุยสื่อสารกันโดยปัจเจกทางความคิด แต่มีเป้าหมายแฝง เลยคุยกับคนทั่วไปไม่รู้เรื่อง
ยิ่งใกล้เลือกตั้ง ผียิ่งจะกลับมา เดี่ยวคงมีการยกคดีความเก่าๆ มาวนใหม่
ทุกวันนี้ก็มีบางพวกเริ่มกิจกรรมทางการเมือง ไปกินมาม่าโชว์บอกเศรษฐกิจแย่ ก็พวกตัวเองไม่ทำมาหากินอาชีพคือเคลื่อนไหวทางการเมือง กินมาม่าก็ไม่แปลกคงหวังถูกหวย หรือ ได้ทุนสนับสนุนจะได้สบายไปพักๆ
ตอนนี้ยังไม่เห็นพวกที่ออกมาเย้วๆ หรือประกาศวิสัยทัศอะไรนี่จะพูดถึงว่า อีกสิบปีประเทศไทยจะไปอยู่จุดไหน จะพัฒนาเศรษกิจอย่างไร เห็นแต่นโยบายกเลิกรัฐธรรมนูญ นิรโทษกรรม การเล่นการเมืองแบบเดิมทีเป้าหมายไม่ใช่เพื่อประชาชน แต่เพื่ออำนาจตัวเองและพวกพ้องทางการเมือง
บางกลุ่มเสนอยกเลิกการเกณฑ์ทหารบอกถ่วงเศรษฐกิจทำให้ประเทศไทยไม่พัฒนา ผมไม่ยักเห็นเฟกเตอร์ในดัชนีย์ทางเศรษฐกิจที่คำนวณจำนวนการเกณฑ์ทหารเป็นปัจจัยหลักในการที่ประเทศจะก้าวหน้า เห็นแต่หากประเทศไหนมีความเข้มเข็งทางการทหารการต่อรองทางเศรษกิจก็จะมีอำนาจต่อรอง
ไม่เกินสามาเดือนหลังบอลโลกนี้รับรอง โฆษณาชวนเชื่อจะระเบิดเต็มโซเชียล แค่บูทโพสก็เห้นก็เยอะละง่ายกว่าสมัยก่อนที่ต้องมีหัวคะแนน ตอนนี้ไม่ต้อง การเมืองจะเป็นการช่วงชิงการสาดโคลนกันในโซเชียลเหมือนที่อเมริกา ที่เกียวกับกรณีเฟสบุ๊คตอนเลือกตั้งที่ทรัมป์ชนะ จนมารค์ซัคเคอร์เบิกต้องเข้าชี้แจงต่อวุฒิสภาเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล
ไม่อยากให้ประเทศไทยสู้กันโดยการตลาดทางการเมือง แต่ออยากให้สู้โดยวิสัยทัศที่เอาประเทศเป็นที่ตั้งไม่ใช้ผลประโยชน์พวกตน อยากเห็นว่าไทยจะก้าวไปอย่างไรต่อไปในแต่ละพรรคการเมืองที่อยากให้มีการนำเสนอ และเลิกการตลาดแบบเอาข้อมูลเท็จมาปั่นกันสักที มันไม่ทำให้ประเทศเจริญมีแต่ความขัดแย้ง
แล้วพวกกลุ่มการเมืองในนี้ก็เพลาๆเชียร์หน่อยนะครับ เชียร์มากระวังแห้วนะครับ บางพรรคมันไม่ได้น่าสนใจเหมือนชื่อ เพราะแนวคิดวิธีการแล้วมันคือ ลิเบอรอลจ๋า มาตั้งพรรค ก็ดีสู้ในระบบไม่ต้องลงใต้ดิน เปิดไปเลยฉันพวกฉันคิดแบบนี้ คนได้เห้นกันเต็มๆตา
โฆษณาชวนเชื่อ มักกลับมาตอนใกล้เลือกตั้ง การตลาดทางการเมืองเริ่มกลับมา (By Identity Idea)
"เมื่อไต่สวนรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 เป็นถึงนายกรัฐมนตรี แต่กลับกระทำการฝ่าฝืนกฎหมายทั้งที่เป็นหัวหน้ารัฐบาลซึ่งต้องกระทำตัวให้ เป็นแบบอย่างและประพฤติตนดีงามตามจริยธรรมของนักการเมือง จึงไม่สมควรให้รอการลงโทษ พิพากษาให้มีความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 100 ให้ลงโทษจำคุก 2 ปี ส่วนความผิดฐานอื่นให้ยก และให้ยกเลิกหมายจับจำเลยที่ 2 และออกหมายจับจำเลยที่ 1 มารับโทษต่อไป"
มาดูประเด็นที่ศาลฯ ยกขึ้นมาวินิจฉัยความผิด และพิจารณาโทษ คือ ศาลฯ เห็นว่า จำเลยที่ 1 (พ.ต.ท.ทักษิณ) กระทำผิด ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 100 ฐานเป็นผู้นำรัฐบาลไม่ปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาลและจริยธรรมนักการเมือง โดย ศาลฯ เห็นว่า จำเลยกระทำผิดจริง โดยศาลฯ ลงมติด้วยคะแนน 5-4 ส่วนจำเลยที่ 2 (คุณหญิงพจมาน) ไม่มีความผิดในประเด็นนี้ เพราะในกฎหมายฉบับเดียวกัน มาตรา 122 ระบุ ไว้ชัดเจนว่า ให้ลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐตามมาตรา 100 แต่ไม่รวมถึงคู่สมรส"
ที่มา: https://www.thairath.co.th/content/377181
เลิกเป่าหูกันเองได้หรือยังว่าทำไมเมียไม่ผิด ผัวผิด แค่ผัวเซ็นให้เมีย พอเถอะครับ อย่าง่าวให้เขาหลอก
ช่วงเวลาเหล่านี้จะมีการโฆษณาชวนเชื่อที่สมัยก่อน มักจะได้รับข้อมูลไม่ครบ ปั่นหัว ข้อมูลจริงเป้นเท็จ เท็จเป็นจริง จนไม่รู้อะไรจริงเท็จ เพราะยุคนันอินเตอร์เน็ตการเข้า ถึงข้อมูลข่าวสารมันไม่ได้เหมือนในปัจจุบัน
ช่วงที่ผ่านมายอมรับในทีมการโฆษณาชวนเชื่อของบางกลุ่มจริงๆ ทุกวันนี้ก็ยังมีอยู่ อยู่ในห้องนี้น่าจะมี ที่เป็นกลุ่มก้อนทางการเมือง ว่าอย่างไร ผิดถูกไม่สน สนแต่อวยพวกพ้อง ก็เพราะไม่ได้คุยสื่อสารกันโดยปัจเจกทางความคิด แต่มีเป้าหมายแฝง เลยคุยกับคนทั่วไปไม่รู้เรื่อง
ยิ่งใกล้เลือกตั้ง ผียิ่งจะกลับมา เดี่ยวคงมีการยกคดีความเก่าๆ มาวนใหม่ ทุกวันนี้ก็มีบางพวกเริ่มกิจกรรมทางการเมือง ไปกินมาม่าโชว์บอกเศรษฐกิจแย่ ก็พวกตัวเองไม่ทำมาหากินอาชีพคือเคลื่อนไหวทางการเมือง กินมาม่าก็ไม่แปลกคงหวังถูกหวย หรือ ได้ทุนสนับสนุนจะได้สบายไปพักๆ
ตอนนี้ยังไม่เห็นพวกที่ออกมาเย้วๆ หรือประกาศวิสัยทัศอะไรนี่จะพูดถึงว่า อีกสิบปีประเทศไทยจะไปอยู่จุดไหน จะพัฒนาเศรษกิจอย่างไร เห็นแต่นโยบายกเลิกรัฐธรรมนูญ นิรโทษกรรม การเล่นการเมืองแบบเดิมทีเป้าหมายไม่ใช่เพื่อประชาชน แต่เพื่ออำนาจตัวเองและพวกพ้องทางการเมือง
บางกลุ่มเสนอยกเลิกการเกณฑ์ทหารบอกถ่วงเศรษฐกิจทำให้ประเทศไทยไม่พัฒนา ผมไม่ยักเห็นเฟกเตอร์ในดัชนีย์ทางเศรษฐกิจที่คำนวณจำนวนการเกณฑ์ทหารเป็นปัจจัยหลักในการที่ประเทศจะก้าวหน้า เห็นแต่หากประเทศไหนมีความเข้มเข็งทางการทหารการต่อรองทางเศรษกิจก็จะมีอำนาจต่อรอง
ไม่เกินสามาเดือนหลังบอลโลกนี้รับรอง โฆษณาชวนเชื่อจะระเบิดเต็มโซเชียล แค่บูทโพสก็เห้นก็เยอะละง่ายกว่าสมัยก่อนที่ต้องมีหัวคะแนน ตอนนี้ไม่ต้อง การเมืองจะเป็นการช่วงชิงการสาดโคลนกันในโซเชียลเหมือนที่อเมริกา ที่เกียวกับกรณีเฟสบุ๊คตอนเลือกตั้งที่ทรัมป์ชนะ จนมารค์ซัคเคอร์เบิกต้องเข้าชี้แจงต่อวุฒิสภาเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล
ไม่อยากให้ประเทศไทยสู้กันโดยการตลาดทางการเมือง แต่ออยากให้สู้โดยวิสัยทัศที่เอาประเทศเป็นที่ตั้งไม่ใช้ผลประโยชน์พวกตน อยากเห็นว่าไทยจะก้าวไปอย่างไรต่อไปในแต่ละพรรคการเมืองที่อยากให้มีการนำเสนอ และเลิกการตลาดแบบเอาข้อมูลเท็จมาปั่นกันสักที มันไม่ทำให้ประเทศเจริญมีแต่ความขัดแย้ง
แล้วพวกกลุ่มการเมืองในนี้ก็เพลาๆเชียร์หน่อยนะครับ เชียร์มากระวังแห้วนะครับ บางพรรคมันไม่ได้น่าสนใจเหมือนชื่อ เพราะแนวคิดวิธีการแล้วมันคือ ลิเบอรอลจ๋า มาตั้งพรรค ก็ดีสู้ในระบบไม่ต้องลงใต้ดิน เปิดไปเลยฉันพวกฉันคิดแบบนี้ คนได้เห้นกันเต็มๆตา