คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 3
จริงๆ ที่ จขกท เข้าใจก็ไม่ผิดหรอกครับที่ว่าทั้งสถาปัตยกรรมมุสลิมและคริสออโธดอกซเกี่ยวข้องกัน เพราะโดมทรงหัวหอมของสถาปัตยกรรมทั้งสองมีที่มาจากต้นตอเดียวกันนั่นคือ Byzantine architecture ซึ่งเริ่มโดย Constantine the Great โดยเริ่มมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 5 อันมีเมืองหลวงคือ Constantinople หรือ เมืองอิสตันบูลในปัจจุบัน แต่ถ้าสังเกตุจะเห็นว่าสถาปัตย์รุปทรงของโดมในสมัยนั้นจะเป็นโดมทรงกว้างไม่เป็นรูปหัวหอมอย่างอิสลามและคริสออโธดอกซ์ซึ่งเป็นวิวัฒนาการเกิดขึ้นภายหลัง ดังรูป
โบสถ์คริสต์ Hagia Sophia สร้างระหว่างปี 537 จนถึง 1453 ใน Constantinople และถูกเปลี่ยนมาเป็นสุเหร่าของมุสลิมเมื่อถูกยึดครองโดยออตโตมานในปี 1453 เป็นต้นมา ปัจจุบันคืออิสตันบูล

ถ้าไปถามชาวคริสออโธดอกซ์ว่าทำไมโดมถึงกลายเป็นหัวหอมทรงเรียวในเวลาต่อมา เขาจะอธิบายว่าเป็นสัญลักษณ์ของเปลวเทียนที่สื่อไปถึงสรวงสวรรค์เพื่อบูชาพระเจ้า แต่ถ้าถามนักสถาปัตย์จะให้เหตุผลอีกอย่างหนึ่ง ส่วนนักประวัติศาสตร์จะอธิบายว่า สถาปัตยกรรมรูปทรงนี้ของ "รัสเซีย" สืบต่อเนื่องจากมาจากยุคไบเซนไทน์เริ่มตั้งแต่ศตวรรษที่ 10 หลังจากปี 988 ที่ Vladimir of Kiev เจ้าครองแคว้นรัสเซียได้รับการรับศึลเข้านับถือคริสต์เป็นครั้งแรก และให้สร้าง Cathedral of St. Sophia, Novgorod ระหว่างปี 1045-1052 ขึ้น
Cathedral of St. Sophia, Novgorod
หลังจากนั้นรัสเซียตกอยู่ภายใต้การปกครองจากมองโกล สถาปัตยกรรมการสร้างโบสถ์คริสออโธดอกซ์หยุดชะงักลงจนกระทั่งถึงศตวรรษที่ 15 เมื่อ เจ้าครองนครรัสเซียคือ Iwan III. der Große (1440-1505) กู้ประเทศกลับคืนมาได้มองโกลและได้แต่งงานกับเจ้าหญิงของไบเซนไทน์คือ Princess Anna การสร้างโบสถ์และสถาปัตยกรรมของยุค Renaissance เข้ามามีอิทธิพลและมีการสร้างโบสถ์หลายๆ แห่งเกิดขึ้นหลังจากนั้น
คำถามที่ว่า แล้วทำไมรูปทรงโดมของรัสเซียจึงมีรูปทรงเป็นหัวหอมเช่นนั้น คำตอบจากนักสถาปัตย์ง่ายๆ คือเนื่องจากสภาพอากาศที่เต็มไปด้วยหิมะเป็นส่วนใหญ่ของภูมิภาคบังคับให้การออกแบบที่ทำให้หิมะไม่ตกค้างอยู่บนยอดโดมและทำให้เกิดการเสียหายชำรุดหักพังของตัวโดมได้นั่นเอง
โบสถ์คริสต์ Hagia Sophia สร้างระหว่างปี 537 จนถึง 1453 ใน Constantinople และถูกเปลี่ยนมาเป็นสุเหร่าของมุสลิมเมื่อถูกยึดครองโดยออตโตมานในปี 1453 เป็นต้นมา ปัจจุบันคืออิสตันบูล

ถ้าไปถามชาวคริสออโธดอกซ์ว่าทำไมโดมถึงกลายเป็นหัวหอมทรงเรียวในเวลาต่อมา เขาจะอธิบายว่าเป็นสัญลักษณ์ของเปลวเทียนที่สื่อไปถึงสรวงสวรรค์เพื่อบูชาพระเจ้า แต่ถ้าถามนักสถาปัตย์จะให้เหตุผลอีกอย่างหนึ่ง ส่วนนักประวัติศาสตร์จะอธิบายว่า สถาปัตยกรรมรูปทรงนี้ของ "รัสเซีย" สืบต่อเนื่องจากมาจากยุคไบเซนไทน์เริ่มตั้งแต่ศตวรรษที่ 10 หลังจากปี 988 ที่ Vladimir of Kiev เจ้าครองแคว้นรัสเซียได้รับการรับศึลเข้านับถือคริสต์เป็นครั้งแรก และให้สร้าง Cathedral of St. Sophia, Novgorod ระหว่างปี 1045-1052 ขึ้น
Cathedral of St. Sophia, Novgorod

หลังจากนั้นรัสเซียตกอยู่ภายใต้การปกครองจากมองโกล สถาปัตยกรรมการสร้างโบสถ์คริสออโธดอกซ์หยุดชะงักลงจนกระทั่งถึงศตวรรษที่ 15 เมื่อ เจ้าครองนครรัสเซียคือ Iwan III. der Große (1440-1505) กู้ประเทศกลับคืนมาได้มองโกลและได้แต่งงานกับเจ้าหญิงของไบเซนไทน์คือ Princess Anna การสร้างโบสถ์และสถาปัตยกรรมของยุค Renaissance เข้ามามีอิทธิพลและมีการสร้างโบสถ์หลายๆ แห่งเกิดขึ้นหลังจากนั้น
คำถามที่ว่า แล้วทำไมรูปทรงโดมของรัสเซียจึงมีรูปทรงเป็นหัวหอมเช่นนั้น คำตอบจากนักสถาปัตย์ง่ายๆ คือเนื่องจากสภาพอากาศที่เต็มไปด้วยหิมะเป็นส่วนใหญ่ของภูมิภาคบังคับให้การออกแบบที่ทำให้หิมะไม่ตกค้างอยู่บนยอดโดมและทำให้เกิดการเสียหายชำรุดหักพังของตัวโดมได้นั่นเอง
แสดงความคิดเห็น
ทำไม สถาปัตยกรรมในรัสเซียจึงมีโดมคล้ายๆศิลปะอิสลามครับ
อยากทราบว่ามีความเชื่อมโยงหรือประวัติศาสตร์เกี่ยวพันกันอย่างไรครับ?
ขอบคุณสำหรับความรู้นะครับ