อ่านไว้ไปอุทาหรณ์ กรณีศึกษา หรือเพื่อความบันเทิง
เราคบกับแฟนมา 5 ปี ตั้งแต่เรียนมัถยม ถึง ปี4มหาลัย
เรารักแฟนมาก เพราะเขาเป็นคนดีมาตลอด แคร์เพื่อน รักครอบครัว และเรา
เรียนจบมีแพลนจะแต่งงานกัน
แต่จู่ๆ ผู้ชายคนนี้ก็เปลี่ยนไป อยู่ดีๆ เขาก็บอกเลิกเรา โดยให้เหตุผลว่า ไม่ได้รักเรา เราเข้ากันไม่ได้ อยู่เพราะสงสาร
(อ่อ อยู่ด้วยกันมา 5 ปี พึ่งนึกขึ้นได้) ฟังดูดี ดูน่าเห็นใจ บอกว่าไม่อยากฝืนอีกแล้ว ปล่อยเขาไปเถอะนะ สงสารเขาเถอะ
อยากแคร์ตัวเอง อยากรักตัวเองบ้าง ที่ผ่านมา เขาแคร์คนอื่น จนลืมแคร์ด้วยเอง
ตายๆ เราดูกลายเป็นคนผิด และเห็นแก่ตัวไปเลยจ้า
อยากฟังความจริงไหม?
มีรุ่นน้องผู้หญิงมหัศจรรย์คนนึงเข้ามาในชีวิตของเขา นางวิเศษมาก เป็นเหมือนเทพเจ้า
นางพูดอะไร เล่าอะไร บอกอะไร เขาก็จะคล้อยตามไปหมด
เช่นว่า เราต้องแคร์ตัวเอง ออกมาจากเซฟโซนได้แล้ว เป็นผู้ใหญ่ซะที (ความหมายจริงๆ คือ ได้เวลาเห็นแก่ตัวแล้วค่ะที่รัก)
และเขาก็เชื่อผู้หญิงคนนี้ทุกอย่าง เธอโดนใจเขามากๆ แค่มองตาก็รู้ใจกัน เหมือนกันมากๆเลย เป็นเนื้อคู่
เลยต้องแอบลักกินขโมยกิน ทั้งที่ยังเป็นแฟนกับเราอยู่
และก็ถือว่าไม่ผิดด้วย ไม่มีความรู้สึกผิดใดๆ
เพราะเราเป็นแฟนที่ไม่ดี ห้ามนู่นนี่ ทำเขาอึดอัด ความคิดต่างกัน ทะเลาะกัน เข้ากันไม่ได้
แต่เธอคนนี้ดีทุกอย่างเลย แค่มองตาก็รู้ใจ เราเลิกกันอ่ะดีแล้ว และเขาก็จะได้อยู่กินด้วยกันเป็นบัดดี้กัน ไปไหนมาไหนได้อย่างเปิดเผย แฮปปี้สุดๆ สบายใจ
ไม่ต้องลักกินอีกต่อไป วู้ววววววว
สกิล

เราเริ่มทะเลาะกันบ่อยๆ กับเรื่องไม่เป็นเรื่อง
ครั้งแรกที่จับได้ เรานั่งทำงานอยู่ด้วยกัน เขาเดินไปไปเข้าห้องน้ำ แต่จู่ๆก็หยุดชะงักแล้วกลับมาปิดไลน์ในคอม
แน่นอนว่า เราแอบเปิดดู มีข้อความหนึ่งว่า อ่อ คุยไม่ได้ อยู่กับแฟน
(พวกเขานอนด้วยกันมาก่อนหน้านั้นแล้ว ซึ่งเราไม่รู้เรื่องอะไรเลย)
เขา

ครั้งที่ 1 ว่า ไม่มีอะไรเป็นรุ่นน้องที่สนิทกัน เป็นโรคซึมเศร้าเหมือนกัน เลยคุยกัน
ชักแม่น้ำทั้งห้า และทำให้เราดูเหมือนเป็นแฟนที่งี่เง่ามากๆ
เราไม่สบายใจเลย และขอให้เขาเลิกคุยกับคนๆ นี้
ครั้งที่ 2 เลิกคุยแบบเปิดเผย หันมาคุยแบบหลบๆ ซ่อนๆ
จีบกันไปจีบกันมาในไอจีลับ แน่นอนว่าไม่พ้น เพราะแจ้งเตือนไอจีมันเด้งขึ้นมาจากแอคเคาท์นึงมากเป็นพิเศษ
เราเข้าไปดูในไอจีนั้น สะดุดที่รูปรูปหนึ่งเป็นแคปแชท เนื้อความนัดกันไปดูหนัง ด้วยภาษาที่เราคุ้นเคย และคิดว่าใช่แน่ๆ มีแคปชั่นว่า สุดท้ายก็ไม่ใช่แค่ดูหนัง
และมีรูปคู่ที่ถ่ายแบบย้อนแสง ซึ่งเราปรับแสงสุดดูแล้วก็เป็น

ตัวนั้นแหละ ใช่ใครที่ไหน
หวานกันจังเลยนะคะ ความรักดูสวยงามจังเลย
เป็นเรื่องสิคะ รออะไร

ครั้งนี้บอกว่า แค่จูบค่ะ จูบกันเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไร แค่เผลอไป
น่าตกใจ ที่เราเชื่อ เราแบบสนิทใจ เพราะเรารัก ไว้ใจ และซื่อสัตย์กับคนๆนี้ค่ะ
ครั้งที่ 3 คุยในไอจีลับไม่ได้ ก็คุยในทวิตเตอร์ลับสิ ตอนไปเข้าห้องน้ำก็โทรหาและค่อยลบประวัติสิ

มันไม่รู้หรอก
ครั้งที่ 4 เขาขอเลิกกับเรา เราไม่เข้าใจมากๆ ที่อยู่ดีๆมาอ้างเหตุผลเข้ากันไม่ได้ อยากแคร์ตัวเอง เป็นตัวของตัวเอง
อ้าวนี่ก็งงสิคะ อยู่ดีๆเป็นอะไรขึ้นมา เพราะไม่ได้ทะเลาะ ไม่ได้อะไรเลย พวกเขาคงไปเจอกัน และเกิดเหตุการณ์ประทับใจกันขึ้น
จนฉุกคิดได้ว่าเลิกกันแฟนดีไหม หรือเอาไงดีนะ
เราตามไปเคลียร์ ตอนแรกนัดคุยกันที่หอเขาค่ะ เราบอกจะไปถึงสัก 10โมง
แต่ตอน 9 โมง พิกัดมันฟ้องว่าไม่ได้อยู่ที่หอตัวเองค่ะ วันนั้นบังเอิญเราเปิดแอพครอบครัวแบบงงๆ และเข้าไปดู เห็นพอดี
ไปสิคะ ไปจนถึงที่ห้องฝ่ายหญิง เห็นเขาอยู่ด้วยกันแบบจะๆค่ะ
ตอนนั้นไม่โวยวาย ไม่วีน ไม่ทำลายข้าวของ เป็นนางเองผู้ให้ค่ะ เขาบอกกลับไปคุยที่หอเขา
เรามั่นใจว่าความชั่วที่เขาพูดกรอกหูกันว่าไม่ผิด ไม่ได้ทำเรื่องที่ผิดนะคะ ไม่ได้มีแค่ 4 ครั้ง แต่เรารู้แค่นี้
ผู้หญิงยืนยั่นว่า ไม่ได้แย่ง ไม่ได้อยากให้เราเลิกกัน (แต่เข้ามาคุย ทั้งๆที่รู้ตั้งแต่แรกว่า ผู้ชายคนนี้มีแฟนแล้ว เฉยๆอ่ะนะ)
ผู้หญิงซึ่งบอกว่า ตัวเองเป็นผู้ใหญ่ มีความคิดผู้ใหญ่มากๆ คนทั้งคู่เห็นตรงกันตามนี้ ดูชื่นชมกันมากๆ เธอมีความคิดเป็นผู้ใหญ่
นางบอกด้วยว่า ไม่มีแพลนจะคบผู้ชายคนนี้ เพราะเขาไม่มีค่าพอสำหรับเธอจ้าาา ว๊าววว
แต่ปัจจุบัน กินอยู่หลับนอนด้วยกัน ในบ้านหลังเดียวกันฉันผัวเมีย (แต่ไม่ได้คบกันนะคะ บอกผู้ใหญ่แล้วว่าเป็นแฟนกัน เพราะผู้ใหญ่ที่บ้านไม่เข้าใจความสัมพันธ์นี้ ว๊าวววววว สุดยอดดดดด เพื่อนกันสุดๆ บัดดี้เฉยๆนะเธอ)
ฝ่ายหญิงเอง อายุ 19 ค่ะ ซึ่งพ่อแม่นางก็ปล่อยให้มาอยู่กินกับผู้ชาย ยกให้ฟรีไม่คิดตังเลยค่ะ อิอิ
ต่อเนาะ เรากลับมาคุยที่หอ โวยวายและร้องไห้ฟูมฟายเหมือนคนบ้า
ด่าเราว่ารู้ตัวไหม ว่าตอนนี้เธอเหมือนคนบ้าโรคจิต (เพราะเราด่าผู้หญิงคนนี้ในทวิตเอาไว้ค่ะ ว่าขาดความอบอุ่นจากผู้ชายหรอ เลยต้องมาแย่งแฟนคนอื่น อีโรคจิต) ใช่ค่ะ แล้วเป็นเพราะใครล่ะ? เราทำดีมาตลอด ไม่เคยลักกินขโมยกิน ไม่ได้โรคจิตเพราะกมลสันดารเหมือนบางคนค่ะ
เพราะตั้งตัวไม่ทันมากๆ กับเหตุการณ์ความรักสีชมพู บุพเพครั้งนี้ ที่อยู่ดีๆ เรากลายเป็นส่วนเกิน เหมือนกับว่าเราเป็นเมียน้อยมาทีหลัง
ทั้งๆ ที่บอกว่าเรียนจบ เราจะแต่งงานกัน อนาคตของเรามันพังทลายค่ะ มันเหมือนไม่เหลืออะไรแล้ว จากการกระทำของคนที่เรารักและไว้ใจที่สุด
ผู้หญิงบอกว่า ไม่ได้คิดอะไร ไม่ได้คิดอะไร ไม่ได้คิดแบบนั้นกับแฟนเราหน้าตาบริสุทธิ์ผุดผ่องมาก
เรากลับมาคุยกับผู้ชายที่หอ ถามว่าเธอชอบเขาเหรอ รักเขาเหรอ เขาก็สารภาพค่ะ ใช่ ผู้หญิงเข้ามาคุย ละสานต่อกัน เขาชอบคนคนนี้
แต่เขาไม่ได้รักเธอนิ เราถาม ฝ่ายชายตอบแบบภูมิใจมากๆ น้ำเสียงเหมือนจะอวดไม่ได้รู้สึกรู้สาว่า รู้ได้ไงว่าเขาไม่ได้รัก (อ่อ เพราะฝ่ายหญิงบอกกูว่าไม่ได้ติดอะไรค่ะ ซึ่งเราเชื่อจริงๆ แอคติ้งดีมากๆ บอกเลย แต่ตอนนี้เรารู้แล้วค่ะ)
ว่าคำพูดของผู้หญิงดูสวยหรู ดูดีมากๆ แต่ไม่จริงเลยสักคำเดียว แม้แต่ที่รับปากเราเอาไว้ เอาเข้าจริงๆก็ทำไม่ได้ ผู้ใหญ่มากเลยค่ะ วิถีผู้ใหญ่ที่แท้ทรู
พวกเขาเคยเอากัน ทั้งๆที่เรานอนอยู่บนเตียงๆนั้นด้วยค่ะ น่ารักจริงๆ
กับผู้ชายคนนี้ ตั้งแต่ปี 1 เขาไร้ความรับผิดชอบ ตื่นสาย ทำงานไม่ทันส่งอาจารย์ แต่งตัวเชยๆ เพื่อนไม่คบ ไม่ค่อยมีเงิน
เราช่วยซัพพอร์ททุกอย่าง ตั้งแต่เรื่องเงิน รีดชุด ซักผ้า จนถึงอดหลับอดนอน ช่วยทำงานส่งอาจารย์
จนถึงตอนที่เขามีเพื่อน ได้เงินจากงานฟรีแลนบ้าง หัดแต่งตัว ทำผมให้ตัวเองดูดี มีรุ่นน้องมาชอบ
เราผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะมากๆ
เรากลายเป็นโรคซึมเศร้า พยายามจะฆ่าตัวตาย ไม่ใช่เพราะความเสียใจ แต่เพราะรู้สึกว่า ชีวิตมันไม่เหลืออะไรแล้ว ทั้งปัจจุบัน และอนาคต
รวมไปถึงความเป็นตัวตน หัวใจ ความรู้สึก เกียรติและศักดิ์ศรี ที่ถูกคนที่รักและไว้ใจที่สุดเหยียบย่ำและทำลาย
ไม่น่าเชื่อว่า พวกเขาจะไม่รู้สึกผิดอะไร และใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันได้อย่างมีความสุข กินอิ่มและนอนหลับได้ สร้างอนาคต
โดยทิ้งเราไว้ข้างหลัง ลืมเรา เหมือนไม่เคยมีเรามาก่อน เหมือนเรื่องของเราไม่เคยเกิดขึ้น
ต่างจากเรา ที่เป็นทุกข์ เพราะไม่เข้าใจและรู้สึกไม่ยุติธรรมมากๆ ที่เขายังอยู่ด้วยกันได้ โดยไม่รู้สึกผิดอะไรเลย
ปากที่พูดว่าขอโทษ แต่ไม่ได้สำนึกจริงๆ ก็ยังอยู่ด้วยกันแบบหน้าชื่นตาบาน ไม่ได้รู้สึกละอายกับการกระทำของตัวเอง
ขอโทษ.......
บอกจะช่วยนั่นช่วยนี่ จะชดใช้อย่างนั้นอย่างนี้ ก็เป็นแค่ลมปากพล่อยๆ ที่ไม่เคยทำได้
เพราะเราไม่ได้ทำอะไรผิดมาโดยตลอด อยู่ด้วยความซื่อสัตย์และไว้ใจ ให้เกียรติเขามากๆ
เราทนไม่ได้ ที่เห็นเขามีความสุขกัน ในขณะที่เราโดดเดี่ยว ทนทุกข์ และข้ามผ่านช่วงเวลานี้ไปคนเดียว
โดยที่ไม่ได้ทำอะไรผิดเลย มันสมควรแล้วเหรอ? คนที่มีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น ชีวิตมันจะเจริญจริงๆเหรอคะ
สมควรแล้วเหรอที่คนที่เบียดเบียนชีวิตเรายังอยู่กันอย่างมีความสุข ลอยหน้าลอยตาแบบไร้ยางอายไร้ซึ่งความรู้สึกผิดใดๆ
เราคบกับแฟนมา 5 ปี ตั้งแต่เรียนมัถยม ถึง ปี4มหาลัย
เรารักแฟนมาก เพราะเขาเป็นคนดีมาตลอด แคร์เพื่อน รักครอบครัว และเรา
เรียนจบมีแพลนจะแต่งงานกัน
แต่จู่ๆ ผู้ชายคนนี้ก็เปลี่ยนไป อยู่ดีๆ เขาก็บอกเลิกเรา โดยให้เหตุผลว่า ไม่ได้รักเรา เราเข้ากันไม่ได้ อยู่เพราะสงสาร
(อ่อ อยู่ด้วยกันมา 5 ปี พึ่งนึกขึ้นได้) ฟังดูดี ดูน่าเห็นใจ บอกว่าไม่อยากฝืนอีกแล้ว ปล่อยเขาไปเถอะนะ สงสารเขาเถอะ
อยากแคร์ตัวเอง อยากรักตัวเองบ้าง ที่ผ่านมา เขาแคร์คนอื่น จนลืมแคร์ด้วยเอง
ตายๆ เราดูกลายเป็นคนผิด และเห็นแก่ตัวไปเลยจ้า
อยากฟังความจริงไหม?
มีรุ่นน้องผู้หญิงมหัศจรรย์คนนึงเข้ามาในชีวิตของเขา นางวิเศษมาก เป็นเหมือนเทพเจ้า
นางพูดอะไร เล่าอะไร บอกอะไร เขาก็จะคล้อยตามไปหมด
เช่นว่า เราต้องแคร์ตัวเอง ออกมาจากเซฟโซนได้แล้ว เป็นผู้ใหญ่ซะที (ความหมายจริงๆ คือ ได้เวลาเห็นแก่ตัวแล้วค่ะที่รัก)
และเขาก็เชื่อผู้หญิงคนนี้ทุกอย่าง เธอโดนใจเขามากๆ แค่มองตาก็รู้ใจกัน เหมือนกันมากๆเลย เป็นเนื้อคู่
เลยต้องแอบลักกินขโมยกิน ทั้งที่ยังเป็นแฟนกับเราอยู่
และก็ถือว่าไม่ผิดด้วย ไม่มีความรู้สึกผิดใดๆ
เพราะเราเป็นแฟนที่ไม่ดี ห้ามนู่นนี่ ทำเขาอึดอัด ความคิดต่างกัน ทะเลาะกัน เข้ากันไม่ได้
แต่เธอคนนี้ดีทุกอย่างเลย แค่มองตาก็รู้ใจ เราเลิกกันอ่ะดีแล้ว และเขาก็จะได้อยู่กินด้วยกันเป็นบัดดี้กัน ไปไหนมาไหนได้อย่างเปิดเผย แฮปปี้สุดๆ สบายใจ
ไม่ต้องลักกินอีกต่อไป วู้ววววววว
สกิล
เราเริ่มทะเลาะกันบ่อยๆ กับเรื่องไม่เป็นเรื่อง
ครั้งแรกที่จับได้ เรานั่งทำงานอยู่ด้วยกัน เขาเดินไปไปเข้าห้องน้ำ แต่จู่ๆก็หยุดชะงักแล้วกลับมาปิดไลน์ในคอม
แน่นอนว่า เราแอบเปิดดู มีข้อความหนึ่งว่า อ่อ คุยไม่ได้ อยู่กับแฟน
(พวกเขานอนด้วยกันมาก่อนหน้านั้นแล้ว ซึ่งเราไม่รู้เรื่องอะไรเลย)
เขา
ชักแม่น้ำทั้งห้า และทำให้เราดูเหมือนเป็นแฟนที่งี่เง่ามากๆ
เราไม่สบายใจเลย และขอให้เขาเลิกคุยกับคนๆ นี้
ครั้งที่ 2 เลิกคุยแบบเปิดเผย หันมาคุยแบบหลบๆ ซ่อนๆ
จีบกันไปจีบกันมาในไอจีลับ แน่นอนว่าไม่พ้น เพราะแจ้งเตือนไอจีมันเด้งขึ้นมาจากแอคเคาท์นึงมากเป็นพิเศษ
เราเข้าไปดูในไอจีนั้น สะดุดที่รูปรูปหนึ่งเป็นแคปแชท เนื้อความนัดกันไปดูหนัง ด้วยภาษาที่เราคุ้นเคย และคิดว่าใช่แน่ๆ มีแคปชั่นว่า สุดท้ายก็ไม่ใช่แค่ดูหนัง
และมีรูปคู่ที่ถ่ายแบบย้อนแสง ซึ่งเราปรับแสงสุดดูแล้วก็เป็น
หวานกันจังเลยนะคะ ความรักดูสวยงามจังเลย
เป็นเรื่องสิคะ รออะไร
น่าตกใจ ที่เราเชื่อ เราแบบสนิทใจ เพราะเรารัก ไว้ใจ และซื่อสัตย์กับคนๆนี้ค่ะ
ครั้งที่ 3 คุยในไอจีลับไม่ได้ ก็คุยในทวิตเตอร์ลับสิ ตอนไปเข้าห้องน้ำก็โทรหาและค่อยลบประวัติสิ
ครั้งที่ 4 เขาขอเลิกกับเรา เราไม่เข้าใจมากๆ ที่อยู่ดีๆมาอ้างเหตุผลเข้ากันไม่ได้ อยากแคร์ตัวเอง เป็นตัวของตัวเอง
อ้าวนี่ก็งงสิคะ อยู่ดีๆเป็นอะไรขึ้นมา เพราะไม่ได้ทะเลาะ ไม่ได้อะไรเลย พวกเขาคงไปเจอกัน และเกิดเหตุการณ์ประทับใจกันขึ้น
จนฉุกคิดได้ว่าเลิกกันแฟนดีไหม หรือเอาไงดีนะ
เราตามไปเคลียร์ ตอนแรกนัดคุยกันที่หอเขาค่ะ เราบอกจะไปถึงสัก 10โมง
แต่ตอน 9 โมง พิกัดมันฟ้องว่าไม่ได้อยู่ที่หอตัวเองค่ะ วันนั้นบังเอิญเราเปิดแอพครอบครัวแบบงงๆ และเข้าไปดู เห็นพอดี
ไปสิคะ ไปจนถึงที่ห้องฝ่ายหญิง เห็นเขาอยู่ด้วยกันแบบจะๆค่ะ
ตอนนั้นไม่โวยวาย ไม่วีน ไม่ทำลายข้าวของ เป็นนางเองผู้ให้ค่ะ เขาบอกกลับไปคุยที่หอเขา
เรามั่นใจว่าความชั่วที่เขาพูดกรอกหูกันว่าไม่ผิด ไม่ได้ทำเรื่องที่ผิดนะคะ ไม่ได้มีแค่ 4 ครั้ง แต่เรารู้แค่นี้
ผู้หญิงยืนยั่นว่า ไม่ได้แย่ง ไม่ได้อยากให้เราเลิกกัน (แต่เข้ามาคุย ทั้งๆที่รู้ตั้งแต่แรกว่า ผู้ชายคนนี้มีแฟนแล้ว เฉยๆอ่ะนะ)
ผู้หญิงซึ่งบอกว่า ตัวเองเป็นผู้ใหญ่ มีความคิดผู้ใหญ่มากๆ คนทั้งคู่เห็นตรงกันตามนี้ ดูชื่นชมกันมากๆ เธอมีความคิดเป็นผู้ใหญ่
นางบอกด้วยว่า ไม่มีแพลนจะคบผู้ชายคนนี้ เพราะเขาไม่มีค่าพอสำหรับเธอจ้าาา ว๊าววว
แต่ปัจจุบัน กินอยู่หลับนอนด้วยกัน ในบ้านหลังเดียวกันฉันผัวเมีย (แต่ไม่ได้คบกันนะคะ บอกผู้ใหญ่แล้วว่าเป็นแฟนกัน เพราะผู้ใหญ่ที่บ้านไม่เข้าใจความสัมพันธ์นี้ ว๊าวววววว สุดยอดดดดด เพื่อนกันสุดๆ บัดดี้เฉยๆนะเธอ)
ฝ่ายหญิงเอง อายุ 19 ค่ะ ซึ่งพ่อแม่นางก็ปล่อยให้มาอยู่กินกับผู้ชาย ยกให้ฟรีไม่คิดตังเลยค่ะ อิอิ
ต่อเนาะ เรากลับมาคุยที่หอ โวยวายและร้องไห้ฟูมฟายเหมือนคนบ้า
ด่าเราว่ารู้ตัวไหม ว่าตอนนี้เธอเหมือนคนบ้าโรคจิต (เพราะเราด่าผู้หญิงคนนี้ในทวิตเอาไว้ค่ะ ว่าขาดความอบอุ่นจากผู้ชายหรอ เลยต้องมาแย่งแฟนคนอื่น อีโรคจิต) ใช่ค่ะ แล้วเป็นเพราะใครล่ะ? เราทำดีมาตลอด ไม่เคยลักกินขโมยกิน ไม่ได้โรคจิตเพราะกมลสันดารเหมือนบางคนค่ะ
เพราะตั้งตัวไม่ทันมากๆ กับเหตุการณ์ความรักสีชมพู บุพเพครั้งนี้ ที่อยู่ดีๆ เรากลายเป็นส่วนเกิน เหมือนกับว่าเราเป็นเมียน้อยมาทีหลัง
ทั้งๆ ที่บอกว่าเรียนจบ เราจะแต่งงานกัน อนาคตของเรามันพังทลายค่ะ มันเหมือนไม่เหลืออะไรแล้ว จากการกระทำของคนที่เรารักและไว้ใจที่สุด
ผู้หญิงบอกว่า ไม่ได้คิดอะไร ไม่ได้คิดอะไร ไม่ได้คิดแบบนั้นกับแฟนเราหน้าตาบริสุทธิ์ผุดผ่องมาก
เรากลับมาคุยกับผู้ชายที่หอ ถามว่าเธอชอบเขาเหรอ รักเขาเหรอ เขาก็สารภาพค่ะ ใช่ ผู้หญิงเข้ามาคุย ละสานต่อกัน เขาชอบคนคนนี้
แต่เขาไม่ได้รักเธอนิ เราถาม ฝ่ายชายตอบแบบภูมิใจมากๆ น้ำเสียงเหมือนจะอวดไม่ได้รู้สึกรู้สาว่า รู้ได้ไงว่าเขาไม่ได้รัก (อ่อ เพราะฝ่ายหญิงบอกกูว่าไม่ได้ติดอะไรค่ะ ซึ่งเราเชื่อจริงๆ แอคติ้งดีมากๆ บอกเลย แต่ตอนนี้เรารู้แล้วค่ะ)
ว่าคำพูดของผู้หญิงดูสวยหรู ดูดีมากๆ แต่ไม่จริงเลยสักคำเดียว แม้แต่ที่รับปากเราเอาไว้ เอาเข้าจริงๆก็ทำไม่ได้ ผู้ใหญ่มากเลยค่ะ วิถีผู้ใหญ่ที่แท้ทรู
พวกเขาเคยเอากัน ทั้งๆที่เรานอนอยู่บนเตียงๆนั้นด้วยค่ะ น่ารักจริงๆ
กับผู้ชายคนนี้ ตั้งแต่ปี 1 เขาไร้ความรับผิดชอบ ตื่นสาย ทำงานไม่ทันส่งอาจารย์ แต่งตัวเชยๆ เพื่อนไม่คบ ไม่ค่อยมีเงิน
เราช่วยซัพพอร์ททุกอย่าง ตั้งแต่เรื่องเงิน รีดชุด ซักผ้า จนถึงอดหลับอดนอน ช่วยทำงานส่งอาจารย์
จนถึงตอนที่เขามีเพื่อน ได้เงินจากงานฟรีแลนบ้าง หัดแต่งตัว ทำผมให้ตัวเองดูดี มีรุ่นน้องมาชอบ
เราผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะมากๆ
เรากลายเป็นโรคซึมเศร้า พยายามจะฆ่าตัวตาย ไม่ใช่เพราะความเสียใจ แต่เพราะรู้สึกว่า ชีวิตมันไม่เหลืออะไรแล้ว ทั้งปัจจุบัน และอนาคต
รวมไปถึงความเป็นตัวตน หัวใจ ความรู้สึก เกียรติและศักดิ์ศรี ที่ถูกคนที่รักและไว้ใจที่สุดเหยียบย่ำและทำลาย
ไม่น่าเชื่อว่า พวกเขาจะไม่รู้สึกผิดอะไร และใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันได้อย่างมีความสุข กินอิ่มและนอนหลับได้ สร้างอนาคต
โดยทิ้งเราไว้ข้างหลัง ลืมเรา เหมือนไม่เคยมีเรามาก่อน เหมือนเรื่องของเราไม่เคยเกิดขึ้น
ต่างจากเรา ที่เป็นทุกข์ เพราะไม่เข้าใจและรู้สึกไม่ยุติธรรมมากๆ ที่เขายังอยู่ด้วยกันได้ โดยไม่รู้สึกผิดอะไรเลย
ปากที่พูดว่าขอโทษ แต่ไม่ได้สำนึกจริงๆ ก็ยังอยู่ด้วยกันแบบหน้าชื่นตาบาน ไม่ได้รู้สึกละอายกับการกระทำของตัวเอง
ขอโทษ.......
บอกจะช่วยนั่นช่วยนี่ จะชดใช้อย่างนั้นอย่างนี้ ก็เป็นแค่ลมปากพล่อยๆ ที่ไม่เคยทำได้
เพราะเราไม่ได้ทำอะไรผิดมาโดยตลอด อยู่ด้วยความซื่อสัตย์และไว้ใจ ให้เกียรติเขามากๆ
เราทนไม่ได้ ที่เห็นเขามีความสุขกัน ในขณะที่เราโดดเดี่ยว ทนทุกข์ และข้ามผ่านช่วงเวลานี้ไปคนเดียว
โดยที่ไม่ได้ทำอะไรผิดเลย มันสมควรแล้วเหรอ? คนที่มีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น ชีวิตมันจะเจริญจริงๆเหรอคะ