ชีวิตอึดอัดกดดันไปหมดทุกอย่าง ทำไงดีคะ?

ก่อนอื่นต้องอธิบายก่อนว่าไม่ใช่ไม่รักครอบครัว แต่เราอยู่กับครอบครัวมาตั้งแต่เด็กจนอายุจะสามสิบ
เมื่อก่อนเราขับรถไม่เป็นค่ะ สอบติดมหา'ลัย เวลาไปเรียนก็เกิดปัญหา เพราะมหา'ลัยมีสาขา ต้องเดินทาง
ที่พักเป็นสิทธิ์ราชการของพ่อ จ้างคนส่งแถวนั้นเป็นคนรู้จัก แต่บางทีเขาไม่สะดวก
พ่อแม่เราก็อยู่จังหวัดอื่น เราเลยตัดสินใจออกจากมหา'ลัย ถ้าอยู่หอ พ่อแม่ไม่ให้อยู่

จากนั้นก็เลือกเรียนมหา'ลัยเปิด จนจบมา เราหางานทำและเราคุยกับพ่อแม่ว่าขอรถสักคันได้ไหม เดี๋ยวจะผ่อนเอง
เขาบอกเราว่ารอทำงานได้หลายๆ เดือนก่อน เราก็ไปทำนะคะ แต่ทุกครั้งมีปัญหาต้องออกจากงาน
เพราะพ่อเป็นคนส่งไปทำงาน แล้วเราค่อนข้างอึดอัดเพราะว่าการที่เราทำงานแต่พ่อแม่ยังไปส่ง เหมือนเราไม่โต
เวลากลับก็ต้องกลับก่อนเขา มีคนคุมตลอด แล้วงานไม่ได้อยู่แค่ในออฟฟิศ ต้องเปลี่ยนสาขากัน
ทำงานแต่ละที่เป็นเหมือนเดิม บางทีไปสายเพราะพ่อไม่ว่าง ที่ทำงานว่าเรื่องการเดินทางแต่พ่อแม่ไม่ได้รู้กับเรา
พอไปสมัครที่ใหม่ เขาก็ยืนยันว่าจะไปส่ง จนจากนั้นเราเลยหางานทำหน้าคอมอยู่ที่บ้านแต่ไม่มีสังคมค่ะ
ซึ่งแม่จะบอกตลอดว่าเราไม่จำเป็นต้องทำงานนอกบ้าน แต่ว่าบ้านเราไม่ได้มีธุรกิจนะคะ ไม่ได้รวย
ที่พ่อมีเงินเป็นเดือนๆมาจากสิทธิ์งานราชการ ไม่ใช่เงินที่เราหามา เรานึกเสียดายเวลาเพราะเราอยู่บ้านตั้งแต่นั้นมา 7-8 ปี
เพื่อนก็ไม่ค่อยได้คบ ถามว่าเพื่อนสมัยเรียนมีไหม มีนะคะ แต่ด้วยความที่ว่าเวลามีกิจกรรม กินเลี้ยงห้อง
เราต้องกลับก่อนตลอด พ่อแม่ไม่ค่อยให้ไปไหนกับเพื่อน
ตอนเรียนเคยคบแฟนแต่ชีวิตเราไม่ค่อยอิสระ ไปไหนไม่ค่อยได้ แฟนก็ไปมีคนอื่น
บางทีเป็นผู้หญิง อยากแต่งตัว แต่แต่งแล้วเขาไม่ค่อยชอบ ซื้อเครื่องสำอางก็ไม่ค่อยชอบ
เราเคยระเบิดออกมาเลยนะคะ เพราะชีวิตอึดอัด เรากดดัน ยิ่งพี่ชายพาพี่สะใภ้คนใหม่เข้าบ้าน เรารู้สึกว่าบ้านไม่เหมือนเดิม

ตอนนี้เราเลยคิดว่าต้องออกไปอยู่เอง กำลังหาสมัครงาน อยากสู้เองก่อน ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงต่อไปเหมือนกัน
เขาก็มีตัดพ้อว่าไม่อยากอยู่กับพ่อแม่แล้วเหรอ คือเขาลำบากไงคะ ต้องมาซื้อข้าวซื้อน้ำให้ลูก
แถมจะให้เงินเราเป็นเดือนอยู่กับบ้านเฉยๆ ซึ่งเราคิดว่าแม่ทำให้เราสบายเกินไป
บางทีเราอยากมีเพื่อน พ่อแม่ก็จะบอกว่าพี่ชาย พี่สาวเป็นเพื่อนได้ แต่หลายครั้งที่พี่ไม่ได้มาอยู่กับเราตลอด
พี่สาวอยู่บ้านสามี ยิ่งพี่ชายไม่ต้องพูดถึง ไม่สนิทกัน มีภรรยาไปเรื่อยๆ ไม่เคยมาสนใจอะไรเราหรอก
บางทีเราไลน์ไป เปิดอ่านกันเฉยๆ ไม่ตอบ โทรไปอย่าหวังว่าจะรับกันเลยค่ะ

เรื่องความรักก็ถูกกดดันเช่นกัน ช่วงก่อนเราบอกพ่อว่าคุยกับคนๆ หนึ่ง (เราได้ไปฟิตเนสแต่พ่อไปส่ง เจอกันที่นั่น)
ตอนนั้นทั้งแม่ ทั้งพี่สาวเราต่างก็ดันผู้ชายมาให้คุย แม่มากอด มาหอมทุกวันเพราะเรายอมคุยกับผู้ชายทางฝั่งแม่และเลิกคุยกับคนที่คุยอยู่
ส่วนฝั่งพี่สาว เราปฏิเสธไป ถามว่าฝรั่งที่เป็นใครไม่รู้ มาเที่ยวชั่วคราว ไปหามาจากคนรู้จักที่ทำทัวร์ เราไม่อยากเสี่ยงคุย
ระหว่างที่คุยรู้สึกแย่ค่ะ ผู้ชายเหมือนโดนที่บ้านบังคับมา เวลาไปไหนแม่จะเช็คตลอด เช็คทั้งฝั่งเรา ฝั่งผู้ชาย
ครอบครัวฝ่ายชายมีนัดดูตัว แต่อดทนคุยได้สองเดือน ก็เลิกคุย เรารู้ว่าแม่เสียดายแต่ไปกันไม่ได้ค่ะ
พอพี่สาวรู้ว่าเราเลิกคุยกับผู้ชายฝั่งแม่ก็มาเลยค่ะ "เป็นไง ชวดฝรั่งหล่อๆ ไปเลย" พี่สาวเองก็กดดัน ถ้าไม่ได้แฟนรวยอย่าเพิ่งมี เงินเท่านั้นที่อยู่ได้
เราอยากกรี๊ดมาก อึดอัดใจไปหมด คือถ้าเราได้ทำงาน มีสังคม มีแฟนอีกครั้ง เราก็อยากบอกครอบครัวแต่พอเจอแบบนี้เข้าไป
เครียดค่ะ แฟนจะมีรึเปล่ายังไม่รู้เลย ชีวิตอยู่ในกรง อย่างที่ไปได้ก็ฟิตเนส ห้าง พ่อไปรับ-ส่ง
ทุกครั้งต้องกำหนดเวลากลับ ฟิตเนสที่เคยไปเจอคนนั้น แม่ก็ไม่ให้ไปอีก จะสามสิบแล้วค่ะ แต่ชีวิตเหมือนเด็ก

เราเข้าใจว่าครอบครัวเป็นห่วงแต่บางทีสร้างความอึดอัดให้เราไปทุกด้าน จนกลายเป็นความเครียด ขนาดคบเพื่อนยังไม่อยากพาเข้าบ้านเลย
คนที่บ้านเหมือนไม่อยากต้อนรับใคร ส่วนพี่สาว เมื่อก่อนเราเคยพาแฟนไปแนะนำ โดนมองหัวจรด ทำท่าไม่ต้อนรับ
อย่างคนที่แม่ให้คุย เราก็เคยพาไปนะคะ เจอมองแบบนั้นเหมือนกัน หลายครั้งเราอยากต่อว่า เราไม่ได้รวยถึงขนาดมองใครหัวจรดเท้าได้
แล้วถามว่าแบบไหนที่บ้านถึงจะโอเค เป็นนักธุรกิจ รวย ขับรถแพงๆ แต่เราเป็นผู้หญิงธรรมดา ไม่ใช่ดารานางแบบ
บางทีเราอยากให้เขาปล่อยเราบ้าง ให้ลูกได้มีชีวิตของตัวเอง พี่ชายเราก็เป็นผู้ชายที่ไม่แกร่งเลยค่ะ เพราะพ่อแม่ประคบประหงมตลอด
เหนื่อยนะคะ เหมือนต้องมาเรียนรู้ชีวิต ตอนใกล้จะสามสิบ มีอะไรก็ไม่อยากบอกที่บ้านทุกเรื่อง
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่