พ่อเราเป็นคนไทย อยู่ในกรุงเทพ บ้านจน อยู่กับพี่ๆ คนละพ่อ และแม่ ส่วนพ่อทิ้งไปตั้งแต่เด็ก ทำงานตั้งแต่ ป.4+ ตั้งแต่ยาม แคตดี้ คนเร่ขายขนม
(มีน้องชายแท้ๆพ่อแม่เดียวกัน 1 คน แต่ฆ่าตัวตายตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น วันก่อนที่พ่อเราจะแต่งงานกับแม่ วันงานเลยมีแค่ญาติฝั่งแม่)
แม่ ครอบครัวคนจีน มีพี่น้อง 4 คน แต่เหมือนมีลูกไปงั้นๆ เลี้ยงส่งๆไปที ทำแต่งาน แทบไม่เคยพากินพาเที่ยว ความทรงจำดีๆไม่ค่อยมี
พ่อแม่เราไปเจอกันที่งานขายของประจำปีที่ต่างจังหวัด จนชอบพอกันเลยแต่งงาน โดยพ่อย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านฝั่งแม่ (พ่อมาตัวปล่าว ไม่มีตังค์เลย)
เพื่อช่วยธุรกิจ ช่วยเค้าเยอะมากแต่ อากง อาม่า เหมือนปากไม่ค่อยดี อยู่ไปอยู่มาต้องทะเลาะกัน อยู่ไม่ได้ เหมือนวาดวิมานให้ว่าทำๆไปแล้วจะเปิดร้านให้ แต่มันจะเป็นไปได้ไงในเมื่อเค้าก็มีลูกๆอีกตั้งหลายคน เลยออกไปเช่าบ้านอยู่กัน 2 คน
มีพี่ มีเรา แต่เราไม่ถูกกับพี่ เพราะเค้าเห็นแก่ตัวมากตั้งแต่เด็กๆจำความรู้สึกดีๆแทบไม่เคยมีเลย ทั้งขโมยของ โกหก ชอบตะคอก จะต่อย
ตอนนี้อายุ 30 แต่ยังขอเงินพ่อแม่ เรียนหนังสือไม่จบ ไม่มีงานที่มั่นคงทำ ( ฟางเส้นสุดท้ายตอนช่วงเราเรียนมหาลัย นานๆจะได้เล่นคอม ทะเลาะกัน แล้วเค้าไล่ให้เราไปตาย จากนั้นเลยไม่คุยด้วยอีกเลย )
พ่อ โดนอากง อาม่า ดูถูกถากถาง เพราะเห็นว่าไม่มีเงิน
แม่ โดนเลี้ยงมาแบบส่งๆไปที ให้เรียนหนังสือแค่งูๆปลาๆ นอกจาก ม.3 ไม่เคยมาสนใจ พอโตมาก็แค่ให้ทำกับข้าวให้กินไปวันๆ มีเศษเงินเหลือก็ให้เก็บไว้ แต่ไม่สอนงาน หรือสนับสนุนให้ไปทำงานข้างนอกบ้าน เพราะมีความคิดว่าลูกสาว สักวันแต่งออกไปอยู่ดี
อาม่า จากที่ได้ฟัง มีแต่ความเห็นแก่ตัวสูงมาก ตอนเด็กๆฝนตกหนัก แม่เราบอกให้น้องสาว ที่อยู่กับอาม่า เอารถยนต์มารับพวกเรา
แต่อาม่าบอกว่า " ไม่ไปๆ รถจะเปื้อน " เป็นเรื่องเล่าที่คงจำไปจนวันตาย
แม่เคยเอ่ยปากจะขอยืมตังค์ เค้ารีบบอกก่อนเลยว่า กูมีที่ไหน
เค้าบอกจะเก็บเงินไว้ดูแลตัวเอง ถ้าให้พวกไป ใครจะมาดูแลกู
เท่ากับพ่อเรามาตัวคนเดียว นอกนั้นก็ครอบครัวแม่ ( ตอนนี้เสียกันไปแทบหมดแล้ว )
เหลือแค่ แม่เรา กับ น้องสาว ( พ่อเราไม่ถูกกับน้องสาวแม่ )
ตอน อาม่าเสีย แม่บอกว่าน้องสาวที่อยู่กับอาม่า เอากระเป๋าตังค์เก่าๆให้ 1 ใบ แต่เอาเงินออก
หลังจากนั้นไม่นานก็เอาเงินของอาม่า บินไปเที่ยวจีนกับอากง 2 คน โดยไม่ได้บอกอะไร
เค้าเคยพูดกับแม่เราว่า อาม่าบอกจะให้บ้านกู ( ตึก 3 ชั้น มือหนึ่ง ใจกลางเมือง )
พอผ่านไป น้องสาวแม่แต่งงาน มีลูก 1 คน แม่เคยไปเล่นด้วยตอนแรกเกิด
จะขออุ้มกลับมาเล่นที่บ้าน อี๊เราไม่ว่าอะไร แต่น้าเขยเห็น บอกว่าอยากเล่นมาเล่นที่นี่
แม่เราเสียใจเลยไม่ไปยุ่งอีกเลย ผ่านไปเป็นสิบๆปีไม่ติดต่อ ไม่คุยกัน
ชื่อเราเคยอยู่ในโฉนดบ้านที่เค้าอยู่กับอาม่า เพราะจะใช้สิทธิ์เข้าโรงเรียนมัธยมใกล้บ้าน
แฟนของอี๊เอาชื่อเราออกจากสำเนา โดยไม่มีใครมาบอกสักคำ แม่เรากับพี่ชายแม่เราโกรธเค้ามาก
เราเคยเอาทอง 1 สลึงไปให้น้อง เนื่องในวันเกิด อายุราว 10 ขวบได้ แต่พ่อเค้าบอกว่าไม่เอาหรอก เอาไปคืนเขา
พี่ชายแม่เรา คาดหวังว่าจะได้ไปทำงานกิจการช่วยอี๊เรา ลงทุนซื้อเครื่องหลายแสน แต่สุดท้าย โดน น้าเขย สกัดกั้น เหมือนไม่อยากให้ไปยุ่งกับเค้า
เป็นเรื่องที่แกดูเฮิร์ทมากสุดๆ
อี๊เรามีลูกชาย 1 คน เมื่อก่อนเคยอยู่บ้านเดียวกันกับอากู๋ ( พี่ชายแม่ )
แต่พ่อเค้าไม่เคยคุยกับอากู๋เราเลย จนเด็กเลียนแบบ เลยไม่มีความสนิทใดๆกันเลย
อากงเสีย ( ตอนมีชีวิตอยู่เห็นว่าชอบทะเลาะกับลูกชายคนโต ทุกเรื่อง กวนประสาทกันตลอด )
หลังจากอากงเสียไม่กี่ปี สุดท้ายพี่ชายแม่เรา ตัดสินใจฆ่าตัวตาย ( เป็นเรื่องที่สะเทือนใจเรามากๆ ไม่เคยคิดมาก่อนว่ามันจะเกิดอะไรแบบนี้ขึ้น )
ทำให้แม่เรากับน้องสาวได้กลับมาคุยกันจากที่หายกันไปร่วมสิบปี ไปคุย ไปเล่น ไปกิน ไปเที่ยวบ้าง
ประมาณ 2 ปีต่อมา อี๊บอกให้แม่เราไปเซ็นต์เอกสารเรื่องมรดกของพี่ชายแม่ ( ใบนั้นน่าจะเป็นใบขอเป็นผู้จัดการมรดก )
เราคลางใจมาก เลยถามต่อหน้าเค้าทุกเรื่องที่เคยสงสัยมาตลอด จนตอนจบ เราบอกให้เค้าเอาบัญชีให้แม่ดู เพราะไม่อยากให้แม่คิดมาก หรือเสียใจอีกแล้ว
เค้ารับปาก แต่หลังจากนั้นก็เงียบ ไม่พูดถึงเรื่องนี้อีกเลย ทั้งที่พฤติกรรมเราแสดงออกชัดเจนมาก และเรารู้ว่าเค้าน่าจะไปจัดการมาเรียบร้อยแล้ว
เรารู้สึกผิดหวังมากกับสิ่งที่มันเกิดขึ้น ใจนึงอยากจะคิดว่าเค้าก็เป็นคนดี อีกใจก็คิดว่าเค้าเห็นแก่ตัวจริงๆตามคำบอกเล่าของพ่อเราใช่ไหม
รู้สึกเจ็บที่แก้วร้าวมาเป็น 10 ปี เพื่อกลับมารอวันแตกอีกครั้ง
หากพี่ชายแม่เราไม่ตาย คงไม่มีทางได้กลับมาคุยกัน
สาเหตุที่พี่ชายแม่เราตัดสินใจแบบนั้น เราไม่อยากจะโทษเลยจริงๆว่ามันเป็นพฤติกรรมของใคร แต่เรารับรู้มาตลอด
เราไม่รู้ว่าความรู้สึกแบบนี้มันคืออะไรกัน เราใฝ่ดีมาตลอดนะ เรียนหนังสือจบ ใช้ชีวิตแบบที่คนอื่นทำ เราตั้งใจทำมาหากินมาก ลึกๆไม่ใช่เพราะอยากรวย แต่เพราะรู้ว่าการไม่มีเงินมันจะทำให้เรากลายเป็นหมาตัวนึงได้เลย
ทุกวันนี้ตั้งแต่เรียนจบมหาวิทยาลัยกลับมาบ้าน ก็ต้องมานั่งรับรู้ในสิ่งที่พ่อแม่เป็น พ่อจัดการการเงินไม่เป็น เสียเงินไปกับเรืองไม่เป็นเรื่องเยอะมาก
แม่ก็ขี้เหนียว ขี้งก ไม่ยอมทุกอย่าง อะไรก็ไม่ได้สักอย่าง
กิจวัตรทุกวันคือต้องด่ากันได้ทุกเรื่องในบ้าน
ตอนนี้ชีวิตเราก็เหมือนหัวเดียวมาก โชคดีมีเพื่อนและแฟนที่คอยอยู่ข้างๆ
ตื่นขึ้นมา หรือเบลอๆก็จะคิดว่านี่มันเรื่องจริงหรอกับสิ่งที่เจอ สิ่งที่มันเป็นไป ทั้งที่ไม่เคยคิดร้าย คิดแย่ คิดทำร้ายใครเลย กลับกลายเป็นเราต้องมาเจอเรื่องอะไรก็ไม่รู้ ทั้งๆที่คนในวงจรนี้คือคำว่า ครอบครัว
ตั้งแต่มีเรื่องอี๊ขึ้นมาอีกรอบ เรามีใจอยากจะย้ายไปตั้งรกรากที่อื่นแล้วคะ รู้สึกว่า เจอเรื่องต่างๆรุมเล้าจนเราไม่สามารถจะรู้สึกดีกับที่แห่งนี้ได้อีกต่อไป
เรามองออกเลยหากเรายังอยู่ที่นี่ ยังเจอผู้คนที่เป็นแบบนี้ เราคงมีความรู้สึกแปลกๆผุดขึ้นมาตลอดเป็นแน่แท้
ถ้าใครอ่านจบ เราจะขอบคุณมากๆ
เราสัญญาว่าถ้าใครคิดแบบเดียวกันกับหัวข้อกระทู้มาพิมพ์ไว้ได้นะ
เราจะอ่านแน่นอน
ถือซะว่าเราได้แลกเปลี่ยนห้วงเวลาความคิดของกันและกันนะคะ
สุดท้ายแล้วชีวิตก็ต้องเดินต่อไป ^^
Have a nice day everyone
มีใครเคยรู้สึกบ้างไหมคะว่าทำไมชีวิตเรามันบดซบจัง
(มีน้องชายแท้ๆพ่อแม่เดียวกัน 1 คน แต่ฆ่าตัวตายตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น วันก่อนที่พ่อเราจะแต่งงานกับแม่ วันงานเลยมีแค่ญาติฝั่งแม่)
แม่ ครอบครัวคนจีน มีพี่น้อง 4 คน แต่เหมือนมีลูกไปงั้นๆ เลี้ยงส่งๆไปที ทำแต่งาน แทบไม่เคยพากินพาเที่ยว ความทรงจำดีๆไม่ค่อยมี
พ่อแม่เราไปเจอกันที่งานขายของประจำปีที่ต่างจังหวัด จนชอบพอกันเลยแต่งงาน โดยพ่อย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านฝั่งแม่ (พ่อมาตัวปล่าว ไม่มีตังค์เลย)
เพื่อช่วยธุรกิจ ช่วยเค้าเยอะมากแต่ อากง อาม่า เหมือนปากไม่ค่อยดี อยู่ไปอยู่มาต้องทะเลาะกัน อยู่ไม่ได้ เหมือนวาดวิมานให้ว่าทำๆไปแล้วจะเปิดร้านให้ แต่มันจะเป็นไปได้ไงในเมื่อเค้าก็มีลูกๆอีกตั้งหลายคน เลยออกไปเช่าบ้านอยู่กัน 2 คน
มีพี่ มีเรา แต่เราไม่ถูกกับพี่ เพราะเค้าเห็นแก่ตัวมากตั้งแต่เด็กๆจำความรู้สึกดีๆแทบไม่เคยมีเลย ทั้งขโมยของ โกหก ชอบตะคอก จะต่อย
ตอนนี้อายุ 30 แต่ยังขอเงินพ่อแม่ เรียนหนังสือไม่จบ ไม่มีงานที่มั่นคงทำ ( ฟางเส้นสุดท้ายตอนช่วงเราเรียนมหาลัย นานๆจะได้เล่นคอม ทะเลาะกัน แล้วเค้าไล่ให้เราไปตาย จากนั้นเลยไม่คุยด้วยอีกเลย )
พ่อ โดนอากง อาม่า ดูถูกถากถาง เพราะเห็นว่าไม่มีเงิน
แม่ โดนเลี้ยงมาแบบส่งๆไปที ให้เรียนหนังสือแค่งูๆปลาๆ นอกจาก ม.3 ไม่เคยมาสนใจ พอโตมาก็แค่ให้ทำกับข้าวให้กินไปวันๆ มีเศษเงินเหลือก็ให้เก็บไว้ แต่ไม่สอนงาน หรือสนับสนุนให้ไปทำงานข้างนอกบ้าน เพราะมีความคิดว่าลูกสาว สักวันแต่งออกไปอยู่ดี
อาม่า จากที่ได้ฟัง มีแต่ความเห็นแก่ตัวสูงมาก ตอนเด็กๆฝนตกหนัก แม่เราบอกให้น้องสาว ที่อยู่กับอาม่า เอารถยนต์มารับพวกเรา
แต่อาม่าบอกว่า " ไม่ไปๆ รถจะเปื้อน " เป็นเรื่องเล่าที่คงจำไปจนวันตาย
แม่เคยเอ่ยปากจะขอยืมตังค์ เค้ารีบบอกก่อนเลยว่า กูมีที่ไหน
เค้าบอกจะเก็บเงินไว้ดูแลตัวเอง ถ้าให้พวกไป ใครจะมาดูแลกู
เท่ากับพ่อเรามาตัวคนเดียว นอกนั้นก็ครอบครัวแม่ ( ตอนนี้เสียกันไปแทบหมดแล้ว )
เหลือแค่ แม่เรา กับ น้องสาว ( พ่อเราไม่ถูกกับน้องสาวแม่ )
ตอน อาม่าเสีย แม่บอกว่าน้องสาวที่อยู่กับอาม่า เอากระเป๋าตังค์เก่าๆให้ 1 ใบ แต่เอาเงินออก
หลังจากนั้นไม่นานก็เอาเงินของอาม่า บินไปเที่ยวจีนกับอากง 2 คน โดยไม่ได้บอกอะไร
เค้าเคยพูดกับแม่เราว่า อาม่าบอกจะให้บ้านกู ( ตึก 3 ชั้น มือหนึ่ง ใจกลางเมือง )
พอผ่านไป น้องสาวแม่แต่งงาน มีลูก 1 คน แม่เคยไปเล่นด้วยตอนแรกเกิด
จะขออุ้มกลับมาเล่นที่บ้าน อี๊เราไม่ว่าอะไร แต่น้าเขยเห็น บอกว่าอยากเล่นมาเล่นที่นี่
แม่เราเสียใจเลยไม่ไปยุ่งอีกเลย ผ่านไปเป็นสิบๆปีไม่ติดต่อ ไม่คุยกัน
ชื่อเราเคยอยู่ในโฉนดบ้านที่เค้าอยู่กับอาม่า เพราะจะใช้สิทธิ์เข้าโรงเรียนมัธยมใกล้บ้าน
แฟนของอี๊เอาชื่อเราออกจากสำเนา โดยไม่มีใครมาบอกสักคำ แม่เรากับพี่ชายแม่เราโกรธเค้ามาก
เราเคยเอาทอง 1 สลึงไปให้น้อง เนื่องในวันเกิด อายุราว 10 ขวบได้ แต่พ่อเค้าบอกว่าไม่เอาหรอก เอาไปคืนเขา
พี่ชายแม่เรา คาดหวังว่าจะได้ไปทำงานกิจการช่วยอี๊เรา ลงทุนซื้อเครื่องหลายแสน แต่สุดท้าย โดน น้าเขย สกัดกั้น เหมือนไม่อยากให้ไปยุ่งกับเค้า
เป็นเรื่องที่แกดูเฮิร์ทมากสุดๆ
อี๊เรามีลูกชาย 1 คน เมื่อก่อนเคยอยู่บ้านเดียวกันกับอากู๋ ( พี่ชายแม่ )
แต่พ่อเค้าไม่เคยคุยกับอากู๋เราเลย จนเด็กเลียนแบบ เลยไม่มีความสนิทใดๆกันเลย
อากงเสีย ( ตอนมีชีวิตอยู่เห็นว่าชอบทะเลาะกับลูกชายคนโต ทุกเรื่อง กวนประสาทกันตลอด )
หลังจากอากงเสียไม่กี่ปี สุดท้ายพี่ชายแม่เรา ตัดสินใจฆ่าตัวตาย ( เป็นเรื่องที่สะเทือนใจเรามากๆ ไม่เคยคิดมาก่อนว่ามันจะเกิดอะไรแบบนี้ขึ้น )
ทำให้แม่เรากับน้องสาวได้กลับมาคุยกันจากที่หายกันไปร่วมสิบปี ไปคุย ไปเล่น ไปกิน ไปเที่ยวบ้าง
ประมาณ 2 ปีต่อมา อี๊บอกให้แม่เราไปเซ็นต์เอกสารเรื่องมรดกของพี่ชายแม่ ( ใบนั้นน่าจะเป็นใบขอเป็นผู้จัดการมรดก )
เราคลางใจมาก เลยถามต่อหน้าเค้าทุกเรื่องที่เคยสงสัยมาตลอด จนตอนจบ เราบอกให้เค้าเอาบัญชีให้แม่ดู เพราะไม่อยากให้แม่คิดมาก หรือเสียใจอีกแล้ว
เค้ารับปาก แต่หลังจากนั้นก็เงียบ ไม่พูดถึงเรื่องนี้อีกเลย ทั้งที่พฤติกรรมเราแสดงออกชัดเจนมาก และเรารู้ว่าเค้าน่าจะไปจัดการมาเรียบร้อยแล้ว
เรารู้สึกผิดหวังมากกับสิ่งที่มันเกิดขึ้น ใจนึงอยากจะคิดว่าเค้าก็เป็นคนดี อีกใจก็คิดว่าเค้าเห็นแก่ตัวจริงๆตามคำบอกเล่าของพ่อเราใช่ไหม
รู้สึกเจ็บที่แก้วร้าวมาเป็น 10 ปี เพื่อกลับมารอวันแตกอีกครั้ง
หากพี่ชายแม่เราไม่ตาย คงไม่มีทางได้กลับมาคุยกัน
สาเหตุที่พี่ชายแม่เราตัดสินใจแบบนั้น เราไม่อยากจะโทษเลยจริงๆว่ามันเป็นพฤติกรรมของใคร แต่เรารับรู้มาตลอด
เราไม่รู้ว่าความรู้สึกแบบนี้มันคืออะไรกัน เราใฝ่ดีมาตลอดนะ เรียนหนังสือจบ ใช้ชีวิตแบบที่คนอื่นทำ เราตั้งใจทำมาหากินมาก ลึกๆไม่ใช่เพราะอยากรวย แต่เพราะรู้ว่าการไม่มีเงินมันจะทำให้เรากลายเป็นหมาตัวนึงได้เลย
ทุกวันนี้ตั้งแต่เรียนจบมหาวิทยาลัยกลับมาบ้าน ก็ต้องมานั่งรับรู้ในสิ่งที่พ่อแม่เป็น พ่อจัดการการเงินไม่เป็น เสียเงินไปกับเรืองไม่เป็นเรื่องเยอะมาก
แม่ก็ขี้เหนียว ขี้งก ไม่ยอมทุกอย่าง อะไรก็ไม่ได้สักอย่าง
กิจวัตรทุกวันคือต้องด่ากันได้ทุกเรื่องในบ้าน
ตอนนี้ชีวิตเราก็เหมือนหัวเดียวมาก โชคดีมีเพื่อนและแฟนที่คอยอยู่ข้างๆ
ตื่นขึ้นมา หรือเบลอๆก็จะคิดว่านี่มันเรื่องจริงหรอกับสิ่งที่เจอ สิ่งที่มันเป็นไป ทั้งที่ไม่เคยคิดร้าย คิดแย่ คิดทำร้ายใครเลย กลับกลายเป็นเราต้องมาเจอเรื่องอะไรก็ไม่รู้ ทั้งๆที่คนในวงจรนี้คือคำว่า ครอบครัว
ตั้งแต่มีเรื่องอี๊ขึ้นมาอีกรอบ เรามีใจอยากจะย้ายไปตั้งรกรากที่อื่นแล้วคะ รู้สึกว่า เจอเรื่องต่างๆรุมเล้าจนเราไม่สามารถจะรู้สึกดีกับที่แห่งนี้ได้อีกต่อไป
เรามองออกเลยหากเรายังอยู่ที่นี่ ยังเจอผู้คนที่เป็นแบบนี้ เราคงมีความรู้สึกแปลกๆผุดขึ้นมาตลอดเป็นแน่แท้
ถ้าใครอ่านจบ เราจะขอบคุณมากๆ
เราสัญญาว่าถ้าใครคิดแบบเดียวกันกับหัวข้อกระทู้มาพิมพ์ไว้ได้นะ
เราจะอ่านแน่นอน
ถือซะว่าเราได้แลกเปลี่ยนห้วงเวลาความคิดของกันและกันนะคะ
สุดท้ายแล้วชีวิตก็ต้องเดินต่อไป ^^
Have a nice day everyone