ในการประมูล 1800 ครั้งใหม่นี้ ก็ได้ออกกฎเกณฑ์มาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ประมูล 3 ใบ ใบละ 15 mhz ราคา 37,500 มีอายุใบอนุญาตที่ 15 ปี หลายคนบอกว่าแพง เกิดรายใหม่ยาก ไม่คุ้มค่าแก่การลงทุน
แต่หากมามองศักยภาพของเทคโนโลยีตอนนี้ที่กำลังเข้าสู่ยุค 5G กลับทำให้คิดว่า คลื่น 1800 15 mhz ราคา 37,500 อาจจะไม่แพงก็ได้ หากวางแผนการตลาดที่จะใช้คลื่นมาให้ดี เพราะหากใช้เทคโนโลยีขั้นต่ำที่ 4t4r+256/64qam ก็จะได้ความเร็วสูงสุดที่ 293/56 mbps ซึ่งเป็นความเร็วที่เหลือเฟือที่จะทำแพ็กเกจเน็ตบ้าน(เราเตอร์เสียบซิม)+เน็ตมือถือ จากการลงทุนเพียงโครงข่ายสื่อสารไร้สายอย่างเดียวก็ได้ เนื่องจากเน็ตบ้านสามารถใช้เราเตอร์เสียบซิมแทน ซึ่งถึงแม้ว่าจะเทียบศักยภาพกับเน็ตมีสายไม่ได้ทั้งหมด แต่ก็ด้วยศักยภาพของเทคโนโลยีไร้สายในยุคนี้ ก็สามารถทำให้เทคโนโลยีไร้สายมีคุณภาพเทียบเคียงเน็ตบ้านมีสายมากขึ้นเยอะทีเดียว และตอนนี้เราเตอร์ 5G ก็ออกมาแล้ว ต่อไปเน็ตที่มาจากเราเตอร์เสียบซิมก็จะยิ่งมีคุณภาพขึ้นไปอีก
ที่มา Nokia เปิดตัว Petabit-class Router เป็นรุ่นแรก ตอบรับยุค 5G
https://www.techtalkthai.com/nokia-announces-its-first-petabit-class-router/
http://www.magawn19.com/2018/03/mwc-2018-nokia-wifi-5g-wifi-router.html?m=1
หากจะทำการตลาดโปรเน็ตบ้าน ก็อาจจะจัดโปรประมาณว่า
299 บาท ความเร็ว 10/2 mbps
499 บาท ความเร็ว 20/4 mbps
599 บาท ความเร็ว 30/6 mbps
699 บาท ความเร็ว 40/8 mbps
ก็น่าจะสามารถทำได้
หรืออาจจะจัดแพ็กเก็จเน็ตบ้าน+เน็ตมือถือ เช่น 499 บาท เน็ตบ้านความเร็ว 10/2 mbps+เน็ตมือถือ 2/2 mbps
699 บาท เน็ตบ้านความเร็ว 30/6 mbps+เน็ตมือถือ 4/4 mbps
ก็น่าจะทำได้ในยุค 4G/5G
แต่ถ้าจะทำลักษณะนี้สำหรับเจ้าใหม่ ก็ควรจะมีคลื่นให้เยอะหน่อย ประมูล 1800 มาให้ได้ซัก 20 mhz ก็ดี เอาให้ได้ความเร็วสูงสุดที่ 391/75 mbps หากมีคนใช้เยอะ
แต่ด้วยเกณฑ์การประมูลครั้งนี้ได้แค่เจ้าละ 15 mhz เท่านั้น น่าจะเปลี่ยนกฎว่า หากใครประมูลไป 15 mhz หากมีคลื่นเหลืออยู่ เพราะไม่มีใครเอา ก็สามารถประมูลเพิ่มได้ 5 mhz เพื่อให้รายใหม่มีศักยภาพในการแข่งขันได้อย่างเต็มที่
และถ้าใครมาลงทุนทำ 4G ตอนนี้ ก็คงไม่ต้องไปเช่า 3G 850 ของ cat เพื่อทำระบบ voice เหมือนตอน jas ชนะประมูลคลื่น 900 อีก เพราะตอนนี้เครื่องรองรับ VoLTE มีเยอะแล้ว สามารถคุยบนสัญญาณ 4G ได้เลย
ตอนนี้มือถือ 4G 2 ซิมก็มีแล้ว จะเอาซิมเจ้าใหม่เสียบซิม 2 ไว้คุยอย่างเดียวก็ยังได้ ส่วนเสาก็ไปเช่า cat กับ tot เอา
เพราะฉะนั้นในการประมูลคลื่น 1800 ก็คงจะมีลุ้นจากการประมูลซัก 37,500-50,000 ล้าน หากเจ้าใหม่ต้องการคลื่นเต็มผืน 20 mhz ก็ได้ 50,000 ล้านเลย
แต่หากไม่มีใครเข้าร่วมประมูล ด้วยเหตุที่แต่ละเจ้าได้ผลจากการศึกษาการลงทุนครั้งนี้แล้วว่ามันไม่คุ้มค่า ก็ค่อยปรับเงื่อนไขการประมูลใหม่ก็ได้ เช่น ใบละ 15 mhz ราคา 37,500 ล้าน แต่ยืดเวลาใบอนุญาตออกไปเป็น 18 หรือ 20 ปี หรือใบละ 5 mhz ราคา 12,500 ล้าน มีระยะเวลา 18-20 ปี เป็นต้น ซึ่งก็น่าจะมีซักเงื่อนไขที่จูงใจให้ผู้เล่นรายใหม่ร่วมลงทุนได้
แต่อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้กลุ่มธุรกิจทั้งในและต่างประเทศไม่อยากจะลงทุนในไทย ก็อาจจะมาจากภาพลักษณ์กสทช.เองก็เป็นได้ ที่มีภาพลักษณ์ดูเหมือนว่า จะเลือกปฏิบัติแบบเอื้อเอกชนรายใดรายหนึ่งมากเกินไป อย่างเช่นว่า ออกกฎแปลกๆว่า สามารถย้ายค่ายได้ตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป ออกหน้าออกตาแทนเอกชนบางรายเพื่อเจรจายืดเวลาจ่ายค่าคลื่น 900 บางค่ายมาให้เซ็นต์เปิดเสาสัญญาณก็เซ็นต์ค่อนข้างล่าช้า เคยออกกฎกีดกันไม่ให้คลื่น 2300 ใช้ voice ได้ สิ่งเหล่านี้ทำให้กลุ่มธุรกิจต่างๆขาดความเชื่อมั่นในการลงทุนด้านสื่อสารในไทย
สมมติว่า มีบางกลุ่มธุรกิจได้ผลการศึกษามาแล้วว่า ใบอนุญาต 15 mhz ราคา 37,500 ล้าน ระยะเวลา 15 ปี เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าแน่นอน แต่เขาอาจไม่เชื่อมั่นในการปฏิบัติของกสทช.ก็เป็นได้ เพราะมีภาพลักษณ์ที่ไม่ส่งเสริมความเป็นธรรมในการแข่งขัน
ที่จริงถ้าประมูลรอบนี้ คลื่น 1800 ไม่มีใครสนใจ ก็เก็บคลื่นไว้ 1 หรือ 2 ปีก็ได้ พิจารณาด้านราคาและอายุใบอนุญาตใหม่ ค่อยๆคิดออกกฎที่สร้างความเป็นธรรมออกมาให้ได้มากที่สุด เช่น หากมีรายไหนมาให้เซ็นต์เปิดบริการเสาสัญญาณ แล้วผู้มีอำนาจในกสทช.ไม่เซ็นต์ภายใน 1 เดือน ก็สามารถที่จะปลดผู้มีอำนาจนั้น ออกจากกสทช.ไปเลย หรือว่าถ้ามีการเซ็นต์ตั้งเสาล่าช้า ก็ยกสิทธิ์ให้ผู้ชนะประมูล ไม่ต้องจ่ายค่าประมูลในงวดถัดไป หรือถ้าอนาคตกสทช.ออกกฎใหม่ๆที่ดูไม่เป็นธรรม สามารตัดเงินเดือนก็กสทช.ได้ สามารถฟ้องศาลได้ อะไรประมาณนี้ ต้องมีกฎที่เด็ดขาดเพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขัน เพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุน หากทำไม่ได้ก็ปลดกสทช.ชุดนี้ออกไป เพราะภาพลักษณ์ของกสทช.ชุดนี้ก็คงไม่ได้ดีไปกว่าเดิมและไหนๆก็ต้องสรรหากสทช.ชุดใหม่อยู่แล้ว เผื่อว่าจะได้สิ่งใหม่ที่ดีกว่าเข้ามา เนิ่องจากได้รับบทเรียนจากกสทช.ชุดเก่าแล้ว
ที่จริงแล้ว ตลาดสื่อสารไทยก็ยังมีช่องทางให้น่าลงทุนอยู่ เพราะการให้บริการจากค่ายไปต่างๆหลายๆครั้งก็ยังขาดคุณภาพ เรื่องของเน็ตช้า บางที่ไม่สัญญาณ บางรายก็ถูกบ่นว่ามั่วบิล บางทีก็ทำข้อมูลบัตรประชาชนของลูกค้าหลุดไปที่สาธารณะบ้าง
หากมีรายใหม่เข้ามาแล้วให้บริการลูกค้าโดยปราศจากปัญหาที่กล่าวมาได้อย่างดีเยี่ยม ยังไงก็เจริญเติบโตในธุรกิจสื่อสารไทยได้อย่างแน่นอน มีลูกค้าเลือกใช้บริการแน่นอน อยากจะเห็นบริษัทจากญี่ปุ่น เช่น softbank,docomo หรือจากยุโรป T-mobile,vodafone,nokia มาร่วมลงทุนในไทยบ้าง เผื่อจะเป็นการยกระดับมาตรฐานการสื่อสารในไทยขึ้นไปอีกขั้นนึงหรือหลายขั้นก็เป็นได้
ประมูลคลื่น 1800 รอบใหม่ ถ้ามีรายใหม่ซักเจ้านึงร่วมลงเล่น ก็น่าจะ work
แต่หากมามองศักยภาพของเทคโนโลยีตอนนี้ที่กำลังเข้าสู่ยุค 5G กลับทำให้คิดว่า คลื่น 1800 15 mhz ราคา 37,500 อาจจะไม่แพงก็ได้ หากวางแผนการตลาดที่จะใช้คลื่นมาให้ดี เพราะหากใช้เทคโนโลยีขั้นต่ำที่ 4t4r+256/64qam ก็จะได้ความเร็วสูงสุดที่ 293/56 mbps ซึ่งเป็นความเร็วที่เหลือเฟือที่จะทำแพ็กเกจเน็ตบ้าน(เราเตอร์เสียบซิม)+เน็ตมือถือ จากการลงทุนเพียงโครงข่ายสื่อสารไร้สายอย่างเดียวก็ได้ เนื่องจากเน็ตบ้านสามารถใช้เราเตอร์เสียบซิมแทน ซึ่งถึงแม้ว่าจะเทียบศักยภาพกับเน็ตมีสายไม่ได้ทั้งหมด แต่ก็ด้วยศักยภาพของเทคโนโลยีไร้สายในยุคนี้ ก็สามารถทำให้เทคโนโลยีไร้สายมีคุณภาพเทียบเคียงเน็ตบ้านมีสายมากขึ้นเยอะทีเดียว และตอนนี้เราเตอร์ 5G ก็ออกมาแล้ว ต่อไปเน็ตที่มาจากเราเตอร์เสียบซิมก็จะยิ่งมีคุณภาพขึ้นไปอีก
ที่มา Nokia เปิดตัว Petabit-class Router เป็นรุ่นแรก ตอบรับยุค 5G https://www.techtalkthai.com/nokia-announces-its-first-petabit-class-router/
http://www.magawn19.com/2018/03/mwc-2018-nokia-wifi-5g-wifi-router.html?m=1
หากจะทำการตลาดโปรเน็ตบ้าน ก็อาจจะจัดโปรประมาณว่า
299 บาท ความเร็ว 10/2 mbps
499 บาท ความเร็ว 20/4 mbps
599 บาท ความเร็ว 30/6 mbps
699 บาท ความเร็ว 40/8 mbps
ก็น่าจะสามารถทำได้
หรืออาจจะจัดแพ็กเก็จเน็ตบ้าน+เน็ตมือถือ เช่น 499 บาท เน็ตบ้านความเร็ว 10/2 mbps+เน็ตมือถือ 2/2 mbps
699 บาท เน็ตบ้านความเร็ว 30/6 mbps+เน็ตมือถือ 4/4 mbps
ก็น่าจะทำได้ในยุค 4G/5G
แต่ถ้าจะทำลักษณะนี้สำหรับเจ้าใหม่ ก็ควรจะมีคลื่นให้เยอะหน่อย ประมูล 1800 มาให้ได้ซัก 20 mhz ก็ดี เอาให้ได้ความเร็วสูงสุดที่ 391/75 mbps หากมีคนใช้เยอะ
แต่ด้วยเกณฑ์การประมูลครั้งนี้ได้แค่เจ้าละ 15 mhz เท่านั้น น่าจะเปลี่ยนกฎว่า หากใครประมูลไป 15 mhz หากมีคลื่นเหลืออยู่ เพราะไม่มีใครเอา ก็สามารถประมูลเพิ่มได้ 5 mhz เพื่อให้รายใหม่มีศักยภาพในการแข่งขันได้อย่างเต็มที่
และถ้าใครมาลงทุนทำ 4G ตอนนี้ ก็คงไม่ต้องไปเช่า 3G 850 ของ cat เพื่อทำระบบ voice เหมือนตอน jas ชนะประมูลคลื่น 900 อีก เพราะตอนนี้เครื่องรองรับ VoLTE มีเยอะแล้ว สามารถคุยบนสัญญาณ 4G ได้เลย
ตอนนี้มือถือ 4G 2 ซิมก็มีแล้ว จะเอาซิมเจ้าใหม่เสียบซิม 2 ไว้คุยอย่างเดียวก็ยังได้ ส่วนเสาก็ไปเช่า cat กับ tot เอา
เพราะฉะนั้นในการประมูลคลื่น 1800 ก็คงจะมีลุ้นจากการประมูลซัก 37,500-50,000 ล้าน หากเจ้าใหม่ต้องการคลื่นเต็มผืน 20 mhz ก็ได้ 50,000 ล้านเลย
แต่หากไม่มีใครเข้าร่วมประมูล ด้วยเหตุที่แต่ละเจ้าได้ผลจากการศึกษาการลงทุนครั้งนี้แล้วว่ามันไม่คุ้มค่า ก็ค่อยปรับเงื่อนไขการประมูลใหม่ก็ได้ เช่น ใบละ 15 mhz ราคา 37,500 ล้าน แต่ยืดเวลาใบอนุญาตออกไปเป็น 18 หรือ 20 ปี หรือใบละ 5 mhz ราคา 12,500 ล้าน มีระยะเวลา 18-20 ปี เป็นต้น ซึ่งก็น่าจะมีซักเงื่อนไขที่จูงใจให้ผู้เล่นรายใหม่ร่วมลงทุนได้
แต่อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้กลุ่มธุรกิจทั้งในและต่างประเทศไม่อยากจะลงทุนในไทย ก็อาจจะมาจากภาพลักษณ์กสทช.เองก็เป็นได้ ที่มีภาพลักษณ์ดูเหมือนว่า จะเลือกปฏิบัติแบบเอื้อเอกชนรายใดรายหนึ่งมากเกินไป อย่างเช่นว่า ออกกฎแปลกๆว่า สามารถย้ายค่ายได้ตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป ออกหน้าออกตาแทนเอกชนบางรายเพื่อเจรจายืดเวลาจ่ายค่าคลื่น 900 บางค่ายมาให้เซ็นต์เปิดเสาสัญญาณก็เซ็นต์ค่อนข้างล่าช้า เคยออกกฎกีดกันไม่ให้คลื่น 2300 ใช้ voice ได้ สิ่งเหล่านี้ทำให้กลุ่มธุรกิจต่างๆขาดความเชื่อมั่นในการลงทุนด้านสื่อสารในไทย
สมมติว่า มีบางกลุ่มธุรกิจได้ผลการศึกษามาแล้วว่า ใบอนุญาต 15 mhz ราคา 37,500 ล้าน ระยะเวลา 15 ปี เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าแน่นอน แต่เขาอาจไม่เชื่อมั่นในการปฏิบัติของกสทช.ก็เป็นได้ เพราะมีภาพลักษณ์ที่ไม่ส่งเสริมความเป็นธรรมในการแข่งขัน
ที่จริงถ้าประมูลรอบนี้ คลื่น 1800 ไม่มีใครสนใจ ก็เก็บคลื่นไว้ 1 หรือ 2 ปีก็ได้ พิจารณาด้านราคาและอายุใบอนุญาตใหม่ ค่อยๆคิดออกกฎที่สร้างความเป็นธรรมออกมาให้ได้มากที่สุด เช่น หากมีรายไหนมาให้เซ็นต์เปิดบริการเสาสัญญาณ แล้วผู้มีอำนาจในกสทช.ไม่เซ็นต์ภายใน 1 เดือน ก็สามารถที่จะปลดผู้มีอำนาจนั้น ออกจากกสทช.ไปเลย หรือว่าถ้ามีการเซ็นต์ตั้งเสาล่าช้า ก็ยกสิทธิ์ให้ผู้ชนะประมูล ไม่ต้องจ่ายค่าประมูลในงวดถัดไป หรือถ้าอนาคตกสทช.ออกกฎใหม่ๆที่ดูไม่เป็นธรรม สามารตัดเงินเดือนก็กสทช.ได้ สามารถฟ้องศาลได้ อะไรประมาณนี้ ต้องมีกฎที่เด็ดขาดเพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขัน เพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุน หากทำไม่ได้ก็ปลดกสทช.ชุดนี้ออกไป เพราะภาพลักษณ์ของกสทช.ชุดนี้ก็คงไม่ได้ดีไปกว่าเดิมและไหนๆก็ต้องสรรหากสทช.ชุดใหม่อยู่แล้ว เผื่อว่าจะได้สิ่งใหม่ที่ดีกว่าเข้ามา เนิ่องจากได้รับบทเรียนจากกสทช.ชุดเก่าแล้ว
ที่จริงแล้ว ตลาดสื่อสารไทยก็ยังมีช่องทางให้น่าลงทุนอยู่ เพราะการให้บริการจากค่ายไปต่างๆหลายๆครั้งก็ยังขาดคุณภาพ เรื่องของเน็ตช้า บางที่ไม่สัญญาณ บางรายก็ถูกบ่นว่ามั่วบิล บางทีก็ทำข้อมูลบัตรประชาชนของลูกค้าหลุดไปที่สาธารณะบ้าง
หากมีรายใหม่เข้ามาแล้วให้บริการลูกค้าโดยปราศจากปัญหาที่กล่าวมาได้อย่างดีเยี่ยม ยังไงก็เจริญเติบโตในธุรกิจสื่อสารไทยได้อย่างแน่นอน มีลูกค้าเลือกใช้บริการแน่นอน อยากจะเห็นบริษัทจากญี่ปุ่น เช่น softbank,docomo หรือจากยุโรป T-mobile,vodafone,nokia มาร่วมลงทุนในไทยบ้าง เผื่อจะเป็นการยกระดับมาตรฐานการสื่อสารในไทยขึ้นไปอีกขั้นนึงหรือหลายขั้นก็เป็นได้