ขอแชร์ประสบการณ์กู้ผิว จากผิวธรรมดากลายเป็นผิวผสม

เรื่องมันยาว และอยากเตือนสาวๆวัยเรียนนะจ๊ะpompom

สวัสดีค่ะสาวๆชาวโต๊ะเครื่องแป้ง กระทู้นี้เป็นกระทู้แรกของเราเลย(ปกติส่องเค้ามาตลอด ผิดพลาดประการใดขออภัย ณ ที่นี่ด้วยนะคะ) เราได้ความรู้จากห้องนี้มาเยอะ และปรับใช้ให้เข้ากับตัวเองเลยอยากแชร์ประสบการณ์จริง เจ็บจริง พังจริง ฟื้นจริง
ตอนสมัยเรียนเรามีผิวสวยมาก(ชมตัวเอง) ไม่เคยมีปัญหาผิวเลยค่ะ เลยไม่ค่อยดูแล(แต่รักษาความสะอาดนะ) เรานอนดึก บางทีก็ไม่นอน ปาร์ตี้หนัก ไม่ดูแลตัวเอง จนเรียนจบ ทำงาน รู้สึกได้เลยว่าร่างกายแย่ลงมาก ทรุด สิวก็เริ่มขึ้น รักษาหลายที่ก็ไม่หายขาดจนหน้าเราติดสาร ผิวแห้ง แพ้ง่าย จนมาช่วงหลังๆรู้สึกสภาพผิวเปลี่ยน ผิวมันขึ้น ยิ่งช่วงจมูก หน้าผาก คาง มันแพลบเลย แต่ตอนช่วงหน้าหนาวไม่มันเท่าไร กลับแห้งมากโดยเฉพาะแก้ม แห้งจนลอกเป็นขุย บางทีหลังล้างหน้าเรารู้สึกว่าที่แก้มแห้งมากเป็นพิเศษกว่าส่วนอื่น เราเลยกลับไปหาหมอว่าเกิดอะไร
หมอก็บอกว่าเรามีผิวผสมนะ!?! Facepalm
สาเหตุก็มีหลายอย่าง ทั้งสภาพอากาศ มลภาวะ ความเครียด อาหาร การใช้ชีวิต ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ และอื่นๆ อีกมากมาย ก็เหมือนสิวอะจะเจาะจงไปเลยว่าเพราะอะไรไม่ได้หรอก อะไรที่ปรับได้ก็ปรับ แล้วหาทางแก้ที่ถูกจริตกับผิวเราดีกว่า

เกร็ดการฟื้นฟูผิว
1.เมื่อผิวขาดน้ำผิวจะขาดสมดุลและผลิตน้ำมันส่วนเกินออกมา ส่วนที่แห้งก็กลายเป็นซาฮาร่า เลี้ยงอูฐได้เลย
2.เลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง การแพ้ และอ่อนโยนต่อผิว การดูแลผิวอย่างอ่อนโยนคือสำคัญมาก! เพราะถ้าใช้ผลิตภัณฑ์ที่แรงเกินไปจะไปกวนต่อมไขมันทำให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมานมากเกินไป คนที่ชอบทำอะไรกับหน้าเยอะๆ นี่แหละสาเหตุของการเกิดผิวแพ้ง่าย ผิวบาง และสภาพผิวเปลี่ยน
3.เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิวจริง อย่ามโนเอง ไปหาผลิตภัณฑ์แรงๆ มาใช้ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยน แต่สะอาด ใช้แล้วรู้สึกไม่ระคายเคือง ไม่คัน ไม่แห้ง ยังให้ความรู้สึกเป็นผิวอยู่ และมีค่า ph ที่เหมาะสมกับผิวหน้า เพื่อรักษาสมดุลของผิวให้ได้มากที่สุด
4.พฤติกรรมอื่นๆ เลี่ยงได้เลี่ยง เช่น ของมัน เค็ม แอลกอฮอล์ และควรดื่มน้ำในปริมาณที่ร่างกายต้องการที่สำคัญวัยรุ่นจ๋าอย่าใจร้อน ให้เวลาน้องผิวปรับสภาพนิดนึงนะ เราทำร้ายเขามาเยอะ ให้เวลาผิวได้ฟื้นฟูตัวเองหน่อยหนา
ในชีวิตประจำวันเราหลีกเลี่ยงปัจจัยไม่หมดหรอก แต่เราหาตัวช่วยให้ชีวิตเราง่ายขึ้นได้

1.Bifesta Cleansing Lotion สูตร Acne Care
จริงๆ บีเฟสต้ามีหลายสูตรรวมถึงสูตรสำหรับผิวผสม-ผิวมันด้วย แต่ส่วนตัวเป็นคนผิวค่อนข้างแห้งและเป็นสิวเลยเลือกสูตรสำหรับคนเป็นสิว ที่ชอบคือ ไม่ระคายเคือง ไม่เหนอะหนะ ผิวไม่แห้งชุ่มชื่นดี ยังรู้สึกเป็นผิวอยู่ เนื้อคลีนซิ่งเป็นน้ำใสๆ บางเบา ไม่เหนียวเหนอะ ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีน้ำหอม ไม่มีแอลกอฮอล์ ไม่มีพาราเบน สูตรนี้ต่างจากสูตรอื่นตรงที่ มี Anti-Bacteria (ตัวร้ายที่ก่อให้เกิดสิวจ้า) และ Hyaluronate ให้ความชุ่มชื่นกับผิว(พยายามเลือกผลิตภัณฑ์ที่มี Hyaluronate เพราะช่วยเก็บกักความชุ่มชื่น) สิวไม่ขึ้น ไม่มีเมคอัพตกค้าง ถ้าสิวขึ้นก็แค่ช่วงมีประจำเดือน หรือช่วงที่ดื่มน้ำน้อย ดูแลผิวเป็นสิวและผิวผสมได้โอเคเลย คือผิวที่มันไม่เหลือความมันแต่ผิวชุ่มชื่น ส่วนที่แห้งไม่ตึงผิว ไม่แสบ ไม่คัน อ่อนโยน ชุ่มชื่น เราว่าผิวแพ้ง่ายใช้ได้เลย แต่สำหรับผิวมันเราว่าสูตรสำหรับผิวมันน่าจะเหมาะกว่า

ถ้าแต่งหน้าควรใช้ make up remover ก่อน เพราะเครื่องสำอางกันน้ำลบยากมาก

2. Premier Sof Foam ph 5.5
เคยใช้ตอนที่โฟมตัวนี้เปิดตัวใหม่ๆ เลย(นานมาก) ใช้แล้วรู้สึกโอเคมาก ผิวสะอาด หน้าเนียนนุ่มลื่นมาก แต่สำหรับนักเรียนเราว่าแอบแพงอยู่เลยเปลี่ยน(-.-“) สาเหตุที่กลับมาใช้โฟมตัวนี้เพราะอยากได้โฟมที่มีค่า ph เหมาะสมกับผิวหน้า เพื่อช่วยรักษาความสมดุลของผิว ที่เลือกสีฟ้าเพราะว่าสูตรนี้ช่วยเรื่องสิว ไม่มีน้ำหอม ป้องกันการเกิดสิวใหม่ ปราศจากสารก่อภูมิแพ้และลดการระคายเคืองผิว มีส่วนผสมจากธรรมชาติ ตอนบีบเนื้อโฟมข้นมาก ออกมากองเป็นก้อนเลย บีบแค่นิดเดียว ผสมน้ำก็ใช้ได้ทั้งหน้าแล้ว เนื้อโฟมบางเบา นุ่มละเอียด ตอนล้างออกยังรู้สึกมีอะไรเคลือบหน้าอยู่นิดหน่อย ไม่เยอะ แค่พอจับแล้วลื่นนิดๆ ทำให้หน้าไม่แห้ง ชุ่มชื่นดี ไม่มีความมันตกค้าง ไม่รู้สึกว่าแห้งด้วย ลองไล่จับผิวดูทั่วหน้ารู้สึกผิวแต่ละส่วนไม่ต่างกัน ผิวจะนุ่มๆ ลื่นๆ หลังจากเช็ดหน้าแล้วลองเชคอีกทีคือ ผิวปกติเหมือนผิวธรรมดา ไม่มีส่วนมันหรือแห้ง


3. Aesop In Two Minds Toner
จะจบการทำความสะอาดที่สมบูรณ์ต้องจบด้วยโทนเนอร์ เอสอป อิน ทู มายด์ โทนเนอร์ อันนี้เพิ่งออกมาใหม่เกิดมาเพื่อผิวผสมที่แท้ทรู เลยไปสอยมา ตัวนี้ตอบโจทย์สุดๆ และธรรมชาติมากจริงๆ ตอนแรกลองดมกลิ่นดู กลิ่นออกจะฉุนๆ กลิ่นแบบสมุนไพรฝรั่งมากๆ แต่พอลองหยดใส่สำลีแล้วเช็ดบนหน้าคือดี น้ำโทนเนอร์เย็นๆ สบายผิว แล้วกลิ่นสมุนไพรนี่แหละ ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย อโรมามาก เวลาสูดเข้าไป รู้สึกหายใจโล่งจมูกดี สีของโทนเนอร์เป็นสีน้ำตาลตัวน้ำเหลวและใส ตอนเช็ดรู้สึกลื่นๆดี หรือถ้าใครชอบใช้ตบๆ ก็ได้นะ หลังจากเช็ดโทนเนอร์แล้วเรารู้สึกว่า ผิวที่มันสะอาดชุ่มชื่น ผิวที่แห้งชุ่มชื่นอิ่มน้ำมากกว่า ไม่แสบผิว ไม่เหนอะ ส่วนผสมมาจากน้ำมันที่สกัดจากพืชซึ่งช่วยเจือจางความมันบนผิว และรักษาระดับน้ำมันของผิวตามธรรมชาติไม่ให้เสียน้ำมันมากเกินไป ทำความสะอาดรูขุมขนและแบคทีเรียที่ตกค้าง ช่วยรักษาความสมดุลของผิว ราคาสูงหน่อยแต่คุ้มค่าแก่การลงทุนค่ะคุณ(Ref.https://www.thairath.co.th/content/497308 )


4. Aesop In Two Minds Hydrator
ตามมาติดๆ หลังเช็ดโทนเนอร์ต่อด้วยไฮเดรเตอร์ มีเนื้อแบบฟลูอิด รู้สึกได้ว่าเข้มข้นเหมือนเซรั่มแต่บางเบามาก ชุ่มชื่นมาก เกลี่ยๆ ไปแป๊บเดียวก็ซึมลงผิวแล้ว ให้ความรู้สึกเย็นๆ เหมือนตัวโทนเนอร์กลิ่นก็คล้ายๆกัน ผ่อนคลายดี เคยใช้เดี่ยวๆ ไม่มีสกินแคร์ตัวอื่น ไม่แต่งหน้าคือพอทาลงไปแล้ว ไฮเดรเตอร์ทำงานเร็วมาก ตรงจุด ผิวชุ่มชื่นทันทีแต่ไม่มัน ไม่วาวแมทไปกับผิว ช่วยสมานผิวที่เคยแสบๆผิว ระคายผิวก็หายไป คุมมันได้หลายชั่วโมงอยู่ ช่วงแก้มรอบดวงตาก็ชุ่มชื่น ผิวเด้ง แตะๆ ผิวใต้ตารู้สึกเด้งๆ ไม่เฉา ผิวฟูดี ผิวที่แก้มก็ไม่แห้งตลอดทั้งวัน ตัวนี้เขามีส่วนผสมที่สกัดจากน้ำมันพืชหลายชนิด ซึ่งน้ำมันที่สกัดจากพืชไม่ทำให้ผิวมัน แต่ช่วยรักษาระดับน้ำมันตามธรรมชาติของผิว ช่วยเรื่องปกป้องกันแสงแดดไม่ให้ผิวอักเสบ ให้ความชุ่มชื่น ปกป้องผิวจากมลภาวะ อ่อนโยนต่อผิวแพ้ง่าย ลดการระคายเคืองของผิว ชะลอการเกิดริ้วรอย ยืดอายุเซลล์ ซ่อมแซมฟื้นฟูผิวให้แข็งแรง (Ref.https://www.thairath.co.th/content/497308 )

ไม่ได้ช่วยเรื่องขาวใสทันทีนะ ภาพมีแสงต่างกันเฉยๆ

5. Jurlique Herbal Recovery Advanced Serum
ตัวเซรั่มเราขอเน้นๆ เรื่องความชุ่มชื่นและริ้วรอย ที่สำคัญต้องอ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ เจอร์ลีก เฮอร์เบิ้ล รีคัฟเวอร์ แอดวานซ์ เซรั่มตัวนี้ตามชื่อเลยเขาสกัดจากพืชสมุนไพรและดอกไม้หลายชนิดมาก กลิ่นหอมเป็นกลิ่นของดอกไม้ กลิ่นกุหลาบชัดสุด เดี๋ยวนี้เขานิยมใช้ดอกกุหลาบมาผลิตเป็นสกินแคร์เพราะหอมและมีประโยชน์ต่อผิวมาก อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามิน ป้องกันการเกิดริ้วรอย ต่อต้านการเกิดผิวอักเสบ เนื้อเซรั่มเป็นน้ำสีขาวขุ่น ค่อนข้างเหลว แต่เนื้อเซรั่มที่เหลวทำให้เราเกลี่ยง่ายขึ้น ตัวเซรั่มบางเบามาก ซึมเร็ว ทำงานไว คือพอลงปุ๊บรู้สึกว่าผิวกระชับขึ้น ช่วยเรื่องให้ความชุ่มชื่น อ่อนโยนลดความระคายเคือง ผิวแพ้ง่ายก็ใช้ได้ เสริมความแข็งแรงให้กับผิว ตอบโจทย์เรื่องริ้วรอยและความชุ่มชื่นได้ดี แต่เรื่องคุมมันยังไม่เห็นผลเท่าไร ใช้ได้ทุกสภาพผิว รู้สึกผิวแข็งแรงขึ้นมาก

ปรับแสงเพื่อให้เห็นชัดขึ้นเท่านั้น

6.Laneige Time Freeze Firming Sleeping Mask
เป็น Sleeping Mask ทาทิ้งไว้แล้วไปนอนซะ ล็อกไม่ให้เกิดริ้วรอยจากการนอน ตอนเราเด็กๆ ตื่นมาหน้ายับ มีรอยหมอน รอยแดง แป๊บเดียวก็หาย แต่โตแล้วหายช้า นานๆไปไม่หายเลย! กลายเป็นริ้วรอย มาส์กตัวนี้จะช่วยให้รอยยับบนหน้าหลังตื่นนอนให้หายเร็วขึ้น(แต่คราบน้ำลายไม่หายนะจ๊ะ) ชะลอการเกิดริ้วรอย กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ให้ความชุ่มชื่น(เราว่า water bank ชุ่มชื่นกว่า) เนื้อมาส์กจะนุ่มๆ เด้งๆ คล้ายๆเจลลี่นมหรือพุดดิ้ง(ดูน่ากินมาก)กลิ่นหอมอ่อนๆ เป็นมาส์กที่จำรูปแบบ คือไม่ว่าเราจะตี คน หรือกลิ้งไปยังไง ตัวมาส์กจะกลับสู่รูปแบบเดิม พอนวดมาส์กลงบนผิวจะแตกตัวเหลวขึ้นแล้วซึมลงผิว ไม่เหนียวเหนอะหนะ แต่มีเนื้อมาส์กบางส่วนเคลือบผิวอยู่บางๆ ชุ่มชื่นดี ถ้าผิวแห้งมาก ส่วนที่เคลือบอยู่จะซึมลงผิว แต่ยังคงความชุ่มชื่น ตื่นมาไม่รู้สึกว่าหน้ามัน ไม่มีรอยยับ ผิวชุ่มชื่นดี ที่สำคัญคือผิวนุ่มลื่น เด้งมาก

ปรับแสงเพื่อให้เห็นชัดขึ้นเท่านั้น

7. The Body Shop Drops of Youth Bouncy Eye Mask
มาส์กหน้าแล้วมาส์กตาก็สำคัญ เพราะตามีต่อมไขมันน้อย บอบบางมากที่สุด และใช้งานเยอะที่สุด เพราะเราต้องกระพริบตาและใช้สายตาตลอด ผิวรอบดวงตาจะเหี่ยวเร็วกว่าส่วนอื่น ช่วงที่ล้ามากๆ มากันหมดทั้งริ้วรอยใต้ตา ขอบตาคล้ำ ปวดบริเวณเบ้าตา ยิ่งอายุเยอะขึ้นร่องรอยอ่อนหล้าพวกนี้หายช้ามาก เราชอบตัวนี้เพราะส่วนผสมของมาส์กเป็นสเต็มเซลล์ที่สกัดจากพืชที่สร้างความแข็งแรงและความชุ่มชื่นให้ผิว ฟื้นฟูผิวที่อ่อนหล้า เหี่ยว เฉา ให้เอิบอิ่มฟูขึ้น  มาส์กทาแล้วเย็น สบายตามาก ทาทิ้งไว้ก่อนนอนสบายมาก ได้พักตาพร้อมบำรุงไปด้วย ฟินเฟร่อออ ~.~ ตัวมาส์กเป็นเนื้อเจลใสๆ กลิ่นเขาจะ
หอมอ่อนๆอโรมา สดชื่น ตื่นมาเนื้อมาส์กซึมลงผิวไปหมด รอยคล้ำ ริ้วรอยตื้นขึ้น ไม่มีริ้วรอยเกิดใหม่ ผิวอิ่มฟูแข็งแรงขึ้น

7 สิ่งมหัศจรรย์นี้ช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้นต่อสู่กับปัจจัยต่างๆที่ทำร้ายผิวเราได้ แก้ไขปัญหาผิวผสม ขาดน้ำที่มีทั้งทะเลทรายและบ่อน้ำมันบนหน้าของเราได้ตรงจุด แบบค่อยเป็นค่อยไป อ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอใครที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ตอบโจทย์ผิวผสมอยู่ ลองรับไปพิจารณาไว้ในอ้อมอกอ้อมใจดูนะจ๊ะ เพิ่มเติมลองเลือกผลิตภัณฑ์ประเภท balancing และ Emulsion (เข้มข้นน้อยกว่าครีม แต่มากกว่ากว่าโลชั่น) ซึ่งเหมาะกับผิวผสม-ผิวมัน แต่สำหรับเราที่ใช้อยู่นี้คือโอเคมากๆ และเข้ากับผิวเรามากๆ เลยอยากจะมาแนะนำกันจ้า อย่าลืมเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิวจริงกันนะ และพักผ่อนเยอะๆ ดื่มน้ำมากๆ ติดงาน-ติดซีรีย์ก็วางลงก่อนนะจ๊ะ บัยยย จุ๊บๆ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่