
การเดินทางครั้งนี้ได้แรงบันดาลใจจากทริปที่แล้วเมื่อ 3 ปีก่อน ตอนนั้นไปฝรั่งเศส อิตาลี สวิสเซอร์แลนด์ แล้วมีความประทับใจในบ้านเมืองของยุโรป ภาพของหอไอเฟล พระราชวังแวร์ซาส์ เมืองโบราณเบิร์น โคลอสเซียมอันยิ่งใหญ่ หอเอนปิซ่า เซียน่าเมืองต้องมนต์ขลัง ฟลอเรนซ์เมืองที่อยากจะหยุดวิญญาณไว้ เวนิสไข่มุกแห่งยุโรป และยังตื่นตาตื่นใจกับธรรมชาติและภูมิประเทศอันสวยงาม ทะเลสาบอินเตอร์ลาเก้น มิวเร่นหมู่บ้านบนเขาสูง ทั้งหมดนี้เป็นภาพความทรงจำอันสุดแสนประทับใจ ซึ่งทำให้อยากกลับไปเยือนยุโรปอีก

คราวนี้ก็มานั่งวางแผนว่าอยากจะไปที่ไหนบ้าง สำหรับผมต้องเป็นประเทศที่ยังไม่เคยไป เพื่อจะได้สัมผัสวัฒนธรรมที่แตกต่าง ในสมัยโบราณนั้นยุโรปรวมกันเป็นหนึ่งเดียว เป็นอาณาจักรโรมันโบราณ แล้วเป็นอาณาจักรโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ ต่อมาเกิดแยกกันด้วยเหตุผลทางการเมืองส่วนหนึ่ง แยกกันด้วยความแตกต่างกันด้านภาษาวัฒนธรรมประเพณีเชื้อชาติส่วนหนึ่ง จนมารวมกันเป็นสหภาพยุโรป (EU) ในปัจจุบัน ประเทศในยุโรปเหล่านี้ยังมีความเชื่อมโยงกันในสายแห่งวัฒนธรรม ยิ่งเราท่องเที่ยวไปก็ยิ่งพบทั้งความเหมือนและความแตกต่าง

ผมลองเลือกประเทศ เมือง ดินแดนที่อยากไป ด้วยเหตุผลข้อจำกัดทางด้านเวลาที่ต้องไม่เกิน 12-14 วัน เริ่มจากลิสต์รายการเมืองและสถานที่ท่องเที่ยวจำนวนมากที่เด่น ๆ ศึกษาหาข้อมูลแต่ละที่ ดูรูปภาพ จนค่อย ๆ ตัดเมืองที่อยากไปน้อยที่สุดออกไปทีละเมือง บางเมืองต้องจำใจตัดออกด้วยความเสียดายอย่างมาก ๆ ในที่สุดก็ได้รายการเมืองที่จะไปดังนี้
1. เวียนนา (Vienna) ออสเตรีย เมืองโรแมนติกแห่งยุโรป เมืองแห่งดนตรี มีคีตกวีเรืองนามโมสาร์ท เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางแห่งยุโรปในยุคหนึ่ง มีราชวงศ์ฮอฟบวร์คอันเจริญรุ่งเรืองและหรูหรา นำโดยพระนางมาเรียเทเรซ่า ได้สร้างพระราชวัง ตกแต่งเมืองเวียนนาด้วยสถาปัตยกรรมอันวิจิตร
ทริปนี้ผมจะนั่งเครื่องไปลงที่เวียนนา และเริ่มการเดินทางที่เมืองนี้

2. ฮัลสตัท (Hallstatt) ออสเตรีย ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองริมทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก มีวิวที่สวยงามติดอันอับต้น ๆ ยังมีความเป็นเมืองชนบทเล็ก ๆ มีอากาศที่แสนบริสุทธิ์
ผมจะนั่งรถไฟจากเวียนนาไปฮัลสตัท (Vienna ,Wien HBF -> Hallstatt Bahnhof) ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ผ่านเส้นทางที่เป็นดินแดนชนบทของออสเตรียที่สวยงาม

3. ซาลส์บวร์ก (salzburg) ออสเตรีย บ้านเกิดคีตกวีเรืองนามนามว่าโมสาร์ท มีบ้านโมสาร์ทที่ฝันอยากไป นอกจากนั้นยังมีเมืองเก่าแก่ มีสถาปัตยกรรมบารอกแบบโบราณมากมาย จนได้เป็นมรดกโลก ตัวเมืองซาลส์บวร์กยังตั้งพิงอยู่บนเทือกแอลป์ มีป้อมปราสาทอันยิ่งใหญ่อยู่บนเชิงเขาสูง สามารถนั่งเคเบิลคาร์ขึ้นไปชมได้
ผมจะนั่งรถไฟจากฮัลสตัทไปซาลส์บวร์ก ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

4. มิวนิค (Munchen) เมืองหลวงแห่งบาวาเรีย รัฐทางใต้ของเยอรมัน เมืองที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เป็นการเปิดประตูสู่เยอรมัน ประเทศในฝันของผม ที่นี่เราจะได้พบประว้ติศาสตร์ของชนชาติเจอร์มานิก (Germamic) ที่ได้ชื่อว่าเป็นต้นกระแสธารของชาวยุโรปทั้งมวล ไปเยือนปราสาทในเทพนิยาย นั่งรถไฟมุดดินไปโผล่บนยอดเขาสูงแห่งเทือกเขาแอลป์
ผมจะนั่งรถไฟจากฮัซาลส์บวร์กไปมิวนิค ใช้เวลาเพียง 1.5 ชั่วโมงเท่านั้น

5. ไฮเดิลเบิร์ก (Heldelberg) เมืองสุดคลาสสิค มีฉากหลังเป็นปราสาทอัศวินบนยอดเขา ด้านหน้าเป็นแม่น้ำอันกว้างใหญ่ ทั้งสองโอบล้อมเมืองโบราณไว้
นั่งรถไฟจากมิวนิคไปไฮเดิลเบิร์ก ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง

6. โคโลญจน์ (Cologne) เมืองแห่งมหาวิหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนี่งของยุโรป และไปดูรถไฟแล่นผ่านสะพานโบราณประจำเมือง
นั่งรถไฟจากไฮเดิลเบิร์กไปโคลญจน์ ใช้เวลาประมาณ 2.5 ชั่วโมง เมืองนี้เราไม่พักค้าง แค่แวะชม และไปอัมสเตอร์ดัมต่อ

7. อัมสเตอร์ดัม (Amsterdam) เมืองที่เป็นบทสรุปที่ดีที่สุดของทริป มีทุกอย่างทั้งด้านมืด เทา สว่าง มีธรรมชาติที่สวยงาม วิถีชีวิตของผู้คนแดนกังหันลมโบราณ ศูนย์รวมแห่งศิลปะทุกแขนง เมืองแวนโก๊ะ อบายมุข ทั้งการพนัน โสเภณี กัญชา สนุกสุดเหวี่ยงและประทับใจที่สุดในทริป
นั่งรถไฟจากโคโลญจน์มาอัมสเตอร์ดัม ใช้เวลา 3 ชั่วโมง

จนออกมาได้เป็นแผนการเดินทาง

แผนการเดินทางคร่าว ๆ ของผมเป็นดังนี้
ผ่านอะไรมาบ้าง
- 11 เมือง เวียนนา ฮัลลส์สตัทท์ ซาร์ลส์บวร์ก มิวนิค ฟุซเซ่น การ์มิทพาทีเกีย ไฮเดลเบิร์ก โคโลญจน์ อัมสเตอร์ดัม กีธูรน์ ซาร์น์สคัลล์
- 3 มหาวิหารที่ไป มหาวิหารแห่งเวียนนา มหาวิหารแห่งโคโลญจน์ มหาวิหารแห่งมิวนิค
- 3 ปราสาทที่ไป ปราสาทนอยชวาน ปราสาทไฮเดิลเบิร์ก ปราสาทซาร์ลบวร์ก
- 1 พระราชวัง พระราชวังเชิงบรุนน์
11 เมือง 3 มหาวิหาร 3 ปราสาท 1 พระราชวัง 1 ภูเขาหิมะ 1 อุทยานดอกไม้ 1 หมู่บ้านไร้ถนน 1 หมู่บ้านกังหัน 1,400 กิโลเมตร 3 ประเทศ จากยุโรปกลางสู่ยุโรปเหนือ จากประตูแห่งอาณาจักรโรมันสู่ดินแดนกังหันลม นั่งรถไฟเลียบเทือกเขาเขาแอลป์ เลียบแม่น้ำไรน์ ผ่านอาณาจักรบาวาเรีย ผ่านอาณาจักรโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ปีนป้อมปราการอัศวิน ผ่านทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ สู่ดินแดนแห่งคันคลอง ได้สัมผัสลม เปียกสายฝน ล่องแม่น้ำ เขวี้ยงตัวในกองหิมะ ล่องลอยไปตามฝัน เป็นส่วนหนึ่งของวันเวลา เป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำอันงดงาม
Backpack ดีอย่างไร
นักเดินทางแบบเดินย่ำต๊อกไปเรื่อย ๆ นี่ดีหลายอย่าง อยากแวะไหนก็แวะ นั่งพักได้นาน ๆ ทอดน่องไปตามใจชอบ มองเห็นผู้คน เห็นวิถีแห่งถิ่น เมื่ออยู่ในเมืองจังหวะชีวิตก็เคลื่อนไปพร้อมเมือง อยู่บนภูเขาก็ปีนไปกับภูเขา อยู่กับแม่น้ำก็ไหลเอื่อย ๆ เหมือนกับตัวเองเป็นสายน้ำ เป็นลมที่พัดแทรกไปตามซอกเขา เป็นใบไม้ที่ร่วงหล่นตามฤดูกาล เป็นหยาดของน้ำค้างที่ซัดเกาะไปตามซอกหิน เป็นวันเวลา เป็นโมงยาม เป็นยามนิทรา เป็นยามตื่นจากฝัน

การ backpack ไปเอง และไปกันแค่สองคน ทำให้มีเวลาทำอะไรมากมาย ได้เดินไปในทุกซอกทุกมุมที่ใจอยากไป ได้ยินเสียงระฆังดัง ได้เข้าไปฟังพระสวดและคนอธิษฐานในโบสถ์โบราณ เฝ้าดูผู้คนเดินไปมาเหมือนปลาที่ว่ายอย่างอิสระเสรีในน้ำ เห็นยิปซีเร่ร่อนขอทาน เห็นตำรวจตรวจตราตามสถานีรถไฟ คนไร้บ้านนอนข้างตึกและใช้กล่องแทนผ้าห่ม ผู้คนนั่งจิบไวน์กลางแสงแดด พระอาทิตย์ตกช้าเวลาสามทุ่ม นั่งรถไฟและกระเช้าขึ้นไปดูหมู่บ้านที่สร้างบนภูเขาสูง ตามทางมีหิมะขาวโพลน เทือกเขาหิมะงดงามเหมือนภาพวาด ล่องเรือไปสู่ทะเลสาบที่ขนาบไปกับหุบเขา สวยงามราวเทพนิยาย มีเวลาหยุดคิด วาดภาพจากที่ตาเห็น นั่งดูบ้านเรือนชนบทของยุโรปผ่านหน้าต่างรถไฟ เห็นฝูงปศุสัตว์เล็มหญ้าอยู่ในทุ่งกว้าง เห็นดอกไม้บนเชิงเขาที่เพิ่งเริ่มบาน เห็นศิลปินข้างถนนวาดภาพป้อมปราสาทในเชิงเขา ผู้คนชาวออสเตรียกางร่มเมื่อฝนตกในยามเช้า อากาศยิ่งหนาวเหน็บ นาฬิกาตุ๊กตายักษ์ในมิวนิคตีบอกเวลาในยามเย็น เด็กวัยรุ่นมารวมตัวกันนับพันคนที่จตุรัสมาเรียนพลาซ วงออเครสต้าระดับโลกมาแสดงที่หน้ามหาวิหารในโคโลญจน์ รถไฟท้องถิ่นแล่นจอดตามสถานีต่าง ๆ ผู้คนเดินทางขึ้นลงรถไฟรวดเร็ว บ้านเรือนในเมืองโบราณงดงามเข้มขลัง เมื่อเดินผ่านเหมือนมีวิญญาณของคนโบราณสถิตย์อยู่ที่นั่น กระท่อมที่ปลูกอยู่ตามที่ราบระหว่างหุบเขาดูอบอุ่นจนอยากจะใช้ชีวิตอยู่ในบ้านแบบนั้นตลอดไป ได้พักในโฮสเทลที่ด้านขวาเป็นโรงถุนกัญชา กลิ่นควันกัญชาพวยพุ่งอบอวนตลอดราตรี ด้านซ้ายเป็นซ่องโสเภณี ผู้คนเมากัญชาและเหล้าเบียร์เดินวนทั้งคืนเหมือนแดนนรกโลกีย์ แต่พอถึงยามเช้าเมืองกลับสงบและอ่อนโยน

การเดินทางคราวนี้ทำให้เข้าใจว่า ทำไมศิลปิน กวี นักเขียนส่วนมากถึงชอบการเดินทาง ถ้าอยากจะสร้างผลงานที่งดงามคุณต้องเดินทาง ศิลปินไม่สามารถสร้างงานจากความว่างเปล่าได้ คุณต้องเดินทางไปเห็นสิ่งต่าง ๆ ไปพบเจอด้านที่คุณไม่เคยเห็นในโลก และถึงแม้คุณไม่ได้ต้องการที่จะเป็นศิลปิน คุณก็ควรที่จะเดินทาง เพราะชีวิตสั้นนัก แต่โลกนี้กว้างใหญ่และสวยงาม
[CR] นั่งรถไฟไต่ยุโรป : ออสเตรีย-เยอรมัน-ฮอลแลนด์ : Episode 1 เวียนนา มนต์เสน่ห์แห่งเมืองโรแมนติก
การเดินทางครั้งนี้ได้แรงบันดาลใจจากทริปที่แล้วเมื่อ 3 ปีก่อน ตอนนั้นไปฝรั่งเศส อิตาลี สวิสเซอร์แลนด์ แล้วมีความประทับใจในบ้านเมืองของยุโรป ภาพของหอไอเฟล พระราชวังแวร์ซาส์ เมืองโบราณเบิร์น โคลอสเซียมอันยิ่งใหญ่ หอเอนปิซ่า เซียน่าเมืองต้องมนต์ขลัง ฟลอเรนซ์เมืองที่อยากจะหยุดวิญญาณไว้ เวนิสไข่มุกแห่งยุโรป และยังตื่นตาตื่นใจกับธรรมชาติและภูมิประเทศอันสวยงาม ทะเลสาบอินเตอร์ลาเก้น มิวเร่นหมู่บ้านบนเขาสูง ทั้งหมดนี้เป็นภาพความทรงจำอันสุดแสนประทับใจ ซึ่งทำให้อยากกลับไปเยือนยุโรปอีก
คราวนี้ก็มานั่งวางแผนว่าอยากจะไปที่ไหนบ้าง สำหรับผมต้องเป็นประเทศที่ยังไม่เคยไป เพื่อจะได้สัมผัสวัฒนธรรมที่แตกต่าง ในสมัยโบราณนั้นยุโรปรวมกันเป็นหนึ่งเดียว เป็นอาณาจักรโรมันโบราณ แล้วเป็นอาณาจักรโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ ต่อมาเกิดแยกกันด้วยเหตุผลทางการเมืองส่วนหนึ่ง แยกกันด้วยความแตกต่างกันด้านภาษาวัฒนธรรมประเพณีเชื้อชาติส่วนหนึ่ง จนมารวมกันเป็นสหภาพยุโรป (EU) ในปัจจุบัน ประเทศในยุโรปเหล่านี้ยังมีความเชื่อมโยงกันในสายแห่งวัฒนธรรม ยิ่งเราท่องเที่ยวไปก็ยิ่งพบทั้งความเหมือนและความแตกต่าง
ผมลองเลือกประเทศ เมือง ดินแดนที่อยากไป ด้วยเหตุผลข้อจำกัดทางด้านเวลาที่ต้องไม่เกิน 12-14 วัน เริ่มจากลิสต์รายการเมืองและสถานที่ท่องเที่ยวจำนวนมากที่เด่น ๆ ศึกษาหาข้อมูลแต่ละที่ ดูรูปภาพ จนค่อย ๆ ตัดเมืองที่อยากไปน้อยที่สุดออกไปทีละเมือง บางเมืองต้องจำใจตัดออกด้วยความเสียดายอย่างมาก ๆ ในที่สุดก็ได้รายการเมืองที่จะไปดังนี้
1. เวียนนา (Vienna) ออสเตรีย เมืองโรแมนติกแห่งยุโรป เมืองแห่งดนตรี มีคีตกวีเรืองนามโมสาร์ท เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางแห่งยุโรปในยุคหนึ่ง มีราชวงศ์ฮอฟบวร์คอันเจริญรุ่งเรืองและหรูหรา นำโดยพระนางมาเรียเทเรซ่า ได้สร้างพระราชวัง ตกแต่งเมืองเวียนนาด้วยสถาปัตยกรรมอันวิจิตร
ทริปนี้ผมจะนั่งเครื่องไปลงที่เวียนนา และเริ่มการเดินทางที่เมืองนี้
2. ฮัลสตัท (Hallstatt) ออสเตรีย ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองริมทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก มีวิวที่สวยงามติดอันอับต้น ๆ ยังมีความเป็นเมืองชนบทเล็ก ๆ มีอากาศที่แสนบริสุทธิ์
ผมจะนั่งรถไฟจากเวียนนาไปฮัลสตัท (Vienna ,Wien HBF -> Hallstatt Bahnhof) ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ผ่านเส้นทางที่เป็นดินแดนชนบทของออสเตรียที่สวยงาม
3. ซาลส์บวร์ก (salzburg) ออสเตรีย บ้านเกิดคีตกวีเรืองนามนามว่าโมสาร์ท มีบ้านโมสาร์ทที่ฝันอยากไป นอกจากนั้นยังมีเมืองเก่าแก่ มีสถาปัตยกรรมบารอกแบบโบราณมากมาย จนได้เป็นมรดกโลก ตัวเมืองซาลส์บวร์กยังตั้งพิงอยู่บนเทือกแอลป์ มีป้อมปราสาทอันยิ่งใหญ่อยู่บนเชิงเขาสูง สามารถนั่งเคเบิลคาร์ขึ้นไปชมได้
ผมจะนั่งรถไฟจากฮัลสตัทไปซาลส์บวร์ก ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
4. มิวนิค (Munchen) เมืองหลวงแห่งบาวาเรีย รัฐทางใต้ของเยอรมัน เมืองที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เป็นการเปิดประตูสู่เยอรมัน ประเทศในฝันของผม ที่นี่เราจะได้พบประว้ติศาสตร์ของชนชาติเจอร์มานิก (Germamic) ที่ได้ชื่อว่าเป็นต้นกระแสธารของชาวยุโรปทั้งมวล ไปเยือนปราสาทในเทพนิยาย นั่งรถไฟมุดดินไปโผล่บนยอดเขาสูงแห่งเทือกเขาแอลป์
ผมจะนั่งรถไฟจากฮัซาลส์บวร์กไปมิวนิค ใช้เวลาเพียง 1.5 ชั่วโมงเท่านั้น
5. ไฮเดิลเบิร์ก (Heldelberg) เมืองสุดคลาสสิค มีฉากหลังเป็นปราสาทอัศวินบนยอดเขา ด้านหน้าเป็นแม่น้ำอันกว้างใหญ่ ทั้งสองโอบล้อมเมืองโบราณไว้
นั่งรถไฟจากมิวนิคไปไฮเดิลเบิร์ก ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง
6. โคโลญจน์ (Cologne) เมืองแห่งมหาวิหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนี่งของยุโรป และไปดูรถไฟแล่นผ่านสะพานโบราณประจำเมือง
นั่งรถไฟจากไฮเดิลเบิร์กไปโคลญจน์ ใช้เวลาประมาณ 2.5 ชั่วโมง เมืองนี้เราไม่พักค้าง แค่แวะชม และไปอัมสเตอร์ดัมต่อ
7. อัมสเตอร์ดัม (Amsterdam) เมืองที่เป็นบทสรุปที่ดีที่สุดของทริป มีทุกอย่างทั้งด้านมืด เทา สว่าง มีธรรมชาติที่สวยงาม วิถีชีวิตของผู้คนแดนกังหันลมโบราณ ศูนย์รวมแห่งศิลปะทุกแขนง เมืองแวนโก๊ะ อบายมุข ทั้งการพนัน โสเภณี กัญชา สนุกสุดเหวี่ยงและประทับใจที่สุดในทริป
นั่งรถไฟจากโคโลญจน์มาอัมสเตอร์ดัม ใช้เวลา 3 ชั่วโมง
จนออกมาได้เป็นแผนการเดินทาง
แผนการเดินทางคร่าว ๆ ของผมเป็นดังนี้
ผ่านอะไรมาบ้าง
- 11 เมือง เวียนนา ฮัลลส์สตัทท์ ซาร์ลส์บวร์ก มิวนิค ฟุซเซ่น การ์มิทพาทีเกีย ไฮเดลเบิร์ก โคโลญจน์ อัมสเตอร์ดัม กีธูรน์ ซาร์น์สคัลล์
- 3 มหาวิหารที่ไป มหาวิหารแห่งเวียนนา มหาวิหารแห่งโคโลญจน์ มหาวิหารแห่งมิวนิค
- 3 ปราสาทที่ไป ปราสาทนอยชวาน ปราสาทไฮเดิลเบิร์ก ปราสาทซาร์ลบวร์ก
- 1 พระราชวัง พระราชวังเชิงบรุนน์
11 เมือง 3 มหาวิหาร 3 ปราสาท 1 พระราชวัง 1 ภูเขาหิมะ 1 อุทยานดอกไม้ 1 หมู่บ้านไร้ถนน 1 หมู่บ้านกังหัน 1,400 กิโลเมตร 3 ประเทศ จากยุโรปกลางสู่ยุโรปเหนือ จากประตูแห่งอาณาจักรโรมันสู่ดินแดนกังหันลม นั่งรถไฟเลียบเทือกเขาเขาแอลป์ เลียบแม่น้ำไรน์ ผ่านอาณาจักรบาวาเรีย ผ่านอาณาจักรโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ปีนป้อมปราการอัศวิน ผ่านทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ สู่ดินแดนแห่งคันคลอง ได้สัมผัสลม เปียกสายฝน ล่องแม่น้ำ เขวี้ยงตัวในกองหิมะ ล่องลอยไปตามฝัน เป็นส่วนหนึ่งของวันเวลา เป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำอันงดงาม
Backpack ดีอย่างไร
นักเดินทางแบบเดินย่ำต๊อกไปเรื่อย ๆ นี่ดีหลายอย่าง อยากแวะไหนก็แวะ นั่งพักได้นาน ๆ ทอดน่องไปตามใจชอบ มองเห็นผู้คน เห็นวิถีแห่งถิ่น เมื่ออยู่ในเมืองจังหวะชีวิตก็เคลื่อนไปพร้อมเมือง อยู่บนภูเขาก็ปีนไปกับภูเขา อยู่กับแม่น้ำก็ไหลเอื่อย ๆ เหมือนกับตัวเองเป็นสายน้ำ เป็นลมที่พัดแทรกไปตามซอกเขา เป็นใบไม้ที่ร่วงหล่นตามฤดูกาล เป็นหยาดของน้ำค้างที่ซัดเกาะไปตามซอกหิน เป็นวันเวลา เป็นโมงยาม เป็นยามนิทรา เป็นยามตื่นจากฝัน
การ backpack ไปเอง และไปกันแค่สองคน ทำให้มีเวลาทำอะไรมากมาย ได้เดินไปในทุกซอกทุกมุมที่ใจอยากไป ได้ยินเสียงระฆังดัง ได้เข้าไปฟังพระสวดและคนอธิษฐานในโบสถ์โบราณ เฝ้าดูผู้คนเดินไปมาเหมือนปลาที่ว่ายอย่างอิสระเสรีในน้ำ เห็นยิปซีเร่ร่อนขอทาน เห็นตำรวจตรวจตราตามสถานีรถไฟ คนไร้บ้านนอนข้างตึกและใช้กล่องแทนผ้าห่ม ผู้คนนั่งจิบไวน์กลางแสงแดด พระอาทิตย์ตกช้าเวลาสามทุ่ม นั่งรถไฟและกระเช้าขึ้นไปดูหมู่บ้านที่สร้างบนภูเขาสูง ตามทางมีหิมะขาวโพลน เทือกเขาหิมะงดงามเหมือนภาพวาด ล่องเรือไปสู่ทะเลสาบที่ขนาบไปกับหุบเขา สวยงามราวเทพนิยาย มีเวลาหยุดคิด วาดภาพจากที่ตาเห็น นั่งดูบ้านเรือนชนบทของยุโรปผ่านหน้าต่างรถไฟ เห็นฝูงปศุสัตว์เล็มหญ้าอยู่ในทุ่งกว้าง เห็นดอกไม้บนเชิงเขาที่เพิ่งเริ่มบาน เห็นศิลปินข้างถนนวาดภาพป้อมปราสาทในเชิงเขา ผู้คนชาวออสเตรียกางร่มเมื่อฝนตกในยามเช้า อากาศยิ่งหนาวเหน็บ นาฬิกาตุ๊กตายักษ์ในมิวนิคตีบอกเวลาในยามเย็น เด็กวัยรุ่นมารวมตัวกันนับพันคนที่จตุรัสมาเรียนพลาซ วงออเครสต้าระดับโลกมาแสดงที่หน้ามหาวิหารในโคโลญจน์ รถไฟท้องถิ่นแล่นจอดตามสถานีต่าง ๆ ผู้คนเดินทางขึ้นลงรถไฟรวดเร็ว บ้านเรือนในเมืองโบราณงดงามเข้มขลัง เมื่อเดินผ่านเหมือนมีวิญญาณของคนโบราณสถิตย์อยู่ที่นั่น กระท่อมที่ปลูกอยู่ตามที่ราบระหว่างหุบเขาดูอบอุ่นจนอยากจะใช้ชีวิตอยู่ในบ้านแบบนั้นตลอดไป ได้พักในโฮสเทลที่ด้านขวาเป็นโรงถุนกัญชา กลิ่นควันกัญชาพวยพุ่งอบอวนตลอดราตรี ด้านซ้ายเป็นซ่องโสเภณี ผู้คนเมากัญชาและเหล้าเบียร์เดินวนทั้งคืนเหมือนแดนนรกโลกีย์ แต่พอถึงยามเช้าเมืองกลับสงบและอ่อนโยน
การเดินทางคราวนี้ทำให้เข้าใจว่า ทำไมศิลปิน กวี นักเขียนส่วนมากถึงชอบการเดินทาง ถ้าอยากจะสร้างผลงานที่งดงามคุณต้องเดินทาง ศิลปินไม่สามารถสร้างงานจากความว่างเปล่าได้ คุณต้องเดินทางไปเห็นสิ่งต่าง ๆ ไปพบเจอด้านที่คุณไม่เคยเห็นในโลก และถึงแม้คุณไม่ได้ต้องการที่จะเป็นศิลปิน คุณก็ควรที่จะเดินทาง เพราะชีวิตสั้นนัก แต่โลกนี้กว้างใหญ่และสวยงาม