ธุรกิจที่เซ้งมาทำยอดได้ไม่เหมือนเจ้าของคนเก่า ท้อละค่ะ

ทุกคนคะ เราขอกอดหน่อยนะคะ
มันเป็นกระทู้แรกของเรานะคะ เราไม่อยากจะพูดหรอกค่ะ แต่เราไม่ไหวแล้วไม่รู้จะคุยกับใครจริงๆ กลัวไปหมด...
เขียนวกไปวนมาต้องขออภัยล่วงหน้านะคะ

เรามีเงินทุนก้อนนึงเป็นมรดกหลังจากพ่อเสียชิ้นเดียว มาทำธุรกิจ เพราะคิดว่ามันจะช่วยให้ชีวิตเราดีกว่านี้ คิดว่าต่อไปทุกคนจะสบาย เป็นมรดกอาชีพตกทอดสู่ลูกหลาน (ขอดราม่าหน่อยนะ T-T)

เซ้งธุรกิจมาราคาแพงมาก ที่เชียงใหม่ แต่นักท่องเที่ยวลดลง คนจีนฮุบธุรกิจแบบครบวงจร เจ้าของเก่าทำยอดปีที่แล้วได้เท่าไหร่ ปีนี้เราทำได้ไม่ถึงครึ่ง บางเดือนติดลบ บางเดือนไม่ได้อะไรเลย เพื่อนเขาคิดว่าเรารวยเป็นเจ้าของธุรกิจ แต่จริงๆเวลาเราไปเจอเพื่อนเรากินได้แต่น้ำเปล่า ไม่มีตังค์

ตอนนั้นเขาเซ้งเพราะปัญหาส่วนตัว เราเป็นเพื่อนสนิทรู้หมดทุกอย่าง(?) เห็นบัญชีรับจ่าย เห็นลูกค้า เห็นเรดคอร์ดเราชอบไปสิงอยู่ร้านเขาบ่อยๆ (ในตอนนั้น) เราก็คิดว่ามันจะได้ดี
(ตรงนี้อย่าซ้ำเติมเราเลยนะคะ เพราะเราอาจศึกษาไม่ดี มันเป็นความผิดพลาดของเราเอง แล้วเราก็ไม่คิดว่าปีนี้ยอดจะตกขนาดนี้)

การทำธุรกิจเราทำได้ดีเท่าเขาหมด อาจดีกว่าด้วยซ้ำทำเกือบเหมือนเขาทุกอย่าง เพิ่มตรงมีโปรโมชั่นมากขึ้น ตอนนั้นเขาแทบไม่ทำอะไรเลยแค่นั่งเฉยๆลูกค้าก็เข้าเยอะมาก แต่ปีนี้เป็นอะไร เดินไปไหนแทบโล่งทุกที่ นทท เป็นกระจุกๆ คนหนีไปที่อื่นหมด ปีเดียวคู่แข่งเราเพิ่มขึ้นคนก็แห่ไปที่ใหม่ ตอนนี้เรามีหนี้หลายแสนจากที่ไม่มี พูดกับใครก็ไม่ได้ เราตัวคนเดียวตลอดครอบครัวก็ไม่มี ท้อมาก

เราว่าเราทำได้ดีมากนะ ใครๆก็บอกลูกค้าก็ชอบไม่เคยได้ยินลูกค้าบ่นเลย

เราอยากมีทุนพัฒนามัน ประคองมันให้ได้ รักมันนะ แต่เงินก้อนสุดท้ายมันหมดไปแล้วเหลือแต่เงินหมุน

เราทำทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมายแต่ขายไม่ได้

เดือนนี้เราไม่มีจะกินเลย รู้เลยอดมื้อกินมื้อเป็นยังไง เงินที่เคยมีตอนนี้ลงไปหมดแล้ว พ่อก็ไม่มีแม่ก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันญาติพี่น้องก็ห่างเหิน ธุรกิจก็ย่ำแย่ จะเซ้งเขาก็ไม่เอาเพราะบัญชีรายรับมันไม่คุ้มไม่น่าสนใจ เราอยากได้เงินก้อนคืนเพื่อไปลงทุนที่ใหม่ ขนาดเซ้งครึ่งราคาเขายังไม่เอา มีคนมาดูเขาก็ไม่เอาสักคน มันไม่คุ้มแล้วเราไม่อยากหลอก เราให้เขาดูหมด เพราะคิดว่าเรื่องของธุรกิจมันอยู่ที่บุคคล บางคนที่เขามีทุนมาพัฒนาต่อยอดมันอาจทำได้ดีกว่าเราเยอะมากๆก็ได้

ใช่ค่ะ ตอนนี้เราบ่น เพราะตอนนี้เราต้องหาค่าเช่าแต่ไม่รู้จะเอาไหนให้เขา เราไม่อยากคิดว่าเราเลือกผิดเราแค่อยากหาทางออก เราเครียดมาก นอนไม่หลับ หลับก็ฝันแต่เรื่องนี้ เราควรทำยังไงเราอยากให้มันจบๆไปสักที เราอยากได้ทุนคืนบ้าง ตอนนี้ก็หาทำออนไลน์ไป ได้มาก็ลงค่าเช่าหมด ไม่รู้จะทำยังไงแล้วค่ะ ท้อออออ

ขอบคุณนะคะทุกคน

สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 38
นี่อยู่ในวงการท่องเที่ยวจีนนะคะ อยากบอกว่าปัญหานี้มีทางแก้ไขที่ไม่ยากเลย อยากฝากให้คนไทยคนอื่นๆ ที่ทำโรงแรม เกสต์เฮ้าส์เอาวิธีนี้ไปใช้กัน

1. ทุกวันนี้การท่องเที่ยวไทยโตขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก มีทั้งลูกค้าฝรั่งและจีน แต่ปัญหาที่โรงแรมหลายแห่งมีเหมือนๆกันคือ โรงแรมหลายแห่งที่คนไทยเปิดตีแค่ตลาดฝรั่ง ไม่ตีตลาดจีน คนจีนไม่มาพัก ไม่ใช่เพราะเขาไม่อยากพัก แต่เพราะเขาไม่เห็นข้อมูลของคุณค่ะ

ทำไมเราพูดแบบนี้? ลองสังเกตดูค่ะว่าคุณเอาโรงแรมไปลงในเว็บอะไรบ้าง Agoda Booking Hostelworld ฯลฯ พวกนี้คนจีนเล่นน้อยค่ะ

แล้วคนจีนจองโรงแรมผ่านเว็บอะไร? เขาจองผ่านเว็บของบ้านเขาค่ะ

เว็บจองโรงแรม = Qunar, Ctrip, Tuniu, Tongcheng, Feizhu

แนวๆTripadvisor = Qiongyou, Mafengwo

แนวๆ Airbnb = Tujia

แนว Airbnbสัญชาติไทย = Favstay

แนวๆ ขายของออนไลน์ ขายไรก็ได้ = Taobao, Weidian

ทั้งหมดนี้คือเว็บที่คนจีนจองค่ะ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมโรงแรมที่คนจีนเปิดถึงมีลูกค้าเยอะ ในขณะที่คนไทยได้แต่มองตาปริบๆ

ขอบอกอีกอย่างว่าการที่คุณไม่มีลูกค้าจีน ไม่ใช่เพราะคุณบริหารแย่ แต่อาจเป็นเพราะเว็บไซต์สัญชาติฝรั่งที่คุณไปลงข้อมูลห้อง...เขาตีตลาดจีนไม่สำเร็จ ส่วนแบ่งทางการตลาดน้อย ยอดจองจากคนจีนน้อย หัวใจสำคัญมันอยู่ที่การเลือกเว็บลงห้องนี่เอง

เว็บด้านบนนี้บางเว็บก็ไปเอาข้อมูลห้องมาจากเว็บฝรั่ง ให้ลองเข้าไปคีย์ดูข้อมูลห้องก่อน อาจจะเจอโรงแรมเราอยู่ในนั้นแล้วก็ได้

ส่วนเว็บไหนน่าลงเพิ่ม อันนี้ต้องแล้วแต่ว่าห้องพักของจขกท.เป็นแบบไหน แต่เว็บที่ลงง่ายสุดสำหรับคนไทยคงเป็น Favstay เพราะเป็นบ.ไทย และCtrip ที่มีออฟฟิศอยู่ในไทยและเคยจ้างเซลล์ไปตระเวนเซ็นสัญญากับโรงแรมตามเมืองท่องเที่ยวต่างๆ เอง

เพราะงั้นมาเริ่มต้นใหม่กันค่ะ สู้ๆนะคะ เอาใจช่วย คนจีนที่คุณเห็นว่ายึดหัวหาดไป ความจริงคือเขาก็ไม่ได้มีต้นทุนสูงกว่าหรอก เพราะถ้าไม่ได้ทำโรงแรมที่เน้นทัวร์ลง เขาก็ต้องหาลูกค้าเองในเน็ตเหมือนกัน ซึ่งคอนเน็คชั่นไม่ได้ช่วยอะไรเลย ประเด็นคือการเลือกเว็บที่ลงห้อง และความสวยงามน่าพักของสถานที่นี่แหละ


--------------------------------------------------


ปล.มาเพิ่มอีก 2 ข้อ

2. มีนา เมษาคนน้อยอยู่แล้วเพราะเป็นโลว์ซีซั่น แต่ก็อยากให้คิดว่ายังดีกว่าภาคใต้หลายๆ แห่งเพราะแถวนั้นฝนตกบ้าง มรสุมบ้างจนต้องปิดเกาะไปเลยก็มี ต้องกรกฎา-สิงหาคมขึ้นไปคนจีนถึงเริ่มมากันเยอะค่ะ ระหว่างนี้ทำฟรีแลนซ์หารายได้ไปก่อน ยื้อไปให้ถึงไฮซีซั่นให้ได้ค่ะ อีกสองเดือนเท่านั้น คนรู้จักเราที่เปิดโฮสเทลในอยุธยาก็เลือกเปิดตัวช่วงกรกฎาเพราะมันทันไฮซีซั่นพอดี จริงๆ โลว์ซีซั่นเชียงใหม่ไม่น่าจะนานนะคะ แค่เดือน 3 4 5 6  สี่เดือนเท่านั้นเอง ลองอธิบายเจ้าของตึกดู เขาน่าจะเข้าใจ
ความคิดเห็นที่ 9
เจอปัญหาค่าเช่าคอยบีบรัด ไม่ไหวก็คงต้องหาตลาดนัดระบายของ ขายทางเนท เพื่อลดรายจ่าย เอาเงินออกมาบ้าง เรื่องเซ้งกิจการกับเพื่อน ผมมีเพื่อนที่สนิทจะมาเซ้งกิจการให้ผม ผมไม่เอาเพราะมันมีรับจ้างผลิตและขายปลีก ร้านที่มันรับก็รับ order ทั้งขายปลีกและผลิต มันบอกว่าจะเลิกทำ แต่จริงๆ แล้วมันจะเลิกทำปลีกและไปทำผลิตแทนเพราะลูกค้าอยู่ในกำมือแล้วไม่จำเป็นต้องไปกินกับเบี้ยหอยแตกบนร้านค้าปลีกและเสียเวลาด้วย ผมรู้ทันมันจากคนใน และก็มีเหตุผลว่ามันต้องเป็นอย่างนั้น มันจะทิ้งกำไรจากการผลิตที่มีลูกค้าตายตัวเดือนละเป็นแสนๆทำไม แต่ในฐานะเพื่อนเราก็ไม่พูดอะไรแล้วก็บอกปฎิเศษมันไป จากเพื่อนที่สนิทกลายเป็นเพื่อนที่ไม่จำเป็นต้องคบ เจอก็คุยไม่เจอก็ไม่คุย สมัยนี้ไว้ใจคนยาก ขนาดเพื่อนคนนี้แต่ก่อนผมช่วยเหลือมันมาเยอะจนมันรวยยังจะมาหัวหมอ ต่อไปก็อย่าไว้ใจใครให้มากครับโดยเฉพาะเรื่องเงินทองๆ พี่น้องยังฆ่ากันตาย เพื่อนฝูงผิดใจกันมาเยอะแล้ว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่