สวัสดีค่ะ เพื่อนๆชาวพันทิปที่เข้ามาอ่านเรื่องราวของดิฉันนะคะ
ก่อนอื่นเริ่มต้นเรื่อง คือเรื่องความรัก ที่มันไม่ใช่แค่ความรักอย่างเดียวอ่ะค่ะ
มันมีทั้งอนาคต มันมีทั้งชีวิตคู่ ที่ทำให้คิด
ความรักของเรา เป็นความรักที่เป็นหญิง รัก หญิงค่ะ ( ทอมดี้ )
แต่เราอยู่แบบครอบครัว เหมือนชายหญิงทั่วไปนะคะ เราคบกันได้เข้าปีที่ 6 แล้วค่ะ
เราทำงาน สร้างครอบครัว สร้างอนาคตที่เราฝัน เหมือนครอบครัวทั่วไปอ่ะค่ะ
แฟนเราเป็นทอม เค้าทำงานในบริษัทเอกชนที่นึง ซึ่งมั่นคง มีสวัสดิการดี เงินเดือนสูง
ส่วนเรา รับจ้างทำบัญชี และ ขายของออนไลน์ ได้เงิน พอสมควร
*** แฟนเราเค้าเป็นดีค่ะ ใครๆก็รัก ใครๆก็เอ็นดู เค้าชอบช่วยเหลือคน
เค้าเป็นที่รักของทุกคนเรยก็ว่าได้ แบบอาชีพเค้าก็จะเป็นทำงานกับคนนะคะ
เวลาได้รับมอบหมายงานมา เค้าทำเกินร้อยค่ะ และแถมยัง ช่วยเหลือเรื่องงาน
ของเพื่อนในแผนกอีก เหมือนรับภาระไว้คนเดียว เกือบทั้งหมดอ่ะค่ะ
ปัญหาของความรักที่ทำให้เราต้องคิดหลายๆอย่าง
เราแบ่งเป็นข้อๆ ตามที่เราคิดมากมาเป็นปีนะคะ
1. แฟนเราเป็นคนไม่จัดระเบียบงาน ชอบรับงานคนอื่นมา ทั้งๆที่งานตัวเองก็เยอะ พอกลับมาถึงบ้าน ก็บ่น
เหนื่อย เบื่อ หน้าบึ้งกลับบ้านเกือบทุกวัน (*ทั้งๆที่อยู่กับคนอื่นร่าเริงดี)
2. แฟนเราเป็นคนใจดี เกินไปมากๆ ค่ะ แบบว่า เพื่อนมาขอยืมเงินถึงไม่มี ก็ไปหายืมเงินมาให้เพื่อน
ถึงแม้เพื่อนไม่คืน ถ้ามาขอยืมอีก ก็หาให้อีกค่ะ
3. ตอนปีแรกๆที่เราตั้งใจย้ายมาอยู่กับเค้า มาสร้างครอบครัวกัน เราไม่เคยรู้เรยว่า " เค้ามีหนี้เยอะมากๆ "
ด้วยความที่เราต่างคนต่างทำงาน มีเงินเดือน เราใช้เงินกระเป๋าเดียวกันค่ะ (แฟนเก็บ)แต่เราไม่เข้าใจว่า
ทำไมเงินมันถึงไม่พอซักที แล้วอีกอย่าง ตอนนั้นเงินเดือนเค้าสูงนะคะ เงินเดือนเราก็เช่นเดียวกัน
มันน่าจะมีเงินพอไปเที่ยว ไปทานอาหารดีดีบ้าง แต่เราทำไม่ได้ เพราะอะไร จนทีหลังมารู้ความจริงว่า
พอเค้าทำงานได้ลงตัวแล้ว ทางบริษัทเปิดให้สามารถกู้เงินได้ และเค้าก็กู้เงินมา หลายล้าน เพื่อเอาให้
ญาติเค้าคนนึง ซึ่งเลี้ยงเค้ามา และตอนนั้นเค้ามีปัญหา ก็เลยกู้ไปให้ และตกลงว่าจะจ่ายให้ทุกเดือน
แต่ผลปรากฎว่า " เค้าจ่ายได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่ก็เหมือนไม่ได้ช่วย " เงินเดือนแฟนเราเกือบ 90% ให้หนี้
เหลือแค่บางส่วน และของเรา
4. อันนี้ต่อมาจากข้อ 3 เรย ก่อนที่เราจะรู้ความจริงทั้งหมด เค้าบอกว่า เค้ากู้เงินมาเลี้ยงดูเรา แต่เหตุผล
มันฟังไม่ขี้น ตอนนั้น เรามีแค่ มอไซค์คันเดียวค่ะ เราไม่ได้ไปทานอาหารดีดี เราไม่มีโทรศัพท์ดีดี
ตอนนั้น ไอโฟน 4 มาแล้ว แต่เรายังใช้ ฮีโร่ กันอยู่เรย เราไม่ได้มีทองใส่ รวมถึง ค่าใช้จ่ายในบ้านก็เป็นสวัสดิการทั้งหมด
เงินเดือนเราให้เค้าหมด เพราะเรามีความคิดเหมือนคนสมัยก่อน สามีคือช้างเท้าหน้าค่ะ สามีคือผู้นำครอบครัว
จริงๆเราไม่เคยรู้ว่า เงินเดือนสามีเราเท่าไหร่ เราคิดว่า แค่ 9,000 เองนะ แล้วเค้ามีภาระต้องส่งให้ที่บ้าน
เราเองก็เช่นกัน เราแค่คิดว่ามันคงไม่พอมั้ง แต่พอคบกันไป มันไม่ใช่ 9,000 มันมากว่านั้น หลายเท่า แต่เงินมันหายไปไหน
เราแค่คิดว่า คนเราจะทุกข์ จะสุข เราก็ต้องจับมือกัน กลับบ้านมาเราทำงานบ้าน ซักผ้า เตรียมเสื้อผ้าให้สามีไปทำงาน
เราขี่มอไซค์ ตาแดด ตากฝนเราก็พร้อมไปกับเขา เราคิดแค่นี้จริงๆ
แต่คำที่เค้าบอกเรามาว่า " กู้เงินเพื่อมาเลี้ยงเรา " คำนี้มันเจ็บใจนะ ที่เค้าไม่ยอมรับความผิด
มันเป็นเรื่องทีเราจำมาจนถึงทุกวันนี้
5. ญาติเค้าคนนั้นก็ยังมาขอให้หาเงินมาให้เค้าอีกเรื่อยๆ แต่เค้าไม่เคยที่จะเป็นเหมือนคู่ชีวิตคนทั่วไปเลย
ที่จะต้อง ปรึกษากัน เค้าไปหาเอง เราจะรู้ทุกครั้ง เมื่อเราไปแอบอ่านในแชท FB ของเค้า เห็นแล้วมันเจ็บปวด
เรากินมาม่า แต่ทางนู้นเค้ากินอาหารดีดี ไปเดินห้าง ซื้อเสื้อผ้าแพงๆ มีรถเก๋งขับ มีบ้านหลังใหญ่ แต่แฟนเราไม่เคยปฎิเสธเค้า
รวมถึง ใครๆที่จะมาขอยืมเรย
6. แฟนเค้าเป็นคนใจกว้าง ยิ่งกว่า มหาสุมทรอีกมั้ง แบบว่า ใครมาขอให้รูดบัตรซื้ออะไร ก็จัดการให้เค้าหมด แม้แต่แฟนเก่าเค้า
หรือเพื่อน ให้ยืมเงินโดยไม่คิดดอกเบี้ย ทั้งๆที่เงินนั้น ก็ไปกู้เค้ามา แค่เค้าก็ไม่เคยบอก จะรู้ก็ต่อเมื่อเค้าหมุนไม่ทัน
หรือ ไปแอบอ่าน FB แร้วก็ได้ทะเลาะกันตลอด แต่ของเรา อยากมีโทรศัพท์ดีดีบ้าง เค้าไม่อนุญาติ ไรงี้
พอทะเลาะกัน เค้าก็จะพูดด้วยอารมณ์หงุดหงิดว่า " เราจะอะไรกับเงินเค้านักหนา " มันก็อดน้อยใจไม่ได้
7. มีอยู่ช่วงนึง เราทนเค้าไม่ได้ เรยอยากออกมาหางานที่ได้เงินเยอะว่านั้น แต่มันก็ต้องแยกกันอยู่ เพราะตรงที่เราอยู่ด้วยกัน
มันไม่มีงานอะไรมากมาย รวมถึงตอนนั้นเรายังไม่ได้วุฒิ ป.ตรี เราเรยทำได้ไม่กี่อย่าง ตอนนั้นเค้าฝากงานกับญาติเค้า ให้เราไปทำ
ทำงานเข้าเดือนที่ 2 เค้าอยากออกรถเก๋ง เราก็คิดว่า หนึ้เราก็ยังเยอะอยู่เรย เราจะไม่ไหว ช่วยกันเครียหนี้ก่อน และอีกอย่างนึง
จะเอาเงินใหนไปดาวน์รถ เค้าบอกว่า เค้าจะกู้อีก ครั้งนี้เค้าคุยกันกับคนที่เรามาอยู่ด้วย ที่เป็นญาติเค้าอ่ะ ญาติเค้าก็เรียกเราไปคุย
ว่า เค้าจะให้เงินเดือนเราเป็นคนผ่อน แต่เราไม่ยอม เราบอกว่าถ้าแบบนั้น รถต้องเป็นชื่อเรา เค้าก็ไม่ยอม เราไม่ไหว เราเรยหนึไปอยู่กับเพื่อน
แต่ก็นั่นและ ด้วยความที่เรารักมาก เราไม่เคยรักใคร เราไม่เคยคิดจะสร้างครอบครัวกับใคร จนเค้าไปง้อให้เรากลับมา
เราก็ใจอ่อน กลับมา หลังจากนั้น เราก็ไม่ได้ทำงาน อยู่หลายเดือน แต่ในใจเราคิดว่า เราจะไม่สนใจเรื่องเงินเค้าอีก
ขอแค่ เค้าไม่นอกใจเราก็พอ
8. เวลาทะเลาะกัน เราบอกเลิก หรือ เราแบบอยากมีเหตุผลของเราบ้าง เค้าจะไม่เข้าใจ เค้าจะเหมือนทวงบุญคุณ และ ก็ คิดลบกับเรา
แบบ มีคนอื่นแร้วนี่ เค้าเป็นคนพาเธอมาถึงจุดนี้แร้วนี่ ฯลฯ ต่างๆ นาๆ ที่เค้าจะคิดลบกับเรา แต่พอหายโกรธ เค้าก็มาขอโทษ
ก็รู้สึกผิดอยู่ดี แต่คำพูดทุกคำ มันเจ็บที่ใจ แต่เพราะรัก เราก็ให้อภัยเค้าอยู่ดี
9. เราไม่ค่อยเข้าใจกัน (ในทุกๆเรื่อง) เค้าเหมือนคิดลบกับเรา ยกตัวอย่างที่ชัดๆ พอดีพ่อเค้าป่วย เราเรยบอกว่า เนี้ยที่รัก ลองโทรหาพ่อบ้าง
ถามเค้าว่า กินข้าวยัง เป็นไงบ้าง อะไรงี้ เราแค่คิดว่า พ่อเค้ารอให้เค้าโทรหา คนป่วยต้องการกำลังใจ แต่ที่บ้านเค้าเลี้ยงลูกแบบรักกันนะ
แต่ไม่หวาน ไม่ได้เลี้ยงลูกแบบกอดกัน
เค้ากลับคิดว่า เรามองว่าเค้าไม่ได้เรื่อง ทำไมต้องบอกให้เค้าทำอะไร เค้าโตแล้ว แร้วเราก็มานั่งร้องไห้
น้อยใจอีกแหละ เราร้องจนเหมือนเป็นคนขี้แย ร้องจนเป็นเรื่องธรรมดาไปแร้วอ่ะ ไม่ใช่เรื่องนี้อย่างเดียว เรื่องอื่นๆก็เช่นกัน เค้ามองลบ
แล้วหลงคำพูด แต่สุดท้ายเค้าก็ง้อเรา ขอโทษเรา สำนึกผิด
10. ด้วยความที่เราเป็นหญิง รัก หญิง ใช่มั้ยคะ ถ้าเราเลิกกันไป อะไรที่เราสร้างมาด้วยกัน ก็เป็นชื่อเค้าหมด ก็ต้องเป็นของเค้าหมด
เราแค่คิดว่า เราก็อยากมีอะไรเป็นของเราบ้าง เราอยากมีความมั่นคงในชีวิต เราเรยเริ่มขอเค้าเก็บเงิน แต่เค้าก็กลับคิดว่า
" เราเตรียมที่จะไปจากเค้า " พอเราแอบเก็บบ้าง เค้าก็คิดว่า เราไม่เต็มร้อยกับเค้าประมาณนี้
11. เราบอกว่าไม่อยากให้เราไปรู้เรื่องเงินของเค้า เพราะเราก็จะทะเลาะกันทุกครั้ง เค้าจะทำอะไร ให้ใครก็เรื่องของเค้า เค้าไม่ให้เราอด
ก็พอแล้ว แต่เราเหนื่อยที่เห็นเค้าหน้าบึ้งกลับบ้าน เรากลัวเค้าไม่ไหว ยิ่งช่วงหลังๆเราเริ่มไม่ยอม เค้าเหมือนเริ่มทำร้ายตัวเอง เริ่มอยากฆ่าตัวตาย
แต่เค้าไม่เคยคิดที่จะเข้าใจว่า จริงๆตัวเค้าเองนี่แหละ เอาปัญหามาเข้าบ้าน ถ้าเค้าหนักแน่น ปฎิเสธไป ครอบครัวเราก็ดีขึ้น แต่นี่ พอหนี้ไกล้จะหมด
เค้าก็หามาเพิ่ม ทั้งๆที่เค้าบ่นกับเราตลอด อยากให้หนี้หมด แต่เค้าเพิ่มเองตลอด เค้าไม่เคยคิดที่จะวางแผนการใช้เงิน
แบบรู้อยู่แร้วว่า เราจะต้องจ่ายค่ารถสิ้นเดือนนี้ แต่เค้าอยากได้รองเท้า เค้าก็ต้องซื้อ
รู้อยู่ว่าอีก 2 วัน เค้าต้องจ่ายหนี้ก้อนนี้ แต่เค้าอยากกินบุปเฟ่ เค้าก็กิน
ทุกครั้งหลังจากที่เราไปใช้เงินกัน เค้าก็จะมาบอกว่าเราต้องประหยัดกันแล้วนะ เราไม่มีเงินใช้
พูดได้เรยว่า ส่วนใหญ่เค้าช๊อปปิ้งของๆ เค้าเอง เค้าเรานี่แทบไม่ได้อะไร เราใส่เสื้อผ้ามือสอง
เวลาไปหาเพื่อนเค้า เพื่อนเค้าก็ให้เสื้อผ้ามา เค้าก็เห็นแบบนั้น เราทำให้เค้าเห็นว่า เราประหยัดขนาดไหน
แต่เค้าไม่เคยเรย อยากไปเดินห้าง ไม่เคยคิดเรยว่า " จะใช้เงินได้กี่บาท " แร้วสุดท้ายก็บ่น หมด!!
มันเหนื่อย
..
..
เหนื่อย จนไม่เข้าใจ
..
..
ที่บอกมาทั้งหมด คือข้อที่เสียเค้าที่เราจะต้องคิด แร้วมาช่างใจกับข้อดีของเค้า
ที่เราจะ อธิบายต่อไปนี้
1. เค้าดูแลเราดีค่ะ ด้วยความที่บ้านเรายากจน เราไม่บ้านเป็นของตัวเอง เราอดมื้อ กินมื้อมา
แต่พออยู่กับเค้า ถึงเรากินมาม่า เราก็ไม่เคยต้องกังวลว่าพรุ่งนี้ จะกินอะไร เค้าจัดการให้หมด
เวลาไม่สบาย ไปหาหมอ (เราเป็นคนอ่อนแอ ป่วยบ่อย) เค้าก็คอยดูแลอย่างดี
2. เรื่องหนี้ เรื่องค่าใช้จ่ายที่ กล่าวมาทั้งหมด เค้าก็ไม่เคยให้เราต้องไปยืมใคร หรือ กู้เงินมาใช้หนี้
ยอมรับว่าที่บ้านเราก็ต้องส่งให้เยอะ เงินเดือนเราก็ไม่ได้เหลือทั้งหมด พอจุนเจือครอบครัวบ้าง
เงินเค้าทั้งนั้น ผ่อนรถ ผ่อนหนี้ เงินเราให้ที่บ้านแร้ว จ่ายค่าเทอมแร้ว ก็มีแค่ พัน สอง พัน แค่นั้น
แต่เราชดเชยด้วยการ ทำงานบ้าน เป็นภรรยาไง
3. เค้ามีหน้าที่การงานดี จนที่บ้านเราเค้ายอมรับ คือด้วยความที่บ้านเรายากจนเนอะ ญาติพี่น้องมีแต่
อิจฉากัน แข่งกันได้ดี แร้วเราก็ได้ดีกว่าคนอื่น เราไม่ท้อง เรามีรถหรูนั่งสบาย เวลากลับบ้านเราแต่งตัวดี
เรามีเงินส่งให้แม่เราทุกเดือน และ เค้าก็เข้ากับคนที่บ้านเราดี
4. เค้าเป็นคนดีมากๆกับทุกคน มีแต่คนรัก มีแต่คนคิดว่าเราโชคดีมากๆ ที่ได้แฟนที่ดี
จริงๆ ถ้าไม่ติดเรื่องเงิน เรื่องที่เราไม่เข้าใจกัน เค้าเป็นคนดีคนนึงนะ
นั่งรถไปไกลๆ เราสามารถหลับได้เรย เค้าให้เรานอน ฝนตกกางร่มให้ จับมือข้ามถนน
นอนกอดกันทุกวัน
บางครั้งเรามีความคิดว่า เป็นคู่ชีวิตกันแล้ว ต้องร่วมทุกข์ ร่วมสุข ยอมรับซึ่งกันและกัน
เราพยายามเข้าใจเค้า ว่าเค้าคงต้องการความรัก ต้องการให้คนรักเค้ามากๆ เค้าคงทำแบบนี้
ไม่กล้า ปฎิเสธใคร
บางครั้งเราก็เหนื่อย เหนื่อยจน อยากไปให้พ้นๆ แต่ก็ไม่รู้ว่า ชีวิตมันต้องไปเริ่มต้นใหม่ ที่ไหน
ยังไง เราจะอยู่ได้มั้ย คนที่บ้านเราจะคิดยังไง แม่จะเสียใจมากมั้ย
เอาจริงๆคือก็รักมาก มากจนไม่อยากไปไหน เป็นห่วง เค้าไม่เคยนอกใจ ไม่เคยทำให้ต้องคิดระแวง
เค้าพาเราออกงานสังคม เค้ายกย่องเรา คือ คุณนาย แต่ข้างในมันเจ็บ มันเหนื่อย บอกไม่ถูก
มาถึงตรงนี้
... แค่คิดว่า จะอยู่ต่อ ก็ไม่รู้ว่าอะไรๆจะเป็นมากว่านี้มั้ย จะไม่สนใจ มันก็จะจวนตัว อนาคตคืออะไร ?
... จะไปซักที ก็ไม่รู้ว่าจะไปเริ่มต้นใหม่ยังไง ไปทางไหน คนที่บ้านจะยังไง
แต่คิดว่า เราเป็นคนขยันนะ เราอาจไม่อด แต่เราก็ไม่มีได้อยู่เป็นคุณนายแบบนี้
แร้วเราจะไปหาคนที่ดูแลเราแบบนี้ได้ยังไง??
แฟนอายุ 35 ปี เราอายุ 28 ปี
จะอยู่ต่อ หรือ ไปซักที ??
ก่อนอื่นเริ่มต้นเรื่อง คือเรื่องความรัก ที่มันไม่ใช่แค่ความรักอย่างเดียวอ่ะค่ะ
มันมีทั้งอนาคต มันมีทั้งชีวิตคู่ ที่ทำให้คิด
ความรักของเรา เป็นความรักที่เป็นหญิง รัก หญิงค่ะ ( ทอมดี้ )
แต่เราอยู่แบบครอบครัว เหมือนชายหญิงทั่วไปนะคะ เราคบกันได้เข้าปีที่ 6 แล้วค่ะ
เราทำงาน สร้างครอบครัว สร้างอนาคตที่เราฝัน เหมือนครอบครัวทั่วไปอ่ะค่ะ
แฟนเราเป็นทอม เค้าทำงานในบริษัทเอกชนที่นึง ซึ่งมั่นคง มีสวัสดิการดี เงินเดือนสูง
ส่วนเรา รับจ้างทำบัญชี และ ขายของออนไลน์ ได้เงิน พอสมควร
*** แฟนเราเค้าเป็นดีค่ะ ใครๆก็รัก ใครๆก็เอ็นดู เค้าชอบช่วยเหลือคน
เค้าเป็นที่รักของทุกคนเรยก็ว่าได้ แบบอาชีพเค้าก็จะเป็นทำงานกับคนนะคะ
เวลาได้รับมอบหมายงานมา เค้าทำเกินร้อยค่ะ และแถมยัง ช่วยเหลือเรื่องงาน
ของเพื่อนในแผนกอีก เหมือนรับภาระไว้คนเดียว เกือบทั้งหมดอ่ะค่ะ
ปัญหาของความรักที่ทำให้เราต้องคิดหลายๆอย่าง
เราแบ่งเป็นข้อๆ ตามที่เราคิดมากมาเป็นปีนะคะ
1. แฟนเราเป็นคนไม่จัดระเบียบงาน ชอบรับงานคนอื่นมา ทั้งๆที่งานตัวเองก็เยอะ พอกลับมาถึงบ้าน ก็บ่น
เหนื่อย เบื่อ หน้าบึ้งกลับบ้านเกือบทุกวัน (*ทั้งๆที่อยู่กับคนอื่นร่าเริงดี)
2. แฟนเราเป็นคนใจดี เกินไปมากๆ ค่ะ แบบว่า เพื่อนมาขอยืมเงินถึงไม่มี ก็ไปหายืมเงินมาให้เพื่อน
ถึงแม้เพื่อนไม่คืน ถ้ามาขอยืมอีก ก็หาให้อีกค่ะ
3. ตอนปีแรกๆที่เราตั้งใจย้ายมาอยู่กับเค้า มาสร้างครอบครัวกัน เราไม่เคยรู้เรยว่า " เค้ามีหนี้เยอะมากๆ "
ด้วยความที่เราต่างคนต่างทำงาน มีเงินเดือน เราใช้เงินกระเป๋าเดียวกันค่ะ (แฟนเก็บ)แต่เราไม่เข้าใจว่า
ทำไมเงินมันถึงไม่พอซักที แล้วอีกอย่าง ตอนนั้นเงินเดือนเค้าสูงนะคะ เงินเดือนเราก็เช่นเดียวกัน
มันน่าจะมีเงินพอไปเที่ยว ไปทานอาหารดีดีบ้าง แต่เราทำไม่ได้ เพราะอะไร จนทีหลังมารู้ความจริงว่า
พอเค้าทำงานได้ลงตัวแล้ว ทางบริษัทเปิดให้สามารถกู้เงินได้ และเค้าก็กู้เงินมา หลายล้าน เพื่อเอาให้
ญาติเค้าคนนึง ซึ่งเลี้ยงเค้ามา และตอนนั้นเค้ามีปัญหา ก็เลยกู้ไปให้ และตกลงว่าจะจ่ายให้ทุกเดือน
แต่ผลปรากฎว่า " เค้าจ่ายได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่ก็เหมือนไม่ได้ช่วย " เงินเดือนแฟนเราเกือบ 90% ให้หนี้
เหลือแค่บางส่วน และของเรา
4. อันนี้ต่อมาจากข้อ 3 เรย ก่อนที่เราจะรู้ความจริงทั้งหมด เค้าบอกว่า เค้ากู้เงินมาเลี้ยงดูเรา แต่เหตุผล
มันฟังไม่ขี้น ตอนนั้น เรามีแค่ มอไซค์คันเดียวค่ะ เราไม่ได้ไปทานอาหารดีดี เราไม่มีโทรศัพท์ดีดี
ตอนนั้น ไอโฟน 4 มาแล้ว แต่เรายังใช้ ฮีโร่ กันอยู่เรย เราไม่ได้มีทองใส่ รวมถึง ค่าใช้จ่ายในบ้านก็เป็นสวัสดิการทั้งหมด
เงินเดือนเราให้เค้าหมด เพราะเรามีความคิดเหมือนคนสมัยก่อน สามีคือช้างเท้าหน้าค่ะ สามีคือผู้นำครอบครัว
จริงๆเราไม่เคยรู้ว่า เงินเดือนสามีเราเท่าไหร่ เราคิดว่า แค่ 9,000 เองนะ แล้วเค้ามีภาระต้องส่งให้ที่บ้าน
เราเองก็เช่นกัน เราแค่คิดว่ามันคงไม่พอมั้ง แต่พอคบกันไป มันไม่ใช่ 9,000 มันมากว่านั้น หลายเท่า แต่เงินมันหายไปไหน
เราแค่คิดว่า คนเราจะทุกข์ จะสุข เราก็ต้องจับมือกัน กลับบ้านมาเราทำงานบ้าน ซักผ้า เตรียมเสื้อผ้าให้สามีไปทำงาน
เราขี่มอไซค์ ตาแดด ตากฝนเราก็พร้อมไปกับเขา เราคิดแค่นี้จริงๆ
แต่คำที่เค้าบอกเรามาว่า " กู้เงินเพื่อมาเลี้ยงเรา " คำนี้มันเจ็บใจนะ ที่เค้าไม่ยอมรับความผิด
มันเป็นเรื่องทีเราจำมาจนถึงทุกวันนี้
5. ญาติเค้าคนนั้นก็ยังมาขอให้หาเงินมาให้เค้าอีกเรื่อยๆ แต่เค้าไม่เคยที่จะเป็นเหมือนคู่ชีวิตคนทั่วไปเลย
ที่จะต้อง ปรึกษากัน เค้าไปหาเอง เราจะรู้ทุกครั้ง เมื่อเราไปแอบอ่านในแชท FB ของเค้า เห็นแล้วมันเจ็บปวด
เรากินมาม่า แต่ทางนู้นเค้ากินอาหารดีดี ไปเดินห้าง ซื้อเสื้อผ้าแพงๆ มีรถเก๋งขับ มีบ้านหลังใหญ่ แต่แฟนเราไม่เคยปฎิเสธเค้า
รวมถึง ใครๆที่จะมาขอยืมเรย
6. แฟนเค้าเป็นคนใจกว้าง ยิ่งกว่า มหาสุมทรอีกมั้ง แบบว่า ใครมาขอให้รูดบัตรซื้ออะไร ก็จัดการให้เค้าหมด แม้แต่แฟนเก่าเค้า
หรือเพื่อน ให้ยืมเงินโดยไม่คิดดอกเบี้ย ทั้งๆที่เงินนั้น ก็ไปกู้เค้ามา แค่เค้าก็ไม่เคยบอก จะรู้ก็ต่อเมื่อเค้าหมุนไม่ทัน
หรือ ไปแอบอ่าน FB แร้วก็ได้ทะเลาะกันตลอด แต่ของเรา อยากมีโทรศัพท์ดีดีบ้าง เค้าไม่อนุญาติ ไรงี้
พอทะเลาะกัน เค้าก็จะพูดด้วยอารมณ์หงุดหงิดว่า " เราจะอะไรกับเงินเค้านักหนา " มันก็อดน้อยใจไม่ได้
7. มีอยู่ช่วงนึง เราทนเค้าไม่ได้ เรยอยากออกมาหางานที่ได้เงินเยอะว่านั้น แต่มันก็ต้องแยกกันอยู่ เพราะตรงที่เราอยู่ด้วยกัน
มันไม่มีงานอะไรมากมาย รวมถึงตอนนั้นเรายังไม่ได้วุฒิ ป.ตรี เราเรยทำได้ไม่กี่อย่าง ตอนนั้นเค้าฝากงานกับญาติเค้า ให้เราไปทำ
ทำงานเข้าเดือนที่ 2 เค้าอยากออกรถเก๋ง เราก็คิดว่า หนึ้เราก็ยังเยอะอยู่เรย เราจะไม่ไหว ช่วยกันเครียหนี้ก่อน และอีกอย่างนึง
จะเอาเงินใหนไปดาวน์รถ เค้าบอกว่า เค้าจะกู้อีก ครั้งนี้เค้าคุยกันกับคนที่เรามาอยู่ด้วย ที่เป็นญาติเค้าอ่ะ ญาติเค้าก็เรียกเราไปคุย
ว่า เค้าจะให้เงินเดือนเราเป็นคนผ่อน แต่เราไม่ยอม เราบอกว่าถ้าแบบนั้น รถต้องเป็นชื่อเรา เค้าก็ไม่ยอม เราไม่ไหว เราเรยหนึไปอยู่กับเพื่อน
แต่ก็นั่นและ ด้วยความที่เรารักมาก เราไม่เคยรักใคร เราไม่เคยคิดจะสร้างครอบครัวกับใคร จนเค้าไปง้อให้เรากลับมา
เราก็ใจอ่อน กลับมา หลังจากนั้น เราก็ไม่ได้ทำงาน อยู่หลายเดือน แต่ในใจเราคิดว่า เราจะไม่สนใจเรื่องเงินเค้าอีก
ขอแค่ เค้าไม่นอกใจเราก็พอ
8. เวลาทะเลาะกัน เราบอกเลิก หรือ เราแบบอยากมีเหตุผลของเราบ้าง เค้าจะไม่เข้าใจ เค้าจะเหมือนทวงบุญคุณ และ ก็ คิดลบกับเรา
แบบ มีคนอื่นแร้วนี่ เค้าเป็นคนพาเธอมาถึงจุดนี้แร้วนี่ ฯลฯ ต่างๆ นาๆ ที่เค้าจะคิดลบกับเรา แต่พอหายโกรธ เค้าก็มาขอโทษ
ก็รู้สึกผิดอยู่ดี แต่คำพูดทุกคำ มันเจ็บที่ใจ แต่เพราะรัก เราก็ให้อภัยเค้าอยู่ดี
9. เราไม่ค่อยเข้าใจกัน (ในทุกๆเรื่อง) เค้าเหมือนคิดลบกับเรา ยกตัวอย่างที่ชัดๆ พอดีพ่อเค้าป่วย เราเรยบอกว่า เนี้ยที่รัก ลองโทรหาพ่อบ้าง
ถามเค้าว่า กินข้าวยัง เป็นไงบ้าง อะไรงี้ เราแค่คิดว่า พ่อเค้ารอให้เค้าโทรหา คนป่วยต้องการกำลังใจ แต่ที่บ้านเค้าเลี้ยงลูกแบบรักกันนะ
แต่ไม่หวาน ไม่ได้เลี้ยงลูกแบบกอดกัน
เค้ากลับคิดว่า เรามองว่าเค้าไม่ได้เรื่อง ทำไมต้องบอกให้เค้าทำอะไร เค้าโตแล้ว แร้วเราก็มานั่งร้องไห้
น้อยใจอีกแหละ เราร้องจนเหมือนเป็นคนขี้แย ร้องจนเป็นเรื่องธรรมดาไปแร้วอ่ะ ไม่ใช่เรื่องนี้อย่างเดียว เรื่องอื่นๆก็เช่นกัน เค้ามองลบ
แล้วหลงคำพูด แต่สุดท้ายเค้าก็ง้อเรา ขอโทษเรา สำนึกผิด
10. ด้วยความที่เราเป็นหญิง รัก หญิง ใช่มั้ยคะ ถ้าเราเลิกกันไป อะไรที่เราสร้างมาด้วยกัน ก็เป็นชื่อเค้าหมด ก็ต้องเป็นของเค้าหมด
เราแค่คิดว่า เราก็อยากมีอะไรเป็นของเราบ้าง เราอยากมีความมั่นคงในชีวิต เราเรยเริ่มขอเค้าเก็บเงิน แต่เค้าก็กลับคิดว่า
" เราเตรียมที่จะไปจากเค้า " พอเราแอบเก็บบ้าง เค้าก็คิดว่า เราไม่เต็มร้อยกับเค้าประมาณนี้
11. เราบอกว่าไม่อยากให้เราไปรู้เรื่องเงินของเค้า เพราะเราก็จะทะเลาะกันทุกครั้ง เค้าจะทำอะไร ให้ใครก็เรื่องของเค้า เค้าไม่ให้เราอด
ก็พอแล้ว แต่เราเหนื่อยที่เห็นเค้าหน้าบึ้งกลับบ้าน เรากลัวเค้าไม่ไหว ยิ่งช่วงหลังๆเราเริ่มไม่ยอม เค้าเหมือนเริ่มทำร้ายตัวเอง เริ่มอยากฆ่าตัวตาย
แต่เค้าไม่เคยคิดที่จะเข้าใจว่า จริงๆตัวเค้าเองนี่แหละ เอาปัญหามาเข้าบ้าน ถ้าเค้าหนักแน่น ปฎิเสธไป ครอบครัวเราก็ดีขึ้น แต่นี่ พอหนี้ไกล้จะหมด
เค้าก็หามาเพิ่ม ทั้งๆที่เค้าบ่นกับเราตลอด อยากให้หนี้หมด แต่เค้าเพิ่มเองตลอด เค้าไม่เคยคิดที่จะวางแผนการใช้เงิน
แบบรู้อยู่แร้วว่า เราจะต้องจ่ายค่ารถสิ้นเดือนนี้ แต่เค้าอยากได้รองเท้า เค้าก็ต้องซื้อ
รู้อยู่ว่าอีก 2 วัน เค้าต้องจ่ายหนี้ก้อนนี้ แต่เค้าอยากกินบุปเฟ่ เค้าก็กิน
ทุกครั้งหลังจากที่เราไปใช้เงินกัน เค้าก็จะมาบอกว่าเราต้องประหยัดกันแล้วนะ เราไม่มีเงินใช้
พูดได้เรยว่า ส่วนใหญ่เค้าช๊อปปิ้งของๆ เค้าเอง เค้าเรานี่แทบไม่ได้อะไร เราใส่เสื้อผ้ามือสอง
เวลาไปหาเพื่อนเค้า เพื่อนเค้าก็ให้เสื้อผ้ามา เค้าก็เห็นแบบนั้น เราทำให้เค้าเห็นว่า เราประหยัดขนาดไหน
แต่เค้าไม่เคยเรย อยากไปเดินห้าง ไม่เคยคิดเรยว่า " จะใช้เงินได้กี่บาท " แร้วสุดท้ายก็บ่น หมด!!
มันเหนื่อย
..
..
เหนื่อย จนไม่เข้าใจ
..
..
ที่บอกมาทั้งหมด คือข้อที่เสียเค้าที่เราจะต้องคิด แร้วมาช่างใจกับข้อดีของเค้า
ที่เราจะ อธิบายต่อไปนี้
1. เค้าดูแลเราดีค่ะ ด้วยความที่บ้านเรายากจน เราไม่บ้านเป็นของตัวเอง เราอดมื้อ กินมื้อมา
แต่พออยู่กับเค้า ถึงเรากินมาม่า เราก็ไม่เคยต้องกังวลว่าพรุ่งนี้ จะกินอะไร เค้าจัดการให้หมด
เวลาไม่สบาย ไปหาหมอ (เราเป็นคนอ่อนแอ ป่วยบ่อย) เค้าก็คอยดูแลอย่างดี
2. เรื่องหนี้ เรื่องค่าใช้จ่ายที่ กล่าวมาทั้งหมด เค้าก็ไม่เคยให้เราต้องไปยืมใคร หรือ กู้เงินมาใช้หนี้
ยอมรับว่าที่บ้านเราก็ต้องส่งให้เยอะ เงินเดือนเราก็ไม่ได้เหลือทั้งหมด พอจุนเจือครอบครัวบ้าง
เงินเค้าทั้งนั้น ผ่อนรถ ผ่อนหนี้ เงินเราให้ที่บ้านแร้ว จ่ายค่าเทอมแร้ว ก็มีแค่ พัน สอง พัน แค่นั้น
แต่เราชดเชยด้วยการ ทำงานบ้าน เป็นภรรยาไง
3. เค้ามีหน้าที่การงานดี จนที่บ้านเราเค้ายอมรับ คือด้วยความที่บ้านเรายากจนเนอะ ญาติพี่น้องมีแต่
อิจฉากัน แข่งกันได้ดี แร้วเราก็ได้ดีกว่าคนอื่น เราไม่ท้อง เรามีรถหรูนั่งสบาย เวลากลับบ้านเราแต่งตัวดี
เรามีเงินส่งให้แม่เราทุกเดือน และ เค้าก็เข้ากับคนที่บ้านเราดี
4. เค้าเป็นคนดีมากๆกับทุกคน มีแต่คนรัก มีแต่คนคิดว่าเราโชคดีมากๆ ที่ได้แฟนที่ดี
จริงๆ ถ้าไม่ติดเรื่องเงิน เรื่องที่เราไม่เข้าใจกัน เค้าเป็นคนดีคนนึงนะ
นั่งรถไปไกลๆ เราสามารถหลับได้เรย เค้าให้เรานอน ฝนตกกางร่มให้ จับมือข้ามถนน
นอนกอดกันทุกวัน
บางครั้งเรามีความคิดว่า เป็นคู่ชีวิตกันแล้ว ต้องร่วมทุกข์ ร่วมสุข ยอมรับซึ่งกันและกัน
เราพยายามเข้าใจเค้า ว่าเค้าคงต้องการความรัก ต้องการให้คนรักเค้ามากๆ เค้าคงทำแบบนี้
ไม่กล้า ปฎิเสธใคร
บางครั้งเราก็เหนื่อย เหนื่อยจน อยากไปให้พ้นๆ แต่ก็ไม่รู้ว่า ชีวิตมันต้องไปเริ่มต้นใหม่ ที่ไหน
ยังไง เราจะอยู่ได้มั้ย คนที่บ้านเราจะคิดยังไง แม่จะเสียใจมากมั้ย
เอาจริงๆคือก็รักมาก มากจนไม่อยากไปไหน เป็นห่วง เค้าไม่เคยนอกใจ ไม่เคยทำให้ต้องคิดระแวง
เค้าพาเราออกงานสังคม เค้ายกย่องเรา คือ คุณนาย แต่ข้างในมันเจ็บ มันเหนื่อย บอกไม่ถูก
มาถึงตรงนี้
... แค่คิดว่า จะอยู่ต่อ ก็ไม่รู้ว่าอะไรๆจะเป็นมากว่านี้มั้ย จะไม่สนใจ มันก็จะจวนตัว อนาคตคืออะไร ?
... จะไปซักที ก็ไม่รู้ว่าจะไปเริ่มต้นใหม่ยังไง ไปทางไหน คนที่บ้านจะยังไง
แต่คิดว่า เราเป็นคนขยันนะ เราอาจไม่อด แต่เราก็ไม่มีได้อยู่เป็นคุณนายแบบนี้
แร้วเราจะไปหาคนที่ดูแลเราแบบนี้ได้ยังไง??
แฟนอายุ 35 ปี เราอายุ 28 ปี