ความขาดวิสัยทัศน์ของผู้บริหารคือเหตุผลที่ Asiasoft ยังไม่ฟื้นจนปัจจุบัน

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา นักลงทุนหลายท่านอาจจะได้ยินข่าวดีของบริษัทค่ายนี้ที่พลิกขึ้นมาทำกำไรได้หลังจากที่ขาดทุนมาหลายปี
(อ้างอิง http://as.listedcompany.com/newsroom/20180227-as-news1-th.pdf)
ซึ่งผิวเผินก็น่าจะเป็นสัญญาณที่ดี

แต่เสียดายเพราะหากผู้บริหารของบริษัท มีวิสัยทัศน์ที่ดีกว่านี้น่าจะทำให้สภาพของบริษัทนั้นดีกว่าที่เป็นอยู่ค่อนข้างมาก

ผมเป็นผู้เล่นเกม Elsword มาตั้งเเต่เซิร์ฟเวอร์ไทยเปิดวันเเรก
ตั้งเเต่ ตุลาคม 2012 นี่ก็เกือบ 5 ปีครึ่งเเล้วที่มีเซิร์ฟเวอร์ไทย

Elsword เป็นเกมเที่น่าจะสร้างรายได้ให้กับบริษัทนี้ไม่มากก็น้อยเพราะหากไม่มีกำไรคงไม่ต่อสัญญายาวถึงห้าปี
ซึ่งตัวเกมมีวิธีที่แยบยลในการดูดเงินจากผู้เล่น ไม่ว่าจะเป็นชุดแฟชั่นที่สวยหรูดูดี หรือบางทีก็มีกิจกรรมสำหรับ pay to win
ที่น่าจะสร้างรายได้ต่อวันได้วันละหลายแสนในช่วงกิจกรรมนั้นๆ

ประเด็นที่ทำให้ผมรู้สึกว่าทีมบริหารของบริษัทนี้ขาดเขลานั้นเริ่มมาจาก

เกม Elsword นั้นมีระบบที่เรียกว่า VIP Bonus
อธิบายสั้นๆมันคือระบบสิทธิพิเศษให้สำหรับลูกค้าที่เล่นร้านเนต นั่นเอง โดย Benefit ที่ผู้เล่นได้รับจาก IP Bonus นั้นค่อนข้างมากกว่าเกมอื่นๆทั่วไป
จึงเป็นช่องว่างให้ร้านเนตภายในเครือที่เป็นสมาชิกของบริษัทแอบแบ่งมาขายโดยใช้ระบบ Proxy ในราคาเดือนละ 300 บาท (แน่นอนว่าบริษัทไม่ได้อะไรเลยแม้แต่บาทเดียว)
แม้ว่าผมจะไม่มีตัวเลขที่ยืนยันได้ว่ามีผู้เล่นเท่าไหร่ที่ใช้บริการ IP Bonus เถื่อน แต่เชื่อว่าน่าจะเกิน 1,000 ID ต่อเดือน (ประมาณจากตัวเลขสมาชิกของระบบ ip bonus เถื่อน)
จึงทำให้พออนุมานได้ว่าบริษัทโดนสูบกินรายได้ไปกว่าเดือนละ 3 แสนบาทเป็นอย่างน้อย

ทั้งๆที่เดิมทีนั้น  ทาง AS ได้ทำระบบ IP@home มาให้ผู้เล่น ได้ใช้บริการในราคาเเค่เดือนละ 99 บาท
ซึ่งเเน่นอนก็มีผู้เล่นใช้บริการเป็นจำนวนมาก เเต่เเล้วทาง AS ก็ได้หยุดให้บริการ IP@home ไปโดยไม่ทราบสาเหตุเมื่อราวๆ 2 ปีที่เเล้ว

และแม้ว่าผู้เล่นจะพยายามทักท้วงหรือแจ้งเบาะแสใหเทางบริษัททราบขอร้องให้ทางบริษัทเอา IP@homeกลับมา
เพราะผู้เล่นบางส่วนก็ไม่อยากใช้ของเถื่อน แต่ทางบริษัทก็ไม่เคยลุกออกมาปกป้องสิทะของตนแต่อย่างใด
ทั้งๆหาก บริษัทนำ IP@home กลับมาขายแม้ในราคาเดียวกันกับ IP bonus เถื่อนบริษัทน่าจะทำเงินได้
ปีละราวๆ 3.6 ล้าน (ซึ่งเงินจำนวนนี้อาจจะไม่ต้องหักส่วนแบ่งใดๆด้วยซ้ำ) แต่ Asiasoft ก็เลือกที่จะเพิกเฉย
ต่อเงินก้อนนี้ไป โดยที่สภาพปัจจุบันที่บริษัทพึ่งพลิกกลับมามีรายได้เพียง 12.6 ล้านบาท

ซึ่งเป็นที่น่าสงสัยมากว่าทางฝ่ายบริหารของบริษัทนั้นคิดอะไรอยู่ รึอาจจะไม่ได้คิดอะไรเลยอยู่รึเปล่า
และด้วยวิสัยทัศน์แบบนี้ ดูแล้วบริษัทนี้คงอีกนานกว่าจะกลับมาทำกำไรเป็นกอบเป็นกำได้ เพราะขนาดเงินอยู่ตรงหน้า
ยังไม่รู้จักเก็บเอามาได้
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่