บมจ. เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป เจ้าของแบรนด์ MK สุกี้, ยาโยอิ, แหลมเจริญซีฟู้ด และ BONUS SUKI
ประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ออกมาแล้ว
📌
รายได้รวม 4,047 ล้านบาท
- เพิ่มขึ้น 14.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
- กำไรสุทธิ 163 ล้านบาท
- ลดลง 30.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
แม้รายได้จะโต แต่กำไรกลับลดลงค่อนข้างแรง
📌
สิ่งที่หลายคนเริ่มจับตาคือ
“BONUS SUKI” ที่ตอนนี้กลายเป็นรายได้ก้อนสำคัญของกลุ่ม MK ไปแล้ว โดยสัดส่วนรายได้ของบริษัทในไตรมาสนี้ มาจาก
- MK สุกี้ 64%
- ยาโยอิ 16%
- BONUS SUKI 11%
- แหลมเจริญซีฟู้ด 5%
- อื่น ๆ 4%
แปลว่า BONUS SUKI ทำรายได้ประมาณ 445 ล้านบาท ในไตรมาสเดียว หรือเฉลี่ยราวเดือนละ 115 ล้านบาท
- ถือว่าโตเร็วมาก เมื่อเทียบกับจำนวนสาขาที่ยังมีเพียง 27 สาขา หลายคนอาจเริ่มเห็นภาพชัดขึ้นว่า MK กำลังรุกตลาด “บุฟเฟต์” หนักขึ้นเรื่อย ๆ
- เพราะช่วงหลังการแข่งขันร้านอาหารค่อนข้างดุเดือด ผู้บริโภคเริ่มมองหา “ความคุ้มค่า” มากขึ้น และโมเดลบุฟเฟต์ตอบโจทย์เรื่องนี้ได้ดี
แต่ในอีกด้าน บุฟเฟต์ก็มาพร้อม “ต้นทุน” ที่สูงขึ้นเหมือนกัน บริษัทระบุว่า สาเหตุหลักที่กำไรลดลง มาจาก
📌 1. อัตรากำไรขั้นต้นลดลง
- จากเดิม 66.5% เหลือ 62% เพราะต้นทุนธุรกิจบุฟเฟต์สูงกว่า ทั้งเรื่องวัตถุดิบ โปรโมชัน และปริมาณการบริโภคของลูกค้า โดยเฉพาะการรุกตลาดผ่าน BONUS SUKI และโปรโมชันของ MK เอง
📌 2. ต้นทุนพลังงานและขนส่งสูงขึ้น
- จากความไม่สงบระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่กระทบต่อราคาพลังงาน และลากต้นทุนวัตถุดิบขึ้นตามไปด้วย
📌 3. ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น
- จากการขยายสาขา BONUS SUKI อย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้องเพิ่มพนักงาน และมีค่าใช้จ่ายเปิดสาขาใหม่
ปัจจุบันเครือ MK มีร้านอาหารรวมทั้งหมด 701 สาขา ใน 12 แบรนด์ แบ่งเป็น
- MK สุกี้ 429 สาขา
- ยาโยอิ 185 สาขา
- แหลมเจริญซีฟู้ด 42 สาขา
- BONUS SUKI 27 สาขา
- อื่น ๆ 18 สาขา
สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้ BONUS SUKI จะมีแค่ 27 สาขา แต่สามารถสร้างรายได้คิดเป็น 11% ของทั้งกลุ่มได้แล้ว
สะท้อนว่าตลาดบุฟเฟต์ยังแข็งแรงมากในไทย
และผู้บริโภคยุคนี้ให้ความสำคัญกับ “ความคุ้ม” มากขึ้นจริง ๆ
ที่มา
BrandCase
สรุปงบ MK ไตรมาส 1/69 รายได้โต แต่กำไรลดลง ล่าสุด BONUS SUKI ทำรายได้แล้ว 11% ของทั้งเครือ 🍲
ประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ออกมาแล้ว
📌 รายได้รวม 4,047 ล้านบาท
- เพิ่มขึ้น 14.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
- กำไรสุทธิ 163 ล้านบาท
- ลดลง 30.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
แม้รายได้จะโต แต่กำไรกลับลดลงค่อนข้างแรง
📌 สิ่งที่หลายคนเริ่มจับตาคือ
“BONUS SUKI” ที่ตอนนี้กลายเป็นรายได้ก้อนสำคัญของกลุ่ม MK ไปแล้ว โดยสัดส่วนรายได้ของบริษัทในไตรมาสนี้ มาจาก
- MK สุกี้ 64%
- ยาโยอิ 16%
- BONUS SUKI 11%
- แหลมเจริญซีฟู้ด 5%
- อื่น ๆ 4%
แปลว่า BONUS SUKI ทำรายได้ประมาณ 445 ล้านบาท ในไตรมาสเดียว หรือเฉลี่ยราวเดือนละ 115 ล้านบาท
- ถือว่าโตเร็วมาก เมื่อเทียบกับจำนวนสาขาที่ยังมีเพียง 27 สาขา หลายคนอาจเริ่มเห็นภาพชัดขึ้นว่า MK กำลังรุกตลาด “บุฟเฟต์” หนักขึ้นเรื่อย ๆ
- เพราะช่วงหลังการแข่งขันร้านอาหารค่อนข้างดุเดือด ผู้บริโภคเริ่มมองหา “ความคุ้มค่า” มากขึ้น และโมเดลบุฟเฟต์ตอบโจทย์เรื่องนี้ได้ดี
แต่ในอีกด้าน บุฟเฟต์ก็มาพร้อม “ต้นทุน” ที่สูงขึ้นเหมือนกัน บริษัทระบุว่า สาเหตุหลักที่กำไรลดลง มาจาก
📌 1. อัตรากำไรขั้นต้นลดลง
- จากเดิม 66.5% เหลือ 62% เพราะต้นทุนธุรกิจบุฟเฟต์สูงกว่า ทั้งเรื่องวัตถุดิบ โปรโมชัน และปริมาณการบริโภคของลูกค้า โดยเฉพาะการรุกตลาดผ่าน BONUS SUKI และโปรโมชันของ MK เอง
📌 2. ต้นทุนพลังงานและขนส่งสูงขึ้น
- จากความไม่สงบระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่กระทบต่อราคาพลังงาน และลากต้นทุนวัตถุดิบขึ้นตามไปด้วย
📌 3. ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น
- จากการขยายสาขา BONUS SUKI อย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้องเพิ่มพนักงาน และมีค่าใช้จ่ายเปิดสาขาใหม่
ปัจจุบันเครือ MK มีร้านอาหารรวมทั้งหมด 701 สาขา ใน 12 แบรนด์ แบ่งเป็น
- MK สุกี้ 429 สาขา
- ยาโยอิ 185 สาขา
- แหลมเจริญซีฟู้ด 42 สาขา
- BONUS SUKI 27 สาขา
- อื่น ๆ 18 สาขา
สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้ BONUS SUKI จะมีแค่ 27 สาขา แต่สามารถสร้างรายได้คิดเป็น 11% ของทั้งกลุ่มได้แล้ว
สะท้อนว่าตลาดบุฟเฟต์ยังแข็งแรงมากในไทย
และผู้บริโภคยุคนี้ให้ความสำคัญกับ “ความคุ้ม” มากขึ้นจริง ๆ
ที่มา BrandCase