สวัสดีครับทุกคน กลับมารีวิวสถานที่พักอีกครั้งนะครับ
จะไม่แนะนำอะไรมากนอกจากการเดินทางจากสนามบินไปที่พักนะครับ
เพราะเป็นคนหนึ่งจะพะวงกับการเดินทางในตปท.มาก หลงทิศที่สุด
และเชื่อว่าหลายคนก็เป็น
อารมณ์แบบว่าไม่เห็นเหมือนที่หาข้อมูลมาเลย
จากจุดนี้ แล้วยังไงต่อ ผมก็เลยจะมาแนะนำที่พักใน KL ครับผม
ที่มาของทริปนี้ เกิดจากที่บ้านเนี่ยอยากไปตปท.
เป็นทริปแบบราคากันเอง ไม่ง้อทัวร์ ง้อแต่ราคาและความสะดวก
ราคาต้องไม่แพง ไปกลับ เฉลี่ยต้องไม่เกิน 4,000
จะไปลาว-เวียดนามก็เดินทางลำบาก
(ถ้าเป็นเราเรายังไงก็ได้นะ แต่ในทริปนี้มีตา ยาย และหลานวัยป.1ไปด้วย มีข้อจำกัดตรงนี้)
จะไปฮ่องกง – สิงคโปร์ตั๋วยังราคาสูงอยู่
แล้วเผอิญตั๋วมาเลเซีย ถูกสุดในบรรดา
พอบอกมาเลเซีย คำที่ได้ยินคือ ไปอีกแล้วเหรอ
นี่กะพี่สาวก็พยายามหว่านล้อมว่า ครั้งแล้วยังไม่ได้ไปที่นี่เลย
ตรงนี้เราก็ยังไม่ได้ไป และสรุปจบที่ค่าเดินทางก็ไม่ได้ออกไม่ใช่เหรอ
เท่านั้นแหละไปมาเลเซียก็ได้ 555
เมื่อปีก่อนโน่นเราไปพักที่ regalia residence kuala lumpur
https://pantip.com/topic/36381932
ที่พักหลักพัก วิวหลักล้านของจริง
มีรูปอวดเพื่อนๆได้อย่างมิอายใคร
เราจองผ่านเว็บ Air BNB
ข้อเสียที่นั้นคือ เวลาจะเดินทางไปจุด Landmark ของมาเลเซีย
จะต้องเดินทางหลายต่อ ต้องไปขึ้นที่ Kl Sentral ทำให้งบประมาณบานปลาย
และไม่มีข้าวเช้าให้ ต้องหากินเอง
ครั้งนี้ก็เลยลองมาโฟกัสที่พักใกล้สถานีขนส่ง
เอาแบบในเมืองเลย เดินทางสะดวก
ง่ายๆไม่ซับซ้อน วิวก็ไม่ซับซ้อนมากเพราะเที่ยวทั้งวันกลับมาก็มืด
สระว่ายน้ำช่างมัน เพราะยังไงก็ไม่ได้เล่น
ของ่ายๆ เดินทางง่ายๆเป็นพอ
ก็ลองหาใน agoda ดู
ครั้งนี้จะขอนำเสนอที่พักที่ easy มาก
เดินทางก็โค-ตะ-ระ easy easy
สะดวกมากกกกกกกกกก
ที่พักอะไรหล่ะที่มันจะตอบสนองความ easy ได้ขนาดนี้
โรงแรมนี้ ชื่อว่า Easy Hotel KL Sentral : KL Malaysia จ้า
เราจองทั้งหมด 2 ห้อง
ห้องนึงพัก 5 คน คือ ห้อง Deluxe Family Room (1 room x 2 night) ราคา 3,025.48 บาท
อีกห้องพัก พักกัน2 คน คือ ห้อง Deluxe Queen Room (1 room x 2 night) ราคา 2,159.66 บาท
เดินทางสะดวกดี ไม่สะดวกได้ไงหล่ะเพราะติด KL Sentral ขนาดนั้น
และยิ่งห้องเรานะติดสถานีเลยจ้า เห็นคนเดินขึ้นลงกันเลยทีเดียว
ก่อนเดินทางเราก็หาข้อมูลในเว็บ pantip เนี่ยแหละว่าที่พักเป็นไง
เดินทางยังไง แล้วก็จดๆๆๆลงสมุดพกเล่มเล็กของเรา
เวลาเดินทางไปไหนจะชอบจดการเดินทาง เพราะเป็นคนที่ความจำสั้น หลงทิศระดับหนึ่ง
ยิ่งไปต่างบ้านต่างเมืองแล้วไซร้ จะทวีคูณยิ่งขึ้น


เคยเป็นมะ?ที่แบบว่าหาข้อมูลเรียบร้อย พอไปจริงกลับแบบอะไรว้า แล้วยังไงต่อเนี่ย
ผนวกกับภาษาอังกฤษที่แบบไม่ค่อยเท่าไหร่
ถ้าเป็นคนอื่นคงอ่านป้ายกับถามทางก็ได้ไง แต่สำหรับนี่คิดว่าเออ คือ แบบว่า ....นะ
การไปมาเลเซียครั้งนี้นะครับ
เดินทางโดยสายการบิน Air Asia
(มีความโชคดีถึงที่สุด ทั้งหมดเราได้ราคาโปรโมชั่นจ้าราคาเลยไม่สะท้านมาก ทั้ง 7 คนสิริรวม 16,000 กว่า)

เดินทางไม่กี่ชั่วโมงก็มาถึงที่สนามบิน KLIA 2

ความโชคดีที่ 2 คือไปถึงต.ม. คนน้อยมาก
ไม่ต้องรอนาน ไม่ต้องเดินซิกแซกตามทางไปมา
ขณะที่กำลังรอเจ้าหน้าที่ดำเนินการอยู่นั้น
ลองหันไปดูอีกทีซิคนเยอะยัง
คุณพระ!! คนเยอะมาก หลายเที่ยวบินลงมาพร้อมกันพอดี
พอออกมาก็รีบบอกกับที่บ้านว่า รีบไปเถอะเดี๋ยวจะวุ่นวาย
เราก็เดินผ่านร้าน Duty Free ออกมาเพื่อรอรับกระเป๋า
จะขึ้นหน้าจอแสดงไว้ว่าเที่ยวบินที่คุณมากันเนี่ย
อยู่สายพานไหน อย่างของเราเนี่ยอยู่สายพานที่ 4 เป็นต้น

ก่อนออกจากสนามบินเพื่อไปขึ้นรถก็จะมีการสแกนกระเป๋าอีกครั้ง
สำหรับพวกกระเป๋าลากนะ หากใครสะพายก็เดินออกไปเลย
การเดินทางเข้าเมืองมีหลายช่องทางครับ
สามารถหาได้จากรีวิวอื่นๆ
สำหรับพวกเราจะเดินทางด้วยรถบัสครับ (ราคาถูกดี)
การเดินทางไปรถบัสนั้นก็เดินออกมาเรื่อยๆครับตามป้าย


ข้อมูลในสนามบินส่วนนี้หาได้ทั่วไปตามเว็บต่างๆครับ
https://pantip.com/topic/32025093
ก็เดินลงไปที่ Level 1 ครับ ก็เดินลงบันไดเลื่อนลงมาเรื่อยๆจนถึงชั้นล่างสุด

จะเป็นที่จอดรถข้างล่าง
ก็จะมีบูทขายตั๋ว
เราก็มองๆดูครับว่าจะไปสถานที่ใด อย่างเราไปด้วยของบริษัท skybus

เราก็เดินไปซื้อ บอกพนักงานว่าเดินทางกี่คน ไปรอบเวลาไหน
ถ้ามีเด็กก็บอกเขาไปด้วย เพราะราคาจะต่างกันครับ
สภาพรถก็จะเป็นรูปแบบนี้

ที่นั่ง/สภาพในรถครับ
เราก็ขึ้นรถเลยครับ ระหว่างจากสนามบินไปตัวเมือง
อารมณ์ประมาณจากสระบุรี / ระยองเข้ากทม.ครับ
มีภูเขา มีสวน สิ่งก่อสร้างต่างๆ


ถ้าเจอซุ้มประตูแบบนี้ แสดงว่าใกล้ถึง KL Sentral ครับ

แล้วรถก็วิ่งมาใต้ตึก จะมืดหน่อยๆ เอาง่ายๆถ้าคนอื่นลุกเราก็ลุกตามครับ
ใช้เวลา 1 ชั่วโมงพอดีจากสนามบิน
พอลงจากรถครับ ก็หันขวาแล้วเดินตรงมาทางลิฟต์เพื่อขึ้นไปข้างบน

คนจะเยอะหน่อย ก็สามารถเดินเลยไปทางข้างหลังอีกนิดนึงครับ
จะเป็นบันไดเลื่อน ระหว่างทางจะมี taxi คอยเรียกลูกค้าอยู่ด้วย

พอขึ้นมาข้างบนก็เป็นโถงขนาดใหญ่
ที่เป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางด้วยระบบคมนามคมต่างๆ
ผู้คนก็จะวุ่นวายพอสมควร เราก็ดูว่าจะไปทางใดดูป้ายเอาครับ 55


ที่พักของเราจะต้องเดินไปที่ห้าง NU Sentral
พอเห็นบันไดเลื่อนปุ๊บ ให้เดินไปทางนั้นและขึ้นไปชั้น 2


จะเจอทางเข้าห้าง เดินตามทางไปครับ


เราต้องมองทางป้ายที่ชี้ไป Monorel (ในแผนที่เป็นกรเดินทางเส้นสีเขียวอ่อน)
การไป Monorel มีสองแบบคือว่าจะเดินตรงไปก่อนแล้วค่อยลงอีกชั้น (ตามที่คนอื่นรีวิว)
หรือจะลงบันไดเลื่อนเลย
เพราะยังไงก็มาบรรจบกันที่ทางออกอยู่ดี
วิธีแรกครับ
เราเดินมาเรื่อยๆครับจะเจอร้าน Swiss Watch

แล้วก็เดินตรงมาเรื่อยๆครับ ผ่านร้าน Dolothy Perkins


จะเจอกับบันไดเลื่อนครับ แล้วก็ลงบันไดเลื่อนมาที่ชั้น G



อีกวิธีนึงก็คือ ลงบันไดเลื่อนเลยที่ชั้น C ครับ
คือจะผ่านร้าน Victoria's Secret อยู่ตรงหัวมุม
ตรงข้ามกับร้าน Godiva


ลงบันไดเลื่อนมาก็จะเจอร้าน timekeeper + bodyshop

มาเจอทางออกที่จะไป Monorel ครับ

แล้วก็เดินออกประตูมา จะคล้ายๆกับสถานี BTS ของบ้านเราครับ
มีร้านขนมปัง (ปิดไปแล้ว)กับร้าน family mart


แล้วก็เดินตรงมาที่ลิฟต์ครับ หรือไม่ลงลิฟต์ก็ได้เพราะบันไดเลื่อนอยู่ข้างๆกัน

พอลงลิฟต์แล้ว ออกมาก็เลี้ยวซ้ายครับ จะเจอโรงแรมเลย

ถ้าลงบันไดเลื่อนก็เลี้ยวซ้ายเหมือนกัน แล้วเดินมานิดนึงครับ
จะเจอร้าน KK เป็นร้านของชำขาย 7-11


แล้วเราก็มาถึงแล้วโรงแรม Easy Hotel
โรงแรมเล็กๆครับ
นี่คือ front ติดต่อ

จะมีพนักงานคอยเปิดประตูให้
เวลาติดต่อเขาขอแค่พาสปอร์ตครับ
แล้วก็จ่ายเงินค่าภาษี 20 ริงกิต (ไม่ได้คืนนะครับ ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นค่ามัดจำ)
หลังจากนั้นก็ยื่นคีย์การ์ดมาให้ พร้อมรหัสไวไฟครับ
รวมถึงให้คูปองอาหารเช้ามาให้

ท้ายที่สุดพนักงานก็จะให้น้ำขวดเล็กมาให้ตามจำนวนคน สงสัยเป็น welcome drink มั้ง
[CR] Easy hotel KL Sentral โรงแรมที่ easy กับการเดินทางที่ easy easy ใน KL Malaysia
จะไม่แนะนำอะไรมากนอกจากการเดินทางจากสนามบินไปที่พักนะครับ
เพราะเป็นคนหนึ่งจะพะวงกับการเดินทางในตปท.มาก หลงทิศที่สุด
และเชื่อว่าหลายคนก็เป็น
อารมณ์แบบว่าไม่เห็นเหมือนที่หาข้อมูลมาเลย
จากจุดนี้ แล้วยังไงต่อ ผมก็เลยจะมาแนะนำที่พักใน KL ครับผม
ที่มาของทริปนี้ เกิดจากที่บ้านเนี่ยอยากไปตปท.
เป็นทริปแบบราคากันเอง ไม่ง้อทัวร์ ง้อแต่ราคาและความสะดวก
ราคาต้องไม่แพง ไปกลับ เฉลี่ยต้องไม่เกิน 4,000
จะไปลาว-เวียดนามก็เดินทางลำบาก
(ถ้าเป็นเราเรายังไงก็ได้นะ แต่ในทริปนี้มีตา ยาย และหลานวัยป.1ไปด้วย มีข้อจำกัดตรงนี้)
จะไปฮ่องกง – สิงคโปร์ตั๋วยังราคาสูงอยู่
แล้วเผอิญตั๋วมาเลเซีย ถูกสุดในบรรดา
พอบอกมาเลเซีย คำที่ได้ยินคือ ไปอีกแล้วเหรอ
นี่กะพี่สาวก็พยายามหว่านล้อมว่า ครั้งแล้วยังไม่ได้ไปที่นี่เลย
ตรงนี้เราก็ยังไม่ได้ไป และสรุปจบที่ค่าเดินทางก็ไม่ได้ออกไม่ใช่เหรอ
เท่านั้นแหละไปมาเลเซียก็ได้ 555
เมื่อปีก่อนโน่นเราไปพักที่ regalia residence kuala lumpur
https://pantip.com/topic/36381932
ที่พักหลักพัก วิวหลักล้านของจริง
มีรูปอวดเพื่อนๆได้อย่างมิอายใคร
เราจองผ่านเว็บ Air BNB
ข้อเสียที่นั้นคือ เวลาจะเดินทางไปจุด Landmark ของมาเลเซีย
จะต้องเดินทางหลายต่อ ต้องไปขึ้นที่ Kl Sentral ทำให้งบประมาณบานปลาย
และไม่มีข้าวเช้าให้ ต้องหากินเอง
ครั้งนี้ก็เลยลองมาโฟกัสที่พักใกล้สถานีขนส่ง
เอาแบบในเมืองเลย เดินทางสะดวก
ง่ายๆไม่ซับซ้อน วิวก็ไม่ซับซ้อนมากเพราะเที่ยวทั้งวันกลับมาก็มืด
สระว่ายน้ำช่างมัน เพราะยังไงก็ไม่ได้เล่น
ของ่ายๆ เดินทางง่ายๆเป็นพอ
ก็ลองหาใน agoda ดู
ครั้งนี้จะขอนำเสนอที่พักที่ easy มาก
เดินทางก็โค-ตะ-ระ easy easy
สะดวกมากกกกกกกกกก
ที่พักอะไรหล่ะที่มันจะตอบสนองความ easy ได้ขนาดนี้
โรงแรมนี้ ชื่อว่า Easy Hotel KL Sentral : KL Malaysia จ้า
เราจองทั้งหมด 2 ห้อง
ห้องนึงพัก 5 คน คือ ห้อง Deluxe Family Room (1 room x 2 night) ราคา 3,025.48 บาท
อีกห้องพัก พักกัน2 คน คือ ห้อง Deluxe Queen Room (1 room x 2 night) ราคา 2,159.66 บาท
เดินทางสะดวกดี ไม่สะดวกได้ไงหล่ะเพราะติด KL Sentral ขนาดนั้น
และยิ่งห้องเรานะติดสถานีเลยจ้า เห็นคนเดินขึ้นลงกันเลยทีเดียว
ก่อนเดินทางเราก็หาข้อมูลในเว็บ pantip เนี่ยแหละว่าที่พักเป็นไง
เดินทางยังไง แล้วก็จดๆๆๆลงสมุดพกเล่มเล็กของเรา
เวลาเดินทางไปไหนจะชอบจดการเดินทาง เพราะเป็นคนที่ความจำสั้น หลงทิศระดับหนึ่ง
ยิ่งไปต่างบ้านต่างเมืองแล้วไซร้ จะทวีคูณยิ่งขึ้น
เคยเป็นมะ?ที่แบบว่าหาข้อมูลเรียบร้อย พอไปจริงกลับแบบอะไรว้า แล้วยังไงต่อเนี่ย
ผนวกกับภาษาอังกฤษที่แบบไม่ค่อยเท่าไหร่
ถ้าเป็นคนอื่นคงอ่านป้ายกับถามทางก็ได้ไง แต่สำหรับนี่คิดว่าเออ คือ แบบว่า ....นะ
การไปมาเลเซียครั้งนี้นะครับ
เดินทางโดยสายการบิน Air Asia
(มีความโชคดีถึงที่สุด ทั้งหมดเราได้ราคาโปรโมชั่นจ้าราคาเลยไม่สะท้านมาก ทั้ง 7 คนสิริรวม 16,000 กว่า)
เดินทางไม่กี่ชั่วโมงก็มาถึงที่สนามบิน KLIA 2
ความโชคดีที่ 2 คือไปถึงต.ม. คนน้อยมาก
ไม่ต้องรอนาน ไม่ต้องเดินซิกแซกตามทางไปมา
ขณะที่กำลังรอเจ้าหน้าที่ดำเนินการอยู่นั้น
ลองหันไปดูอีกทีซิคนเยอะยัง
คุณพระ!! คนเยอะมาก หลายเที่ยวบินลงมาพร้อมกันพอดี
พอออกมาก็รีบบอกกับที่บ้านว่า รีบไปเถอะเดี๋ยวจะวุ่นวาย
เราก็เดินผ่านร้าน Duty Free ออกมาเพื่อรอรับกระเป๋า
จะขึ้นหน้าจอแสดงไว้ว่าเที่ยวบินที่คุณมากันเนี่ย
อยู่สายพานไหน อย่างของเราเนี่ยอยู่สายพานที่ 4 เป็นต้น
ก่อนออกจากสนามบินเพื่อไปขึ้นรถก็จะมีการสแกนกระเป๋าอีกครั้ง
สำหรับพวกกระเป๋าลากนะ หากใครสะพายก็เดินออกไปเลย
การเดินทางเข้าเมืองมีหลายช่องทางครับ
สามารถหาได้จากรีวิวอื่นๆ
สำหรับพวกเราจะเดินทางด้วยรถบัสครับ (ราคาถูกดี)
การเดินทางไปรถบัสนั้นก็เดินออกมาเรื่อยๆครับตามป้าย
ข้อมูลในสนามบินส่วนนี้หาได้ทั่วไปตามเว็บต่างๆครับ
ก็จะมีบูทขายตั๋ว
เราก็มองๆดูครับว่าจะไปสถานที่ใด อย่างเราไปด้วยของบริษัท skybus
เราก็เดินไปซื้อ บอกพนักงานว่าเดินทางกี่คน ไปรอบเวลาไหน
ถ้ามีเด็กก็บอกเขาไปด้วย เพราะราคาจะต่างกันครับ
สภาพรถก็จะเป็นรูปแบบนี้
เราก็ขึ้นรถเลยครับ ระหว่างจากสนามบินไปตัวเมือง
อารมณ์ประมาณจากสระบุรี / ระยองเข้ากทม.ครับ
มีภูเขา มีสวน สิ่งก่อสร้างต่างๆ
ถ้าเจอซุ้มประตูแบบนี้ แสดงว่าใกล้ถึง KL Sentral ครับ
แล้วรถก็วิ่งมาใต้ตึก จะมืดหน่อยๆ เอาง่ายๆถ้าคนอื่นลุกเราก็ลุกตามครับ
ใช้เวลา 1 ชั่วโมงพอดีจากสนามบิน
พอลงจากรถครับ ก็หันขวาแล้วเดินตรงมาทางลิฟต์เพื่อขึ้นไปข้างบน
คนจะเยอะหน่อย ก็สามารถเดินเลยไปทางข้างหลังอีกนิดนึงครับ
จะเป็นบันไดเลื่อน ระหว่างทางจะมี taxi คอยเรียกลูกค้าอยู่ด้วย
พอขึ้นมาข้างบนก็เป็นโถงขนาดใหญ่
ที่เป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางด้วยระบบคมนามคมต่างๆ
ผู้คนก็จะวุ่นวายพอสมควร เราก็ดูว่าจะไปทางใดดูป้ายเอาครับ 55
ที่พักของเราจะต้องเดินไปที่ห้าง NU Sentral
พอเห็นบันไดเลื่อนปุ๊บ ให้เดินไปทางนั้นและขึ้นไปชั้น 2
จะเจอทางเข้าห้าง เดินตามทางไปครับ
เราต้องมองทางป้ายที่ชี้ไป Monorel (ในแผนที่เป็นกรเดินทางเส้นสีเขียวอ่อน)
การไป Monorel มีสองแบบคือว่าจะเดินตรงไปก่อนแล้วค่อยลงอีกชั้น (ตามที่คนอื่นรีวิว)
หรือจะลงบันไดเลื่อนเลย
เพราะยังไงก็มาบรรจบกันที่ทางออกอยู่ดี
วิธีแรกครับ
เราเดินมาเรื่อยๆครับจะเจอร้าน Swiss Watch
แล้วก็เดินตรงมาเรื่อยๆครับ ผ่านร้าน Dolothy Perkins
จะเจอกับบันไดเลื่อนครับ แล้วก็ลงบันไดเลื่อนมาที่ชั้น G
อีกวิธีนึงก็คือ ลงบันไดเลื่อนเลยที่ชั้น C ครับ
คือจะผ่านร้าน Victoria's Secret อยู่ตรงหัวมุม
ตรงข้ามกับร้าน Godiva
ลงบันไดเลื่อนมาก็จะเจอร้าน timekeeper + bodyshop
มาเจอทางออกที่จะไป Monorel ครับ
แล้วก็เดินออกประตูมา จะคล้ายๆกับสถานี BTS ของบ้านเราครับ
มีร้านขนมปัง (ปิดไปแล้ว)กับร้าน family mart
แล้วก็เดินตรงมาที่ลิฟต์ครับ หรือไม่ลงลิฟต์ก็ได้เพราะบันไดเลื่อนอยู่ข้างๆกัน
พอลงลิฟต์แล้ว ออกมาก็เลี้ยวซ้ายครับ จะเจอโรงแรมเลย
ถ้าลงบันไดเลื่อนก็เลี้ยวซ้ายเหมือนกัน แล้วเดินมานิดนึงครับ
จะเจอร้าน KK เป็นร้านของชำขาย 7-11
แล้วเราก็มาถึงแล้วโรงแรม Easy Hotel
โรงแรมเล็กๆครับ
นี่คือ front ติดต่อ
จะมีพนักงานคอยเปิดประตูให้
เวลาติดต่อเขาขอแค่พาสปอร์ตครับ
แล้วก็จ่ายเงินค่าภาษี 20 ริงกิต (ไม่ได้คืนนะครับ ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นค่ามัดจำ)
หลังจากนั้นก็ยื่นคีย์การ์ดมาให้ พร้อมรหัสไวไฟครับ
รวมถึงให้คูปองอาหารเช้ามาให้
ท้ายที่สุดพนักงานก็จะให้น้ำขวดเล็กมาให้ตามจำนวนคน สงสัยเป็น welcome drink มั้ง
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น