มีคำถามว่า จะบวชได้ หรือไม่ได้!

คำถามในหลายเวลามานี้ ในคนใหญ่คนโต อย่างข้อนี้ให้ฟังทะแม่ง และที่ตั้งถามกันมา ก็ว่าฟังดูยียวนบิดตะบวยอย่างไรอยู่, ไม่ค่อยจะให้คนคิดหาเหตุผลว่าตามไปอย่างไรได้, และตรวจดูคำตอบที่ใครไปร่วมตอบผ่านๆนั้น จะมีคนใดตอบให้ได้เหตุ-ผลจริง อย่างไรนั้นก็ไม่ค่อยจะมี, เพราะถามว่าคนจะบวชได้ไหม? หรือบวชไม่ได้!, ตามแต่เวลาแผ่นดินของไทยเรา ที่เป็นช่วงเวลาซึ่งฉกฉวยกำลัง ที่สมมุติว่าใครจะทำดีแปลกแบบสำคัญอย่างไรนั้น ก็ให้รีบหยิบ รีบฉวย รีบกระทำ ตั้งตนไว้ในประดาของใช้และเครื่องมือทางสังคมที่ปลอดภัย ทุกที่ควรให้รีบอำนวย รีบทะลุบ่วงทะลวงเวลา รีบกระทำกันโดยกำลังพละแห่งใจที่ใฝ่ดี, ซึ่งก็พอดีกับพวกชั่วๆอยู่เหมือนกัน ที่อาจจะพากันกระทำความชั่ว แบบนั้นแบบนี้แฝงอยู่บ้าง เพราะเป็นโอกาส, เพราะว่าเป็นเหตุแห่งการผ่านพิภพ และยังจะต้องสร้างสถาปนา โองการแห่งแผ่นดิน ด้วยผลัดผ่านเรื่องต่างๆให้ต้องติดตามไป

ฉะนั้น เราควรหาเอาเหตุผลที่เฉียดไปข้างความเชื่อให้มากที่สุด เพราะเป็นเรื่องระหว่างผ่านบ้านผ่านเมืองผ่านแผ่นดิน มีตัวอย่างจากโบราณนานมาแล้ว, ที่ใครจะว่าใครผิดใครถูกนั้นว่าไม่ได้ เพราะว่าพระกษัตริย์ผู้ที่จะครองบัลลังก์เท่านั้นที่จะเป็นผู้ประกาศโองการ และตรัสพิจารณา ให้อภัยโทษ หรือว่าจะเอาโทษภัยไว้อยู่ตามเดิม, จะไม่มีใครทั้งนั้นในคนใหญ่คนโตที่จะยอมรับผิด-ถูก ไปตามข้อหาในหน้ากระดาษ, เพราะว่าระบบกษัตริย์ที่อำนวยการปกครองมาให้นั้น ของเรา ย่อมปรากฏตามแต่หลักความเชื่อข้างจริง และมีอธิบายที่แข็งแรง, เพราะว่ากษัตริย์เรามีราชบัลลังก์เป็นของจริงสืบจากโบราณมาแล้ว, พวกคนใหญ่คนโตในทุกที่เดี๋ยวนี้ ใครผิดไปจากข้อกำหนดในหน้ากระดาษตามกฎหมาย จึงยังต้องอ้างในใจว่า ประกาศซึ่งโองการผ่านแผ่นดิน และพระบรมราชโองการเป็นปฐมแห่งแผ่นดินใหม่นี้ยังไม่มี,

ใครก็กระทำแค่ตามแต่ใจทั้งนั้น ทำตามกำลังใจทั้งนั้น ทั้งคนดี คนเลว, ไม่ค่อยหยุดสนใจกัน เพราะเป็นช่วงว่าง ที่ทุกคนไม่ว่าใครจะทำอะไรก็ทำไปตามพระราชนิยม และพระราชอัธยาศัยของพระกษัตริย์, ที่เมื่อทรงสถิตมั่นพระองค์ในบัลลังก์อาสน์แห่งรัตนโกสินทร์สืบจักรผันแผ่นดิน จากนี้ต่อไปแล้วทุกกาล, จะทรงโปรดพระราชทานให้ความทุกข์โศกของราษฎรนั้น ได้เบาบาง, เพราะเมื่อถึงเวลาประกาศโองการแล้ว เมื่อนั้นกฎบัตร พระราชกำหนด ย่อมทรงสิทธิ์ฤทธานุภาพ กำจัดภัยร้ายให้เสื่อมสิ้นหมดเลวทราม จบลงไปได้

ฉะนั้น ในเวลานี้ ใครก็จึง ผิดไม่จริง ถูกไม่จริง, ต่างต้องใจมุหมั่นกระทำไปตามพระราชนิยมและพระราชอัธยาศัย ใครคนยังมีคดีอย่างเก่านั้น ในคนใหญ่คนโตบ้างเขาก็ว่า ต้องยังว่าไม่จริง! เพราะต้องถึงที่สุดแผ่นดินตามโองการฉบับแท้ที่ปฏิญญาสาบานสำคัญในเมื่อกาลข้างหน้า, คิดแต่ว่า ใครจะได้คดเคี้ยวเอาตามแต่ใจของตัวเองนั้น ในคนไทยเราไม่มี, และเมื่อมีคำถามว่า จะบวชได้ หรือไม่ได้! ในคนใหญ่คนโตที่ประพฤติมุมั่น หมายจะส่งสัญลักษณ์ ว่า ข้าพเจ้าจะบวช “จะถูก-ผิด ก็แล้วแต่จะชอบใจแก่พระกษัตริย์ จากเมื่อนี้และภายหน้าสืบไป ทุกที่จะรู้ประกาศเจตนาของเรา”

ข้อนี้จะหมดเหตุ-ผลจะตอบ เพราะว่าคนใหญ่คนโตนั้นมักให้เหตุผลต่อผู้ครองพิภพ ตามใจเชื่อ มากกว่าที่จะคอยให้เหตุผลแก่ลูกเมียที่อยู่ที่บ้าน ซึ่งมักอนุญาตให้ทำตามใจ, จึงได้แสดงตัวฝักใฝ่ ตั้งใจบวชกันอย่างห้าวหาญ และแม้ว่า รู้ตัวว่าจะบวชได้เพียงน้อยแค่ไม่กี่วัน แต่ว่าก็ยังจะทำ จะขออวดสิ่งตั้งใจอย่างนั้น ว่าอย่างไรก็จะต้องกระทำให้จงได้, เพราะพอแต่สิ้นสงสัยมากอยู่แล้ว ว่าไปทางดีนั้นๆ ตนเองจะต้องชวนคน และบอกให้ทุกคนรู้ว่าจะต้องไปถึงไหน
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่