" จำไม่ได้ " เสียงตอบคำถามสั่น ๆ ของอดีตวัยรุ่นชาย อายุปัจจุบันราว 80 ปี ที่กำลังสนทนากับญาติ ขณะที่รอรับยา ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง
" จำไม่ได้ " คำนี้ถูกพบบ่อย ใช้ได้กับทุกเพศทุกวัย เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 60 ปีปลาย ๆ อายุน้อยกว่านั้นมักจะโดน ครหาว่าเป็น ข้ออ้าง หรือ คำโกหก ถึงแม้ว่าจะจำไม่ได้จริง ๆ ก็เถอะ
วิธีลดอาการ "จำไม่ได้" นอกเหนือจากการนั่งสมาธิ สวดมนต์ แล้ว สำหรับคนที่ร่างกายยังแข็งแรง การออกกำลังกาย ก็ยังช่วยให้เราบริหารสมองได้อีกด้วย แต่การออกกำลังกายนั้นต้องไม่ใช่การทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น งานบ้าน ถูบ้าน ซักผ้า ควรจะออกกำลังด้วยการใช้สมาธิ เช่น ยกเวท วิ่ง เพราะเราจะต้องใช้สมาธิจดจ่อกับสิ่งที่ทำไม่ได้ทำ ตามสัญชาตญาณในกิจกรรมประจำวัน
นอกจากวิธีที่ดูแลจากการบริหารสมองภายในร่างกายของเรา อย่างที่กล่าวมาแล้ว ยังมีวิธีลดโรค "จำไม่ได้" สำหรับคนที่ "จำไม่ได้" ว่าต้องนั่งสมาธิ สวดมนต์ หรือออกกำลังกาย วิธีนั้นก็คือการใช้อุปกรณ์เสริม
- สมุดจด หรือ อะไรก็ได้ที่สามารถ บันทึกสิ่งที่เราขี้เกียจจะนึกถึง
- ดินสอ/ปากกา หรือ สิ่งที่ช่วยจดมันลงไป
นอกจากอุปกรณ์ข้างต้นแล้ว ปัจจุบันนี้มี เทคโนลียีที่ช่วยให้เราไม่ต้องพกอุปกรณ์
สำหรับคนที่จำไม่ได้ว่าต้องพกของที่ต้องจดบันทึกได้ นั้นก็คือพวก application (แอพพลิเคชั่น)ในมือถือ จำพวก Google Calendar, Wunderlist เป็นต้น อีกด้วย
เพียงเท่านี้ก็จะช่วยเราจำสิ่งที่จำไม่ได้ ได้มากขึ้น คงคล้าย ๆ กับคอมพิวเตอร์ ที่ความจำอย่างฮาร์ดดิสเต็ม ไม่สามารถบันทึกหรือจำอะไรเพิ่มได้อีก
มันก็ยังมี external harddisk ,thumb drive ให้ช่วยจำดั่งเช่นสมุดจด
จากคำตอบบรรทัดแรก ที่คุณตาได้พูดกับญาติ ว่า " จำไม่ได้ " และแสดงอาการหงุดหงิดว่าทำไมตัวเขาเองจำไม่ได้
ทำให้มีความรู้สึกสงสาร สงสารทั้งคุณตา และสงสารอนาคตของตัวเองที่สักวันที่ต้องเป็นแบบนี้ตามสภาพร่างกาย เลยพยายามจำ สิ่งที่อนาคต" จำไม่ได้ " โดยการเขียนบันทึกเรื่องราวนี้เอาไว้ที่เว็บพันทิป.คอม และเพื่อแบ่งปันให้กับผู้อ่าน หลังจากที่สงสารตัวเองและกลัวสิ่งที่จะเกิดขึ้น จากความกลัวก็กลายเป็นปรง เกิด - แก่ - เจ็บ - ตาย นี้คือเรื่องธรรมดาที่เราต้องเจอทุกคน ^^"
*ปล.กำลังหัดเขียนบทความนะครับ ติ ได้เลยนะครับ จะนำไปปรับปรุง
*ปล.เนื้อหาแนวนี้เค้าเรียกอะไรครับ บทความ หรือเรื่องสั้น
" จำไม่ได้ " คำตอบจากคุณตา
" จำไม่ได้ " คำนี้ถูกพบบ่อย ใช้ได้กับทุกเพศทุกวัย เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 60 ปีปลาย ๆ อายุน้อยกว่านั้นมักจะโดน ครหาว่าเป็น ข้ออ้าง หรือ คำโกหก ถึงแม้ว่าจะจำไม่ได้จริง ๆ ก็เถอะ
วิธีลดอาการ "จำไม่ได้" นอกเหนือจากการนั่งสมาธิ สวดมนต์ แล้ว สำหรับคนที่ร่างกายยังแข็งแรง การออกกำลังกาย ก็ยังช่วยให้เราบริหารสมองได้อีกด้วย แต่การออกกำลังกายนั้นต้องไม่ใช่การทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น งานบ้าน ถูบ้าน ซักผ้า ควรจะออกกำลังด้วยการใช้สมาธิ เช่น ยกเวท วิ่ง เพราะเราจะต้องใช้สมาธิจดจ่อกับสิ่งที่ทำไม่ได้ทำ ตามสัญชาตญาณในกิจกรรมประจำวัน
นอกจากวิธีที่ดูแลจากการบริหารสมองภายในร่างกายของเรา อย่างที่กล่าวมาแล้ว ยังมีวิธีลดโรค "จำไม่ได้" สำหรับคนที่ "จำไม่ได้" ว่าต้องนั่งสมาธิ สวดมนต์ หรือออกกำลังกาย วิธีนั้นก็คือการใช้อุปกรณ์เสริม
- สมุดจด หรือ อะไรก็ได้ที่สามารถ บันทึกสิ่งที่เราขี้เกียจจะนึกถึง
- ดินสอ/ปากกา หรือ สิ่งที่ช่วยจดมันลงไป
นอกจากอุปกรณ์ข้างต้นแล้ว ปัจจุบันนี้มี เทคโนลียีที่ช่วยให้เราไม่ต้องพกอุปกรณ์
สำหรับคนที่จำไม่ได้ว่าต้องพกของที่ต้องจดบันทึกได้ นั้นก็คือพวก application (แอพพลิเคชั่น)ในมือถือ จำพวก Google Calendar, Wunderlist เป็นต้น อีกด้วย
เพียงเท่านี้ก็จะช่วยเราจำสิ่งที่จำไม่ได้ ได้มากขึ้น คงคล้าย ๆ กับคอมพิวเตอร์ ที่ความจำอย่างฮาร์ดดิสเต็ม ไม่สามารถบันทึกหรือจำอะไรเพิ่มได้อีก
มันก็ยังมี external harddisk ,thumb drive ให้ช่วยจำดั่งเช่นสมุดจด
จากคำตอบบรรทัดแรก ที่คุณตาได้พูดกับญาติ ว่า " จำไม่ได้ " และแสดงอาการหงุดหงิดว่าทำไมตัวเขาเองจำไม่ได้
ทำให้มีความรู้สึกสงสาร สงสารทั้งคุณตา และสงสารอนาคตของตัวเองที่สักวันที่ต้องเป็นแบบนี้ตามสภาพร่างกาย เลยพยายามจำ สิ่งที่อนาคต" จำไม่ได้ " โดยการเขียนบันทึกเรื่องราวนี้เอาไว้ที่เว็บพันทิป.คอม และเพื่อแบ่งปันให้กับผู้อ่าน หลังจากที่สงสารตัวเองและกลัวสิ่งที่จะเกิดขึ้น จากความกลัวก็กลายเป็นปรง เกิด - แก่ - เจ็บ - ตาย นี้คือเรื่องธรรมดาที่เราต้องเจอทุกคน ^^"
*ปล.กำลังหัดเขียนบทความนะครับ ติ ได้เลยนะครับ จะนำไปปรับปรุง
*ปล.เนื้อหาแนวนี้เค้าเรียกอะไรครับ บทความ หรือเรื่องสั้น