ผมจับได้ว่าเมียนอกใจ และพาลูกไปอยู่ที่บ้านพ่อกับแม่ของเทอ โดยไม่สนใจว่าผมจะอยู่ยังไง และโยนความผิดทุกอย่างให้กับผม...

จริงๆแล้ว ผมไม่อยากจะเอาเรื่องเมียตัวเอง มาพูดให้ใคร หรือคนอื่นๆฟังหรอกคับ แต่ตอนนี้ที่ผมต้องออกมาพูดบ้าง เพราะตอนนี้ชีวิตผมไม่มีทางออกจากจุดนี้ได้เลยครับ ผมไม่ไหวแล้วจริงๆครับ  
           ได้แต่คิดว่าทำไม? คนรักกัน ผ่านเรื่องทุกข์ เรื่องสุขมาด้วยกัน ผ่านอุปสรรคมามากมายแค่ไหน กว่าจะได้มาแต่งงานมีลูก(น่ารัก)ด้วยกัน จนตอนนี้มีบ้าน มีรถ มีชีวิตครอบครัวที่มีความสุข มันยังไม่เพียงพอหรือ? แล้วชีวิตนี้คนเรายังต้องการอะไรอีก?  

        เธอทิ้งผมไปครั้งนี้ โดยไม่สนใจความรู้สึกผมเลยแม้แต่น้อย ผมขออนุญาตเล่าเหตุการณ์น่ะคับ
        ผมกับเธอคบกันมามา 7 ปี ผมอายุ 30 และเทออายุ 26 เราแต่งงานกันเมื่อ 4 ปีที่แล้ว และมีลูกชาย 3 ขวบ ด้วยกัน 1 คน  เราทั้งสองคน ทำงานกันทั้งคู่ ผมทำงานบริษัทที่ดินเอกชน ส่วนเธอทำงานบัญชีของบริษัทนำเที่ยว เราทั้งสองรักกันมาก ต่างคนต่างก็ทำงาน ตอนเย็นเสร็จจากเลิกงานมารับลูกกลับบ้าน ซึ่งฝากแม่ยายไว้ช่วยเลี้ยงให้ตอนกลางวัน คือไม่ต้องจ้างพี่เลี้ยง แถมยังอุ่นใจด้วยอีกต่างหาก  และเราก้มีวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ เหมือนกัน ก้เลยได้พาลูกไปเที่ยวอยู่เป็นประจำเกือบทุกอาทิตย์ ชีวิตมีความสุขมากคับ
        แต่เวลาผ่านไป จนมีเหตุการณ์ที่ทำให้ผมเริ่มคิดมากและสงสัยเธอแบบว่ารู้ว่าเธอเริ่มเปลี่ยนไป คือ หลังจากวันที่เธอกลับมาจากประเทศจีน เพื่อไปอบรมและศึกษาดูงาน 24-29 ส.ค.2560 (5 วัน)  โดยไปกันทั้งหมด 3 คน มีเธอ มีเจ้านายของเธอ(คนจีน) และเพื่อนร่วมงานผญ.(คนจีน)
          เมื่อถึงวันที่ 29 วันที่เทอกลับ ผมก็รีบมารอรับเทอที่สนามบินเพราะคิดว่าเธอคงจะเหนื่อย ไม่อยากให้เทอต้องมารอผม   ผมก้เลยเข้าไปนั่งรอเทออยู่ข้างในอาคารสักเกือบชม. ผมก็เห็นเทอเดินลากกระเป๋ามา แล้วก็หยุดยืนดูโทรศัพท์อยู่ แล้วก็ยกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู (ผมคิดว่าเทอคงโทรหาผมแน่ ก้เลยล้วงโทรศัพท์ของผมออกมากะว่าจะกดตัดสาย) แต่ที่ไหนได้ ตกลงกะคุยกับใครไม่รู้ เห็นคุยไปยิ้มไปมีความสุขจัง ผมนั่งดูเทออยู่ มันก้ไกลอยู่พอสมควร และเทอก็ไม่เห็นว่าผมนั่งอยู่ คือคุยกันเกือบสิบนาทีได้ (ตอนนั้นผมคิดในใจว่า เรามานั่งรอตั้งนาน ทั้งคิดถึง ทั้งเป็นห่วงเค้า คือน่าจะโทรหากูก่อนมั้ย) พอวางสายนั้นไป เทอก้โทรหาผม เทอบอกเหนื่อยมากคือเห็นสีหน้าและฟังน้ำเสียงคนละอารมณ์กันเลยครับกับเมื่อกี๊  และผมก็ไม่ได้ถามเทอว่าเทอคุยกับใคร  ได้แต่เก็บความสงสัยนี้ไว้ก่อน  เมื่อกลับมาถึงบ้าน ผมก้เอาโทรศัพท์เทอมาดูว่าตอนนั้นเทอคุยกับใคร ปรากฏว่า “หาย”คับ “ไม่มี” มีแต่เบอร์โทรออกหาผมใช้สายไม่ถึง1นาที  แล้วเบอร์ก่อนหน้าเวลาติดๆกันเลย แล้วเทอลบทำไม ?  หากคุณเจอเหตุการณ์แบบนี้เหมือนผม  ผมมั่นใจเลยว่า คุณก้คงต้องคิดเหมือนกันกับผม.....
         เวลาผ่านไปวัน สองวัน สามวัน คือพอเทอเลิกงานกลับมาบ้าน ผมรับรู้ได้เลยจากความรู้สึกของคนที่อยู่ด้วยกันทุกวันเปลี่ยนไปมาก โดยที่เทอคงอาจจะไม่รู้ตัว คือเทอเอาแต่เล่นโทรศัพท์ ลูกก็ไม่ค่อยจะสนใจ แต่กลับดูแลตัวเองเป็นพิเศษ และก็มักจะพูดว่าทำงานมาเหนื่อย อยากพักผ่อนอยากนอน เทอเป็นอยู่แบบนี้มาเรื่อยๆ จนผมมาจับได้ว่าเธอแอบคุยกันกับเจ้านายของเธอ  ซึ่งข้อความที่เห็นมันไม่ใช่เรื่องงานเลย  และเรื่องที่ผมรู้แน่ๆคือเจ้านายของเทอ(คนจีนพูดไทยได้)มีครอบครัวแล้ว มีเมียเป็นคนไทย มีลูก 1 คน
        สิ่งที่ผมเจอ 1.ข้อความในโทรศัพท์ เป็นประวัติการแปลประโยคภาษาไทย-อังกฤษ ในทำนองที่ว่า ความสัมพันธ์ของเทอ,ความรัก,ความเป็นเจ้าของกัน อะไรทำนองนี้แหละ คือผมมั่นใจ เพราะ เทอใช้จะภาษาอังกฤษเวลาคุยงานกับเจ้านายเทอคนเดียว คนอื่นไม่มีเลย
       2.กล้องติดรถยนต์ ผมพยามหาหลักฐานทุกอย่าง จนเจอคับ ตอนที่เทอขับรถคุยโทรศัพท์กันแบบว่าไม่ใช่น้ำเสียงที่คุยกันแบบเจ้านายคุยงานกับลูกน้องเลย และพักหลัง ทุกๆครั้งเวลาที่เทอเริ่มคุยโทรศัพท์ เทอจะต้องถอดสายตัวกล้อง แล้วพอใกล้จะถึงบ้าน/ที่ทำงาน เธอก้เสียบสายกล้องรถกลับไปเหมือนเดิม ดูได้จากเวลาการบันทึกของกล้องมันขาดหายไป  และเทอทำอยู่หลายครั้งมาก  ผมไม่เข้าใจเทอเลยจริงๆว่าผมเจอถึงขนาดนี้แล้วทำไมเทอถึงยังไม่หยุด
         เราทะเลาะกันเพราะเรื่องนี้เกือบทุกวัน และนับวันก้ยิ่งจะบานปลาย แต่เทอก็ยังไม่หยุดครับ คือเทอบอกผมว่ามีประชุมที่กทม.2 วัน (เจ้านายไปด้วย) คือต้องนอนที่กทม.1 คืน เทออ้างโน่นอ้างนี่ เทอบอกจำเป็นต้องไปเพราะมันคืองาน ให้ผมเชื่อใจเทอไว้ใจเทอ  
           จนเทอต้องไปบอกพ่อกับแม่ของเทอ ว่าผมขี้หึง ระแวงเทอเกินไป ว่าผมสาระพัด เทอเบื่อเทอเหนื่อยกับผมมาก เทอพูดจนครอบครัวของเทอไม่ค่อยชอบผมสักเท่าไหร่แล้ว เค้ามองว่าผมยังไม่เป็นผู้ใหญ่ ยังมีความคิดแบบเด็ก (อ้าววว เห้ย นั่นมันเมียกูน่ะ กูหึงหรือหวงไม่ได้หรอ กูไม่มีสิทธิ์ห้ามปรามเมียกูเลยหรอ ตอนกูมาขอลูกสาว กูก้มาขอแบบถูกต้อง ไม่ได้พาหนีตามกันไป แต่งงานแบบเปิดเผยน่ะโว้ยย....คิดได้แค่ในใจ)  ผมลูกผู้ชายนี่ถึงกับร้องให้เลยคับ  ทั้งๆที่ผมพยายามอธิบาย เอาหลักฐานไปให้เค้าดู แต่เค้าก้ยังไม่เชื่อว่าลูกสาวเค้าจะเป็นคนแบบนั้น ผมจึงต้องยอมทำใจ และไม่อยากจะเข้าไปยุ่งอีกแล้วตอนนั้นเราทะเลาะกันหนักมาก และเทอไม่กลับมาหาผมที่บ้าน อ้างไม่อยากทะเลาะกัน เทอขอเลือกอยู่กับพ่อกับแม่ของเทอและลูกผมด้วย  ผมจึงอยู่บ้านคนเดียวแบบนี้มาประมาณเดือนกว่าๆแล้วคับ (และในช่วงเวลานั้น ที่เทอต้องไปทำงาน กทม.ต้องนอนค้างคืน ที่นับได้ ประมาณ 3-4 ครั้ง)
            จนครั้งสุดท้าย วันที่ 20 ต.ค. 2560  เทอไปกทม.อีก เธอพูดประมาณว่า ให้ผมอย่าใช้นิสัยขี้หึง ขี้โมโห ให้ผมปรับปรุงตัวเอง แล้วเธอจะกลับมาเหมือนเดิม...???
            ตอนนั้นผมอยากจะเชื่อใจเธอนั่นแหละ  คือไม่อยากจะคิดอะไรมาก คือในใจคิดอยู่ตลอด ว่าเทอมีลูก มีผัวแล้ว เทอคงไม่ทำอย่างนั้นหรอก มันเป็นไปไม่ได้หรอก   แต่ผมก้อยากรู้ และถ้าได้เห็นว่าเธอไปคนเดียวจริงๆ ผมก็คงจะสบายใจ ไม่ต้องคิดมาก  ผมก้เลยให้เพื่อนผมที่อยู่ กทม. ไปแอบรออยู่ที่สนามบิน ว่าเทอไปคนเดียวจริงมั้ย ???   และที่ผมได้เห็น คือ.....????

: ใช่ครับ เค้ามากันแค่สองคนจริงๆ

       ความรู้สึกผมเหมือนใจจะขาดจริงๆคับ  และที่ผมขอเทอตอนนั้นคือ ขอให้กลับมาบ้านเลย แต่เทอเลือกที่จะปฏิเสธมัน
        
       ที่ผมพูดมาทั้งหมดนั้น ผมมีหลักฐานทั้งภาพ ทั้งคลิป ทั้งเลขBookingโรงแรม(ถึงกับจองห้อง 1 Bedroom Executive  = 3,875 บาท/คืน) และภาพถ่ายตอนที่อยู่โรงแรม อยากจะเอาไปให้ครอบครัวที่บ้านเค้าได้รู้เอาไว้บ้าง และได้รับรู้ความจริงกันเสียบ้าง ว่าสิ่งไหนถูก สิ่งไหนผิด

        ผมอยากรู้ว่าผู้หญิงเค้าคิดอะไรอยู่คับ?
และผู้ชาย ถ้าเป็นคุณจะทำยังไงดีต่อไปดีครับ? แต่ที่ผมรู้คือ มันสมควรได้รับกรรม?
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่