สร้างกำลังใจให้ตัวเองอย่างไรดีคะ ในการเรียน การสอบที่กำลังจะถึง

ตั้งแต่เด็ก หนูไม่เคยได้รางวัลจากพ่อหรือแม่เลยสักครั้งในเวลาที่ เรียนได้คะแนนสูงๆเกรดดีๆ และยังไม่เคยได้ที่โหล่เลยสักครั้ง แต่ตอนนั้นหนูก็ไม่คิดอะไรมากเพราะคิดว่า มันคงเป็นรางวัลให้ตัวเอง อยู่แล้ว และมีครอบครัวที่อบอุ่น ของขวัญที่พิเศษสุดคือทานข้าวเย็นกันนอกบ้าน อย่างพร้อมหน้าพร้อมตา
.
..
แต่ ไม่เคยคิดมาก่อน ว่าปัจจุบันจะเปลี่ยนรวดเร็วแบบนี้ตั้งเรื่องเศรษฐกิจ และด้านต่างๆมากมาย โดยเฉพาะโชเชี่ยล  ร้องไห้ร้องไห้
ตอนนั้นหนูอยู่ประมาณ ม.5 พ่อกับแม่เริ่มใช้โทรศัพท์ที่เล่น ไลน์และเฟส ได้ ปกติตัวหนูเองก็เล่นนะคะ แต่ส่วนมากจะส่งการบ้านกับเพื่อนมากกว่า
แต่ตอนนั้นก็ไม่มีปัญหาอะไรมาก เพราะยังเห็นหน้าพ่อแม่ทุกวัน ยังกินกับข้าวที่บ้านพร้อมหน้ากัน
.....หลังจากนั้นใครจะคิดว่าพ่อจะทำกับครอบครัวที่เคยอบอุ่นได้ คือพ่อแอบไปมีอะไรกับคนอื่น แล้วแถวบ้านเขาลือกันจนเข้าหูแม่ เม่าเหม่อ
และนี้คือจุดเปลี่ยนของครอบครัว แม่ก็ประชดประชันพ่อ พ่อก็ด่าแม่แรงขึ้น จากที่ไม่เคยว่า
จากที่กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากัน ก็เริ่มห่างหาย ต่างก็หากินเอง
พอ..ผ่านมาเรื่อยๆ แม่ก็ แต่งตัวไปเที่ยวกับเพื่อนแม่เยอะขึ้น จากที่แม่เป็นคนไม่ชอบเที่ยว พ่อก็ด่าแม่มากขึ้น จนตอนนั้นคือปีสุดท้ายที่หนูจะได้อยู่บ้านอย่างเต็มๆ เพราะไม่นานก็เข้ามหาลัยแล้วต้องไปเรียนต่างจังหวัด แต่เสียงที่ได้ยินทุกวันคือเสียงพ่อที่ทะเลาะกับแม่ ร้องไห้  แต่สิ่งที่หนูไม่ทิ้งคือทำหน้าที่ของหนูให้ดีที่สุดเพราะสักวันหนูคิดว่าพ่อกับแม่จะภูมิใจ จนในตอนนั้นปิดเทอมหนูก็ไปทำงานที่ภูเก็ต สิ่งที่พบเจอคือความกดดันจากชาวต่างชาติและ ปวดขาทรมารมากดเพราะเขาห้ามนั่งต้องยืนและยิ้มทั้งวัน เพราะเป็นงานเสริฟ ทำมา 3 เดือนได้ 2 หมื่นกว่าบาท หนูดีใจมากที่หาเงินเองได้รู้สึกภูมิใจมากๆ
.
.
.
...ต่อมาหนูก็ต้องเรียนมหาลัยและ ต้องลา จากบ้าน มาไกล ตอนแรกหนูว่าหนูเรียนมัธยมยากกว่ามาก แต่สิ่งที่เป็นกำลังใจของหนูคือ มีพ่อมีแม่ เดินไปเดินมาในบ้าน และพ่อส่งให้หนูจ่ายอาทิตย์ล่ะ 1500 บาท ก็พอจ่ายอยู่ ส่วนแม่ก็เที่ยวกับเพื่อนแม่ไปในแต่ละวัน แม่ไม่ส่งเงินให้หนู ส่งแค่พ่อแต่แม่ก็ไม่เคยลืมหนู เพราะเวลาหนูมีปัญหาอะไรจะถามแม่ แต่พักหลังมานี้มันเริ่มท้อเพราะ เรียนเริ่มยากขึ้น สอบติดๆกันแล้วเครียดเรื่องการเรียนเพราะ อาจารย์บอกว่าราชภัฏ หางานยาก อีกอย่างตอนนี้รุ่นพี่ที่สาขาไปทำเรื่องมาวุ่นวายกับบริษัทที่ฝึกงาน เลยเครียดไปอีก พ่อก็ส่งเงินค่าเทอมมาไม่ครบ และจากให้จ่ายอาทิตย์1500 บาทตอนนี้เหลือ 500 บาท หนูอยากทำงานพาทไทม์มากไปสมัครมาแล้ว ก็ติดกิจกรรม ถ้าไม่ไปกิจกรรมก็โดนพี่ว๊สกเล่นงาน ทำให้เพื่อนเกลียดทั้งสาขา ก็คุยกับพ่อว่าถ้าส่งให้เรียนไม่ไหวก็บอก หนูจะออกไปเรียนที่ราม อย่างน้อยมันจบมาก็มีงานและ หนูจะได้ส่งเสียตัวเองไปด้วย พ่อก็ไม่ยอมให้ออก เพราะพ่อว่าเสียค่าเทอมไปแล้ว พักหลังมานี้ พ่อเริ่มห่างหาย ไม่ติดต่อมา โทรไปไม่รับ โทรไปถามแม่ แม่ก็บอกว่า พ่อถือโทรศัพท์ตลอดเวลา ก็แอบเสียใจ แอบท้อ
.
.
.
ก็แอบสงสารพ่อกับแม่ อาจจะเหนื่อย เพราะส่งเราเรียนหรือเปล่า อยากหางานทำมากแต่พี่ว๊าก ทำโทดหนักถ้าขาดกิจกรรมอาจไม่จบ หรือจะลาออกไปเรียนที่อื่น ดีเช่นราม เวลาอ่านหนังสือแล้วมันเหมือนท้อขึ้นมาว่าที่เราทำอยู่คุ้มไหมกับการที่จบไป เพราะพ่อแม่ไม่เคยถามเรื่องการเรียนเลย ไม่เคยถามเลยว่าหนูเหนื่อยหรือเปล่าเวลากลับบ้านไปแต่ละครั้งก็ได้ยินแค่เสียงทะเลาะกัน น้ำตาไหลออกมาทุกครั้งเวลากลับบ้าน ทำอย่างไรดีคะตอนนี้หนูสับสนหมดแล้วอยากได้กำลังใจ ให้สู้ต่อไป

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่