“แขกขายมุ้ง”
สวัสดีครับ ขอโทษที่ทำให้รอไม่นึกว่าจะมีคนรออ่านมากขนาดนี้ พอดีช่วงวันหยุดกลับต่างจังหวัดครับไปบ้านพ่อ ไม่ได้กลับโคราชบ้านยายที่จะเอามาเล่านะครับ อัพต่อจากกระทู้อันเดิมไม่ได้เลยต้องขอตั้งใหม่เพราะสัญญาณเน็ตที่บ้านพ่อไม่ค่อยดี ขออนุญาตเล่าต่อครับ ทุกท่านคงจะทราบเรื่องที่เล่ามาแล้วข้างต้นเกี่ยวกับปู่มีเป็นหลัก เรื่องที่จะนำมาเล่าคราวนี้ก็เป็นเรื่องจริงจากความทรงจำวัยเด็กเหมือนเดิมครับ ใครพลาดลองย้อนกลับไปอ่านกระทู้แรกดูนะครับ
คราวนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับอาบังคนหนึ่งเป็นแขกขาวครับ มีอาชีพขายมุ้ง ชื่อว่าคาลิบ ประมาณนั้นครับที่จำได้เพราะฟังสำเนียงเขาไม่ออกเวลาพูดชื่อตัวเอง แต่แกพูดไทยชัดอยู่เมืองไทยหลายปีแล้วจากที่แกเล่าให้คนอื่นฟัง เมื่อก่อนแกอยู่ที่ไหนไม่ทราบได้ มาจากไหนก็ไม่รู้ อยู่ๆก็มาขออาศัยที่ห้องเช่าท้ายตลาดของยายประนอมเพื่อนในแก๊งของยายผมเอง ยายผมเรียกแขกคนนี้ว่าไอ้กระติ๊บ คนอื่นๆก็พากันเรียกตามยายผม
อย่างที่บอกครับบังกระติ๊บมีอาชีพขายมุ้ง แต่ไม่ได้ขายมุ้ง...... ใช่ครับแกขายมุ้งบังหน้า อาชีพหลักจริงๆของแกก็คือคนทำของ คนเล่นกลอะไรซักอย่าง ที่ชอบไปตามหมู่บ้านในต่างจังหวัดครับให้คนมาดูดวง ผมเคยเห็นตอนบังมาอยู่ใหม่ๆ เคยมาดูดวงที่บ้านยายผม ตอนบ่ายๆถ้ายายไม่ได้ไปวัดจะมีแก๊งยายๆในหมู่บ้านมาตั้งวงเคี้ยวหมากกัน เพราะบ้านยายผมปลูกพลู พวกคนแก่ก็จะหิ้วหมากมาเองแล้วมากินพลูฟรีที่บ้านยาย แก๊งยายๆชอบเข้าวัดครับ ถือศีลวันพระอะไรแบบนี้ เรื่องดูดวงพวกแกจะไม่ค่อยสนใจเท่าไรนัก เพราะหลวงตาจะห้ามอยู่บ่อยๆ
บังมาอยู่ใหม่ก็มาดูดวงให้แก๊งยายๆ ครั้งแรกก็ว่าจะดูให้ฟรี จากที่ไม่ค่อยสนใจแก๊งยายๆได้ยินว่าฟรีก็เอาซิครับ เหมือนสาวๆสมัยนี้เห็นของ SALE .... การดูดวงของบังกระติ๊บก็ไปเรื่อยครับขอวันเกิดมาทำนาย มีเล่นกลให้ยายฉีกกระดาษเป็นสามชิ้นแล้วก็รับไปร่ายมนต์ให้กระดาษติดกัน แล้วเอากระดาษมาเขียนเลขสิบตัวอย่าให้ใครเห็น แล้วบังแกจะทายโดยใช้ตาทิพย์ดูว่า ยายเขียนเลขอะไรบ้าง เป็นต้น ไปๆมาๆก็หลอกยายว่าจะให้หวยให้เลขถ้ามีค่าครูค่าวิชา พวกยายๆก็สนใจถามไปว่าเท่าไร แกก็บอกยายว่าห้าพันบาท!! เท่านั้นแหละครับยายเอาตะไกรเชี่ยนหมากตีหัวแล้วด่า โคตรแม่...มึ_ กุซื้อหวยห้าบาทเอาค่าครูห้าพัน!! ผมนั่งดูอยู่ขำจะเป็นจะตาย ตั้งแต่วันนั้นมาบังกระติ๊บก็ไม่กล้ามาบ้านยายอีก แต่จะตระเวนหลอกคนไปเรื่อยๆตามหมู่บ้านหรือต่างจังหวัดไกลๆ ไม่ดูให้คนในหมู่บ้าน...... หลังจากบังกระติ๊บมาอยู่ได้เกือบปีนึงก็ตาย!!
ไม่รู้ว่าสาเหตุอะไรแต่นอนหลับแล้วตายไปเฉยๆ ยายผมบอกว่าไหลตาย ทีนี้ก็มีปัญหาเพราะมีรู้ว่าบังเป็นคนศาสนาอะไร คิดไม่น่าจะใช่อิสลาม เพราะแกกินหมูด้วย บางทีก็ไปกระดกเหล้าตามซุ้มยาดอง ไม่มีใครรู้ประวัติแก ญาติพี่น้องแกก็ไม่รู้จัก สุดท้ายไปไหนไม่รอดก็ต้องเอามาที่วัด เผอิญว่าช่วงนั้นคนสำคัญในวัดไม่มีใครอยู่ ยายบอกว่าเจ้าอาวาสลงไปกรุงเทพไปรับสมณศักดิ์พระเปรียญ หลวงตาสีก็ไปด้วย และที่สำคัญปู่มีพระเอกของเรื่องก็ไปด้วยเพราะหลวงตาให้ไปถือเงิน การเดินทางก็คือ นั่งรถไฟไปครับ...ไม่รู้จะไปนานเท่าไร มีการเชิญลุงสัปเหร่อจากต่างอำเภอมาทำศพให้ แต่ลุงสัปเหร่อเมามาไม่ได้ เลยส่งหลานชายมาแทน..... หลานชายแกก็ดี๊ดีมาเอาบังกระติ๊บใส่โลงให้เฉยๆแล้วก็กลับ พ่อใหญ่แม่ใหญ่คนเฒ่าคนแก่ก็ไม่รู้จะจัดการยังไงเลยเอาไปเผาที่เชิงตะกอนท้ายวัด (ตอนนั้นยังไม่ได้สร้างเมรุ) บังตายเช้า เผาเย็น.....เช้ามาไปดู ปรากฏว่า ไม่ไหม้ครับเป็นตัวดำๆทั้งตัว ก็เผาใหม่ เช้าวันที่สองมาดูไม่ไหม้อีก เขาก็เลยพูดว่าบังคงเป็นคนศาสนาอื่นเผาก็เลยไม่ยอมไหม้ งั้นฝังแล้วกัน เย็นวันที่สองเลยเอาบังไปฝังไว้ป่าช้าท้ายวัดห่างจากกุฎีที่ปู่มีอยู่ไม่ไกลนัก วันที่สามหลังจากเอาบังกระติ๊บไปไว้วัดยายประนอมเจ้าของห้องเช่าก็จำเป็นต้องขนของบังแกไปทิ้งเพื่อจัดการพื้นที่ คนในหมู่บ้านก็ไปช่วยกันหลายคน ทีนี้ของที่จะขนไปทิ้งมีมุ้งอยู่เกือบ10หลังที่บังแกขาย (แต่ก็ไม่ได้ขายอ่ะนะ) สภาพยังดีอยู่จะทิ้งก็เสียดายชาวบ้านเลยไหว้บังแล้วบอกขอมุ้งไปใช้ แต่ยายผมไม่เอาแกว่ามุ้งเรายังดีอยู่ ผมน่ะอยากได้เพราะมุ้งที่ยายว่ายังดีอยู่ แกเอายางถุงแกงมามัด ผมนับได้เกือบ30จุก จ๊ะยังดีอยู่จ้าาา!! แน่นอนครับทุกคนคงจะเดาต่อไปได้.....บังแกมาทวงมุ้งของแกคืน
คืนวันที่สามที่บังตาย ทุกคนได้สมบัติของบังกระติ๊บ คือมุ้งไปครอบครองคิดว่าจะได้นอนเป็นสุข แต่เปล่าเลย รายแรกที่โดนคือลุงอี๊ดช่างตัดผม ก็มีหลายรายที่โดนแหละผมจำได้ลุงอี๊ดคนเดียว 555 ลุงอี๊ดเป็นหนุ่มโสดหนุ่มใหญ่อาศัยอยู่คนเดียว แกเล่าว่าได้มุงใหม่มาแกก็ม้วนมุ้งเก่าเตรียมจะเผาไฟทิ้งตอนเช้า แล้วกางมุ้งใหม่ทันทีไม่ต้องซักเพราะอยู่ในถุงพลาสติก ตั้งใจนอนตั้งแต่หัวค่ำกับมุ้งใหม่ ซักเที่ยงคืนตีหนึ่งได้รู้สึกว่ามีคนอยู่นอกมุ้งกระซิบเบาๆว่าเล็มหนวดให้หน่อย แกนึกว่าแกฝันไปเลยตอบไปว่า “มาตัดอะไรตอนนี้ พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่” เสียงนั้นก็พูดซ้ำอยู่หลายครั้งว่าเล็มหนวดหน่อย ตัดหน่อยหนวดยาวแล้ว จนลุงอี๊ดลำคานพูดไปว่า “งั้นเอาหนวดเข้ามาในมุ้งกุจะตัดให้” เท่านั้นแหละครับแกสะดุ้งตื่นเพราะจำได้ว่าคนที่บอกว่าเล็มหนวดให้หน่อยตัดหนวดให้หน่อยจะมีบังกระติ๊บคนเดียวที่มาใช้บริการ คนอื่นๆเอาจะโกนหนวดกันเองมาตัดแต่ผม พอแกรู้สึกตัวแกบอกว่ารูเล็กๆตามมุ้งด้านปลายเท้ามีเส้นหนวดยาวเข้ามาแทบทุกรู เข้ามาเกือบครึ่งมุ้งพยายามจะมาสะกิดตัวแก แกก็แหกปากร้องเลยครับ “กลัวแล้วๆๆๆ!! นึกถึงหลวงตาขอให้ช่วยๆ” พอนึกได้เท่านั้นหนวดก็หดกลับไปอย่างเร็ว แต่ไม่จบแค่นั้นครับ แกบอกว่าบังกระติ๊บเอาหน้ามาแนบมุ้งแล้วดันหน้าเข้ามา แต่มาแค่หัวนะครับ แล้วแลบลิ้นยาวๆเลียมุ้งไปรอบๆ ปากก็บอกว่า “มุ้งฉันๆ ถ้าไม่เอามาคืนหลวงตาก็ช่วยได้แค่คืนนี้แหละ” เช้ามาลุงอี๊ดเลยต้องเอามุ้งไปคืนที่ห้องเช่าท้ายตลาด
วันนั้นวันเสาร์ผมไปตลาดให้ยายพอดี เห็นลุงอี๊ดแกร้องไห้อยู่กลางตลาดแต่ไม่ได้สนใจนึกว่าแกเมา บ่ายๆมาลุงอี๊ดก็มาหายายที่บ้านกับแก๊งคนเฒ่าคนแก่ นึกขำแกในใจว่าเมื่อเช้าผมแกยังดกปกไหล่ทำไมบ่ายมาลุงอี๊ดตัดผมทรงแปลกๆ จนยายบอกว่าแหม่หัวโกร๋นเลยนะ แล้วแกเล่าเรื่องโดนผีหลอกให้ยายกับคนแก่ฟัง ผมถึงเข้าใจว่าลุงอี๊ดผมร่วงเพราโดนผีหลอก คืนที่สี่ที่ห้าก็มีคนโดนทำนองเดียวกันจนต้องเอามุ้งไปคืนแต่ไม่หยุดแค่นั้น มีคนบอกว่าบังกระติ๊บถึงกับมาเดินให้เห็นตัวเป็นๆเลย มาซุ้มยาดองมาขอแบบเดิมจนซุ้มยาดองต้องปิดหนี แต่ก็มีคนเจอไม่มากนัก คนเชื่อก็มีเพราะโดนกับตัวเองคนไม่เชื่อก็มีเพราะไม่เห็น ผมก็ไม่เห็นเลยเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งแต่ก็ฟังๆไปเพราะสนุกดี ........ น่าจะเล่าเยอะพอสมควรแล้วขอพักซักแปบนึง เดี๋ยวจะรีบมาเล่าต่อตอนปู่มีกลับมาจัดการนะครับ
ปู่มี 2
สวัสดีครับ ขอโทษที่ทำให้รอไม่นึกว่าจะมีคนรออ่านมากขนาดนี้ พอดีช่วงวันหยุดกลับต่างจังหวัดครับไปบ้านพ่อ ไม่ได้กลับโคราชบ้านยายที่จะเอามาเล่านะครับ อัพต่อจากกระทู้อันเดิมไม่ได้เลยต้องขอตั้งใหม่เพราะสัญญาณเน็ตที่บ้านพ่อไม่ค่อยดี ขออนุญาตเล่าต่อครับ ทุกท่านคงจะทราบเรื่องที่เล่ามาแล้วข้างต้นเกี่ยวกับปู่มีเป็นหลัก เรื่องที่จะนำมาเล่าคราวนี้ก็เป็นเรื่องจริงจากความทรงจำวัยเด็กเหมือนเดิมครับ ใครพลาดลองย้อนกลับไปอ่านกระทู้แรกดูนะครับ
คราวนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับอาบังคนหนึ่งเป็นแขกขาวครับ มีอาชีพขายมุ้ง ชื่อว่าคาลิบ ประมาณนั้นครับที่จำได้เพราะฟังสำเนียงเขาไม่ออกเวลาพูดชื่อตัวเอง แต่แกพูดไทยชัดอยู่เมืองไทยหลายปีแล้วจากที่แกเล่าให้คนอื่นฟัง เมื่อก่อนแกอยู่ที่ไหนไม่ทราบได้ มาจากไหนก็ไม่รู้ อยู่ๆก็มาขออาศัยที่ห้องเช่าท้ายตลาดของยายประนอมเพื่อนในแก๊งของยายผมเอง ยายผมเรียกแขกคนนี้ว่าไอ้กระติ๊บ คนอื่นๆก็พากันเรียกตามยายผม
อย่างที่บอกครับบังกระติ๊บมีอาชีพขายมุ้ง แต่ไม่ได้ขายมุ้ง...... ใช่ครับแกขายมุ้งบังหน้า อาชีพหลักจริงๆของแกก็คือคนทำของ คนเล่นกลอะไรซักอย่าง ที่ชอบไปตามหมู่บ้านในต่างจังหวัดครับให้คนมาดูดวง ผมเคยเห็นตอนบังมาอยู่ใหม่ๆ เคยมาดูดวงที่บ้านยายผม ตอนบ่ายๆถ้ายายไม่ได้ไปวัดจะมีแก๊งยายๆในหมู่บ้านมาตั้งวงเคี้ยวหมากกัน เพราะบ้านยายผมปลูกพลู พวกคนแก่ก็จะหิ้วหมากมาเองแล้วมากินพลูฟรีที่บ้านยาย แก๊งยายๆชอบเข้าวัดครับ ถือศีลวันพระอะไรแบบนี้ เรื่องดูดวงพวกแกจะไม่ค่อยสนใจเท่าไรนัก เพราะหลวงตาจะห้ามอยู่บ่อยๆ
บังมาอยู่ใหม่ก็มาดูดวงให้แก๊งยายๆ ครั้งแรกก็ว่าจะดูให้ฟรี จากที่ไม่ค่อยสนใจแก๊งยายๆได้ยินว่าฟรีก็เอาซิครับ เหมือนสาวๆสมัยนี้เห็นของ SALE .... การดูดวงของบังกระติ๊บก็ไปเรื่อยครับขอวันเกิดมาทำนาย มีเล่นกลให้ยายฉีกกระดาษเป็นสามชิ้นแล้วก็รับไปร่ายมนต์ให้กระดาษติดกัน แล้วเอากระดาษมาเขียนเลขสิบตัวอย่าให้ใครเห็น แล้วบังแกจะทายโดยใช้ตาทิพย์ดูว่า ยายเขียนเลขอะไรบ้าง เป็นต้น ไปๆมาๆก็หลอกยายว่าจะให้หวยให้เลขถ้ามีค่าครูค่าวิชา พวกยายๆก็สนใจถามไปว่าเท่าไร แกก็บอกยายว่าห้าพันบาท!! เท่านั้นแหละครับยายเอาตะไกรเชี่ยนหมากตีหัวแล้วด่า โคตรแม่...มึ_ กุซื้อหวยห้าบาทเอาค่าครูห้าพัน!! ผมนั่งดูอยู่ขำจะเป็นจะตาย ตั้งแต่วันนั้นมาบังกระติ๊บก็ไม่กล้ามาบ้านยายอีก แต่จะตระเวนหลอกคนไปเรื่อยๆตามหมู่บ้านหรือต่างจังหวัดไกลๆ ไม่ดูให้คนในหมู่บ้าน...... หลังจากบังกระติ๊บมาอยู่ได้เกือบปีนึงก็ตาย!!
ไม่รู้ว่าสาเหตุอะไรแต่นอนหลับแล้วตายไปเฉยๆ ยายผมบอกว่าไหลตาย ทีนี้ก็มีปัญหาเพราะมีรู้ว่าบังเป็นคนศาสนาอะไร คิดไม่น่าจะใช่อิสลาม เพราะแกกินหมูด้วย บางทีก็ไปกระดกเหล้าตามซุ้มยาดอง ไม่มีใครรู้ประวัติแก ญาติพี่น้องแกก็ไม่รู้จัก สุดท้ายไปไหนไม่รอดก็ต้องเอามาที่วัด เผอิญว่าช่วงนั้นคนสำคัญในวัดไม่มีใครอยู่ ยายบอกว่าเจ้าอาวาสลงไปกรุงเทพไปรับสมณศักดิ์พระเปรียญ หลวงตาสีก็ไปด้วย และที่สำคัญปู่มีพระเอกของเรื่องก็ไปด้วยเพราะหลวงตาให้ไปถือเงิน การเดินทางก็คือ นั่งรถไฟไปครับ...ไม่รู้จะไปนานเท่าไร มีการเชิญลุงสัปเหร่อจากต่างอำเภอมาทำศพให้ แต่ลุงสัปเหร่อเมามาไม่ได้ เลยส่งหลานชายมาแทน..... หลานชายแกก็ดี๊ดีมาเอาบังกระติ๊บใส่โลงให้เฉยๆแล้วก็กลับ พ่อใหญ่แม่ใหญ่คนเฒ่าคนแก่ก็ไม่รู้จะจัดการยังไงเลยเอาไปเผาที่เชิงตะกอนท้ายวัด (ตอนนั้นยังไม่ได้สร้างเมรุ) บังตายเช้า เผาเย็น.....เช้ามาไปดู ปรากฏว่า ไม่ไหม้ครับเป็นตัวดำๆทั้งตัว ก็เผาใหม่ เช้าวันที่สองมาดูไม่ไหม้อีก เขาก็เลยพูดว่าบังคงเป็นคนศาสนาอื่นเผาก็เลยไม่ยอมไหม้ งั้นฝังแล้วกัน เย็นวันที่สองเลยเอาบังไปฝังไว้ป่าช้าท้ายวัดห่างจากกุฎีที่ปู่มีอยู่ไม่ไกลนัก วันที่สามหลังจากเอาบังกระติ๊บไปไว้วัดยายประนอมเจ้าของห้องเช่าก็จำเป็นต้องขนของบังแกไปทิ้งเพื่อจัดการพื้นที่ คนในหมู่บ้านก็ไปช่วยกันหลายคน ทีนี้ของที่จะขนไปทิ้งมีมุ้งอยู่เกือบ10หลังที่บังแกขาย (แต่ก็ไม่ได้ขายอ่ะนะ) สภาพยังดีอยู่จะทิ้งก็เสียดายชาวบ้านเลยไหว้บังแล้วบอกขอมุ้งไปใช้ แต่ยายผมไม่เอาแกว่ามุ้งเรายังดีอยู่ ผมน่ะอยากได้เพราะมุ้งที่ยายว่ายังดีอยู่ แกเอายางถุงแกงมามัด ผมนับได้เกือบ30จุก จ๊ะยังดีอยู่จ้าาา!! แน่นอนครับทุกคนคงจะเดาต่อไปได้.....บังแกมาทวงมุ้งของแกคืน
คืนวันที่สามที่บังตาย ทุกคนได้สมบัติของบังกระติ๊บ คือมุ้งไปครอบครองคิดว่าจะได้นอนเป็นสุข แต่เปล่าเลย รายแรกที่โดนคือลุงอี๊ดช่างตัดผม ก็มีหลายรายที่โดนแหละผมจำได้ลุงอี๊ดคนเดียว 555 ลุงอี๊ดเป็นหนุ่มโสดหนุ่มใหญ่อาศัยอยู่คนเดียว แกเล่าว่าได้มุงใหม่มาแกก็ม้วนมุ้งเก่าเตรียมจะเผาไฟทิ้งตอนเช้า แล้วกางมุ้งใหม่ทันทีไม่ต้องซักเพราะอยู่ในถุงพลาสติก ตั้งใจนอนตั้งแต่หัวค่ำกับมุ้งใหม่ ซักเที่ยงคืนตีหนึ่งได้รู้สึกว่ามีคนอยู่นอกมุ้งกระซิบเบาๆว่าเล็มหนวดให้หน่อย แกนึกว่าแกฝันไปเลยตอบไปว่า “มาตัดอะไรตอนนี้ พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่” เสียงนั้นก็พูดซ้ำอยู่หลายครั้งว่าเล็มหนวดหน่อย ตัดหน่อยหนวดยาวแล้ว จนลุงอี๊ดลำคานพูดไปว่า “งั้นเอาหนวดเข้ามาในมุ้งกุจะตัดให้” เท่านั้นแหละครับแกสะดุ้งตื่นเพราะจำได้ว่าคนที่บอกว่าเล็มหนวดให้หน่อยตัดหนวดให้หน่อยจะมีบังกระติ๊บคนเดียวที่มาใช้บริการ คนอื่นๆเอาจะโกนหนวดกันเองมาตัดแต่ผม พอแกรู้สึกตัวแกบอกว่ารูเล็กๆตามมุ้งด้านปลายเท้ามีเส้นหนวดยาวเข้ามาแทบทุกรู เข้ามาเกือบครึ่งมุ้งพยายามจะมาสะกิดตัวแก แกก็แหกปากร้องเลยครับ “กลัวแล้วๆๆๆ!! นึกถึงหลวงตาขอให้ช่วยๆ” พอนึกได้เท่านั้นหนวดก็หดกลับไปอย่างเร็ว แต่ไม่จบแค่นั้นครับ แกบอกว่าบังกระติ๊บเอาหน้ามาแนบมุ้งแล้วดันหน้าเข้ามา แต่มาแค่หัวนะครับ แล้วแลบลิ้นยาวๆเลียมุ้งไปรอบๆ ปากก็บอกว่า “มุ้งฉันๆ ถ้าไม่เอามาคืนหลวงตาก็ช่วยได้แค่คืนนี้แหละ” เช้ามาลุงอี๊ดเลยต้องเอามุ้งไปคืนที่ห้องเช่าท้ายตลาด
วันนั้นวันเสาร์ผมไปตลาดให้ยายพอดี เห็นลุงอี๊ดแกร้องไห้อยู่กลางตลาดแต่ไม่ได้สนใจนึกว่าแกเมา บ่ายๆมาลุงอี๊ดก็มาหายายที่บ้านกับแก๊งคนเฒ่าคนแก่ นึกขำแกในใจว่าเมื่อเช้าผมแกยังดกปกไหล่ทำไมบ่ายมาลุงอี๊ดตัดผมทรงแปลกๆ จนยายบอกว่าแหม่หัวโกร๋นเลยนะ แล้วแกเล่าเรื่องโดนผีหลอกให้ยายกับคนแก่ฟัง ผมถึงเข้าใจว่าลุงอี๊ดผมร่วงเพราโดนผีหลอก คืนที่สี่ที่ห้าก็มีคนโดนทำนองเดียวกันจนต้องเอามุ้งไปคืนแต่ไม่หยุดแค่นั้น มีคนบอกว่าบังกระติ๊บถึงกับมาเดินให้เห็นตัวเป็นๆเลย มาซุ้มยาดองมาขอแบบเดิมจนซุ้มยาดองต้องปิดหนี แต่ก็มีคนเจอไม่มากนัก คนเชื่อก็มีเพราะโดนกับตัวเองคนไม่เชื่อก็มีเพราะไม่เห็น ผมก็ไม่เห็นเลยเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งแต่ก็ฟังๆไปเพราะสนุกดี ........ น่าจะเล่าเยอะพอสมควรแล้วขอพักซักแปบนึง เดี๋ยวจะรีบมาเล่าต่อตอนปู่มีกลับมาจัดการนะครับ