อายุ 25ปี ลาออกจากงานประจำ มาเปิดร้านข้าว ครอบครัวไม่เห็นด้วย แต่ก็ฝืนทำถือว่าอกตัญญูหรือไม่

ตอนนี้เราอายุ25ปี พึ่งลาออกจากงานประจำมาได้4เดือน อาชีพเราตอนนั้นเป็นล่ามแปลภาษาให้กับบริษัทแห่งหนึ่ง เงินเดือนอยู่ในเกณฑ์พอใช้ ที่ตัดสินใจลาออกเพราะ เบื่อกับงานที่ทำอยู่ ทำมาปีกว่าก็รุ้สึกว่าทำแล้วไม่มีความสุข มันเป็นปัญหาเดิมๆที่เจอทุกวันแต่ไม่สามารถแก้ไขได้ เราจึงตัดสินใจลาออกมาเปิดร้านขายข้าวกับแฟน

ก่อนหน้านั้นเราปรึกษากับที่บ้านก่อนตลอดว่าเราอยากทำร้านขายข้าวนะ เพราะบ้านแฟนเป็นเจ้าของที่ ไม่ต้องเสียค่าเช่าที่ ครอบครัวเราก็ไม่เห็นด้วย ด้วยความที่ครอบครัวหวังกับเราไว้มาก ส่งเราเรียนหมาลัยเอกชนแล้วก็ส่งไปเรียนต่างประเทศอีก1ปี  ครอบครัวเราก็หวังว่าถ้าเราจบมาต้องช่วยแบ่งเบาภาระให้ท่านได้บ้าง เพราะท่านก็อายุเยอะแล้ว 50กว่าทั้งคู่ซึ่งตอนที่เราจบมาเราก็รับผิดชอบในส่วนของค่าหอน้องชายของเรามาตลอด จน ณ ตอนนี้ที่เราเปิดร้านข้าว เราก็ยังรับผิดชอบส่วนนี้อยู่

2เดือนแรกร้านเราขายไม่ดีเลย อาจเป็นเพราะ อาหารไม่ถูกปากผู้บริโภคแถวนั้น เรากับแฟนจึงปรับเปลี่ยนสูตรอาหาร หลังจากนั้นไม่นานลูกค้าประจำร้านเราก็เยอะขึ้น ลูกค้าหน้าใหม่ๆก็มาเรื่อยๆ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เราได้เงินเท่ากับตอนที่เราเป็นล่ามแปลภาษา

บวกกับตอนนี้ธุรกิจของบ้านเรามีปัญหาติดขัดเรื่องต้องขึ้นศาลทำให้ต้องใช้เงินจำนวนมาก รายจ่ายจึงมีมากกว่ารายรับ ธุกิจต้องหยุดชะงักเพราะขาดแรงงานต่างด้าวทำให้ครอบครัวต้องใช้เงินจึงโทรมาขอยืมเงินเรา เราก็ไม่มีให้เพราะไม่มีจริงๆ นั่นจึงทำให้ท่านรู้ว่าร้านข้าวที่เราเปิดขายไม่ดีขนาดนั้น เขาจึงอยากให้เรากลับไปทำงานประจำ เพราะอย่างน้อยถ้าเราหยุดงาน เงินเดือนก็ยังมี แต่ร้านข้าวถ้าเราหยุด1วันก็เท่ากับรายได้มันหายไป เราเครียดมาก เพราะเราว่าร้านข้าวของเรากำลังไปได้ดี แต่เราก็สงสารครอบครัวเรามากๆ เพราะรายรับของเขาก็หายไปเช่นกัน

เราจึงอยากรู้ว่าสิ่งที่เราทำอยู่มันอกกตัญญูต่อครอบครัวหรือไม่ถ้าจะเปิดร้านข้าวต่อไป แล้วเราควรทำยังไงต่อดี เพราะถ้าให้เราทิ้งร้านข้างไปตอนนี้ แฟนเราก็ทำคนเดียวไม่ไหวแน่นนอน ..

อ้อเราลืมพูดถึงสาเหตุที่เราอยากเปิดร้านข้าวเป็นของเราเอง นั่นเป็นเพราะครอบครัวเรามีธุรกิจซึ่งเราไม่สามารถสืบทอดต่อได้แน่นอน และที่ดินอีกเพียง3-4ไร่ โดยที่ดินที่มีอยู่ตอนนี้ ครอบครัวเรากำลังตัดสินใจที่จะขายทั้งหมด เพื่อนำเงินมาใช้สอย และใช้หนี้ ซึ่งเราคัดค้านมาโดยตลอด เพราะอย่างน้อยเก็บไว้ให้ลุกหลานบ้าง เราสงสารทั้งน้องทั้งตัวเอง ที่ญาติพี่น้องคนอื่น พ่อแม่เขามีสมบัติมรดกทิ้งไว้ให้ทำกินหากไม่มีงานทำ แต่ครอบครัวเราไม่ได้คิดแบบนั้น คิดแต่ว่าท่านซื้อที่ดินมาด้วยเงินของธุรกิจที่ทำอยู่ เขาก็ต้องขายมันเพื่อไปใช้หนี้ให้ธุรกิจเขา เราเหนื่อยและท้อมากกับประโยคนี้ นี่จึงเป็นแรงบันดาลใจให้เราอยากมีอะไรเป็นของตัวเอง เพราะถ้าเรามีลูก เราก็ไม่แยากให้ลูกของเราต้องไปดิ้นรนทำงานเหมือนเราตอนนี้เหมือนกัน

เราไม่รู้ว่าสิ่งที่เราคิดอยู่ในตอนนี้มันผิดหรือเปล่า รบกวนขอความเห็นด้วยนะคะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่