สวัสดีค่ะ เราเป็นเจ้าของกระทู้นะคะ เรื่องที่จะขอนำมาปรึกษาก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นของเราเอง เราขอเล่าเลยนะคะ
ครอบครัวของเรามีด้วยกัน 3 คนค่ะคือ พ่อ แม่ ลูก ตอนที่แม่เราตั้งท้องตอนนั้นพ่อเราติดเหล้า ติดเพื่อนหนักมากๆถึงขั้นกู้เงินมากินเหล้า ไม่ได้กลับมาบ้าน ฯลฯ และไม่ได้รับผิดชอบภาระหน้าที่อะไรเลย (พ่อกับแม่เราแต่งงานกันแล้วนะคะ) จนแม่ของเราตั้งท้องเราเป็นผู้หญิงแต่ตอนนั้นพ่อเราอยากได้ลูกผู้ชายมากกว่า แม่เคยเล่าให้เราฟังว่าตอนนั้นแม่เพิ่งมาจากต่างจังหวัดเป็นครั้งแรกยังไม่รู้จักกับใครเลยและไม่ได้มีญาติหรือคนรู้จักที่ไหน เวลาคุณหมอนัดก็เดินทางนั่งรถเมล์ไปเอง ตอนนั้นข้ามถนนยังไม่เป็นก็กลัวรถชนมาก เวลาเสียใจก็จะปิดประตูร้องไห้อยู่คนเดียวเก็บตัวอยู่ในห้อง พ่อของเราไม่เคยแบ่งเงินให้ใช้เลยเพราะเอาเงินไปกินอยู่กับเพื่อนพ่อเราจะชอบกินเหล้ามาก
จนวันที่แม่เราคลอดเราพ่อก็ไม่ได้มาเยี่ยมเพราะพ่ออยากได้ลูกผู้ชายมากแต่ตอนนั้นเราดันออกมาเป็นเด็กผู้หญิง
ชีวิตเราในวัยเด็กทุกๆปีที่ปิดเทอมจะมีหลานชายที่อายุอ่อนกว่าเราประมาณ 3 ปี(เป็นลูกพี่สาวแม่มาอยู่ที่บ้านเรามาเล่นกับเราอยู่เสมอ) พ่อเราเลี้ยงเราแบบเด็กผู้ชายตีก็ตีเลยไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือว่าเรื่องใหญ่พ่อจะลงโทษเราเลยไม่เคยถามก่อน เราเคยโดนพ่อตีจนไม้หัก เคยโดนพ่อใช้รีโมททีวีฝาดที่หัวอย่างแรงจนรีโมทแตกตอนนั้นเราหูอื้อไปเลย พ่อตีเราจนคนข้างบ้านทนดูไม่ไหวเพราะสงสารเรามากและเรายังจำได้ว่าตอนนั้นฝึกอ่าน A B C ถ้าท่องตัวต่อไปไม่ได้ก็จะถูกตี แม่เราก็พูดอะไรไม่ได้เพราะไม่ค่อยลงรอยกันกับพ่อ แต่หลานชายคนนี้พ่อไม่เคยตี ไม่เคยบ่น ไม่เคยพูดหรือทำอะไรที่ทำให้น้องรู้สึกไม่ดีเลย เรามองกลับไปทำไมแววตาหรือท่าทางที่พ่อมีให้น้องทำไมถึงไม่เป็นเราบ้างน่ะที่เคยได้รับความอบอุ่นแบบนั้นบ้าง พ่อไม่ต้องกอดหนูก็ได้ แค่พูดหรือบอกหนูดีๆแบบที่พ่อบอกกับหลานชายคนนั้นบ้าง เราก็เคยอิจฉาน้องแต่เราไม่เคยคิดอะไรร้ายๆเลยแค่เราชอบแกล้งตามประสา ยิ่งแกล้งก็เลยยิ่งโดนพ่อตีหนักเข้าไปอีก55555 เล่ามาถึงตรงนี้เราก็รู้สึกขำอยู่เหมือนกัน มีครั้งนึงเราจำได้เลยว่าโดนน้องด่าเราว่าไอเห้..... ตอนนั้นเรายังเด็กและไม่รู้ว่ามันหมายถึงอะไรเพราะไม่เคยได้ยินจากที่ไหนรู้แต่ทำให้น้องโกรธเพราะแย่งขันอาบน้ำกันจึงโดนน้องด่า เราเลยว่าน้องกลับไปบ้าง พ่อก็เรียกเรามาตี อธิบายให้พ่อฟังว่าน้องว่าเราก่อนพ่อเราก็ไม่เชื่อ แล้วก็อีกหลายๆเรื่องที่มันทำให้เรารู้สึกว่าพ่อลำเอียงเราจนเราไม่อยากให้น้องมาแล้ว แต่พอจะต้องจากเราก็คิดถึงน้อง
จนตอนนี้เราก็โตขึ้นมากแล้ว และพอเรากับน้องอายุ 13-15 เราก็ไม่ได้เจอกันอีกและไม่ได้ติดต่อกันซ้ำแม่เรายังมีปัญหากับแม่ของน้องซึ่งเป็นพี่สาว ชีวิตเราก็ดำเนินมาเรื่อยๆจนมาถึงจุดๆนึงที่พ่อเรารับหลานชายคนนี้มาเป็นลูกบุญธรรรม เพราะด้วยอาชีพของพ่อเราที่เอื้อต่ออาชีพที่หลานชายคนนี้ไม่ได้ต้องการเท่าไหร่นัก (พ่อเราคิดเองเออเองและไปคุยกับแม่ของน้องเค้า แม่เราก็หวังให้เรื่องนี้เป็นกาวใจของแม่กับพี่สาว) คือพ่อของเราคิดเองเสนอเองว่าอยากได้หลานชายคนนี้มาเป็นลูกบุญธรรม ส่วนพ่อแม่ของหลานชายคนนี้แยกทางกันพ่อแท้ๆน้องเจ้าชู้มากและได้ภรรยาใหม่
พ่อของเราวางตัวคิดว่าตัวเองเป็นพ่อแท้ๆของหลานชายคนนี้มาก วันเกณฑ์ทหารที่ผ่านมาพ่อเราก็ไปนั่งรอแต่เช้าไปถึงก่อนเวลาเสียอีก ผ่านมาแล้วก็ยังคอยโทรหาอยู่ตลอด เป็นห่วงน้องมากๆและกลัวน้องจะเสียใจ พ่อฝากฝังกับคนอื่นๆว่าถ้าลูกชายเค้ามาให้ดูแลลูกคนนี้ให้ดี
หลายๆอย่างที่พ่อเราทำเรารู้สึกว่ามันตรงข้ามกับที่เค้าแสดงออกกับเรามาก ตรงข้ามกันจนเรากลัว แม่เราเองก็ยังบอกกับเราว่ามันก็มากไป
เราว่าตัวน้องคงไม่มีอะไร แต่คงจะเป็นที่ตัวพ่อของเราเอง แม่เราเคยติดต่อน้องไปน้องก็ไม่คุยด้วยสมัยแม่เราเล่นโซเชียลใหม่ๆพิมพ์ข้อความไปหาน้องบุญธรรมคนนี้น้องก็อ่านแต่ไม่ตอบ พ่อเราเป็นฝ่ายโทรหาประจำแต่น้องไม่เคยโทรกลับมาหาพ่อเราบ้างเลย มีอยู่ครั้งนึงที่พ่อเราตั้งใจโทรไปหาน้องมากแต่น้องจำเบอร์โทรพ่อเราไม่ได้แล้วถามกลับมาว่าใครอ่ะ
ประวัติน้องบุญธรรมเรา เค้ามีพี่คนโตตอนนี้มีลูกแล้วส่งลูกเรียนโรงเรียนเอกชนชื่อดังในย่านนั้น พ่อแม่ของน้องจริงๆจะเลี้ยงแบบตามใจให้เงินไว้ใช้เป็นหลักตั้งแต่เด็กๆแล้ว เคยขโมยของในร้านสะดวกซื้อ ติดเกมส์ชอบเล่นเกมส์ในคอมมากๆ เรียนจบม.3 เพราะเขาไม่อยากเรียนแล้ว ปัจจุบันน้องแยกตัวจากพี่แท้ๆไปเช่าห้องอยู่กับแฟนสาวมีปัญหามีปากเสียงกันบ้าง แต่น้องบุญธรรมเรามีงานทำงานแล้ว
สิ่งที่เรากลัวมากๆ คือเรากลัวใจของพ่อเรา กลัวใจของตัวเราเองด้วย เราไม่อยากใช้นิสัยแบบตอนเด็กๆที่เห็นพ่อตัวเองรักน้องเราก็เลยไปแกล้งน้องอีกแล้ว เราอยากใช้ความคิดแต่ไม่รู้จะคิดอย่างไรดี ตอนนี้พี่สาวแม่เราก็ดูพอใจขึ้น คุยกับแม่ของเราดีขึ้นตั้งแต่รับลูกเขามาเป็นบุตรบุญธรรม ส่วนพ่อของเราเขาชอบมากถึงมากที่สุดจนอาจจะลืมไปเลยก็ได้ค่ะว่ายังมีเรา
ในอนาคตเราเคยคิดน่ะว่าเราจะไปยกเลิกเรื่องบุตรบุญธรรม แต่ไม่รู้ว่าจะมีใครเห็นด้วยกับเราบ้างไหม
ครอบครัวฝ่ายหลานชายจริงๆแล้วมีปัญหากันกับแม่ของเราเรื่องมรดก(ที่แม่ของเราได้รับจากตา) แต่แม่ของเราไม่อยากมีปัญหากับพี่น้องจึงพยายามเข้าหา เราไม่รู้ว่าต่อไปจะเป็นยังไงเพราะเรากับน้องไม่ได้สนิทกันเหมือนตอนเด็กๆอีกแล้ว เราไม่ได้เจอกันเลยด้วยซ้ำหรือถ้าเจอก็เป็นเวลาที่น้อยมาก
จึงทำให้เรากังวลในอนาคตหลายๆอย่าง ทั้งเรื่องความสัมพันธ์ของแม่กับพี่สาวหลังเรายกเลิกบุตรบุญธรรม พ่อเราจะยอมหรือฟังเราบ้างไหม หรือถ้าไม่ยกเลิกต่อไปจะเป็นยังไง ตัวพี่สาวแท้ๆของน้องบุญธรรมเค้าก็ไม่ค่อยลงรอยกับแม่หรือตัวของเราด้วยเพราะเค้าอยู่ในกลุ่มกับพี่น้องของแม่เราที่มีปัญหาเรื่องมรดก
ตอนนี้น้องจดทะเบียนบุตรบุญธรรมมาได้ปีกว่าแล้วค่ะ ที่ผ่านมาเหมือนอยู่คนละที่ เรากับตัวน้องไม่เคยได้ติดต่อกัน มีแต่พ่อของเราที่พยายามโทรหาและพูดถึงเค้าอยู่บ่อยๆ แต่ตอนนี้มีสาเหตุให้น้องเค้าต้องมาอยู่ที่บ้านเราเข้าออกบ้านเราและต้องเจอกันทุกวัน เราเองก็ทำตัวไม่ถูก
เพราะมีครั้งนึงที่น้องเค้ามาค้างที่บ้านเราเค้าก็เล่นแต่โทรศัพท์คุยกับแฟนเขา แม่เราก็ต้องจัดอาหารไว้เพราะเค้ากินอาหารแบบร้านอาหาร แต่ที่บ้านเราจะทำกับข้าวกินเองทอดไข่ กินน้ำพริกกันแบบง่ายๆ
ขอคำแนะนำในการเป็น 'หมาหัวเน่า' เพราะครอบครัวกำลังจะมีบุตรบุญธรรม
ครอบครัวของเรามีด้วยกัน 3 คนค่ะคือ พ่อ แม่ ลูก ตอนที่แม่เราตั้งท้องตอนนั้นพ่อเราติดเหล้า ติดเพื่อนหนักมากๆถึงขั้นกู้เงินมากินเหล้า ไม่ได้กลับมาบ้าน ฯลฯ และไม่ได้รับผิดชอบภาระหน้าที่อะไรเลย (พ่อกับแม่เราแต่งงานกันแล้วนะคะ) จนแม่ของเราตั้งท้องเราเป็นผู้หญิงแต่ตอนนั้นพ่อเราอยากได้ลูกผู้ชายมากกว่า แม่เคยเล่าให้เราฟังว่าตอนนั้นแม่เพิ่งมาจากต่างจังหวัดเป็นครั้งแรกยังไม่รู้จักกับใครเลยและไม่ได้มีญาติหรือคนรู้จักที่ไหน เวลาคุณหมอนัดก็เดินทางนั่งรถเมล์ไปเอง ตอนนั้นข้ามถนนยังไม่เป็นก็กลัวรถชนมาก เวลาเสียใจก็จะปิดประตูร้องไห้อยู่คนเดียวเก็บตัวอยู่ในห้อง พ่อของเราไม่เคยแบ่งเงินให้ใช้เลยเพราะเอาเงินไปกินอยู่กับเพื่อนพ่อเราจะชอบกินเหล้ามาก
จนวันที่แม่เราคลอดเราพ่อก็ไม่ได้มาเยี่ยมเพราะพ่ออยากได้ลูกผู้ชายมากแต่ตอนนั้นเราดันออกมาเป็นเด็กผู้หญิง
ชีวิตเราในวัยเด็กทุกๆปีที่ปิดเทอมจะมีหลานชายที่อายุอ่อนกว่าเราประมาณ 3 ปี(เป็นลูกพี่สาวแม่มาอยู่ที่บ้านเรามาเล่นกับเราอยู่เสมอ) พ่อเราเลี้ยงเราแบบเด็กผู้ชายตีก็ตีเลยไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือว่าเรื่องใหญ่พ่อจะลงโทษเราเลยไม่เคยถามก่อน เราเคยโดนพ่อตีจนไม้หัก เคยโดนพ่อใช้รีโมททีวีฝาดที่หัวอย่างแรงจนรีโมทแตกตอนนั้นเราหูอื้อไปเลย พ่อตีเราจนคนข้างบ้านทนดูไม่ไหวเพราะสงสารเรามากและเรายังจำได้ว่าตอนนั้นฝึกอ่าน A B C ถ้าท่องตัวต่อไปไม่ได้ก็จะถูกตี แม่เราก็พูดอะไรไม่ได้เพราะไม่ค่อยลงรอยกันกับพ่อ แต่หลานชายคนนี้พ่อไม่เคยตี ไม่เคยบ่น ไม่เคยพูดหรือทำอะไรที่ทำให้น้องรู้สึกไม่ดีเลย เรามองกลับไปทำไมแววตาหรือท่าทางที่พ่อมีให้น้องทำไมถึงไม่เป็นเราบ้างน่ะที่เคยได้รับความอบอุ่นแบบนั้นบ้าง พ่อไม่ต้องกอดหนูก็ได้ แค่พูดหรือบอกหนูดีๆแบบที่พ่อบอกกับหลานชายคนนั้นบ้าง เราก็เคยอิจฉาน้องแต่เราไม่เคยคิดอะไรร้ายๆเลยแค่เราชอบแกล้งตามประสา ยิ่งแกล้งก็เลยยิ่งโดนพ่อตีหนักเข้าไปอีก55555 เล่ามาถึงตรงนี้เราก็รู้สึกขำอยู่เหมือนกัน มีครั้งนึงเราจำได้เลยว่าโดนน้องด่าเราว่าไอเห้..... ตอนนั้นเรายังเด็กและไม่รู้ว่ามันหมายถึงอะไรเพราะไม่เคยได้ยินจากที่ไหนรู้แต่ทำให้น้องโกรธเพราะแย่งขันอาบน้ำกันจึงโดนน้องด่า เราเลยว่าน้องกลับไปบ้าง พ่อก็เรียกเรามาตี อธิบายให้พ่อฟังว่าน้องว่าเราก่อนพ่อเราก็ไม่เชื่อ แล้วก็อีกหลายๆเรื่องที่มันทำให้เรารู้สึกว่าพ่อลำเอียงเราจนเราไม่อยากให้น้องมาแล้ว แต่พอจะต้องจากเราก็คิดถึงน้อง
จนตอนนี้เราก็โตขึ้นมากแล้ว และพอเรากับน้องอายุ 13-15 เราก็ไม่ได้เจอกันอีกและไม่ได้ติดต่อกันซ้ำแม่เรายังมีปัญหากับแม่ของน้องซึ่งเป็นพี่สาว ชีวิตเราก็ดำเนินมาเรื่อยๆจนมาถึงจุดๆนึงที่พ่อเรารับหลานชายคนนี้มาเป็นลูกบุญธรรรม เพราะด้วยอาชีพของพ่อเราที่เอื้อต่ออาชีพที่หลานชายคนนี้ไม่ได้ต้องการเท่าไหร่นัก (พ่อเราคิดเองเออเองและไปคุยกับแม่ของน้องเค้า แม่เราก็หวังให้เรื่องนี้เป็นกาวใจของแม่กับพี่สาว) คือพ่อของเราคิดเองเสนอเองว่าอยากได้หลานชายคนนี้มาเป็นลูกบุญธรรม ส่วนพ่อแม่ของหลานชายคนนี้แยกทางกันพ่อแท้ๆน้องเจ้าชู้มากและได้ภรรยาใหม่
พ่อของเราวางตัวคิดว่าตัวเองเป็นพ่อแท้ๆของหลานชายคนนี้มาก วันเกณฑ์ทหารที่ผ่านมาพ่อเราก็ไปนั่งรอแต่เช้าไปถึงก่อนเวลาเสียอีก ผ่านมาแล้วก็ยังคอยโทรหาอยู่ตลอด เป็นห่วงน้องมากๆและกลัวน้องจะเสียใจ พ่อฝากฝังกับคนอื่นๆว่าถ้าลูกชายเค้ามาให้ดูแลลูกคนนี้ให้ดี
หลายๆอย่างที่พ่อเราทำเรารู้สึกว่ามันตรงข้ามกับที่เค้าแสดงออกกับเรามาก ตรงข้ามกันจนเรากลัว แม่เราเองก็ยังบอกกับเราว่ามันก็มากไป
เราว่าตัวน้องคงไม่มีอะไร แต่คงจะเป็นที่ตัวพ่อของเราเอง แม่เราเคยติดต่อน้องไปน้องก็ไม่คุยด้วยสมัยแม่เราเล่นโซเชียลใหม่ๆพิมพ์ข้อความไปหาน้องบุญธรรมคนนี้น้องก็อ่านแต่ไม่ตอบ พ่อเราเป็นฝ่ายโทรหาประจำแต่น้องไม่เคยโทรกลับมาหาพ่อเราบ้างเลย มีอยู่ครั้งนึงที่พ่อเราตั้งใจโทรไปหาน้องมากแต่น้องจำเบอร์โทรพ่อเราไม่ได้แล้วถามกลับมาว่าใครอ่ะ
ประวัติน้องบุญธรรมเรา เค้ามีพี่คนโตตอนนี้มีลูกแล้วส่งลูกเรียนโรงเรียนเอกชนชื่อดังในย่านนั้น พ่อแม่ของน้องจริงๆจะเลี้ยงแบบตามใจให้เงินไว้ใช้เป็นหลักตั้งแต่เด็กๆแล้ว เคยขโมยของในร้านสะดวกซื้อ ติดเกมส์ชอบเล่นเกมส์ในคอมมากๆ เรียนจบม.3 เพราะเขาไม่อยากเรียนแล้ว ปัจจุบันน้องแยกตัวจากพี่แท้ๆไปเช่าห้องอยู่กับแฟนสาวมีปัญหามีปากเสียงกันบ้าง แต่น้องบุญธรรมเรามีงานทำงานแล้ว
สิ่งที่เรากลัวมากๆ คือเรากลัวใจของพ่อเรา กลัวใจของตัวเราเองด้วย เราไม่อยากใช้นิสัยแบบตอนเด็กๆที่เห็นพ่อตัวเองรักน้องเราก็เลยไปแกล้งน้องอีกแล้ว เราอยากใช้ความคิดแต่ไม่รู้จะคิดอย่างไรดี ตอนนี้พี่สาวแม่เราก็ดูพอใจขึ้น คุยกับแม่ของเราดีขึ้นตั้งแต่รับลูกเขามาเป็นบุตรบุญธรรม ส่วนพ่อของเราเขาชอบมากถึงมากที่สุดจนอาจจะลืมไปเลยก็ได้ค่ะว่ายังมีเรา
ในอนาคตเราเคยคิดน่ะว่าเราจะไปยกเลิกเรื่องบุตรบุญธรรม แต่ไม่รู้ว่าจะมีใครเห็นด้วยกับเราบ้างไหม
ครอบครัวฝ่ายหลานชายจริงๆแล้วมีปัญหากันกับแม่ของเราเรื่องมรดก(ที่แม่ของเราได้รับจากตา) แต่แม่ของเราไม่อยากมีปัญหากับพี่น้องจึงพยายามเข้าหา เราไม่รู้ว่าต่อไปจะเป็นยังไงเพราะเรากับน้องไม่ได้สนิทกันเหมือนตอนเด็กๆอีกแล้ว เราไม่ได้เจอกันเลยด้วยซ้ำหรือถ้าเจอก็เป็นเวลาที่น้อยมาก
จึงทำให้เรากังวลในอนาคตหลายๆอย่าง ทั้งเรื่องความสัมพันธ์ของแม่กับพี่สาวหลังเรายกเลิกบุตรบุญธรรม พ่อเราจะยอมหรือฟังเราบ้างไหม หรือถ้าไม่ยกเลิกต่อไปจะเป็นยังไง ตัวพี่สาวแท้ๆของน้องบุญธรรมเค้าก็ไม่ค่อยลงรอยกับแม่หรือตัวของเราด้วยเพราะเค้าอยู่ในกลุ่มกับพี่น้องของแม่เราที่มีปัญหาเรื่องมรดก
ตอนนี้น้องจดทะเบียนบุตรบุญธรรมมาได้ปีกว่าแล้วค่ะ ที่ผ่านมาเหมือนอยู่คนละที่ เรากับตัวน้องไม่เคยได้ติดต่อกัน มีแต่พ่อของเราที่พยายามโทรหาและพูดถึงเค้าอยู่บ่อยๆ แต่ตอนนี้มีสาเหตุให้น้องเค้าต้องมาอยู่ที่บ้านเราเข้าออกบ้านเราและต้องเจอกันทุกวัน เราเองก็ทำตัวไม่ถูก
เพราะมีครั้งนึงที่น้องเค้ามาค้างที่บ้านเราเค้าก็เล่นแต่โทรศัพท์คุยกับแฟนเขา แม่เราก็ต้องจัดอาหารไว้เพราะเค้ากินอาหารแบบร้านอาหาร แต่ที่บ้านเราจะทำกับข้าวกินเองทอดไข่ กินน้ำพริกกันแบบง่ายๆ