มาถึงเรื่องสั้น เรื่องสุดท้าย ส่งท้ายเดือนมีนาคมและส่งท้ายไตรมาสที่ 1 นี้
เป็นเรื่องความรัก รักและความสุข แต่เป็น ครั้งสุดท้าย....
เกริ่นนำแค่นี้ก็รู้ว่าเศร้าแน่นอน แต่เนื้อหาจะเป็นอย่างไร....
มาหาคำตอบกัน และหาตัวคนเขียนกันครับ......


กำไลเป็นหญิงสาวชาวกรุงหน้าตาน่ารัก มีฐานะทางบ้านปานกลาง ชอบแต่งตัวแต่งหน้า ติดแบรนด์ เธอมักใช้ของที่ราคาแพงนักและดูดีตามเทรนด์ อายุของเธอก็ยังไม่มาก แค่ 26 ปีเท่านั้น
“On a dark desert highway, cool wind in my hair…”
เสียงโทรศัพท์ของกำไลดังขึ้น กำไลใช้เพลงนี้เป็นเสียงเรียกเข้า เพราะช่วงนี้เป็นหน้าฝนและเพลงนี้ช่างเข้ากับอารมณ์รักของเธอซะจริง แฟนที่คบกันตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย บอกรักกับเธอเมื่อฤดูฝนห้าปีที่แล้วขณะที่เธอกำลัง ฟังเพลง Hotel California อยู่พอดี
นั่นคือจุดเริ่มต้น แล้วต่อจากนั้นทุกอย่างก็ดำเนินไปอย่างราบรื่น ราวกับเขาและเธอต่างรู้จักกันมาก่อน จากบทสนทนาในค่ำคืนนั้น นำไปสู่การสื่อสารทางโทรศัพท์ในวันต่อๆ ไป และการนัดหมายกันในมื้ออาหาร นั่งชมภาพยนตร์ด้วยกัน ฟังเพลงกับเต้นรำคู่กันทั้งจังหวะสนุกสนานและท่วงทำนองที่อ่อนหวาน รวมไปถึงการนั่งในรถยนต์ของเขาท่องไปบนท้องถนนที่เกือบจะว่างวายในยามดึก
แต่ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป...
“กำไล??? เธอไม่เปลี่ยนใจแน่นะ???” เสียงปลายสายถามย้ำอย่างเป็นห่วง
“ไม่เปลี่ยนใจหรอกก้อย ขอบใจนะที่เป็นห่วง”
“ระวังตัวบ้างก็ดี อย่าใช้เกินขนาด ได้ผลยังไงบอกให้ก้อยรู้บ้างนะจ๊ะ”
กำไลรับคำแล้วหันไปมองช่อดอกไม้ช่องาม ดอกไม้ชนิดนี้ต้องนำเข้าจากต่างประเทศเท่านั้น ปลูกไม่ได้ จึงต้องเก็บจากในป่าลึก ใช้คนเก็บประมาณสามสิบถึงห้าสิบคนเพื่อให้ได้จำนวนตามต้องการ แล้วรีบส่งมาเมืองไทยภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง เพื่อป้องกันดอกไม้ช้ำและร่วง จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องถอนเอารากมาด้วย
ดอกไม้มักจะคู่กับความรัก ถึงแม้ความรักไม่ใช่เรื่องของนิยามหรือทฤษฏี มันไม่ใช่เรื่องของความน่าจะเป็น และก็ไม่ใช่เรื่องของความพยายาม ดังนั้น ไม่ว่าจะใช้ทฤษฏีใด ใช้การคาดเดาแบบไหน และใช้ความพยายามเพียงใด ก็ไม่อาจจะทำให้เกิดและได้มาซึ่งความรักได้ ความรักเป็นเรื่องแปลกและพิเศษ มันเป็นสิ่งที่ถ้ายิ่งค้นหาไขว่คว้าก็ยิ่งไม่เจอ ยิ่งพยายามก็ยิ่งไม่ประสบผลสำเร็จ แต่กลับกันที่มันรังแต่จะยิ่งทำให้เหนื่อย เจ็บปวด และอ่อนล้ามากขึ้นเท่านั้น
แต่ความรักยังเป็นอะไรมากกว่านี้....ได้หรือไม่???
กำไลคิดว่าบางทีอาจไม่มีคำตอบ แต่มีจุดอวสานของความรักได้อย่างแน่นอน เธอถือดอกไม้ช่องาม แต่งหน้าฉูดฉาดเพิ่มความเข้มสวยให้ใบหน้าก่อนเรียกแท็กซี่มุ่งตรงไปยังจุดหมายปลายทาง
โรงพยาบาลแห่งนี้มีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนาน เป็นสถานที่ซึ่งก้าวข้ามผ่านกาลเวลามาหลายชั่วอายุคน เจ็บไข้ได้ป่วย เวียนว่ายตายเกิด หลายสิ่งหลายอย่าง หลากหลายเรื่องราวเกิดขึ้นที่นี่ ชีวิตใหม่หลายชีวิตถือกำเนิดขึ้น ในขณะเดียวกันที่ชีวิตจำนวนไม่ต่างกันซึ่งเดินทางเข้ามาสามารถกลับออกไปได้เพียงดวงวิญญาณ
กำไลเข้าใจถึงสภาพของโรงพยาบาล เพราะเธอเคยมาบ่อยๆ เพียงแต่ ครั้งนี้ อาจเป็นการมาครั้งสุดท้ายก็เป็นได้
วีระ แฟนหนุ่มเข้ามานอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลได้สองสัปดาห์แล้ว ด้วยอาการป่วยหนักเป็นอัมพาตทั้งตัว เธอหันไปยิ้มพยักหน้าให้กับนางพยาบาลเป็นเชิงบอกขอเวลาส่วนตัว นางพยาบาลเข้าใจโดยไม่ยาก และไม่ซักถามอะไร บางทีคนไข้และผู้มาเยี่ยมก็ต้องมีเรื่องส่วนตัวพูดคุยกัน
“วีคะ กำไลรู้ว่าวีได้ยินนะคะ” หญิงสาวนั่งกุมมือชายคนรัก เอ่ยอย่างช้าๆ ราวกับจะให้ทุกพยางค์คำพูดซึมซับเข้าไปในจิตใจของคนไร้สภาพการเคลื่อนไหว เปลือกตาชายหนุ่มกะพริบรับรู้ นั่นเป็นเพียงการเคลื่อนไหวภายนอกอย่างเดียวที่ยังพอทำได้บ้าง
“”ห้าปีที่เรารักกัน มันอาจไม่นาน แต่มีความหมาย กำไลคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องจบความรักของเราเสียที ไม่มีใครผิดหรอก วีก็ไม่ผิดที่ขับรถออกจากบ้านไปด้วยความโมโหฉุนเฉียวจนเกิดอุบัติเหตุวันนั้น กำไลก็ไม่ผิดหรอกค่ะ กับการเผลอรีดเสื้อสูทตัวเก่งของคุณไหม้ไปแถบหนึ่ง วีเองก็รู้ว่ากำไลไม่ตั้งใจ คุณเองก็ไม่ได้ตั้งใจโมโห ทุกคนต่างมีเหตุผลของตัวเองทั้งนั้น บางทีเรื่องมันนิดเดียว แต่ก็ขยายใหญ่เป็นเรื่องร้ายแรง แต่นั่นไม่สำคัญหรอกค่ะ”
หญิงสาวซบใบหน้าลงกับท่อนแขนของคนรัก น้ำตาไหล เมื่อนึกถึงเรื่องผ่านมาเริ่มต้นและจุดจบความรักเป็นอย่างไร วีระเคยบอกว่า “กำไล มันไม่สำคัญหรอก ว่าจุดหมายปลายทางของเราจะเป็นอะไร หรือเป็นอย่างไร ในเมื่อเรื่องราวดี ๆ ของเรานั้นเกิดขึ้นจากเรื่องราวระหว่างทาง”
เรื่องราวระหว่างเส้นทางรักต่างหาก สำคัญมากกว่าจุดเริ่มต้นและจุดจบ
กำไลยังคงพูดต่อไปราวตกอยู่ในห้วงภวังค์
“และตอนนั้นสิ่งที่เรียกว่าความรักก็จะเริ่มทำหน้าที่ของมันเอง เราถึงรักกันไงคะ มันไม่ใช่เรื่องของการเดินทางเพื่อตามหารักแท้ ไม่ใช่เรื่องของความพยายามที่จะไขว่คว้าเพื่อให้ได้มาซึ่งความรัก แต่มันจะมาถึงเองเมื่อทุกอย่างประจวบเหมาะ เมื่อมันเป็นอย่างที่มันควรจะเป็น มันเป็นแบบนั้น เพียงแต่ว่าคุณคงจำยัยก้อยได้ไหมคะ???”
เปลือกตาคนไข้กะพริบเป็นการตอบรับ หญิงสาวฝืนยิ้มแล้วพูดต่อไป
“เธอได้ค้นพบตัวยาชนิดใหม่ เรียกว่า ยาแห่งความสุข คนที่กินไปแล้วจะหลั่งสารแห่งความสุขออกมามากเกินปกติ แต่ถ้าทานมากและตายไปในที่สุด ตายอย่างไม่ทรมาน
เราทานยานี้ด้วยกันนะคะ ไม่...คุณไม่ต้องกังวลใจ กำไลบอกก้อยว่าจะทานยาเพียงเม็ดเดียวเท่านั้น แต่กำไลแอบจิ๊กมาตั้งยี่สิบเม็ด
เราเกิดคนละวันก็จริงแต่ขอให้ได้ตายในวันเดียวกันนะคะ และดอกไม้พวกนี้ถูกอบร่ำด้วยน้ำหอมชนิดพิเศษที่ทำให้เกิดอาการเคลิ้มฝัน มันจะออกฤทธิ์ในไม่ช้านี้แล้วค่ะ กับเราทั้งสอง”
เปลือกตาคนไข้กะพริบถี่ยิบ แต่แล้วก็ค่อยช้าลง ช้าลง จนกลายเป็นกะพริบอย่างช้าๆ ครั้งเดียว เป็นการยอมรับ
ชีวิตนั้น ช่างเปราะบางและพร้อมจะแตกสลายไปได้อย่างง่ายดาย เวลาที่ใช้ทะนุถนอมฟูมฟักคนๆ หนึ่งจนเติบใหญ่นั้นยาวนาน แต่เวลาที่ใช้ทำลายชีวิตนั้นกลับแสนสั้นจนบางครั้งก็เป็นเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น แต่บางครั้งการตายอย่างงดงามและมีความหมายก็เป็นเรื่องสำคัญสำหรับบางคน
“กำไลเองถึงอยู่ต่อไปก็คงอีกไม่นาน โรคร้ายมันคุกตามกำไลมากขึ้นทุกที แอบได้ยินหมอพูดว่ากำไลน่าจะอยู่ได้อีกเพียงครึ่งปี แต่มันจะมีความหมายอะไรล่ะคะ”
จากนั้นหญิงสาวพยายามป้อนยาป้อนน้ำให้กับชายคนรัก โดยแบ่งยากันคนละสิบเม็ด แบ่งปันความสุขและความตายอันละเมียดให้แก่กัน ไม่มีคำว่าเสียใจอยู่ในประกายตาของคนทั้งสอง นอกจากประกายแห่งความรักความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
ไม่ได้เกิดวันเดียวกันแต่ขอให้ตายวันเวลาเดียวกัน เคียงคู่กันตลอดไป...ถ้าโลกหน้ามีจริง
นางพยาบาลมองอย่างแปลกใจ เมื่อเห็นบุรุษในชุดคนไข้เดินเคียงคู่ไปกับหญิงสาวคนหนึ่ง เขากุมมือเธอไว้มั่นขณะก้าวเดินเคียงกัน เขาก้มมองเมื่อเธอเอนศีรษะแนบไหล่ คล้ายจะเอ่ยบางอย่างแต่แล้วก็เปลี่ยนใจ ก่อนที่จะถึงลานกว้างบริเวณลานจอดรถ เขาปล่อยมือเธอแล้วค่อยๆ เคลื่อนแขนไปโอบเอวเอาไว้แทน ไล้ปลายนิ้วไปตามรอยโค้งของสรีระนั้นอย่างเจตนา ไม่มีถ้อยคำใด นอกจากรอยยิ้มที่มาจากทั้งริมฝีปากและนัยน์ตาของทั้งเธอและเขา ...ก่อนจะพากันหายลับไปกับสายลม
รายชื่อให้เลือกตอบครับ
1. B-thirteen
2. Christian Trevelyan Grey
3. GTW
4. kasareev
5. KTHc
6. ladylongleg
7. Lady Star 919
8. Luckard
9. Na(นะ)
10. peiNing
11. psycho_factory
12. Susisiri
13. Tantava
14. TOSHARE
15. turtle_cheesecake
16. WANG JIE
17. เกสรผกา
18. คีตมินทร์
19. จอมยุทธนักสืบ
20. ชายขอบคันนายาว
21. นลินมณี
22. น้องลิงน้อย
23. ยัยตัวร้ายมุกอันดา
24. รัชต์สารินท์
25. สวนดอก
26. อิสิ
***
รายชื่อ อาจมีการเปลี่ยนแปลง เพิ่มเติม หรือเอาออก ตลอดเวลา ^^
*** จะเฉลยถุงมือนี้ใน วันที่ 31 มีนาคม 2561 ***
สโลแกนของเราคือ "อยากเขียน อยากแต่ง ตอนไหนก็ได้ ไม่มีคำว่า หมดเขตเมื่อไร"
จัดไป ในแต่ละสัปดาห์ และสรุปผลคะแนนทุกครั้งที่เฉลย
ผู้ชนะที่ 1 และ/หรือ ผู้ที่ไม่มีใครทายถูก จะได้สิทธิ์ร่วมรายการ THE GLOVES FINAL 2018 ตอนปลายปีครับผม
💖💖 ❄️ THE WEEKLY GLOVES ปลายวีคที่ 13 เรื่องสั้น#25 "ความสุขครั้งสุดท้าย" โดย ถุงมือ "ยำใหญ่ใส่ถุงมือสารพัด" ❄️ 💖💖
มาถึงเรื่องสั้น เรื่องสุดท้าย ส่งท้ายเดือนมีนาคมและส่งท้ายไตรมาสที่ 1 นี้
เป็นเรื่องความรัก รักและความสุข แต่เป็น ครั้งสุดท้าย....
เกริ่นนำแค่นี้ก็รู้ว่าเศร้าแน่นอน แต่เนื้อหาจะเป็นอย่างไร....
มาหาคำตอบกัน และหาตัวคนเขียนกันครับ......
กำไลเป็นหญิงสาวชาวกรุงหน้าตาน่ารัก มีฐานะทางบ้านปานกลาง ชอบแต่งตัวแต่งหน้า ติดแบรนด์ เธอมักใช้ของที่ราคาแพงนักและดูดีตามเทรนด์ อายุของเธอก็ยังไม่มาก แค่ 26 ปีเท่านั้น
“On a dark desert highway, cool wind in my hair…”
เสียงโทรศัพท์ของกำไลดังขึ้น กำไลใช้เพลงนี้เป็นเสียงเรียกเข้า เพราะช่วงนี้เป็นหน้าฝนและเพลงนี้ช่างเข้ากับอารมณ์รักของเธอซะจริง แฟนที่คบกันตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย บอกรักกับเธอเมื่อฤดูฝนห้าปีที่แล้วขณะที่เธอกำลัง ฟังเพลง Hotel California อยู่พอดี
นั่นคือจุดเริ่มต้น แล้วต่อจากนั้นทุกอย่างก็ดำเนินไปอย่างราบรื่น ราวกับเขาและเธอต่างรู้จักกันมาก่อน จากบทสนทนาในค่ำคืนนั้น นำไปสู่การสื่อสารทางโทรศัพท์ในวันต่อๆ ไป และการนัดหมายกันในมื้ออาหาร นั่งชมภาพยนตร์ด้วยกัน ฟังเพลงกับเต้นรำคู่กันทั้งจังหวะสนุกสนานและท่วงทำนองที่อ่อนหวาน รวมไปถึงการนั่งในรถยนต์ของเขาท่องไปบนท้องถนนที่เกือบจะว่างวายในยามดึก
แต่ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป...
“กำไล??? เธอไม่เปลี่ยนใจแน่นะ???” เสียงปลายสายถามย้ำอย่างเป็นห่วง
“ไม่เปลี่ยนใจหรอกก้อย ขอบใจนะที่เป็นห่วง”
“ระวังตัวบ้างก็ดี อย่าใช้เกินขนาด ได้ผลยังไงบอกให้ก้อยรู้บ้างนะจ๊ะ”
กำไลรับคำแล้วหันไปมองช่อดอกไม้ช่องาม ดอกไม้ชนิดนี้ต้องนำเข้าจากต่างประเทศเท่านั้น ปลูกไม่ได้ จึงต้องเก็บจากในป่าลึก ใช้คนเก็บประมาณสามสิบถึงห้าสิบคนเพื่อให้ได้จำนวนตามต้องการ แล้วรีบส่งมาเมืองไทยภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง เพื่อป้องกันดอกไม้ช้ำและร่วง จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องถอนเอารากมาด้วย
ดอกไม้มักจะคู่กับความรัก ถึงแม้ความรักไม่ใช่เรื่องของนิยามหรือทฤษฏี มันไม่ใช่เรื่องของความน่าจะเป็น และก็ไม่ใช่เรื่องของความพยายาม ดังนั้น ไม่ว่าจะใช้ทฤษฏีใด ใช้การคาดเดาแบบไหน และใช้ความพยายามเพียงใด ก็ไม่อาจจะทำให้เกิดและได้มาซึ่งความรักได้ ความรักเป็นเรื่องแปลกและพิเศษ มันเป็นสิ่งที่ถ้ายิ่งค้นหาไขว่คว้าก็ยิ่งไม่เจอ ยิ่งพยายามก็ยิ่งไม่ประสบผลสำเร็จ แต่กลับกันที่มันรังแต่จะยิ่งทำให้เหนื่อย เจ็บปวด และอ่อนล้ามากขึ้นเท่านั้น
แต่ความรักยังเป็นอะไรมากกว่านี้....ได้หรือไม่???
กำไลคิดว่าบางทีอาจไม่มีคำตอบ แต่มีจุดอวสานของความรักได้อย่างแน่นอน เธอถือดอกไม้ช่องาม แต่งหน้าฉูดฉาดเพิ่มความเข้มสวยให้ใบหน้าก่อนเรียกแท็กซี่มุ่งตรงไปยังจุดหมายปลายทาง
โรงพยาบาลแห่งนี้มีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนาน เป็นสถานที่ซึ่งก้าวข้ามผ่านกาลเวลามาหลายชั่วอายุคน เจ็บไข้ได้ป่วย เวียนว่ายตายเกิด หลายสิ่งหลายอย่าง หลากหลายเรื่องราวเกิดขึ้นที่นี่ ชีวิตใหม่หลายชีวิตถือกำเนิดขึ้น ในขณะเดียวกันที่ชีวิตจำนวนไม่ต่างกันซึ่งเดินทางเข้ามาสามารถกลับออกไปได้เพียงดวงวิญญาณ
กำไลเข้าใจถึงสภาพของโรงพยาบาล เพราะเธอเคยมาบ่อยๆ เพียงแต่ ครั้งนี้ อาจเป็นการมาครั้งสุดท้ายก็เป็นได้
วีระ แฟนหนุ่มเข้ามานอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลได้สองสัปดาห์แล้ว ด้วยอาการป่วยหนักเป็นอัมพาตทั้งตัว เธอหันไปยิ้มพยักหน้าให้กับนางพยาบาลเป็นเชิงบอกขอเวลาส่วนตัว นางพยาบาลเข้าใจโดยไม่ยาก และไม่ซักถามอะไร บางทีคนไข้และผู้มาเยี่ยมก็ต้องมีเรื่องส่วนตัวพูดคุยกัน
“วีคะ กำไลรู้ว่าวีได้ยินนะคะ” หญิงสาวนั่งกุมมือชายคนรัก เอ่ยอย่างช้าๆ ราวกับจะให้ทุกพยางค์คำพูดซึมซับเข้าไปในจิตใจของคนไร้สภาพการเคลื่อนไหว เปลือกตาชายหนุ่มกะพริบรับรู้ นั่นเป็นเพียงการเคลื่อนไหวภายนอกอย่างเดียวที่ยังพอทำได้บ้าง
“”ห้าปีที่เรารักกัน มันอาจไม่นาน แต่มีความหมาย กำไลคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องจบความรักของเราเสียที ไม่มีใครผิดหรอก วีก็ไม่ผิดที่ขับรถออกจากบ้านไปด้วยความโมโหฉุนเฉียวจนเกิดอุบัติเหตุวันนั้น กำไลก็ไม่ผิดหรอกค่ะ กับการเผลอรีดเสื้อสูทตัวเก่งของคุณไหม้ไปแถบหนึ่ง วีเองก็รู้ว่ากำไลไม่ตั้งใจ คุณเองก็ไม่ได้ตั้งใจโมโห ทุกคนต่างมีเหตุผลของตัวเองทั้งนั้น บางทีเรื่องมันนิดเดียว แต่ก็ขยายใหญ่เป็นเรื่องร้ายแรง แต่นั่นไม่สำคัญหรอกค่ะ”
หญิงสาวซบใบหน้าลงกับท่อนแขนของคนรัก น้ำตาไหล เมื่อนึกถึงเรื่องผ่านมาเริ่มต้นและจุดจบความรักเป็นอย่างไร วีระเคยบอกว่า “กำไล มันไม่สำคัญหรอก ว่าจุดหมายปลายทางของเราจะเป็นอะไร หรือเป็นอย่างไร ในเมื่อเรื่องราวดี ๆ ของเรานั้นเกิดขึ้นจากเรื่องราวระหว่างทาง”
เรื่องราวระหว่างเส้นทางรักต่างหาก สำคัญมากกว่าจุดเริ่มต้นและจุดจบ
กำไลยังคงพูดต่อไปราวตกอยู่ในห้วงภวังค์
“และตอนนั้นสิ่งที่เรียกว่าความรักก็จะเริ่มทำหน้าที่ของมันเอง เราถึงรักกันไงคะ มันไม่ใช่เรื่องของการเดินทางเพื่อตามหารักแท้ ไม่ใช่เรื่องของความพยายามที่จะไขว่คว้าเพื่อให้ได้มาซึ่งความรัก แต่มันจะมาถึงเองเมื่อทุกอย่างประจวบเหมาะ เมื่อมันเป็นอย่างที่มันควรจะเป็น มันเป็นแบบนั้น เพียงแต่ว่าคุณคงจำยัยก้อยได้ไหมคะ???”
เปลือกตาคนไข้กะพริบเป็นการตอบรับ หญิงสาวฝืนยิ้มแล้วพูดต่อไป
“เธอได้ค้นพบตัวยาชนิดใหม่ เรียกว่า ยาแห่งความสุข คนที่กินไปแล้วจะหลั่งสารแห่งความสุขออกมามากเกินปกติ แต่ถ้าทานมากและตายไปในที่สุด ตายอย่างไม่ทรมาน เราทานยานี้ด้วยกันนะคะ ไม่...คุณไม่ต้องกังวลใจ กำไลบอกก้อยว่าจะทานยาเพียงเม็ดเดียวเท่านั้น แต่กำไลแอบจิ๊กมาตั้งยี่สิบเม็ด เราเกิดคนละวันก็จริงแต่ขอให้ได้ตายในวันเดียวกันนะคะ และดอกไม้พวกนี้ถูกอบร่ำด้วยน้ำหอมชนิดพิเศษที่ทำให้เกิดอาการเคลิ้มฝัน มันจะออกฤทธิ์ในไม่ช้านี้แล้วค่ะ กับเราทั้งสอง”
เปลือกตาคนไข้กะพริบถี่ยิบ แต่แล้วก็ค่อยช้าลง ช้าลง จนกลายเป็นกะพริบอย่างช้าๆ ครั้งเดียว เป็นการยอมรับ
ชีวิตนั้น ช่างเปราะบางและพร้อมจะแตกสลายไปได้อย่างง่ายดาย เวลาที่ใช้ทะนุถนอมฟูมฟักคนๆ หนึ่งจนเติบใหญ่นั้นยาวนาน แต่เวลาที่ใช้ทำลายชีวิตนั้นกลับแสนสั้นจนบางครั้งก็เป็นเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น แต่บางครั้งการตายอย่างงดงามและมีความหมายก็เป็นเรื่องสำคัญสำหรับบางคน
“กำไลเองถึงอยู่ต่อไปก็คงอีกไม่นาน โรคร้ายมันคุกตามกำไลมากขึ้นทุกที แอบได้ยินหมอพูดว่ากำไลน่าจะอยู่ได้อีกเพียงครึ่งปี แต่มันจะมีความหมายอะไรล่ะคะ”
จากนั้นหญิงสาวพยายามป้อนยาป้อนน้ำให้กับชายคนรัก โดยแบ่งยากันคนละสิบเม็ด แบ่งปันความสุขและความตายอันละเมียดให้แก่กัน ไม่มีคำว่าเสียใจอยู่ในประกายตาของคนทั้งสอง นอกจากประกายแห่งความรักความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ไม่ได้เกิดวันเดียวกันแต่ขอให้ตายวันเวลาเดียวกัน เคียงคู่กันตลอดไป...ถ้าโลกหน้ามีจริง
นางพยาบาลมองอย่างแปลกใจ เมื่อเห็นบุรุษในชุดคนไข้เดินเคียงคู่ไปกับหญิงสาวคนหนึ่ง เขากุมมือเธอไว้มั่นขณะก้าวเดินเคียงกัน เขาก้มมองเมื่อเธอเอนศีรษะแนบไหล่ คล้ายจะเอ่ยบางอย่างแต่แล้วก็เปลี่ยนใจ ก่อนที่จะถึงลานกว้างบริเวณลานจอดรถ เขาปล่อยมือเธอแล้วค่อยๆ เคลื่อนแขนไปโอบเอวเอาไว้แทน ไล้ปลายนิ้วไปตามรอยโค้งของสรีระนั้นอย่างเจตนา ไม่มีถ้อยคำใด นอกจากรอยยิ้มที่มาจากทั้งริมฝีปากและนัยน์ตาของทั้งเธอและเขา ...ก่อนจะพากันหายลับไปกับสายลม
ถุงมือ ยำใหญ่ใส่ถุงมือสารพัด
รายชื่อให้เลือกตอบครับ
1. B-thirteen
2. Christian Trevelyan Grey
3. GTW
4. kasareev
5. KTHc
6. ladylongleg
7. Lady Star 919
8. Luckard
9. Na(นะ)
10. peiNing
11. psycho_factory
12. Susisiri
13. Tantava
14. TOSHARE
15. turtle_cheesecake
16. WANG JIE
17. เกสรผกา
18. คีตมินทร์
19. จอมยุทธนักสืบ
20. ชายขอบคันนายาว
21. นลินมณี
22. น้องลิงน้อย
23. ยัยตัวร้ายมุกอันดา
24. รัชต์สารินท์
25. สวนดอก
26. อิสิ
*** รายชื่อ อาจมีการเปลี่ยนแปลง เพิ่มเติม หรือเอาออก ตลอดเวลา ^^
*** จะเฉลยถุงมือนี้ใน วันที่ 31 มีนาคม 2561 ***
สโลแกนของเราคือ "อยากเขียน อยากแต่ง ตอนไหนก็ได้ ไม่มีคำว่า หมดเขตเมื่อไร"
จัดไป ในแต่ละสัปดาห์ และสรุปผลคะแนนทุกครั้งที่เฉลย
ผู้ชนะที่ 1 และ/หรือ ผู้ที่ไม่มีใครทายถูก จะได้สิทธิ์ร่วมรายการ THE GLOVES FINAL 2018 ตอนปลายปีครับผม