สองหนุ่มพาสาวสวยตะลุยทาคายาม่า-ชิราคาวาโก-เกียวโต

ทริปนี้เป็นทริปที่ตั้งใจจะไปก่อนจะไปเที่ยวแถบโตเกียว, คาวากูจิโกะเมื่อ 2 ปีก่อนเสียอีกแต่ด้วยเหตุผลหลายประการจึงต้องพับทริป ปีนีเลยตั้งใจที่จะต้องไม่พลาดเลยผุดทริปนี้เมื่อ ต.ค.ปีที่แล้ว เพื่อพาแม่กับน้องไปเที่ยว
ดังนั้นจึงหาสายการบินที่จะไปช่วงปลายก.พ.-มี.ค.เพราะมีวันหยุดด้วยสุดท้ายมาลงตัวที่สายการบิน Vietnam Airlines ที่เป็นสายการบินบริการ full service ราคาไม่แรงและได้ช่วงเวลาที่ต้องการพอดีคือบิน 19.30 น. ถึงสนามบินคันไซ 07.00 น.  ก็เดินทางเที่ยวต่อได้เลย ขากลับบิน 10.30 น. ถึงไทย 18.30 น.ไม่มืดมากต่อรถกลับบ้านสะดวก (เสียเวลาต่อไฟลต์เวียดนามทั้งขาไป-กลับประมาณ 3 ชม.)
ส่วนที่พักไหนๆ เที่ยวเมืองเก่าก็จะต้องหาที่พักแนวเรียวกังซะหน่อย ก็ได้ที่พักน่ารักๆ ที่มีลุง,ป้าเป็นเจ้าของดูแลเอง บริการดีมากก ส่วนที่พักในย่านคันไซไม่เน้นไรมากแค่ให้ใกล้สถานีรถไฟและสถานที่ท่องราตรีพอ ก็เลยเลือกพักโฮสเทลย่านนัมบะ
ส่วนการเดินทางโซนนี้ผมโชคดีเจอ voucher ใช้เป็นส่วนลด jr pass (Takayama-Hokuriku Area Tourist Pass) พอดีเลยไม่รอช้าที่จะจองซื้อจากราคาทั่วไป 4,100 บาท แต่ตัวแทนนี้ขายที่ 3,822 บาท และใช้ส่วนลดเหลือ 3,422 บาท

ส่วนการเดินทางไปเที่ยวเมืองชิราคาวาโก จุดหมายหลักของทริปนี้ สามารถจองได้ที่เวบ https://www.nouhibus.co.jp/english/ หรือผู้ที่ถือ jr pass นี้จะต้องโทรไปจองที่เบอร์ +81 577 32 1688 เท่านั้น ใช้เวลาโทรไม่เกิน 5 นาทีก็ได้รหัส booking ที่จะไปยื่นแลกตั๋วที่โน่นอีกที
จากนั้นก็ร่างแปลนเพื่อคำนวณการเดินทางแต่ละที่ จากนั้นรอตั้งหน้าตั้งตารอวันเดินทางและดูพยากรณ์อากาศเผื่อรับมือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน รอ ร้อ รอ
Day1
Check in @สนามบินสุวรรณภูมิ

ขึ้นเครื่องสักพักก็มีชุดอาหารมาเสริฟ แอร์ยิ้มแย้มดีไม่หน้านิ่งเหมือนที่เคยเห็นรีวิวมา

ใช้เวลา 1.30 ชม.ก็ถึงสนามบินโฮจิมินห์เพื่อรอเปลี่ยนไฟลต์ตอน 24.30 น. ใช้เวลานี้เดินเล่นไป เล่นเนตไป (มีไวไฟฟรี) แป้บเดียวก็เรียกขึ้นเครื่อง
นั่งเครื่องได้สักพักก็โดนปลุกให้กินอีกแล้ว ลืมบอกไป เครื่องที่บินจากเวียดนามเป็นเครื่องใหญ่ที่มีอุปกรณ์ความบันเทิงให้เราเลือกใช้ แต่สำหรับผมคือไม่ไหวแล้ว ขอกินแล้วงีบดีกว่า

Day 2
7 โมงเช้าก็ถึงสนามบินคันไซ จัดแจงรับกระเป๋าแล้วมุ่งหน้าไปออฟฟิศของ JR เพื่อเอา JR exchange order ที่เราจองซื้อไว้ไปแลกเป็นบัตรเบ่ง (บัตรที่เราสามารถยื่นให้เจ้าหน้าที่เพื่อผ่านช่องพิเศษได้โดยไม่ต้องต่อคิวให้เสียเวลา)
และแล้วเรื่องตื่นเต้นก็ประเดิมวันแรกเลย "รถไฟขบวนที่จะไปสถานีคานาซาวาไม่ให้บริการเนื่องจากมีลมแรง" คือลมแรงจนรถไฟวิ่งไม่ได้เลยหรอ?? และจนท.แนะนำให้ไปลงสถานีเกียวโตแล้วนั่งชินกันเซ็นไปลงนาโกย่าเพื่อต่อไปทาคายาม่าเมืองที่เราจะพักกันคืนแรก เอาไงดีล่ะ ก็ต้องยอมควักเป๋าคนละ 5,070 เยนโดยปริยาย T^T
เสร็จธุระจากสนามบินเรียบร้อย ตามแผนเราจะต้องนั่งขบวน Thunder bird เพื่อลงสถานีโอซาก้าแวะซื้อชุดกันหนาวเพิ่มที่ยูนิโคล่ (ราคาต่อชุดถูกกว่าไทยหลายร้อยอยู่) แต่ขึ้นผิดขบวนครับ 555 ไปขึ้น Rapid ช้าไปอีกเกือบชม.
หลังจากโอ้เอ้ช้อปชุดกันหนาว โน่นนี่นั่นก็นั่งรถไฟไปสถานีเกียวโตเพื่อนั่งชินกันเซ็นลงนาโกย่า
เรามาถึงนาโกย่าก็เกือบเย็นแล้วและฝนก็ตกประปราย แต่เหมือนดวงจะให้เดินทางเส้นนี้ ขอบอกว่าตลอดเส้นทางจากนาโกย่าถึงทาคายาม่าสวยมากที่เรานั่งขบวน Hida Wide View Express ไป
เราใช้เวลาเดินทางจากนาโกย่า 2 ชม.เศษถึงทาคายาม่าประมาณทุ่มกว่าๆ แล้วใช้ google maps นำทางไปที่พัก ผมเจอประสบการณ์ google maps หลอกให้เดินทางอ้อมโลกบ่อยๆ ก็ไม่ยักเข็ด คราวนี้มันหลอกอีกแล้วเดินขดเป็นงูเลื้อยและก็ถึงที่พักแบบหอบนิดๆ ลืมหนาวไปเลยเพี้ยนเพลีย หลังจากเช็คอินเรียบร้อยก็รอไรล่ะ โดดบ่อออนเซ็นของที่พักแช่ให้หายเพลียเพื่อเดินทางไปชิราคาโกพรุ่งนี้เช้าสิ

Day 3
ตื่น 6 โมงเช้าแบบงัวเงียเพราะยังชินเวลาไทยที่จะอยู่ที่ตี 4 เพื่อให้ทันเที่ยวรถบัสเที่ยว 8.20 น.ที่จองไว้ ครอบครัวผมโอ้เอ้อีกแล้วกว่าจะออกจากที่พักก็ 7 โมงกว่า วิ่งสิครับ ไปถึงสถานี Nohi Bus ประมาณ 8.15 น. จนท.รีบพามาเค้าเตอร์เพื่อเก็บค่าตั๋ว ผมเลยบอกจอง booking ไว้แล้วต้องรีบยื่นแลกตั๋วไป-กลับแล้ววิ่งขึ้นรถเลย...หอบครั้งที่ 2
เรานั่งรถชมวิวข้างทางไปเรื่อยๆ สักพักเริ่มเห็นหิมะขาวๆ หนาขึ้นเรื่อย แม่ผมตื่นเต้นมาก ชี้ให้ดูโน่นนี่ตลอดทาง

เรานั่งรถ 50 นาทีก็ถึงหมู่บ้านในฝัน...หมู่บ้านมรดกโลก ชิราคาวาโก
แม่กับน้องสนุกกันใหญ่
กับไอศครีมนมชาเขียวท้าหนาว
เดินเล่นเก็บภาพไปเรื่อยๆ เพราะผมมีเวลาเที่ยวตั้งแต่ 9.10 - 13.20 น.
มุมมหาชนที่เราจ่าย 200 เยนต่อเที่ยวให้บริการรถรับส่งขึ้นจุดชมวิว จริงๆแล้วตั้งใจเดินขึ้นแต่เขากั้นทางเพราะหิมะหนาและลื่น

เสพความสวยตะลึงจนมองนาฬิกาข้อมือ เย้ย! อีก 20 นาทีรถออกเลยบอกแม่กับน้องให้รีบกลับ ถึงรถแบบเฉียดฉิวอีกละ หอบบบครั้งที่ 3เต่าเอือม
หมู่บ้านนี้สำหรับผม 4 ชม.ครึ่งยังไม่พอเลยแหะ
เมื่อกลับมาถึงทาคายาม่าบ่ายสองกว่าๆ ก็ไม่รอช้าเดินชมเมืองเก่า ข้อดีว่าที่พักผมใกล้เมืองเก่ามากใช้เวลาเดิน 5 นาทีก็ถึง
ด้วยว่าที่นี่สาเกเลื่องชื่อ พวกเราก็เดินหาร้านสาเกเพื่อลองชิมสักหน่อย และก็เห็นร้านนึงมีถังหมักเยอะแยะ กลางร้านมีถังต้มน้ำร้อนๆ แล้วผู้คนล้อมเพื่อชิมฟรี น้องก็ไม่รอช้าเข้าไปลองชิมแล้วทำหน้างงๆ บ่นว่ารสชาติทะยิ้มๆ เหมือนน้ำอะไรคุ้นๆ...ซุปมิโสะครับ เราเข้าชิมผิดร้าน 5555หัวเราะ
เดินเล่นสักพักตามสะพานนากาบาชิ, เจดีย์วัดฮิดะ โคคุบุนจิพอเหนื่อยก็กลับเตรียมกินมื้อค่ำ ที่นี่มีเนื้อฮิดะชื่อดังเกรดไม่แพี้เนื้อวากิว เนื้อโกเบเลยแถมราคาถูกกว่าเมืองไทยมากที่สายเนื้อไม่ควรพลาด แต่ผมไม่กินเนื้อก็ต้องศีลขาดสักครั้งเพื่อลิ้มรสเนื้อที่นี่
เซตเนื้อฮิดะกับสาเกร้อน
ฉ่ำใจกับมื้อเย็นเรียบร้อยก็กลับที่พักล้างตัวแช่ออนเซ็นพักผ่อนเพื่อเดินทางต่อวันรุ่งขึ้น
ราตรีสวัสดิ์ครับ
ตอนเช้าก่อนกลับผมตื่นมาเดินเล่นเพื่อเก็บภาพตอนที่ยังไม่มีผู้คนพลุกพล่านเก็บไว้เสียหน่อย
คาปูร้อนน่ารักๆ ที่ตลาดเช้า

Day 4
เราตื่นเวลาเดิมเพื่อเช็คเอาท์เดินทางไปโอซาก้าด้วยรถ Hida Wide View Express ขบวนเดิมเพื่อลงโทยาม่า
ตลอดวิวในเส้นทางที่คุณนายดูจะชอบมากๆ ถึงขนาดโทรวิดีโออวดเพื่อนๆเขา
เมื่อเราลงสถานีโทยาม่าเราก็ต่อชินกันเซ็นเพื่อลงสถานีคานาซาว่า (วันนี้ลมไม่แรงแล้ว นั่งรถไฟได้ปกติ)
เมื่อถึงสถานีคานาซาว่าเราก็นั่งขบวน Thunder Bird 2 ชม.ครึ่งเพื่อลงสถานีโอซาก้า แล้วต่อไปสถานีใต้ดินอูเมดะ (เราใช้พาสไม่ได้ต้องจ่ายค่าตั๋วเพิ่ม) เพื่อนั่งไปลงสถานีนัมบะเข้าที่พัก
หลังจากเข้าห้องพักแล้วก็ไม่รอที่จะท่องราตรีย่านชินไซบาชิชื่อดังเพื่อของอร่อยๆ เข้าท้องเสียหน่อย

Day 5
เราตื่นแต่ตี 5 เพื่อจะออกเที่ยวเกียวโต โดยจุดหมายแรกคือป่าไผ่อะราชิยาม่า ที่ต้องไปแต่เช้าเพื่อหลบหนีคลื่นมหาชนครับ
การเดินทางในเกียวโตผมใช้ตั๋ว Kyoto one-day pass ราคา 500 เยน สามารถนั่งรถเมล์ในเกียวโตได้ไม่จำกัดเที่ยว
เส้นทางที่ผมจะเดินทางเที่ยวเกียวโต 1 วัน (ขออนุญาตเอารูปผังเดินทางจากเครดิตสมาชิกพันทิบมาประกอบข้อมูลครับ) เอาไปศึกษาดูนะครับ
ป่าไผ่อะราชิยาม่า
วัดน้ำใส ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงบูรณะใหญ่คาดว่าประมาณ 2 ปีน่าจะเสร็จให้เข้าชมได้ปกติ
วัดทอง
ศาลเจ้าฟุชิมิอินาริ
และแล้วเราก็เข้าชมป่าไผ่ท่ามกลางฝูงมหาชนจนได้เพราะเดินหลงทิศกันครับ 555
รูปที่ได้คือรอจังหวะที่น้อยคนจริงๆ
สถานีต่อๆไป
ศาลเจ้าฟุชิมิอินาริตอนกลางคืน
มืดมากแ้ลวเราก็กลับโอซาก้าเพื่อจะท่องราตรีย่านดงทงบุริตามแผนแต่ด้วยความเพลียเดินทางทั้งวันต้องพับแผนหาไรกินย่านเดิมแล้วกลับที่พักเพื่อจัดกระเป๋าเดินทางกลับ

Day 6
ตื่นตี 5 เพื่อให้ทันเที่ยวบิน 10.30 น.และซื้อของฝาก จากสถานีนัมบะต่อสถานีอูเมดะแล้วนั่ง Osaka Loop Line เข้าสนามบิน
ช่วงที่ต่อรถไฟแบบงัวเงียๆ "เราขึ้นผิดขบวน!!" ให้ทุกคนตาสว่างกันครับอมยิ้ม16
หวังว่ากระทู้นี้พอให้ประโยชน์การเดินทางได้บ้างนะครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่