จิตใจป่วยค่ะ
เริ่มจะหนักมาก
มีงานค้างอยู่ต้องเคลียร์ให้เสร็จ
แต่สภาพแบบนี้.... ทำให้ลุล่วงด้วยตัวคนเดียวไม่ได้
ต้องขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น
อย่างน้อย... ก็อยู่เป็นเพื่อน
ทำให้สดชื่น
หรือพาทำนู่นนี่นั่น
บางคนไม่มา
บางคนไม่ว่าง
บางคนว่างแต่ไม่มา
บางคนรับปากช่วย แต่แล้วก็เปลี่ยนใจด้วยเหตุจำเป็นทางครอบครัว
ตั้งแต่อดีตมา
มักพยายามทำเพื่อคนอื่นเสมอ
แต่พอวันนี้ที่เราจำเป็นต้องมีใครซักคนจริงๆ
..... ทำไมจึงไม่มีใคร
หรือแค่ความเข้าใจ... ยังไม่มี
เราว่ามันเป็นอีกเรื่องที่ทำให้เราเจ็บปวด
เวลาที่เราทำอะไรให้ใครหรือเพื่อใคร
เราไม่ได้หวังว่าจะต้องได้รับสิ่งตอบแทนกลับมา
แต่เราก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึก
เมื่อเวลาที่เราต้องการความช่วยเหลือ
แต่กลับถูกคนเหล่านั้นปฏิเสธ
งงๆ
ไม่รู้จะเขียนอะไร
555+++
ใครมีคำแนะนำอะไรบ้างไหมคะ
ขอคำแนะนำในทางธรรมค่ะ
คิดอย่างไร
หรือพิจารณาอย่างไรดี
ไม่เอาคำแนะนำที่ให้นั่งสมาธิดูลมหายใจนะคะ (ไม่ใช่ทางค่ะ)
อ่อ. ลืมเล่าเหตุ (งงๆ หน่อยนะคะ สติสตังไม่ค่อยสมประกอบ (555))
คงเริ่มจากความผิดหวัง/เจ็บปวด จากคนที่รัก/วางใจ/ศรัทธา มั้งคะ
แล้วก็เจอสิ่งเร้า มากระตุ้นเป็นระยะๆ ... จากคนเหล่านั้น
กับบางคน
เราก็บอกนะ ว่าเราป่วย
และเราก็บอกด้วยว่าอะไรที่จะทำให้เราแย่
แต่ทำไมเขายังทำ
ในความรู้สึกของคนทั่วไป
โลกนี้ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าผลประโยชน์ของตนหรือคะ
ภาพเราในความรู้สึกของบางคน
.... คงเป็นคนไม่ดีมากๆ
เมื่อก่อนเราคงเป็นคนไม่ดีมากๆ เลยเนอะ
เราเข้าใจว่ามันเป็นวิบาก
แต่แค่นั้นมันไม่เพียงพอที่จะใช้ปรับความรู้สึกเวลาที่จิตใจเราป่วยหนัก
ช่วยหากุศโลบายมาช่วยเราหน่อยนะคะ
ปอลิง (ทำไมต้องปอลิง ไม่ ปล.คะ (เขียนตามคนอื่นค่ะ))
ขอความกรุณาอย่าเขียนร่ายยาวติดต่อกันนะคะ เพราะตอนนี้ไม่มีความสามารถในการอ่านทำความเข้าใจค่ะ
ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ
...ไม่มี...
--------------------------------------------------------------
แก้ไขเพิ่มเติมค่ะ
เรื่องงานทางโลก เราคิดว่าเรารู้ค่ะ
แต่เพราะว่าเรากำลังป่วย เราจึงทำไม่ได้
และเราไม่ได้ขอคำแนะนำเรื่องการทำงานค่ะ เราขอคำแนะนำทางธรรมเพื่อปรับจิตใจ
ที่เรายังมีช่วงที่ปกติบ้าง ค่อนข้างปกติบ้าง
ที่เรายังไม่หลุดจากโลกของความเป็นจริง เพราะเรายังพอมีสติอยู่บ้าง
อาศัยการรู้ซึ่งอาการ ณ ขณะนั้น ว่ากำลังเป็นอะไร และพิจารณาได้ว่าเป็นโทษ มิเกิดประโยชน์
แต่เราไม่ชำนาญเรื่องการดำรงสติ (ค่อนข้างสะเปะสะป่ะ เพราะไม่ได้ฝึกเป็นเรื่องเป็นราว)
บางครั้งการจะรู้ปัจจุบันขณะได้ ต้องอาศัยความพยายาม
ซึ่งหากจิตใจถูกสิ่งใดกระทบอย่างหนัก ก็อาจมีสติไม่เพียงพอจะยั้งคิดหรือรั้งสติไม่ให้เตลิดได้
จึงต้องการแนวคิด/วิธีพิจารณาเพิ่มเติม
ในทางธรรม
ใช่ว่าเราไม่เปิดรับความคิดเห็นผู้อื่นนะคะ
แต่เรื่องของความไม่เชื่อว่าป่วย/ไม่เข้าใจสภาวะผู้ป่วย เป็นหนึ่งในเหตุการณ์หลายๆ ครั้งที่ทำให้เราอาการหนักค่ะ
เข้าใจว่าท่านปรารถนาดี แต่เกรงว่ามันจะเป็นการกระตุ้นซะมากกว่า
ขอความกรุณาด้วยนะคะ
ขอคำแนะนำในการทำใจให้เป็นปกติในสภาวะที่ไม่ปกติ
เริ่มจะหนักมาก
มีงานค้างอยู่ต้องเคลียร์ให้เสร็จ
แต่สภาพแบบนี้.... ทำให้ลุล่วงด้วยตัวคนเดียวไม่ได้
ต้องขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น
อย่างน้อย... ก็อยู่เป็นเพื่อน
ทำให้สดชื่น
หรือพาทำนู่นนี่นั่น
บางคนไม่มา
บางคนไม่ว่าง
บางคนว่างแต่ไม่มา
บางคนรับปากช่วย แต่แล้วก็เปลี่ยนใจด้วยเหตุจำเป็นทางครอบครัว
ตั้งแต่อดีตมา
มักพยายามทำเพื่อคนอื่นเสมอ
แต่พอวันนี้ที่เราจำเป็นต้องมีใครซักคนจริงๆ
..... ทำไมจึงไม่มีใคร
หรือแค่ความเข้าใจ... ยังไม่มี
เราว่ามันเป็นอีกเรื่องที่ทำให้เราเจ็บปวด
เวลาที่เราทำอะไรให้ใครหรือเพื่อใคร
เราไม่ได้หวังว่าจะต้องได้รับสิ่งตอบแทนกลับมา
แต่เราก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึก
เมื่อเวลาที่เราต้องการความช่วยเหลือ
แต่กลับถูกคนเหล่านั้นปฏิเสธ
งงๆ
ไม่รู้จะเขียนอะไร
555+++
ใครมีคำแนะนำอะไรบ้างไหมคะ
ขอคำแนะนำในทางธรรมค่ะ
คิดอย่างไร
หรือพิจารณาอย่างไรดี
ไม่เอาคำแนะนำที่ให้นั่งสมาธิดูลมหายใจนะคะ (ไม่ใช่ทางค่ะ)
อ่อ. ลืมเล่าเหตุ (งงๆ หน่อยนะคะ สติสตังไม่ค่อยสมประกอบ (555))
คงเริ่มจากความผิดหวัง/เจ็บปวด จากคนที่รัก/วางใจ/ศรัทธา มั้งคะ
แล้วก็เจอสิ่งเร้า มากระตุ้นเป็นระยะๆ ... จากคนเหล่านั้น
กับบางคน
เราก็บอกนะ ว่าเราป่วย
และเราก็บอกด้วยว่าอะไรที่จะทำให้เราแย่
แต่ทำไมเขายังทำ
ในความรู้สึกของคนทั่วไป
โลกนี้ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าผลประโยชน์ของตนหรือคะ
ภาพเราในความรู้สึกของบางคน
.... คงเป็นคนไม่ดีมากๆ
เมื่อก่อนเราคงเป็นคนไม่ดีมากๆ เลยเนอะ
เราเข้าใจว่ามันเป็นวิบาก
แต่แค่นั้นมันไม่เพียงพอที่จะใช้ปรับความรู้สึกเวลาที่จิตใจเราป่วยหนัก
ช่วยหากุศโลบายมาช่วยเราหน่อยนะคะ
ปอลิง (ทำไมต้องปอลิง ไม่ ปล.คะ (เขียนตามคนอื่นค่ะ))
ขอความกรุณาอย่าเขียนร่ายยาวติดต่อกันนะคะ เพราะตอนนี้ไม่มีความสามารถในการอ่านทำความเข้าใจค่ะ
ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ
...ไม่มี...
--------------------------------------------------------------
แก้ไขเพิ่มเติมค่ะ
เรื่องงานทางโลก เราคิดว่าเรารู้ค่ะ
แต่เพราะว่าเรากำลังป่วย เราจึงทำไม่ได้
และเราไม่ได้ขอคำแนะนำเรื่องการทำงานค่ะ เราขอคำแนะนำทางธรรมเพื่อปรับจิตใจ
ที่เรายังมีช่วงที่ปกติบ้าง ค่อนข้างปกติบ้าง
ที่เรายังไม่หลุดจากโลกของความเป็นจริง เพราะเรายังพอมีสติอยู่บ้าง
อาศัยการรู้ซึ่งอาการ ณ ขณะนั้น ว่ากำลังเป็นอะไร และพิจารณาได้ว่าเป็นโทษ มิเกิดประโยชน์
แต่เราไม่ชำนาญเรื่องการดำรงสติ (ค่อนข้างสะเปะสะป่ะ เพราะไม่ได้ฝึกเป็นเรื่องเป็นราว)
บางครั้งการจะรู้ปัจจุบันขณะได้ ต้องอาศัยความพยายาม
ซึ่งหากจิตใจถูกสิ่งใดกระทบอย่างหนัก ก็อาจมีสติไม่เพียงพอจะยั้งคิดหรือรั้งสติไม่ให้เตลิดได้
จึงต้องการแนวคิด/วิธีพิจารณาเพิ่มเติม
ในทางธรรม
ใช่ว่าเราไม่เปิดรับความคิดเห็นผู้อื่นนะคะ
แต่เรื่องของความไม่เชื่อว่าป่วย/ไม่เข้าใจสภาวะผู้ป่วย เป็นหนึ่งในเหตุการณ์หลายๆ ครั้งที่ทำให้เราอาการหนักค่ะ
เข้าใจว่าท่านปรารถนาดี แต่เกรงว่ามันจะเป็นการกระตุ้นซะมากกว่า
ขอความกรุณาด้วยนะคะ