ย้ายกลับมาอยู่เมืองไทย สามีเยอรมันนอกใจไปติดสาวบาร์ ทำไงดีคะ?

ดิฉันและสามีแต่งงานกันมา 20 ปีอาศัยอยู่ที่เยอรมันมาตลอด และตลอด 20 ปี เรากลับมาเที่ยวเมืองไทยเสมอทุกปี วางแผนกันไว้ว่าถ้าเขาได้บำนาญเราจะย้ายกลับมาอยู่เมืองไทยกัน เพราะดิฉันอยากจะกลับมาดูแลพ่อแม่ซึ่งอายุมากแล้ว ซึ่งสามีก็เข้าใจและเห็นด้วย
ตลอดเวลาของชีวิตคู่ 20 ปี ดิฉันร่วมสุขร่วมทุกข์กับสามีมาตลอด ทุกคนชาวเยอรมันชมว่าเราเป็นคู่ที่น่ารักมาก สามีไม่ได้มีเงินเดือนมาก แถมตอนแต่งงานเขาก็มีหนี้สินค้างมาก่อนแล้ว

ดิฉันช่วยเขาประหยัดทุกทาง เพราะเขาเองก็เชื่อใจดิฉันให้ใช้ชื่อร่วมในบัญชีเดียวกัน เเละบริหารการใช้เงิน จนหมดหนี้สิน ซึ่งใช้เวลา 10 กว่าปี สามีเป็นคนมือเติบค่ะ ใช้เงินเหมือนโยนทิ้งน้ำ ดิฉันต้องสอนให้เขาประหยัด ได้มั้งไม่ได้มั้ง..แต่ก็ยังดีที่ถือว่าเขาได้รู้จักคำว่า "ประหยัด"
ที่เยอรมันมีอยู่ช่วงหนึ่ง (3 ปีก่อนย้ายกลับเมืองไทย) สามีป่วย บางครั้งต้องเข้าโรงพยาบาลเป็น สัปดาห์ เป็นเดือน อีกเมืองหนึ่ง ดิฉันไม่ทำใบขับขี่เพราะสามีไม่ได้มีเงืนเดือนมากมาย ไม่อยากเพิ่มภาระเขา

ช่วงเขาป่วยต้องเข้า รพ. ดิฉันยินดียอมขึ้นรถไฟและเดินเท้าต่ออีก 2-3 กม. วันไหนอากาศดีก็โชคดีไป วันไหนอากาศไม่ดี ก็เดินฝ่าฝน ฝ่าหิมะ ไปหาทุกวัน เผื่อไปหาเขา ไปกินกาแฟกัน เพราะเขาขอร้อง เขาเหงา

ในปีของการแต่งงานเข้าปีที่ 15 เราลองไปเที่ยวพัทยากันช่วงที่กลับเมืองไทย เพราะดิฉันเห็นว่ามีร้านอาหารเยอรมันเยอะ เผื่อวันหน้าย้ายมาอยู่ สามีเหงาหรืออยากทานอาหารเยอรมันจะได้มาพักผ่อนเป็นระยะ
เท่านั้นล่ะค่ะ ปีนั้นสามีใจแตก ออกเที่ยวบาร์ ไปนวดทุกวัน ดิฉันบอก "ดิฉันเชื่อใจคุณนะ"
ดิฉันไม่เคยตามหรือซักไซร้ เพราะ..
1. ถือว่าเราให้เกียรติกัน
2. ถ้าคนมันจะเสีย ก็ให้รู้กันซะตอนนี้ วัดใจกันไปเลย

ผลเหรอค่ะ..ก็ได้เห็นสมใจค่ะ
เขาขอโทษและบอกจะไม่ทำอีก ดิฉันยกโทษให้เพราะรักและถือว่าคนเราผิดพลาดกันได้ แต่ขอแค่ครั้งเดียวนะคะ

ตอนนี้เราย้ายกลับมาอยู่เมืองไทยได้เกือบ 3 ปี
ด้วยเงินเกษียณที่เขาได้ พอมาอยู่เมืองไทย ก็พอทำให้เราอยู่ได้ค่ะ ประมาณ 70,000 บาท เพราะเราศัยอยู่กับพ่อแม่ของดิฉันค่ะ พ่อรู้ว่าลูกสาวจะกลับมา ห้องหับก็เตรียมไว้ให้ แอร์สั่งติดตัวใหม่กลัวลูกเขยจะร้อน รถพ่อดิฉันก็ซื้อให้ เรียกได้ว่าเขาไม่ต้องออกอะไรเลย
อาจจะมีบ้างที่เราต้องซื้อเพิ่ม เช่นเครื่องทำน้ำร้อน ปั้มน้ำ แทงค์น้ำ เพราะเขาติดอาบน้ำร้อน เราอยู่ชั้น 2 จริงๆห้องน้ำชั้นล่างก็มีเครื่องทำน้ำร้อน แต่เขาไม่ลงมาค่ะ

เกริ่นมายาว ขอเข้าเรื่องเลยนะคะ...
เกือบ 3 ปีที่ย้ายมาอยู่เมืองไทย เราก็เที่ยวไปหลายจังหวัด แต่ที่สามีขอไปบ่อยคือพัทยาและก็ขอไปนวดทุกวัน ดิฉันก็ไม่ว่าไง เพราะก่อนเราย้ายมาเมืองไทย
เราเคยนั่งคุยกัน ว่าสิ่งที่เราต้องการในอนาคต คือการอยู่อย่างสงบและจูงมือกันเดินไปด้วยกันจนแก่เฒ่า

ภาระที่ต้องจ่ายในบ้านคือ ขอให้ดิฉันให้เงินพ่อแม่เดือนละ 10,000 เขาก็โอเค
พ่อแม่ขอดิฉันพอมีเงินเก็บอยู่มั้งไม่ได้ขัดสนมาก เพราะท่านเองก็อยู่อย่างสมถะ
ค่าน้ำค่าไฟ ค่าน้ำนี่ไม่เท่าไหร่ แต่ค่าไฟเยอะมาก เพราะเขาเปิดแอร์ตลอดเกือบทั้งวัน เดือนหนึ่งประมาณ 4000 เขาก็บอกไม่เป็นไรนิ ก็เราจ่าย

พ่อดิฉันมีที่ดินที่ตั้งใจจะยกให้เราปลูกบ้านอยู่ 1 ไร่ แต่ดิฉันบอกขอดูพฤติกรรมสามีก่อน เพราะดิฉันมีอะไรที่มันสะดุด ไม่เชื่อใจเขาเท่าไร เพราะเมืองไทยปัจจัยมันเยอะ

เมื่อต้นปีนี้เขาขอไปเยี่ยมเพื่อนที่พัทยา 4 อาทิตย์ ดิฉันบอกช่วงนี้ไม่ว่าง เขาบอกไม่เป็นไรเขาไปได้ (มีกลุ่มคนเยอรมันที่ย้ายมาอยู่เมืองไทย เขาก็มีกลุ่มของเขาค่ะ คุยกันในเฟส)
เราใช้โน๊ตบุ๊ตเครื่องเดียวกัน แต่ปกติจะใช้บราเซอร์คนละตัว เขาใช้ chrome / ดิฉันใช้ mozilla firefox วันนั้นไม่รู้อะไรยังไง มือไปคลิ๊กโดน chrome ได้เรื่องสิค่ะ เฟสบุ๊คเขาล็อคค้างไว้ มันเด้งข้อความคุยกับสาวพัทยาเป็น 10 ดิฉันได้แต่มองตาปริบๆ ช๊อกกกกก...มากก!!!!
นั่งอ่าน นั่งดูเขาคุยกัน..
นี่เหรอสามีที่ดิฉัน(ตาถั่ว) เลือกแต่งงานด้วยวันนั้น และเขาเหยียบย่ำบนหัวใจและความเชื่อใจของดิฉันตลอดมา

ปล. ลืมบอกไปค่ะ ตอนอยู่เยอรมันดิฉันทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์อยู่ 2 ปี หนุ่มทั้งทิ้งสายตา ทิ้งเบอร์ ทิ้งนามบัตร ดิฉันไม่เคยคิดจะสนใจแม้แต่น้อย

ต่อนะคะ...มีบางคนที่ดูจะพิเศษหน่อย ดิฉันไม่โวยวายอะไร รอเขากลับค่อยคุยกัน
เขากลับมา เขาไม่รับค่ะ แต่เขาบอกว่า "ถ้าไม่เชื่อใจเขาๆก็จะย้ายออกไปอยู่ที่อื่น เราแยกกันอยู่สักพัก"
ดิฉันงี้อึ้งเลยค่ะ...ในใจพูดว่า "นี่นางแยกซีนฉานนนนนน!!!! คำนี้ชั้นควรจะเป็นคนพูด"

อีกวันต่อมา ดิฉันช่วยเขาหาบ้าน จะแถวไหนล่ะคะ ก็หนองปรือ ข้ามถนนสุขุมไปก็พัทยาล่ะ ดิฉันส่งรูปบ้านให้ดู "น่าอยู่ และไม่แพง สบายใจแล้วเราค่อยกลับมาคุยกันใหม่"
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่