ทำไมไม่ทำกฏให้การเลี้ยงสัตว์มันยากๆ เพื่อลดปัญหาหมาจรจัด และแก้ไขปัญหาคนไร้ความรับผิดชอบ????

ตัดสินใจอยู่นานว่าจะเขียนเรื่องนี้ดีไหม
เพราะไม่อยากจะโดนด่าจากคนขาดสติ
แต่สุดท้ายก็ลงมือเขียน เขียนทิ้งไว้ตั้งแต่วันอา.ที่แล้ว
แต่ก็ยังไม่กล้าจะโพสต์ลงพันทิปอยู่ดี


เข้าเรื่องเลยแล้วกันค่ะ
ออกตัวก่อนนะคะ ว่าเราเองไม่มีความรู้ด้านกฎหมายอะไรนัก
เราเลยสงสัยว่า “ ทำไมบ้านเราไม่ทำกฎหมายการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงภายในบ้าน “  
(ตรงนี้ไม่ทราบว่า กฎหมายบ้านเรามีไหม)



เรามีปัญหากับข้างบ้านมาตั้งแต่เด็กๆ เรื่องที่เขาเลี้ยงหมาและแมวจำนวนมาก
เสียงหมาและแมวรบกวนเรา อึใส่บ้านเรา คนเก็บคือเรา
หนักสุดคือ ปีนไปอึบนกระด้งที่เราตากปลานิลแดดเดียวไว้บนหลังคา
จำได้ว่าตัวเองโมโหมาก แต่ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ทิ้งปลานิลแดดเดียวที่ตั้งใจทำไปเพลทิ้ง
เราประสบปัญหากับเพื่อนบ้านที่รักหมาหรือแมวของพวกเขาจนเกินไป รักแบบไม่ลืมหูลืมตา
รักแบบปกป้องทุกอย่าง โดยไม่เกรงใจสัตว์ร่วมโลกอย่างเราเลย




ทำไมถึงไม่ทำกฎหมายอนุญาตเลี้ยงสัตว์ให้ยากๆหละคะ?

1.ผู้ที่ต้องการเลี้ยงสัตว์ ต้องเลี้ยงในพื้นที่บ้านที่เหมาะสม
มีสัดส่วนเฉพาะแก่สัตว์เลี้ยง
2.เพื่อนบ้าน ต้องอนุญาตให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงทำการเลี้ยงสัตว์
โดยมีหนังสือรับรองเป็นลายลักษณ์อักษร
3.ผู้เลี้ยงต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีกำลังจ่ายดูแลค่าอาหาร ค่าพยาบาลของสัตว์เลี้ยง และต้องดูแลสัตว์จนถึงวาระสุดท้ายของสัตว์
4.หากสัตว์เลี้ยงมีลูก หรือ ผู้เลี้ยงไม่ต้องการเลี้ยงแล้ว ต้องหาผู้เลี้ยงสัตว์ที่มีความพร้อมในการเลี้ยงสัตว์
**หากไม่มีผู้รับต่อ ต้องดูแลสัตว์เลี้ยงจนถึงวาระสุดท้าย**
5.ต้องรับผิดชอบเก็บกวาดมูลสัตว์ เพื่อสุขภาพอนามัยของตัวเองและสังคม
7.หากทอดทิ้งสัตว์เลี้ยง ... ( ควรจะแค่ปรับ บำเพ็ญประโยชน์ หรือจำคุกดีคะ )
8.หากไม่อยู่บ้าน ต้องนำสัตว์เลี้ยงไปฝากเลี้ยงในสถานบริการเลี้ยงสัตว์
9.หากสัตว์เลี้ยงของคุณรบกวนเพื่อนบ้าน เพื่อนบ้านมีสิทธิเรียกร้องทรัพย์ และสามารถยื่นคำขอไม่อนุญาตเลี้ยงสัตว์ของคุณได้



ที่คิดออกก็พอมีเท่านี้ค่ะ
นอกจากนี้ยังคิดว่า น่าจะให้ขึ้นทะเบียนเพื่อเลี้ยงสัตว์ภายในบ้าน
ต้องแนบเอกสารที่เพื่อนบ้านยินยอมให้เลี้ยง รายละเอียดประวัติผู้เลี้ยงและสัตว์
อาจจะเสริมเรื่อง คุณสมบัติของผู้เลี้ยงไปด้วย เช่น ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงไหม มีเงินไหม
มีเวลาให้อาหารไหม มีเวลาพาไปอาบน้ำเดินเล่นไหม เป็นต้น



เราว่าหากแก้ปัญหาตรงนี้ อาจจะพอลดปัญหาสัตว์จรจัดได้บ้างนะคะ
เราเห็นข่าวป้าไม่มีเงินแต่ใจบุญเหลือเกิน ไปเก็บหมาจรจัดมาเลี้ยง
หมาป่วยไม่มีเงินรักษา หมาไม่มีข้าวกิน ตัวเองไปกู้เงินเพื่อมารับผิดชอบหมาที่เจ้าของเราไร้ความรับผิดชอบ
เห็นแล้วเราไม่นึกสงสารเลยนะ นี่ต้องขอพูดตรงๆค่ะ
เรารู้สึกว่า เห้ย คนเรามันต้องดูสิ ว่าตัวเองพร้อมไหม ตัวเองมีศักยภาพพอจะดูแลชีวิตอีกชีวิตหนึ่งได้ไหม  
มันน่าโมโหมากกว่าน่าสงสาร และที่หนักไปกว่านั้น ข้างบ้านได้รับผิดกระทบมาก
จากการไม่ทำความสะอาดโรงเลี้ยงสัตว์ กลิ่นเอย เสียงรบกวนเอย สุขภาพร่างกายก็ดิ่งลง สุขภาพจิตก็เสียอีก



เราเองเคยเลี้ยงสัตว์นะคะ มีนก 1 ตัว หมา 1 ตัว
นกเราเลี้ยงตั้งแต่ 8 ขวบค่ะ เป็นนกเขา ที่มันบินมาจากไหนไม่รู้ ปีกมันหัก
เราร้องไห้ให้พ่อช่วยพามันไปหาหมอ เก็บเงินค่าอาหารนกเอง ดูแลด้วยตัวเองทุกอย่าง
เอาเป็นว่า ขี้นกนี่ไม่เคยได้มีใครเห็น เพราะเราตื่นมาล้างกรงทุกเช้า
และย่าแอบเอาไปให้คนชอบเลี้ยงนกเขา จำได้ว่าเสียใจมาก งอนย่าไปหลายวัน



ส่วนหมาเป็นพุดเดิ้ล เลี้ยงตั้งแต่มันอายุ 7 วัน จนมัน5ขวบ มันป่วยตายค่ะ
หมอบอกว่า กระเพราะนางแตก น่าจะอยู่ไม่ถึง 24 ชม.
ตอนนั้นก็ร้องไห้เพราะกลัวมันเจ็บ สงสารมาก คือถ้าเมื่อ15ปีที่แล้ว การุณยฆาตได้ เราก็คงให้หมอทำ
( ตอนนั้นก็ไม่ทราบว่ามีไหม หมออาจจะเห็นว่าเรายังเด็กเลยไม่แนะนำ )



สิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหาคือ คนเราไม่มีความรับผิดชอบ คนเราไม่ดูความพร้อมของตัวเอง
เราเลยเห็นว่า ต้องทำกฎหรืออะไรสักอย่างขึ้นมาแล้วแหละ มันจะได้ไม่ต้องเป็นปัญหาสังคม
มันคงพอช่วยได้ไหมคะ หากจะทำให้การเลี้ยงอะไรสักอย่างเป็นเรื่องยาก
เรารู้สึกเหมือนโดนผลักความรับผิดชอบมาใส่  ทั้งๆที่เราไม่ต้องการเลี้ยง
คนขาดสติอาจจะมองว่าเราใจร้ายใจดำนะคะ แต่หากมองบนพื้นฐานแห่งความจริง
มันควรจะเป็นแบบนั้น คนเรามันต้องทำให้สิ่งที่อยากทำ
รับผิดชอบการกระทำของตัวเอง ไม่ใช่มานั่งรับผิดชอบการกระทำของคนอื่น



เห็นบ่นๆแบบนี้ ก็ยังโอนเงินช่วยเหลือโครงการที่ดูแลหมาจรจัดตลอดล่ะค่ะ
เราแค่คิดว่า ตั้งโครงการเยอะๆ มันก็แลดูจะแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุไปไหม??

ปล1.ถกกันอย่างมีสตินะคะ หายใจเข้าลึกๆ คุยกันอย่างคุณมีความฉลาดทางอารมณ์ อย่างคนมีวุฒิภาวะ
#หมาแมวไม่ได้น่ารักสำหรับทุกคนนะ
ปล2.ขออนุญาตแท็กห้องปัญหาชีวิตและสุขภาพจิตด้วยค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่