คุณพ่อป่วยมาก ขอคำแนะนำวิธีการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่เหมาะสมครับ ช่วยพ่อผมทีครับ

คุณพ่อผมทำงานหนักมาทั้งชีวิต เป็นคนเหล็กที่ไม่ยอมป่วยหากเจ็บป่วยก็มักจะพึ่งยาชุดจากร้านขายยา ผมมีทุกวันนี้เพราะท่านจริงๆ
          จนสองปีที่แล้วคุณพ่อเริ่มพบกับปัญหาจากยาชุดที่ทานสะสมมาหลายปี โดยเกิดอาการกระเพาะทะลุ เสียเลือดเข้าขั้นวิกฤติ ก็ได้ทำการส่งตัวต่อมาเรื่อยจนมาถึงรพ.ศูนย์ฯอุดร ซึ่งทางรพ.ก็ได้ทำการรักษาเฉพาะแผลในกระเพาะจนดีขึ้นและกลับบ้านได้ แต่ก็ไม่ได้บูรณาการดูเรื่องอื่น
พ่อก็ตัวบวม ซึ่งมาทราบภายหลังว่าคืออาการคุชชิ่ง ซึ่งมาจากการสะสมของสารสเตียรอยด์จากยาชุด(อีกแล้ว)

         มาปีที่แล้ว แม่โทรมาบอกว่าพ่อแย่แล้ว ผมจึงขับรถกลับไปหาพ่อที่หนองคาย พบว่าพ่อทรมานมากจากการปวดร้าวไปทั้งตัว ผมจึงตัดสินใจพาพ่อเข้ามากรุงเทพฯ เข้าที่ฉุกเฉินจุฬาฯ ซึ่งหลังจากประเมินก็พบปัญหาหลายอย่าง จึงทำการแอดมิทเป็นผู้ป่วยใน นอนรพ.อยู่เดือนกว่า พบสภาพหัวใจล้มเหลว และหาจนพบลิ่มเลือดที่ไปอุดตัน จึงทำการสวนเส้นเลือดจุดนั้นไป พ่อผมดีขึ้นอย่างเร็วจนได้ออกมาพักรักษาตัวที่บ้าน ซึ่งหวังว่าพ่อจะดีขึ้นเรื่อยๆ
       
       จนต้นปีนี้มีอาการอีก เกิดการปวดที่สะโพกซ้ายจนเริ่มเดินไม่ได้ เปลี่ยนมาเป็นนอน แต่ก็ปวดเพิ่มจนปวดอย่างรุนแรงที่สะโพกทั้งสองด้าน ผมจึงทำใบขอส่งตัวและจ้างรถรีเฟอร์เอกชนพามาส่งที่รพ.จุฬาอีกครั้ง เข้าที่ฉุกเฉินเช่นเดิม แต่คราวนี้ทุกอย่างเหมือนจะเปลี่ยนไป พ่อนอนที่ห้องฉุกเฉินเพื่อดูอาการสองวัน แล้วก็ทำนัด MRI ได้นัดอีกสิบวันต่อมา ระหว่างนั้นก็พาคุณพ่อมานอนพักที่บ้านย่านบางนา สองวันให้หลังจากวันที่ออกมาจากฉุกเฉินก็ต้องกลับไปอีกครั้งเพราะมีเลือดออกมาทางทวารหนักประมาณครึ่งลิตร ไม่มีอุจจาระปน คราวนี้นอนที่ฉุกเฉินสี่วัน จนได้รับการแอดมิทอีกครั้ง
หลังจากแอดมิท ก็ทำการวินิจฉัยเรื่องของเลือดออกด้วยโดยแพทย์ทางเดินอาหาร ส่วนเรื่องอาการปวดสะโพกก็มีแพทย์ด้านกระดูกมาช่วยดูแลให้อาการดีขึ้น ปวดน้อยลง แต่ยังนั่งไม่ได้ ช่วยตัวเองไม่ได้ อยู่รพ.ประมาณยี่สิบวัน ก็ได้รับแจ้งว่าจะทำการส่งกลับไปรักษาที่หนองคายตามสิทธิ์บัตรทอง ทั้งที่อาการพ่อยังคงไม่ดีมาก ทางรพ.จัดการประสานติดต่อจ้างรถรีเฟอร์พร้อมพยาบาลให้เรียบร้อยเป็นเงินหมื่นกว่าบาท(จ่ายเอง) ก็กลับบ้านแบบงงๆ พร้อมกับมีการถ่ายเอกสารข้อมูลการรักษาและการสั่งยาให้ถือมาให้ทางรพ.ที่หนองคายด้วย พร้อมคำแนะนำเรื่องกายภาพอีกหนึงแผ่น
        มาถึงรพ.ที่หนองคายก็รับเรื่องตามที่รพ.จุฬาให้เอกสารมา โดยนอนให้ยาฆ่าเชื้อสองสัปดาห์โดยไม่มีการกายภาพบำบัดใดๆ หลังจากนั้นก็ให้กลับบ้านมาพักฟื้นและทานยาต่อ
ตอนนี้.....อาการพ่อกลับเริ่มแย่ลงครับ ทานข้าวไม่ได้เลย จากเดิมทานได้ไม่เกินห้าคำ พาลจะอาเจียนตลอด และเริ่มมีอาการปวดสะโพกกลับมาอีกครั้ง วันศุกร์ที่ 16/3/61 และวันจันทร์ 19/3/61 มีนัดกลับมาพบแพทย์ที่รพ.จุฬาฯ ซึ่งสภาพพ่อผมแบบนี้ก็คงต้องจากรถรีเฟอร์พร้อมพยาบาลมาอีกเที่ยวละเกือบสองหมื่น ผมควรจะต้องทำอย่างไรครับเพื่อรักษาพ่อ พ่อเองเริ่มคิดมากว่าเป็นภาระลูกหลาน เกรงท่านจะคิดสั้นครับ ผมต้องคอยให้กำลังใจท่านทุกวัน

ผมจึงใคร่ขอเรียนปรึกษาท่านผู้รู้และใจบุญ ช่วยแนะนำผมทีครับว่า ผมต้องทำอย่างไร พ่อผมที่ผมรักมากจะได้รับการรักษาแบบเต็มที่ ผมไม่ได้มีเงินมากมายอะไร แต่หากต้องให้เพื่อรักษาพ่อ ผมก็จะหาหยิบยืมมาครับ เพียงเพื่อให้พ่อได้สบายขึ้นกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ ทำไมผมถึงรู้สึกว่ามีการโยนไปมา เพราะพ่อใช้สิทธิ์บัตรทอง? ผมถามจนท.ฝ่ายประกันสุขภาพรพ.จุฬาฯว่าหากผมจะต้องจ่ายเพิ่มในส่วนที่เกินสิทธิ์ที่จะเบิกได้ก็ยินดี ท่านก็บอกว่าที่นี่รักษาเต็มที่อยู่แล้ว แต่ที่ผมเห็นคือพ่อผมโดนส่งตัวกลับไปทั้งที่ยังป่วยมากอยู่เลย  ผมต้องทำอย่างไรครับ ได้โปรดช่วยพ่อผมด้วยครับ แม่ผมก็แก่แล้วยังต้องมาเหนื่อยวิ่งตามรถรพ.ไปโน่นนี่นั่นตลอด ถือว่าทำบุญกับพ่อและแม่ผมทีครับ ช่วยแนะนำ ชี้ทางให้ทีว่าผมจะต้องดำเนินการอย่างไรจึงจะถูกต้องและดีที่สุดครับ  
กราบขอบพระคุณทุกท่านครับ ขอให้ผลบุญนี้อำนวยให้ทุกท่านสุขภาพดีตลอดไปเทอญ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่