คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
เด็กน้อยหนูยังเด็กมากเลยแต่เชื่อเถอะ พี่ว่าพ่อแม่น้องมองการณ์ไกล ในขณะที่ตัวท่านเองยังพอมีแรงทำได้ค่ะ
ตอนนี้น้องอายุ 15 อาจจะพอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ แต่พอเข้าวัยทำงาน วัยมีครอบครัว ไม่ต้องถึงครอบครัวหรอก วัยมีแฟนก็ได้ พี่เชื่อว่าน้องจะไม่ค่อยโอเคกับบ้านสวัสดิการแล้ว และผู้หญิงสองคนต่อให้เป็นพี่น้อง จะให้นอนห้องเดียวกันไปตลอดน้องทำได้จริงหรอ? พอถึงเวลาจะเอามาเป็นข้ออ้าง ไม่มีความเป็นส่วนตัวอยากย้ายออกไปที่อื่นรึเปล่า?
ถ้าคิดมาก เวลาบ้านเสร็จแล้วจะชวนเพื่อนมา ก็ให้ย้ำก่อนว่ามาได้ แต่พวกเมิงอยู่ได้แต่ในห้องกุนะเว่ย ห้ามไปนั่งข้างนอกหรือบริเวณกว้างขวางอื่นๆในบ้าน เพราะส่วนอื่นของบ้านกุไม่พอใจ กุไม่อยากเหยียบ กุพอใจห้องน้อยๆของกุ (-_- *)
สิ่งที่ท่านทำก็คือปูรากฐานชีวิตให้น้องกับน้องสาวค่ะ โตไปแล้ว จะย้ายที่อยู่ ไปทำงานที่ไหน ก็ยังมีบ้านของตัวเองไว้ให้กลับมาพักเวลาเหนื่อยๆ การผ่อนบ้านที่พ่อแม่ผ่อนมาให้แล้วครึ่งทางเนี่ย มันรู้สึกดีกว่าต้องมาเริ่มนั่งผ่อนเองตั้งแต่งงวดแรกมากนัก ถ้าไม่เชื่อลองเอาใบเสร็จมาดูว่าเงินต้นกับดอกเบี้ยสัดส่วนยังไง เมื่อไหร่จะผ่อนหมด และถ้าเป็นตัวเองจะสามารถทำแบบพ่อแม่ได้หรือไม่ (ถ้าบ้านน้องรวย พ่อแม่จ่ายสดทุกสิ่งอย่าง ยิ่งคิดง่ายเลย พ่อแม่จ่ายสดได้ แล้วเมื่อไหร่น้องจะมีเงินพอทำได้แบบท่าน) แล้วจะเข้าใจว่าทำไมพ่อแม่ต้องเริ่มให้ก่อน
การคุมช่างทุกวัน เป็นสิ่งที่คนสร้างบ้านต้องทำอยู่แล้วค่ะ เพราะผู้รับเหมาส่วนมาก 'ไม่โอเค' คิดจะหนีงานก็หายไปเลยไม่กลับมาก็มี ทิ้งบ้านเป็นซากไว้ กว่าจะหาชุดใหม่มาทำได้ ของบางอย่างที่ซื้อมารอทำก็เสียไปแล้วต้องซื้อใหม่ บางที สั่งอย่างทำอย่าง วางแผนแล้วผิดแผน เบิกเงินล่วงหน้าไม่เคยพอ ถ้าเจ้าของบ้านไม่เข้าไปคุม บ้าน 3.8 ล้านจะกลายเป็น 4-5 ล้านได้ง่ายๆ โตมาน้องจะรู้ หรือถ้าไม่อยากรอโต ก็เข้าไปกับพ่อเลย ไปแบบจริงจังนะไม่ใช่ขำๆ ไปดูการทำงานของผู้รับเหมา ไปดูว่าเค้าตอบสนองความต้องการ สเปคบ้านของพ่อที่วางไว้ได้ดีขนาดไหน เวลากินข้าวกันก็ทำทีท่าสนใจความคืบหน้าของการสร้างบ้านบ้าง แรกๆพ่ออยากจะไม่อยากให้ลูกรู้ว่ามันเครียด แต่ถ้าน้องสนใจจะรู้ ถือเป็นการเรียนรู้โลกจริงๆ พี่ว่าเดี๋ยวพ่อก็เล่านั่นเล่านี่ให้ฟัง
สรุปคือถ้าการสร้างบ้านไม่ได้เดือดร้อนอะไรมากมาย ก็อย่าไปคิดมากเลย สิ่งที่น้องช่วยได้คือประหยัด แม้พ่อแม่จะไม่เอ่ยปาก เพราะสร้างบ้านใช้เงินเยอะ ถ้ามีลูกประเสริฐ เข้าใจสถานการณ์ในบ้าน พ่อแม่ก็สบายใจ ต่อไปบ้านนี้ก็เป็นของน้องกับน้องสาวอยู่แล้ว ถ้าถึงตอนนั้นน้องยังยืนกรานว่าไม่อยากได้ ก็ไปกรมที่ดินโอนยกให้น้องสาวเป็นเจ้าของไปค่ะ
ตอนนี้น้องอายุ 15 อาจจะพอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ แต่พอเข้าวัยทำงาน วัยมีครอบครัว ไม่ต้องถึงครอบครัวหรอก วัยมีแฟนก็ได้ พี่เชื่อว่าน้องจะไม่ค่อยโอเคกับบ้านสวัสดิการแล้ว และผู้หญิงสองคนต่อให้เป็นพี่น้อง จะให้นอนห้องเดียวกันไปตลอดน้องทำได้จริงหรอ? พอถึงเวลาจะเอามาเป็นข้ออ้าง ไม่มีความเป็นส่วนตัวอยากย้ายออกไปที่อื่นรึเปล่า?
ถ้าคิดมาก เวลาบ้านเสร็จแล้วจะชวนเพื่อนมา ก็ให้ย้ำก่อนว่ามาได้ แต่พวกเมิงอยู่ได้แต่ในห้องกุนะเว่ย ห้ามไปนั่งข้างนอกหรือบริเวณกว้างขวางอื่นๆในบ้าน เพราะส่วนอื่นของบ้านกุไม่พอใจ กุไม่อยากเหยียบ กุพอใจห้องน้อยๆของกุ (-_- *)
สิ่งที่ท่านทำก็คือปูรากฐานชีวิตให้น้องกับน้องสาวค่ะ โตไปแล้ว จะย้ายที่อยู่ ไปทำงานที่ไหน ก็ยังมีบ้านของตัวเองไว้ให้กลับมาพักเวลาเหนื่อยๆ การผ่อนบ้านที่พ่อแม่ผ่อนมาให้แล้วครึ่งทางเนี่ย มันรู้สึกดีกว่าต้องมาเริ่มนั่งผ่อนเองตั้งแต่งงวดแรกมากนัก ถ้าไม่เชื่อลองเอาใบเสร็จมาดูว่าเงินต้นกับดอกเบี้ยสัดส่วนยังไง เมื่อไหร่จะผ่อนหมด และถ้าเป็นตัวเองจะสามารถทำแบบพ่อแม่ได้หรือไม่ (ถ้าบ้านน้องรวย พ่อแม่จ่ายสดทุกสิ่งอย่าง ยิ่งคิดง่ายเลย พ่อแม่จ่ายสดได้ แล้วเมื่อไหร่น้องจะมีเงินพอทำได้แบบท่าน) แล้วจะเข้าใจว่าทำไมพ่อแม่ต้องเริ่มให้ก่อน
การคุมช่างทุกวัน เป็นสิ่งที่คนสร้างบ้านต้องทำอยู่แล้วค่ะ เพราะผู้รับเหมาส่วนมาก 'ไม่โอเค' คิดจะหนีงานก็หายไปเลยไม่กลับมาก็มี ทิ้งบ้านเป็นซากไว้ กว่าจะหาชุดใหม่มาทำได้ ของบางอย่างที่ซื้อมารอทำก็เสียไปแล้วต้องซื้อใหม่ บางที สั่งอย่างทำอย่าง วางแผนแล้วผิดแผน เบิกเงินล่วงหน้าไม่เคยพอ ถ้าเจ้าของบ้านไม่เข้าไปคุม บ้าน 3.8 ล้านจะกลายเป็น 4-5 ล้านได้ง่ายๆ โตมาน้องจะรู้ หรือถ้าไม่อยากรอโต ก็เข้าไปกับพ่อเลย ไปแบบจริงจังนะไม่ใช่ขำๆ ไปดูการทำงานของผู้รับเหมา ไปดูว่าเค้าตอบสนองความต้องการ สเปคบ้านของพ่อที่วางไว้ได้ดีขนาดไหน เวลากินข้าวกันก็ทำทีท่าสนใจความคืบหน้าของการสร้างบ้านบ้าง แรกๆพ่ออยากจะไม่อยากให้ลูกรู้ว่ามันเครียด แต่ถ้าน้องสนใจจะรู้ ถือเป็นการเรียนรู้โลกจริงๆ พี่ว่าเดี๋ยวพ่อก็เล่านั่นเล่านี่ให้ฟัง
สรุปคือถ้าการสร้างบ้านไม่ได้เดือดร้อนอะไรมากมาย ก็อย่าไปคิดมากเลย สิ่งที่น้องช่วยได้คือประหยัด แม้พ่อแม่จะไม่เอ่ยปาก เพราะสร้างบ้านใช้เงินเยอะ ถ้ามีลูกประเสริฐ เข้าใจสถานการณ์ในบ้าน พ่อแม่ก็สบายใจ ต่อไปบ้านนี้ก็เป็นของน้องกับน้องสาวอยู่แล้ว ถ้าถึงตอนนั้นน้องยังยืนกรานว่าไม่อยากได้ ก็ไปกรมที่ดินโอนยกให้น้องสาวเป็นเจ้าของไปค่ะ
คิดบวก &โลกสวย ถูกใจ, ก้นกบ ซึ้ง, สมาชิกหมายเลข 927114 ถูกใจ, Almond Hambert Jr ถูกใจ, หมาข้างถนนคนบ้าการ์ตูน ถูกใจ, รักนะโซชิ ถูกใจ, Sint_suphos ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2500001 ถูกใจ, สุจริตจิตผวา ถูกใจ, P-mtr ถูกใจรวมถึงอีก 3 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
พ่อกับแม่จะสร้างบ้านหลังใหญ่ รู้สึกไม่สบายใจเลยค่ะ