เราเคยตั้งกระทู้มาก่อนหน้านี้ค่ะ แต่ตอนนี้ปัญหามันตกที่ตัวเรา เราเลยอยากขอความเห็นของเพื่อนๆบ้างว่าคิดยังไง
ครอบครัวเรามี พ่อ แม่ เรา และน้องสาวค่ะ ( อายุห่างกัน 10 กว่าปี น้องเพิ่งอยู่ประถมค่ะ )
เรื่องก็คือ พ่อกับแม่เราทะเลาะกันค่ะ และคุณพ่อได้ออกจากบ้านไปเมื่อต้นปี ( รายละเอียดมีในกระทู้เก่าเราค่ะ ใครสนใจก็ลองอ่านได้ ) หลังจากผ่านไปซักพัก คุณพ่อก็กลับมาคุยกับคุณแม่เรา และคนอื่นๆในครอบครัวค่ะ
ตอนแรกเราคิดว่าคุณพ่อมีปัญหาทางจิตค่ะ และอาจจะต้องการเวลาเพื่ออยู่คนเดียว เพื่อให้สงบลงค่ะ โดยพ่อเองก็ได้มีการคุยกับแม่ว่า เมื่อรู้สึกโอเคขึ้นแล้ว จะกลับเข้ามาอยู่ในบ้านเหมือนเดิมค่ะ
เวลาผ่านไปก็คือ พ่อนำปัญหาเข้ามาให้แม่ต้องแก้หลายอย่างค่ะ ทั้งเกี่ยวกับเรื่องเงิน เรื่องปัญหาต่างๆที่เป็นปัญหาขอวเค้าเอง แต่ให้แม่เราไปเคลียร์ ซึ่งแม่ก็ยอมทำให้หมดค่ะ เพราะเห็นแก่น้องที่ยังเด็ก อยากจะให้พ่อกลับมาเป็นครอบครัว แต่ถ้าพูดง่ายๆอารมณ์ตอนนั้นที่พ่อทำก็คือ ร่วมสุขแต่ไม่ร่วมทุกข์ค่ะ พอมีปัญหาก็คุยดี ปัญหาไม่มีก็หายไป อะไรที่เคยตกลงกันไว้ เช่นการรับผิดชอบเรื่องของน้องสาว ก็ไม่รับผิดชอบอะไรเลยค่ะ มาๆหายๆ จนเรากับแม่เองก็คิดว่ามันไม่ใช่
สรุปแล้วพอขุดคุ้ยเรื่องราว ก็คือ มีผู้หญิงใหม่ค่ะ เรื่องคลาสสิคมากๆ พอรู้เรื่องก็ได้มีการให้เข้ามาคุยกันว่าเรื่องมันยังไง โดยคุณพ่อได้บอกมาตามนี้
1. มีผู้หญิงจริง เป็นแม่ม่ายลูกติด แต่ไม่ได้มีความสัมพันธ์อื่นใด นอกจาก คุย และไปเที่ยวหากัน
2. เค้าถือว่า เค้าไม่ได้ทำอะไรผิด เพราะไม่ได้มีสัมพันธ์ทางกาย
3. ให้ข้อตกลงว่าจะกลับมาอยู่บ้าน เพียง เสาร์ - อาทิตย์ และจะใช้สิทธิแบบเดิมที่เคยมี เช่น ( การใช้รถของที่บ้าน การใช้เงินของแม่ หรือหากมีปัญหาอะไรเข้ามาแม่ก็ต้องเป็นคนเคลียร์ เหมือนตอนที่เคยอยู่ด้วยกัน )
4. ไม่เปิดเผยกับใครว่า เค้าแยกออกมาอยู่ข้างนอก ง่ายๆคือเพื่อรักษาหน้าเค้า และให้พวกญาติๆคิดว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้นค่ะ
5. จะไม่เลิกคุยกับผู้หญิงคนนั้นค่ะ
...เอาง่ายๆคือเราฟังมาแค่นี้ เราก็เสียความรู้สึกมากแล้วค่ะ อีกทั้งน้องเพิ่งอายุน้อยมาก แต่คุณพ่อกลับไปคุยเรื่องมีผู้หญิงใหม่กับน้องโดยไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยว่าน้องจะคิดยังไง ซึ่งถ้าให้เราเลือก เราคงไม่มีทางรับข้อเสนอนี้
แต่ด้วยมันเป็นเรื่องพ่อ กับแม่ค่ะ ซึ่งเราก็พูดได้แค่ว่า แม่เรารักพ่อ และอยากให้พ่อกลับมามาก จนยอมรับเรื่องนี้
เราเสียความรู้สึกกับพ่อมากจริงๆค่ะ ส่วนใหญ่ๆเลยเพราะการโกหก หลอกลวง แม้กระทั่งกับเรา มันไม่ได้ถึงกับเกลียด แต่เราแค่ไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวหรือพูดคุยกับเค้าแล้ว
ตัวแม่เองก็ไม่ฟังข้อคิดเห็นหรือคำแนะนำอะไรของเราเลยค่ะ จนเราคิดว่า เราไม่อยากจะยุ่งแล้ว เราเลยตัดสินใจว่าจะออกมาอยู่หอพักคนเดียวค่ะ เพราะเราไม่สามารถอยู่ในบ้านกับพ่อได้จริงๆ ความรู้สึกมันรุนแรงมาก เรายังพร้อมจะดูแลเค้าตอนแก่นะคะ แต่เราแค่คิดว่าถ้าตอนที่เค้ายังมีแรง แล้วนำปัญหาเข้ามาให้แบบนี้ เราก็คงไม่โอเค ไม่ช่วยเหลือ แถมยังนำปัญหามาอีก เราสงสารแม่ค่ะ แต่เราเองก็เลือกแทนแม่ไม่ได้
เราไม่รู้ว่าสิ่งที่เราทำมันถูกต้องไหม แต่เราไม่สามารถรับปัญหาได้แล้วค่ะ ถึงมันจะเป็นปัญหาของคนที่เป็นพ่อและแม่เราก็ตาม ห่วงก็แต่น้องสาวค่ะ แต่ตัวน้องสาวก็ยังเด็กและต้องการอยู่กับพ่อแม่อยู่ เราก็ทำอะไรไม่ได้ค่ะ
อยากจะถามเพื่อนๆค่ะ ว่าถ้าเป็นเพื่อนจะคิดเห็นยังไง
ปล. เราทำงานแล้วค่ะ เราช่วยพ่อแม่ผ่อนบ้านและค่าใช้จ่ายเหมือนเดิมถึงจะออกมา แล้ว
อาจจะยาวซักหน่อย อัดอั้นตันใจมากจริงๆค่ะ
เสียความรู้สึกกับพ่อจนไม่สามารถอยู่ร่วมบ้านกันได้แล้วค่ะ เราควรทำยังไงคะ ?
ครอบครัวเรามี พ่อ แม่ เรา และน้องสาวค่ะ ( อายุห่างกัน 10 กว่าปี น้องเพิ่งอยู่ประถมค่ะ )
เรื่องก็คือ พ่อกับแม่เราทะเลาะกันค่ะ และคุณพ่อได้ออกจากบ้านไปเมื่อต้นปี ( รายละเอียดมีในกระทู้เก่าเราค่ะ ใครสนใจก็ลองอ่านได้ ) หลังจากผ่านไปซักพัก คุณพ่อก็กลับมาคุยกับคุณแม่เรา และคนอื่นๆในครอบครัวค่ะ
ตอนแรกเราคิดว่าคุณพ่อมีปัญหาทางจิตค่ะ และอาจจะต้องการเวลาเพื่ออยู่คนเดียว เพื่อให้สงบลงค่ะ โดยพ่อเองก็ได้มีการคุยกับแม่ว่า เมื่อรู้สึกโอเคขึ้นแล้ว จะกลับเข้ามาอยู่ในบ้านเหมือนเดิมค่ะ
เวลาผ่านไปก็คือ พ่อนำปัญหาเข้ามาให้แม่ต้องแก้หลายอย่างค่ะ ทั้งเกี่ยวกับเรื่องเงิน เรื่องปัญหาต่างๆที่เป็นปัญหาขอวเค้าเอง แต่ให้แม่เราไปเคลียร์ ซึ่งแม่ก็ยอมทำให้หมดค่ะ เพราะเห็นแก่น้องที่ยังเด็ก อยากจะให้พ่อกลับมาเป็นครอบครัว แต่ถ้าพูดง่ายๆอารมณ์ตอนนั้นที่พ่อทำก็คือ ร่วมสุขแต่ไม่ร่วมทุกข์ค่ะ พอมีปัญหาก็คุยดี ปัญหาไม่มีก็หายไป อะไรที่เคยตกลงกันไว้ เช่นการรับผิดชอบเรื่องของน้องสาว ก็ไม่รับผิดชอบอะไรเลยค่ะ มาๆหายๆ จนเรากับแม่เองก็คิดว่ามันไม่ใช่
สรุปแล้วพอขุดคุ้ยเรื่องราว ก็คือ มีผู้หญิงใหม่ค่ะ เรื่องคลาสสิคมากๆ พอรู้เรื่องก็ได้มีการให้เข้ามาคุยกันว่าเรื่องมันยังไง โดยคุณพ่อได้บอกมาตามนี้
1. มีผู้หญิงจริง เป็นแม่ม่ายลูกติด แต่ไม่ได้มีความสัมพันธ์อื่นใด นอกจาก คุย และไปเที่ยวหากัน
2. เค้าถือว่า เค้าไม่ได้ทำอะไรผิด เพราะไม่ได้มีสัมพันธ์ทางกาย
3. ให้ข้อตกลงว่าจะกลับมาอยู่บ้าน เพียง เสาร์ - อาทิตย์ และจะใช้สิทธิแบบเดิมที่เคยมี เช่น ( การใช้รถของที่บ้าน การใช้เงินของแม่ หรือหากมีปัญหาอะไรเข้ามาแม่ก็ต้องเป็นคนเคลียร์ เหมือนตอนที่เคยอยู่ด้วยกัน )
4. ไม่เปิดเผยกับใครว่า เค้าแยกออกมาอยู่ข้างนอก ง่ายๆคือเพื่อรักษาหน้าเค้า และให้พวกญาติๆคิดว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้นค่ะ
5. จะไม่เลิกคุยกับผู้หญิงคนนั้นค่ะ
...เอาง่ายๆคือเราฟังมาแค่นี้ เราก็เสียความรู้สึกมากแล้วค่ะ อีกทั้งน้องเพิ่งอายุน้อยมาก แต่คุณพ่อกลับไปคุยเรื่องมีผู้หญิงใหม่กับน้องโดยไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยว่าน้องจะคิดยังไง ซึ่งถ้าให้เราเลือก เราคงไม่มีทางรับข้อเสนอนี้
แต่ด้วยมันเป็นเรื่องพ่อ กับแม่ค่ะ ซึ่งเราก็พูดได้แค่ว่า แม่เรารักพ่อ และอยากให้พ่อกลับมามาก จนยอมรับเรื่องนี้
เราเสียความรู้สึกกับพ่อมากจริงๆค่ะ ส่วนใหญ่ๆเลยเพราะการโกหก หลอกลวง แม้กระทั่งกับเรา มันไม่ได้ถึงกับเกลียด แต่เราแค่ไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวหรือพูดคุยกับเค้าแล้ว
ตัวแม่เองก็ไม่ฟังข้อคิดเห็นหรือคำแนะนำอะไรของเราเลยค่ะ จนเราคิดว่า เราไม่อยากจะยุ่งแล้ว เราเลยตัดสินใจว่าจะออกมาอยู่หอพักคนเดียวค่ะ เพราะเราไม่สามารถอยู่ในบ้านกับพ่อได้จริงๆ ความรู้สึกมันรุนแรงมาก เรายังพร้อมจะดูแลเค้าตอนแก่นะคะ แต่เราแค่คิดว่าถ้าตอนที่เค้ายังมีแรง แล้วนำปัญหาเข้ามาให้แบบนี้ เราก็คงไม่โอเค ไม่ช่วยเหลือ แถมยังนำปัญหามาอีก เราสงสารแม่ค่ะ แต่เราเองก็เลือกแทนแม่ไม่ได้
เราไม่รู้ว่าสิ่งที่เราทำมันถูกต้องไหม แต่เราไม่สามารถรับปัญหาได้แล้วค่ะ ถึงมันจะเป็นปัญหาของคนที่เป็นพ่อและแม่เราก็ตาม ห่วงก็แต่น้องสาวค่ะ แต่ตัวน้องสาวก็ยังเด็กและต้องการอยู่กับพ่อแม่อยู่ เราก็ทำอะไรไม่ได้ค่ะ
อยากจะถามเพื่อนๆค่ะ ว่าถ้าเป็นเพื่อนจะคิดเห็นยังไง
ปล. เราทำงานแล้วค่ะ เราช่วยพ่อแม่ผ่อนบ้านและค่าใช้จ่ายเหมือนเดิมถึงจะออกมา แล้ว
อาจจะยาวซักหน่อย อัดอั้นตันใจมากจริงๆค่ะ