สวัสดีค่ะทุกคน นี่เป็นกระทู้แรกของเรา อยากจะเล่าเรื่องของเพื่อนเราคนหนึ่งค่ะ เพื่อนเราชื่อ ก ค่ะ แฟนชื่อ ม ปัญหามันอยู่ตรงที่ ม นี่แหละ ม เข้ามาในชีวิตเพื่อนเรา ด้วยโปรไฟล์หรูเริศ เงินเดือนเหยียบ 3 หมื่น มีคอนโดปล่อยเช่า มีรถยนต์ขับ เพื่อนๆอาจจะคิดว่าก็ธรรมดา คือเรากับเพื่อนอายุ 20 ยังเรียนกันอยู่ ส่วน ม อายุ 26 ทำงานแล้ว ประเด็นน่าจะอยู่ที่เพื่อนเราเคยเจอแต่คนที่พึ่งพาไม่ค่อยได้ พอมาเจอ ม เค้าดูโตดูพึ่งพาได้ เพื่อนเราเลยคุยกับ ม เพื่อนเราจัดว่าเป็นคนหน้าตาดีเลยค่ะ(แอบหมั่นไส้ -5555) ทำงานหาเงินใช้เอง ที่บ้านฐานะค่อนข้างดีมาก แต่ ก ไม่ได้ใช้เงินที่บ้านค่ะ ยกเว้นค่าเทอม ที่ทางบ้านรับผิดชอบจ่าย ที่บ้านก็เลยซื้อรถให้ขับ ก ทำธุรกิจที่ต่อมาจากครอบครัว แต่ ก หาลค. ใหม่เอง จัดการเองทั้งหมด ส่วน ม หน้าตาก็ธรรมดาๆ ค่ะ ไม่ได้สวย ไม่ได้ขี้เหร่ อวบนิดหน่อย (เพื่อนเราไม่เคยมีแฟนสวยเลย มันบอกเราว่ามันชอบคนที่คุยด้วยแล้วสบายใจมากกว่าคนสวยๆ) ทำงานบริษัทแห่งหนึ่ง(ตามที่ ม บอก ก) ลืมบอก ก กับ ม รู้จักกันในเฟสค่ะ
พอนัดเจอกัน ครั้งแรก ก็เหมือนทุกอย่างจะดี เราเองก็ไปด้วย คือ ม พยายามตีสนิทเรามาก เพราะ ม บอก ก ว่าเพื่อน ก ก็คือเพื่อน ม นางจะเข้ากับเพื่อนๆให้ได้ เหตุน่าจะมาจากแฟนเก่า ก เข้ากับเพื่อน ก ไม่ได้ ทุกครั้งที่ไปกินข้าว ม เป็นเจ้ามือค่ะ อาสาเลี้ยง บอกเหตุผลว่าเพื่อนเราเด็กอยู่ให้มาเลี้ยงมันไม่เหมาะ ม โตแล้ว ทำงานแล้ว จะดูแลเอง ตอนนั้นคือคิดว่า ว้าวววว เพื่อนตรูเจอสายเปย์แล้วโว้ยยย สำหรับเรา เราคิดว่า ไหนๆเพื่อนก็ไม่เอาคนสวยล่ะ อย่างน้อยก็ขอสายเปย์เถอะ คือเพื่อนเราก็มีดีขนาดนี้ ไม่อยากให้เจอแต่คนแย่ๆ หลังจากแยกย้ายกัน เราก็อวยเพื่อนเราค่ะ ว่า ม ดูโอเคมาก เราเชียร์ เพื่อนเราก็ดูจะชอบ ม เหมือนกัน แต่เราก็เอะใจนิดหน่อย ตรงที่ ม ขับ มอไซมาหาพวกเรา บอกเหตุผลว่า รถไปเข้าศูนย์ ซึ่งเราก็ยังไม่อะไรมาก
ผ่านไป 2 วัน ดึกๆ ประมาณตี 2-3 ได้ ม ถ่ายรูปรถส่งไปให้ ก แล้วบอกรถชนค่ะ เพื่อนเราก็ตกใจ จะไปหา ม ก็บอกไม่เป็นไร พ่อมาแล้ว ตัวเองก็ไม่เป็นไร ที่ทักมาบอกเพราะกังวลว่าตัวเองเอารถไปชน พ่อจะด่า กลัวพ่อยึดรถ เพราะพ่อเป็นคนซื้อรถให้ ความคิดเราตอน ก มาเล่าให้ฟังคือแบบ ใช่หรอ อายุขนาดนี้แล้ว ยังจะมีโมเม้นโดนยึดรถ ก ก็ปลอบใจไปว่าคงไม่เป็นงั้นหรอก พ่อจะยึดทำไม เพราะ ม ไม่ได้ผิด (คือที่ ม เล่า มีคนเมาขับรถมาชน) ม พูดเหมือนมั่นใจมาก ว่ายังไงก็ต้องโดนยึดแน่ๆ แต่เอาจริงๆ ตอนนั้น เรากับ ก ไม่คิดเลยค่ะ เราคิดว่า ม โตแล้ว พ่อของเขาจะทำแบบนั้นทำไม
จากนั้นเพื่อนเรากับ ม ก็นัดเจอกันบ่อยขึ้น แทบทุกวัน ไปนั่นนี่ด้วยกัน ม ก็ดูแลเพื่อนเราดีมาก เอาใจใส่ เปย์ตลอด แต่เราเอะใจนิดหน่อย คือ ม มีคอนโดแต่ปล่อยเช่า แล้วตัวเองไปอยู่หอ ที่อยู่ห่างจากที่ทำงานเกือบ 50 กิโล ด้วยเหตุผลว่า พ่อจ่ายค่าหอให้ เลยไปอยู่ ม ก็ขับรถไปกลับทุกวัน หลังๆมาเริ่มขอค้างที่บ้านเพื่อนเรา ซึ่งเพื่อนเราก็ไม่ได้อะไรค่ะ ที่บ้านก็ไม่มีปัญหา ก เล่าให้ฟังว่า ม เข้ากับคนที่บ้านได้ดีมาก เอาอกเอาใจพ่อแม่ ก ช่วยพ่อแม่ทำงานบ้าง พ่อแม่ก็ชอบ เราเองก็ชอบ ม เหมือนกับ ใครๆก็อยากให้เพื่อนเจอคนดีๆ
ผ่านไปสักพักที่ ก กับ ม คุยกัน ม ชอบเล่าให้ ก ฟังค่ะ ว่าบริษัทที่ทำงานอยู่ปัญหาเยอะ ม อยากจะลาออก ไปทำงานกับรุ่นพี่ที่รู้จักกัน คือไปเป็นพนักงานร้านกาแฟ เงินเดือน หมื่นห้า มีค่าคอม กับค่าโอที ก ก็ถาม ม ว่าจะโอเคหรอ เงินเดือนตกเยอะเลยนะ (ม ค่อนข้างจะรสนิยมสูง ใช้ของแบรนด์ กินร้านหรู) ซึ่งตอนแรก ม บอก ถ้ามันสบายใจกว่าก็อาจจะทำ เพราะไม่ได้ซีเรียสเรื่องเงิน
หลังๆ ม ไปนอนบ้าน ก บ่อยขึ้นมาก เพราะบ้าน ก ใกล้ที่ทำงานมากกว่า ประมาณ 20 กิโล ก ก็ไม่ขัดอะไร ก็เพราะอยากให้ ม สบายขึ้นด้วย จากนั้นไม่นาน ก็คบกันค่ะ แล้ว ม ก็ขอไปอยู่บ้าน ก เลยค่ะ ขนของทุกอย่างจากหอมาบ้าน ก หมดเลย พ่อแม่ ก ก็ตกใจนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ก ก็เฉยๆค่ะ เพราะก็คิดว่าไม่เป็นปัญหาอะไร
ก เป็นคนชอบว่ายน้ำมากค่ะ ก เคยขอ ม ไปว่ายน้ำที่คอนโดที่ ม บอกว่าปล่อยเช่า แต่ ม บอกว่า มันไม่มีห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ต้องเปลี่ยนในห้องมา แล้วห้องก็ปล่อยเช่า เลยไม่มีห้องให้เปลี่ยน แต่เราเอะใจนิดหน่อย สระว่ายน้ำมันจะไม่มีห้องน้ำเลยหรอ จะให้ใส่ชุดว่ายน้ำเดินลงมาจากคอนโดได้ยังไง แต่เราก็มองข้ามๆไป ไม่อยากพูดไรมาก เราก็ยังเชียร์ ม อยู่ค่ะ ม ทักมาคุยกับเราบ่อยๆ ชวนคุยเก่งมาก เราเองก็ชอบมากในตอนนั้น
หลังจากคบกัน เวลากินอะไร ก เริ่มเป็นคนขอจ่ายค่ะ ก มันก็ไม่ชอบที่มีคนมาเลี้ยง(พ่อคนดี) คบกันไปสักพัก ม ลาออกจากงานค่ะ ไปทำงานร้านกาแฟ แต่ต้องฝึกงาน 3 เดือน ซึ่งได้เงินเดือน 9 พัน มีค่าโอให้ แต่ ม ก็แทบไม่ทำ หลักๆแล้ว ม มีภาระตามที่บอก ก คือ ส่งเงินให้แม่ที่หย่ากับพ่อ แล้วอยู่กันคนล่ะที่ เดือนล่ะ 5 พัน แล้ว ม ก็มีบัญชีฝากประจำของ ม ที่ต้องฝากเดือนล่ะ 6 พัน ซึ่ง ม บอกว่าปกติฝากเกินตลอด เปิดมาได้ปีกว่าแล้ว พอเงินเดือนเหลือแค่ 9 พัน ก ก็ถามมอว่าจะทำยังไง ม ก็บอก บัญชีเงินฝากเอาให้พ่อฝากแทนไปก่อน พอเงินเดือนโอเคแล้วก็จะฝากเอง อาจจะเอามาลดลงเหลือสัก 3 พัน ส่วนที่ให้แม่ ก็ให้ตามเดิม แต่อาจลดบ้าง
หลังจากนั้นไม่ถึงอาทิตย์ ม บอก ก ว่าจะขายคอนโดแล้วค่ะ เพราะคนที่เช่าอยู่อยากซื้อ ก ก็ไม่อะไรเพราะเป็นเรื่องส่วนตัว ม ก็พูดแนวว่าจะซื้อคอนโดใหม่อีกที่แทน แล้ว ม ก็ไปติดต่อทำเรื่องอะไรเองหมดค่ะ ตอนแรก ก บอกจะไปด้วย แต่ ม บอกว่านัดลูกค้าไว้ ในเวลาที่ ก ติดเรียนพอดี เลยไม่ได้ไปด้วยกัน ก็จบเรื่องคอนโดไป
จากขายคอนโดแล้วต่อเรื่องรถค่ะ นับตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน จนวันที่บอกรถชน จนย้ายมาอยู่บ้าน ก ม ขับมอไซมาตลอดค่ะ บอกว่ารถส่งซ่อม ผ่านไปประมาณ 1 เดือนที่คบกัน ม บอกรถโดนพ่อยึด ม บอกว่า พ่อคงลงโทษที่ ม แต่ในความคิดเรา ในเมื่อคนเมาขับรถมาชน จะลงโทษทำไม ไม่ได้ทำไรผิด??? ก็นั่นแหละค่ะ ก็เงียบๆ 2 เดือนผ่านไป ม บอก ก ว่า พ่อขายรถค่ะ เพราะค่าซ่อมหมดไปเยอะ เลยตัดสินใจขายกลัวราคาตก ซึ่งที่เราคิดภาพที่เรามอง ม กับครอบครัว คือดูดี ดูรวยมาก พ่อก็ทำอาชีพที่มั่นคง(ตามที่ ม บอก) เราก็ไม่คิดว่าจะเดือดร้อนไปขายรถทำไม แต่ก็นั้นแหละค่ะ เราไม่อยากยุ่ง ก ก็ไม่อยากยุ่ง เราก็เงียบๆกัน สรุปคือ ไม่มีคอนโด ไม่มีรถ แล้วมากินอยู่บ้านเพื่อนเรา เพื่อนๆคิดว่าจะเป็นไงต่อล่ะคะ???
มีใครหรือคนใกล้ตัวใครเคยเจอแบบนี้บ้างมั๊ยคะ เพื่อนเราได้แฟนที่แย่มากๆ
พอนัดเจอกัน ครั้งแรก ก็เหมือนทุกอย่างจะดี เราเองก็ไปด้วย คือ ม พยายามตีสนิทเรามาก เพราะ ม บอก ก ว่าเพื่อน ก ก็คือเพื่อน ม นางจะเข้ากับเพื่อนๆให้ได้ เหตุน่าจะมาจากแฟนเก่า ก เข้ากับเพื่อน ก ไม่ได้ ทุกครั้งที่ไปกินข้าว ม เป็นเจ้ามือค่ะ อาสาเลี้ยง บอกเหตุผลว่าเพื่อนเราเด็กอยู่ให้มาเลี้ยงมันไม่เหมาะ ม โตแล้ว ทำงานแล้ว จะดูแลเอง ตอนนั้นคือคิดว่า ว้าวววว เพื่อนตรูเจอสายเปย์แล้วโว้ยยย สำหรับเรา เราคิดว่า ไหนๆเพื่อนก็ไม่เอาคนสวยล่ะ อย่างน้อยก็ขอสายเปย์เถอะ คือเพื่อนเราก็มีดีขนาดนี้ ไม่อยากให้เจอแต่คนแย่ๆ หลังจากแยกย้ายกัน เราก็อวยเพื่อนเราค่ะ ว่า ม ดูโอเคมาก เราเชียร์ เพื่อนเราก็ดูจะชอบ ม เหมือนกัน แต่เราก็เอะใจนิดหน่อย ตรงที่ ม ขับ มอไซมาหาพวกเรา บอกเหตุผลว่า รถไปเข้าศูนย์ ซึ่งเราก็ยังไม่อะไรมาก
ผ่านไป 2 วัน ดึกๆ ประมาณตี 2-3 ได้ ม ถ่ายรูปรถส่งไปให้ ก แล้วบอกรถชนค่ะ เพื่อนเราก็ตกใจ จะไปหา ม ก็บอกไม่เป็นไร พ่อมาแล้ว ตัวเองก็ไม่เป็นไร ที่ทักมาบอกเพราะกังวลว่าตัวเองเอารถไปชน พ่อจะด่า กลัวพ่อยึดรถ เพราะพ่อเป็นคนซื้อรถให้ ความคิดเราตอน ก มาเล่าให้ฟังคือแบบ ใช่หรอ อายุขนาดนี้แล้ว ยังจะมีโมเม้นโดนยึดรถ ก ก็ปลอบใจไปว่าคงไม่เป็นงั้นหรอก พ่อจะยึดทำไม เพราะ ม ไม่ได้ผิด (คือที่ ม เล่า มีคนเมาขับรถมาชน) ม พูดเหมือนมั่นใจมาก ว่ายังไงก็ต้องโดนยึดแน่ๆ แต่เอาจริงๆ ตอนนั้น เรากับ ก ไม่คิดเลยค่ะ เราคิดว่า ม โตแล้ว พ่อของเขาจะทำแบบนั้นทำไม
จากนั้นเพื่อนเรากับ ม ก็นัดเจอกันบ่อยขึ้น แทบทุกวัน ไปนั่นนี่ด้วยกัน ม ก็ดูแลเพื่อนเราดีมาก เอาใจใส่ เปย์ตลอด แต่เราเอะใจนิดหน่อย คือ ม มีคอนโดแต่ปล่อยเช่า แล้วตัวเองไปอยู่หอ ที่อยู่ห่างจากที่ทำงานเกือบ 50 กิโล ด้วยเหตุผลว่า พ่อจ่ายค่าหอให้ เลยไปอยู่ ม ก็ขับรถไปกลับทุกวัน หลังๆมาเริ่มขอค้างที่บ้านเพื่อนเรา ซึ่งเพื่อนเราก็ไม่ได้อะไรค่ะ ที่บ้านก็ไม่มีปัญหา ก เล่าให้ฟังว่า ม เข้ากับคนที่บ้านได้ดีมาก เอาอกเอาใจพ่อแม่ ก ช่วยพ่อแม่ทำงานบ้าง พ่อแม่ก็ชอบ เราเองก็ชอบ ม เหมือนกับ ใครๆก็อยากให้เพื่อนเจอคนดีๆ
ผ่านไปสักพักที่ ก กับ ม คุยกัน ม ชอบเล่าให้ ก ฟังค่ะ ว่าบริษัทที่ทำงานอยู่ปัญหาเยอะ ม อยากจะลาออก ไปทำงานกับรุ่นพี่ที่รู้จักกัน คือไปเป็นพนักงานร้านกาแฟ เงินเดือน หมื่นห้า มีค่าคอม กับค่าโอที ก ก็ถาม ม ว่าจะโอเคหรอ เงินเดือนตกเยอะเลยนะ (ม ค่อนข้างจะรสนิยมสูง ใช้ของแบรนด์ กินร้านหรู) ซึ่งตอนแรก ม บอก ถ้ามันสบายใจกว่าก็อาจจะทำ เพราะไม่ได้ซีเรียสเรื่องเงิน
หลังๆ ม ไปนอนบ้าน ก บ่อยขึ้นมาก เพราะบ้าน ก ใกล้ที่ทำงานมากกว่า ประมาณ 20 กิโล ก ก็ไม่ขัดอะไร ก็เพราะอยากให้ ม สบายขึ้นด้วย จากนั้นไม่นาน ก็คบกันค่ะ แล้ว ม ก็ขอไปอยู่บ้าน ก เลยค่ะ ขนของทุกอย่างจากหอมาบ้าน ก หมดเลย พ่อแม่ ก ก็ตกใจนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ก ก็เฉยๆค่ะ เพราะก็คิดว่าไม่เป็นปัญหาอะไร
ก เป็นคนชอบว่ายน้ำมากค่ะ ก เคยขอ ม ไปว่ายน้ำที่คอนโดที่ ม บอกว่าปล่อยเช่า แต่ ม บอกว่า มันไม่มีห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ต้องเปลี่ยนในห้องมา แล้วห้องก็ปล่อยเช่า เลยไม่มีห้องให้เปลี่ยน แต่เราเอะใจนิดหน่อย สระว่ายน้ำมันจะไม่มีห้องน้ำเลยหรอ จะให้ใส่ชุดว่ายน้ำเดินลงมาจากคอนโดได้ยังไง แต่เราก็มองข้ามๆไป ไม่อยากพูดไรมาก เราก็ยังเชียร์ ม อยู่ค่ะ ม ทักมาคุยกับเราบ่อยๆ ชวนคุยเก่งมาก เราเองก็ชอบมากในตอนนั้น
หลังจากคบกัน เวลากินอะไร ก เริ่มเป็นคนขอจ่ายค่ะ ก มันก็ไม่ชอบที่มีคนมาเลี้ยง(พ่อคนดี) คบกันไปสักพัก ม ลาออกจากงานค่ะ ไปทำงานร้านกาแฟ แต่ต้องฝึกงาน 3 เดือน ซึ่งได้เงินเดือน 9 พัน มีค่าโอให้ แต่ ม ก็แทบไม่ทำ หลักๆแล้ว ม มีภาระตามที่บอก ก คือ ส่งเงินให้แม่ที่หย่ากับพ่อ แล้วอยู่กันคนล่ะที่ เดือนล่ะ 5 พัน แล้ว ม ก็มีบัญชีฝากประจำของ ม ที่ต้องฝากเดือนล่ะ 6 พัน ซึ่ง ม บอกว่าปกติฝากเกินตลอด เปิดมาได้ปีกว่าแล้ว พอเงินเดือนเหลือแค่ 9 พัน ก ก็ถามมอว่าจะทำยังไง ม ก็บอก บัญชีเงินฝากเอาให้พ่อฝากแทนไปก่อน พอเงินเดือนโอเคแล้วก็จะฝากเอง อาจจะเอามาลดลงเหลือสัก 3 พัน ส่วนที่ให้แม่ ก็ให้ตามเดิม แต่อาจลดบ้าง
หลังจากนั้นไม่ถึงอาทิตย์ ม บอก ก ว่าจะขายคอนโดแล้วค่ะ เพราะคนที่เช่าอยู่อยากซื้อ ก ก็ไม่อะไรเพราะเป็นเรื่องส่วนตัว ม ก็พูดแนวว่าจะซื้อคอนโดใหม่อีกที่แทน แล้ว ม ก็ไปติดต่อทำเรื่องอะไรเองหมดค่ะ ตอนแรก ก บอกจะไปด้วย แต่ ม บอกว่านัดลูกค้าไว้ ในเวลาที่ ก ติดเรียนพอดี เลยไม่ได้ไปด้วยกัน ก็จบเรื่องคอนโดไป
จากขายคอนโดแล้วต่อเรื่องรถค่ะ นับตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน จนวันที่บอกรถชน จนย้ายมาอยู่บ้าน ก ม ขับมอไซมาตลอดค่ะ บอกว่ารถส่งซ่อม ผ่านไปประมาณ 1 เดือนที่คบกัน ม บอกรถโดนพ่อยึด ม บอกว่า พ่อคงลงโทษที่ ม แต่ในความคิดเรา ในเมื่อคนเมาขับรถมาชน จะลงโทษทำไม ไม่ได้ทำไรผิด??? ก็นั่นแหละค่ะ ก็เงียบๆ 2 เดือนผ่านไป ม บอก ก ว่า พ่อขายรถค่ะ เพราะค่าซ่อมหมดไปเยอะ เลยตัดสินใจขายกลัวราคาตก ซึ่งที่เราคิดภาพที่เรามอง ม กับครอบครัว คือดูดี ดูรวยมาก พ่อก็ทำอาชีพที่มั่นคง(ตามที่ ม บอก) เราก็ไม่คิดว่าจะเดือดร้อนไปขายรถทำไม แต่ก็นั้นแหละค่ะ เราไม่อยากยุ่ง ก ก็ไม่อยากยุ่ง เราก็เงียบๆกัน สรุปคือ ไม่มีคอนโด ไม่มีรถ แล้วมากินอยู่บ้านเพื่อนเรา เพื่อนๆคิดว่าจะเป็นไงต่อล่ะคะ???