คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 4
ขอมองทั้งในมุมของคุณและมุมคนทางบ้านคุณนะ
มุมของคุณ การแต่งงานเป็นเรื่องของคุณ แม่แค่บ่นก็ถือว่าเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาไปไม่ต้องสนใจ
ตราบใดที่เค้ายังไม่เอาปืนมาจี้ให้คุณแต่งงาน คุณก็ซื้อเวลาไปเรื่อย ๆ
มุมของทางบ้านคุณ เค้าเล็งเห็นว่าว่าที่ลูกเขยพอมีฐานะ มีรายได้เลี้ยงทางบ้านแล้วยังเหลือมาจุนเจือคุณ
แม่ก็คิดว่าคนนิสัยดีแบบนี้หายาก เค้าก็เลยกลัวว่าจะมีอันต้องเลิกรากันง่าย ๆ ถ้าไม่มีอะไรผูกพัน
ส่วนที่พี่ชายพูดนั้นอย่าไปถือสาเค้าเลย ก็เค้ารักคุณ เห็นน้องไปมีอะไรกับผู้ชาย ในหัวเค้าก็คิดว่าผู้ชายมีแต่ได้ คุณเสียเปรียบ
พี่น้องกันพูดแค่นี้ไม่ต้องโกรธกันหรอก ถ้าคนอื่นมาพูดแบบนี้ค่อยว่าไปอย่าง อย่าลืมว่าก็เราทำตัวให้เค้าว่าได้ไม่ใช่หรือ
เว้นเสียแต่ว่าคุณยังไม่ทันจะมีอะไรกับแฟน แล้วพี่มาพูดแบบนี้ค่อยน่าด่าหน่อย
มุมของคุณ การแต่งงานเป็นเรื่องของคุณ แม่แค่บ่นก็ถือว่าเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาไปไม่ต้องสนใจ
ตราบใดที่เค้ายังไม่เอาปืนมาจี้ให้คุณแต่งงาน คุณก็ซื้อเวลาไปเรื่อย ๆ
มุมของทางบ้านคุณ เค้าเล็งเห็นว่าว่าที่ลูกเขยพอมีฐานะ มีรายได้เลี้ยงทางบ้านแล้วยังเหลือมาจุนเจือคุณ
แม่ก็คิดว่าคนนิสัยดีแบบนี้หายาก เค้าก็เลยกลัวว่าจะมีอันต้องเลิกรากันง่าย ๆ ถ้าไม่มีอะไรผูกพัน
ส่วนที่พี่ชายพูดนั้นอย่าไปถือสาเค้าเลย ก็เค้ารักคุณ เห็นน้องไปมีอะไรกับผู้ชาย ในหัวเค้าก็คิดว่าผู้ชายมีแต่ได้ คุณเสียเปรียบ
พี่น้องกันพูดแค่นี้ไม่ต้องโกรธกันหรอก ถ้าคนอื่นมาพูดแบบนี้ค่อยว่าไปอย่าง อย่าลืมว่าก็เราทำตัวให้เค้าว่าได้ไม่ใช่หรือ
เว้นเสียแต่ว่าคุณยังไม่ทันจะมีอะไรกับแฟน แล้วพี่มาพูดแบบนี้ค่อยน่าด่าหน่อย
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
แม่เร่งให้แต่งงานทั้งที่ยังไม่พร้อม ทั้งเราและแฟน
แล้วอยู่ๆก็มีการ์ดเชิญงานแต่งจากเพื่อนค่ะ ให้ไปเป็นเพื่อนเจ้าสาว เราจึงไปเล่าให้แม่ฟัง แล้วจู่ๆมีใจฉุดคิดอยากแต่งบ้าง แม่ก็เหมือนจะส่งเสริม แต่พอเราลองคุยกับแฟนแล้ว ค่าใช้จ่ายเยอะมากค่ะ แบบจะแต่งเดี๋ยวนี้คงไม่ทันแน่ สิ้นปีแฟนจะซื้อรถและกำลังเก็บเงินอยู่ วางแผนไว้หมดแล้วค่ะ เราก็ตกลงกันเข้าใจแล้ว แต่แม่สิค่ะ ไม่เข้าใจ บอกให้เรียกแฟนเรามาคุยเรื่องแต่งและให้เรารีบไปทำงานจะได้เรียกสินสอดได้ จะให้ได้แต่งภายในสิ้นปี เราก็แบบ เห้ยบ้านแฟนเราก็ไม่ได้ร่ำรวยขนาดนั้น และเขาก็ไม่ได้ใช้เงินพ่อแม่มาแต่งด้วย มันต้องใช้เวลาเก็บคบกันก็ยังไม่ถึงปีเลย อีกสองเดือนน่าจะครบปี แม่ก็เลยพูดเหน็บๆมาว่า ไม่อายเพื่อนก็แล้วแต่ม*งเพื่อนจัดใหญ่โต แต่ม*งไม่ได้แต่ง (คือเพื่อนเขาคบกับแฟนมาเป็นปีแล้วค่ะ ทางนั้นค่อนข้างมีฐานะ ทั้งคู่ ครอบครัวเขาก็ช่วยเหลือเต็มที่) มันเปรียบเทียบได้หรอค่ะ พี่ชายก็มาว่าเราอยากเสียตัวฟรีๆหรอ คือนี่เขาคิดกันแบบนี้หรอค่ะ ใจจริงเราก็อยากแต่งนะคะแต่เราตกลงกันแล้ว ว่าจะเก็บเงินช่วยกัน อีกปีสองปี ไม่ใช่ไม่แต่ง แม่จะให้แต่งเป็นแสน เก็บสิ้นปีไม่รู้จะเอามาจากไหน แม่ก็เลยบอกให้เรารีบไปหางานทำ งั้นจะไล่ออกจากบ้าน เครียดไปหมด ตอนนี้รับอีเว้นเป็นPG ได้เงินรายวันอยู่ค่ะ แต่ไม่ได้บอกแม่ หลังจากนั้นมีคุยเรื่องแต่งอีกเรื่อยๆค่ะ ถ้าเราไปเร่งอีกฝ่ายแบบนี้กลัวโดนมองไม่ดีมากเลยค่ะ แฟนก็ว่ากลัวเขาทิ้งหรอ ถึงต้องรีบให้แต่ง แบบนี้ควรทำยังไงต่อดี เพื่อนๆคิดว่าเราทำถูกไหมค่ะ คือเรื่องมันยาวมากค่ะ จับเรื่องชนปลายไม่ค่อยถูก ขออภัยด้วยนะคะ