แม่หนูน้อย สารภาพสิ้น เครียดทะเลาะสามี ใช้มือถือทุบหัวลูก เลือดคั่งในสมอง-เสียชีวิต

จากกรณี ที่เด็กชายวัย 2 ขวบเศษ กินขนม “อาลัว” แล้วติดคอมารักษาตัวที่ รพ.กบินทร์บุรี และเสียชีวิตในเวลาต่อมา เบื้องต้นตามที่พ่อเลี้ยงให้การว่าเด็กได้กินขอขนม “อาลัว” จึงทำให้ขนมติดคอ ขณะที่ประชาชนยังสงสัยสาเหตุการเสียชีวิตของหนูน้อย ล่าสุดผลพิสูจน์ออกมา ระบุว่า เด็กมีเลือดออกในสมอง คาดว่าน่าจะถูกทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 11 ก.พ. ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น


ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 14 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ ชัยรักษา ผกก.สภ.กบินทร์บุรี พร้อมด้วย ร.ต.อ.วัชพงษ์ จำนงอุดม พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี และชุดสืบสวน ได้นำตัวน.ส.ปาณิศา พลีใหญ่ อายุ 19 ปี ผู้เป็นแม่แท้ๆ ด.ช.อมรวัฒน์ ชื่นพอใจ หรือน้องทิว อายุ 2 ขวบเศษ ที่เสียชีวิต อยู่บ้านเลขที่11/3 ม.3 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พร้อมด้วยนายนิสสรณ์ นาชมพู อายุ 34 ปี สามีใหม่ อยู่บ้านเลขที่ 30/2 ม.18 ต.เมืองเก่า อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี มาสอบปากคำเพิ่มเติม หลังจากทั้ง 2 คนตกเป็นผู้ต้องหาร่วมกันฆ่า ด.ช.อมรวัฒน์ ชื่นพอใจ หรือน้องทิว

จนกระทั่งน.ส.ปาณิศา รับสารภาพสิ้นว่า ก่อนเกิดเหตุหลังจากที่ตนเลิกงาน ได้กลับมาบ้าน และได้หยอกล้อกับลูกชายด้วยการใช้มือตบที่ใบหน้า แต่ถูกลูกชายได้ใช้มือตีคืน ตนจึงใช้มือตบศรีษะลูก ทำไปด้วยความโมโห และเกิดอาการเครียด หลังจากที่ทะเลาะกับนายนิสสรณ์ อีกทั้งก่อนหน้านี้ได้เสพยาบ้าเข้าไปด้วย ต่อมาลูกชายก็มีอาการซึมลง

ต่อมาวันเกิดเหตุได้ปล่อยให้ลูกชายอยู่บ้านตามลำพังกับนายนิสสรณ์ และได้ซื้อขนมอาลัวมากิน ลูกชายได้ขอกินขนม จึงให้กินไป 2 ก้อน หลังจากที่กินเข้าไปแล้วต่อมาลูกชายมีอาการแน่นิ่งคล้ายกับมีอาการหายใจไม่ออก ทีแรกคิดว่าขนมติดคอ จึงอุ้มไปขอความช่วยเหลือจากญาติพี่น้อง ก่อนที่จะนำส่ง รพ. และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้าที่น.ส.ปาณิศา จะสารภาพกับตำรวจ ได้หลุดปากบอกกับผู้สื่อข่าว หลังเห็นว่ามือถือของน.ส.ปาณิศา มีสภาพแตกชำรุด กล่าวว่า บ่อยครั้งก็ใช้มือถือทุบ และฟาดไปที่ศรีษะของลูกบ้าง

เบื้องต้นมารู้ว่าผลการชันสูตรของแพทย์ออกมาว่ามีเลือดออกในสมอง น่าจะเกิดจากฝีมือของตน ที่ทำร้ายร่างกายลูกชาย แต่ก็ยอมรับผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนจะถูกแจ้งข้อกล่าวหา คือ 1.ทำร้ายผู้อื่นถึงแก่ความตาย 2.ทำความรุนแรงในครอบครัว 3.เสพยาเสพติด ก่อนที่จะขออนุมัติหมายศาลจังหวัดกบินทร์บุรี ดำเนินคดีต่อไป

ส่วนนายนิสสรณ์ หลังจากที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเอาขนมอาลัวน้องทิวกิน จนติดคอนั้น แต่ผลชันสูตรไม่พบว่ามีขนมอาลัวอยู่ในลำคอแต่อย่างใด ตำรวจได้กันไว้เป็นพยาน พร้อมกับแจ้งข้อหา เสพยาเสพติด และได้ควบคุมตัวไปดำเนินคดีข้อหาเสพยาเสพติดต่อไป

จากนั้นได้นำตัวนายนิสสรณ์ และน.ส.ปาณิศา ไปยังบ้านเลขที่ 30/2 ม.18 ต.เมืองเก่า อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นบ้านที่เกิดเหตุ มาทำแผนประกอบสารรับสารภาพทุกขึ้นตอนอย่างละเอียด ก่อนที่นำตัวไปฝากขังที่เรือนจำกบินทร์บุรีต่อไป
https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_753723
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่