ตามติด ชีวิตชะนีน้อย ใน ฟิลลิปปินส์


หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังติดสินใจจะลองเปลี่ยนอะไรใหม่ๆ แต่ยังลังเล หรือไม่มั่นใจ ในการเริ่มต้น เราหวังว่า บทความของเราจะเป็นประโยชน์แก่เพื่อนๆบ้างไม่มากก็น้อย ยิ้ม

หากพูดถึง ฟิลิปปินส์เชื่อว่าทุกๆคนก็อาจจะยังไม่คุ้นเคยเมื่อเทียบกับชาวต่างชาติชอบมาเที่ยวเกาะและดำน้ำกันอย่างแพร่หลายแต่หากพูดถึงการมาทำงานในฟิลิปปินส์แล้วเชื่อว่าหลายๆคนก็คงจะเคยได้ยินมาบ้างเพราะมีกลุ่มคนไทยจำนวนไม่น้อยมาทำงานที่นี่ และพี่ชะนีก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เพิ่งย่างเท้าเข้ามาใช้ชีวิตในเมืองที่เป็นศูนย์รวมของธุรกิจสำคัญๆก็ว่าได้ โดยเฉพาะ ธุรกิจบริการ BPO (Business Process Outsourcing) หนึ่งในปัจจัยสำคัญของที่ช่วยให้ ธุรกิจมีความคล่องตัวในการบริหาร และลดต้นทุนการดำเนินการดังนั้น ฟิลิปปินส์ จึงถือเป็น BPO Hub ของโลก จึงไม่ต้องแปลกใจหาก จะมีกลุ่มคนไทยไม่น้อยเข้ามาทำงบานในด้านนี้ และเชื่อว่าใครหลายๆ คนก็คงจะหาข้อมูลกันอยู่ไม่ใช่น้อย ดังนั้นจังขอ แชร์ ประสบการณ์ ส่วนตัวจากการ ได้มีโอกาสเข้ามาทำงาน สดๆร้อนกันเลยนะค่ะ หากผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยไว้ตรงนี้เลย ตอนนี้อาจจะมีคำถามมากมายอยู่ในหัวเช่น

ไม่มีคนรู้จัก หางานที่ไหนยังไง
เวลาสัมภาษณ์งานต้องเตีรยมตัวยังไง เมื่อสัมภาษณ์ผ่านแล้วต้องเรียกเงินเดือนเท่าไหร่?
ทำงานต่างประเทศภาษาไม่ได้ต้องทำไง
ชีวิตความเป็นอยู่เป็นยังไง
ค่าครองชีพสูงมั้ย
ไม่มีคนรู้จัก หางานที่ไหนยังไง
ส่วนตัวนะค่ะ ทิ้งชีวิตก็ไม่เคยได้งานจากคอนเนคชั่นเลย 555  เลยไม่ได้ว่ามันคืออุปสรรคในชีวิต ที่อยากมาทำงานที่นี่ก็เพราะมีญาติ เค้าทำงานที่นี่และเห็นรายได้ที่มากว่าที่ไทยพอสมควรแล้วเราเองก็เบื่อกับงานที่ทำอยู่ในตอนนั้นเพราะมันจำเจเลยตัดสินใจลองสมัครงานดูและส่วนตัวเป็นคนชอบใช้ชีวิตในต่างประเทศมากกว่าเลยไม่รีรอที่จะให้โอกาสตัวเองดู  เลยสมัครในเวบ jobstreet.com โดยเสริ์ช คำว่า customer service, marketing, assistant manager หรืออะไรก้พิมพ์ๆไปก่อนนะค่ะ หลังจากที่ได้ ส่ง CVไป ก็มีบริษัทติดต่อกลับมาบ้าง แต่เราไม่สะดวกที่จะเดินงทางมาสัมภาษณ์ที่ฟิลิปปินส์ ( แต่ถ้าบางคนโชคดีเค้ามีระบบ สัมภาษณ์งานทางสไกฟ์ ก็ยินดีด้วยนะค่ะ) เลยลองมาดูในเวบไทยคือ www.jonDB.com  เลือกทำเลไปที่ต่างประเทศ อยากได้ประเทศไหนก็เลือกเอาเลยค่ะ พอสมัครบุ้ป บ.ก็โทรมาบั้ป โดยสัมภาษณ์รอบแรกกับ HR คนไทย มีพูดภาษาอังกฤษบ้างก็ไม่ได้เยอะจากนั้นประมาณ สองอาทิตย์ ก็สัมภาษณ์แรอบสองกับหัวหน้าสายงาน  จากนั้น ทาง HR ติดต่อและพูดคุยถึงรายได้ทีหลัง.....ดังนั้นการที่เราไม่มีคนรู้จักหรือไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ไม่ต้องกลัวนะค่ะ ทุกอย่างมันต้องมีการเริ่มต้น เสมอดังนั้น สู้ๆ นะค่ะ จะเป็นกำลังใจให้ ยิ้ม

2.เวลาสัมภาษณ์งานต้องเตรียมตัวยังไง

เอาจริงๆ คือสัมภาษณ์งานบ่อยมากนะค่ะ 555 ทั้งเราไม่เอาค้าบ้าง เค้าไม่เอาเราบ้างก็แล้วแต่ เคยสัมภาษณ์วันหนึ่งสามที่ก็มีค่ะ พอดีเป็นคนไฮเปอร์ ไหนๆก็ออกจากบ้านแล้ว อย่าให้เสียเที่ยวรวดเดียวจบ เอิ้กๆ   อันดับแรกเลยนะค่ะก็ต้องศึกษา ประวัติรายละเอียดของบริษัทมาพอสังเขปและฝ่ายบุคคลจะถามเราใรส่วนของรายละเอียด สโคปงานที่เราได้รับ ในขั้นตอนนี้เราต้องอ่านให้ละเอีดยให้เข้าใจนะค่ะ ซึ่งส่วนตัวก็เป็นครั้งแรกเหมือนกันที่สัมภาษณ์งานทางโทรศัพท์แทนการนัดพบแบบเห็นหน้ากันเต็มๆ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดนอกเหนือจากการเตรียมความพร้อมในส่วนของข้อมูลแล้ว คือการเตรียมความพร้อมจากภายใน และการปรับทัศนคติในการสัมภาษณ์ บางคนเคยโดนปฎิเสธก็จะขาดความมั่นใจ.....อย่าไปกลัวค่ะเพราะส่วนตัวก็เคยสัมภาษณ์งานคนอื่นเหมือนกันพามาฝึกงานแล้วด้วยแต่มันเป็นเรื่องของจังหวะและดวงฉะนั้น.....อย่านอยด์ หายใจลึกๆ ที่สำคัญ พูดเรื่องตัวเลขหลังสุดนะค่ะ คุยกับบุคคลคนที่ส่ง ออฟเฟอร์มาให้คุณบวกไปเลยค่ะ 10-20% จากฐานเงินเดือน เค้าอยากเราได้ยังไงเค้าก็จ่าย จ่ายไม่ไหวเดี่ยวเค้าก็ต่อเองค่ะ 555

3.ทำงานต่างประเทศภาษาไม่ได้ต้องทำไง

อันนี้ตอบง่ายมากเลยค่ะ ว่าเราต้องฝึกฝนตัวเอง พยายามอย่าหาข้ออ้างให้ตัวเองนะค่ะ ถ้าเราไม่มีเงินที่จะเรียนภาษา ท่องโลกอินเตอร์เนตเลยค่ะ ดูข่าว BBC หัดอ่าน หัดฟัง โดยที่ไม่ต้องเสียเงินซักบาท เคยมีเพื่อนคนหนึ่งตอนนี้เป็นเจ้าของกิจการอยู่ต่างประเทศแล้ว เค้าไปเรียนภาษาที่โบสถ์แถวบ้านเพราะมีฝรั่งมาสอนฟรี ได้เพื่อน ได้สังคม ได้ความรู้จากเจ้าของภาษาโโยที่ไม่ต้องเสียเงินซักบาท. ส่วนตัวเป็นคนสอบตกอังกฤษตลอด แต่ชอบไปอยู่ ไปทำงานหาประสบการณ์ในที่ๆ มีฝรั่งเยอะๆ พูดผิดพูดถูกก็พูดๆไป ตอนนั้นดู sex and the city เป็นแม่แบบในการเรียนรู้ ประโยคไหนไม่เข้าใจ ไม่ทันก็จะไม่ปล่อยผ่านเอาจนมันได้ เพราะการมาทำงานที่นี่เราก็ยังต้องทำงานกับคนไทย มันไม่ได้เป็นโซนยุโรป หรือ เมกา ที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษมากมายขนาดน้านนน  ในส่วนของการสัมภาษณ์ เราก็แค่เตรียมบทแนะนำตัวเอง แบบกระชับๆไ เป็นตัวเรา หาดูตัวอย่างได้มากมายในกูเกิลจ้า

4.ชีวิตความเป็นอยู่เป็นยังไง

งาน  BPO ส่วนใหญ่ก้จะอยู่ในเมืองใหญ่ๆ ส่วนตัวทำอยู่ที่ Makati ตอนแรกก็คิดว่าเราน่าจะเป็นสาวโรงงานนั่งรถ บริษัทไปทำงานไรงี้.....ปรากฎว่า แถ่น แถ่น แถ้นนนนน มีความตกใจในการเป็นเมือง ไฮเอนด์ มันช่างผิดกับที่จิตนาการไว้ลิบลับ555 ให้พูดกันตรงๆก็คือเมือง คอนกรีตที่เจริญที่สุด ประหนึ่ง เพลินจิต ชิดลม ก็คงจะประมาณได้   คนที่นี่ชอบกิน ฟาสฟู้ดพวกอาหารมันๆ ต่างคนก็จะ ท้วมๆตามอาหารที่กิน หากเราไม่ได้ออกไปนอกเมือง ความเป็นอยู่ก็ถือว่าโอเคค่ะ ที่พักก็บริษัทเป็นคอนโดชุดแชร์ห้องน้ำกับเมทชาติต่างๆ หากใครโลกส่วนตัวสูงก็อาจจะต้องทำใจนิดส์นึงแต่ซักพัก็สามารถย้ายออกไปอยู่เองได้ เพราะบริษัทเค้าก็จะออกค่าบ้านให้เราตามจำนวนที่กำนด ซึ่งเราก็ต้องจ่ายในส่วนต่าง ก็แล้วแต่อัธยาศัย เริ่มต้นเรา ถือลากกระเป๋ามาใบเดียวก็จบข่าวค้า

5.ค่าครองชีพสูงมั้ยไม่สูงเท่าอยู่กรุงเทพฯค่ะ เพราะบ้านไม่ต้องเช่า ข้าวก็ซื้อไม่มาก ทางด่วนก็ไม่ต้องจ่าย น้ำมันก็ไม่ต้องเติม วินก็ไม่ต้องขี่ เพิ่มเติมคือเดินไปทำงานแบบสวยๆ 5-10 นาที ส่วนตัวใช้อยู่ประมาณ ไม่เกิน 20,000 เปโซ หรือประมาณ 14,000 บาทต่อเดือน (แต่ถ้าประหยัดๆก้อาจจะน้อยกว่านี้ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ จิจิ) และในส่วนของอาหารหากซื้อมาทำกินเองก็ประหยัดกว่าไปกินข้างนอกอยู่แล้ว แต่โดยปกติบริษัทจะมี อาหารกลางวันให้พนักงาน 1-2 มื้อ ต่อวันขึ้นอยู่แต่ละที่ ซึ่งตอนแรกฟังก็รู้สึกดี ทีนี้ตรูประหยัดแล้ว แต่พอได้มาชิมรสชาติ...........เอิ่มมมมตอนนี้ขอกินแต่ข้าวส่วนกับเตรียมมาจากบ้านละกานน  หากใคครคิดที่จะมาทำงานเก็บเงิน ก็ลองคำนวน เงินเดือนหักค่าใช้จ่ายส่วนตัว เป็นตัวเลขที่พอใจมั้ย ถ้าได้คำตอบแล้ว มาให้ไว รออะไร ค่ะพี่น้อง
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่