[CR] รีวิว dating apps ที่เคยใช้ ต้อนรับวันวาเลนไทน์ จากการลองใช้งานในไทยและยุโรป

เนื่องในเดือนแห่งความรัก  เลยอยากจะขอรีวิวประสบการณ์การใช้งาน dating apps ให้อ่านกัน  รีวิวในมุมมองของ user เพศหญิง  เผื่อเป็นประโยชน์ถ้าใครอยากจะลองโหลดมาใช้  อ่านเล่นๆก็ได้  เราไม่ได้เคยลองหลาย app มาก  แต่ก็ได้ลองโหลดตัวดังๆมาใช้เปรียบเทียบกันและก็ใช้งานอยู่เป็นเวลานานประมาณนึง  ลองอ่านกันดูค่ะ  ยิ้ม

ป.ล. ทั้งหมดเราใช้ free app นะคะ  ไม่เคยจ่ายอัพเป็นพรีเมียมก็เลยจะไม่รู้ฟังชั่นพรีเมียม  และพื้นที่การใช้งานของเรามีทั้งในไทยและต่างประเทศ(ยุโรป)แล้วแต่แอพ(เราจะอธิบายไว้ข้างล่าง)  เลยอาจจะเทียบกันโดยตรงไม่ได้มาก  จะมีพูดถึง 5 แอพ คือ
Tinder
Happn
Lovoo
Badoo
Coffee meets Bagel

1. Tinder 8/10
ระยะเวลาการใช้งาน: 2 ปี, ประมาณ 6 เดือนในไทย  และที่เหลือในยุโรป
แอพพื้นฐานยอดนิยมที่สุดเลยก็ว่าได้  เราชอบความง่ายของแอพนี้ที่ไม่ต้องลำบากกรอกข้อมูลหลายอย่าง  มีแค่หน้า bio อยากจะใส่ก็ใส่  จะปล่อยว่างก็ได้  เป็นต้นกำเนิดของการ swipe  ชอบปัดขวา  ไม่ชอบปัดซ้าย  ถ้าชอบตรงกันก็จะแมชกันและคุยได้  แต่สามารถส่ง superlike ให้เค้ารู้ว่าเราชอบได้เหมือนกัน  ซึ่งฟังชั่นนี้มีจำกัดจำนวนครั้งอยู่  แอพจะมีคนขึ้นมาให้เลือกไม่รู้จบ  แต่ถ้าอยู่เมืองเล็กๆมันก็จะขึ้นวนมาให้เลือกยังงั้นแหละ  ต่อให้ปัดซ้ายไปแล้ว
ข้อดี: เป็น dating app ใหญ่ที่สุดเลยมีฐาน user กว้างมากกกก  คนหล่อๆโปรไฟล์ดีๆก็อยู่ที่นี่  แต่คนที่ดูไม่ค่อยโอก็ปะปนอยู่มากเช่นกัน  เรียกว่าปัดซ้ายจนมือหงิกกว่าจะเจอคนน่าปัดขวาซักคน  และดีที่เราไม่ค่อยเจอโปรไฟล์ปลอมหรือบอทในทินเดอร์  คือถ้านัดเจอก็จะตรงปก  แต่คุยแล้วคลิ๊กเหมือนตอน texting รึป่าวนี่อีกเรื่องนึง  (แต่อันนี้ขึ้นกับวิจารณญาณการเลือกปัดด้วยนะคะ  ประสบการณ์จะสอนคุณ555)  ตอน swipe อยู่เมืองไทยเราจะเซ็งๆไม่ค่อยได้แมช  ที่ตปท.เรตติ้งดีกว่ากันมาก  ส่วนตัวเราเจอคนที่คุยกันนานๆและแฮปปี้ก็ในแอพนี้แหละ
ข้อเสีย: คนมองหา one night stand หรือ friend with benefit เยอะ  แต่ส่วนใหญ่เค้าก็เคลียร์กันตั้งแต่คุยเพราะงั้นถ้าเรารู้ว่าเราต้องการอะไรก็ไม่ต้องห่วงค่ะ  ถามกันตรงๆได้ว่ามองหาอะไร  ความน่ารำคาญนิดๆของแอพมันคือถ้าอยู่ในเมืองเล็กๆไม่ค่อยมี user หรือคุณกำหนดรัศมีระยะทางไว้สั้นเอง  แอพมันจะวนเอาคนที่คุณเคย swipe ไปแล้วกลับขึ้นมาอีก  แล้วก็คนแมชแต่ไม่ทักไม่คุยเยอะมากกกกก  น่าเบี่ย

2. Happn 8/10
ระยะเวลาการใช้งาน: 1 ปี, ประมาณ 2 เดือนในไทย  และที่เหลือในยุโรป
แอพจากฝรั่งเศส  มีคอนเซปโรแมนติกว่าเราจะพบรักกับคนที่เดินสวนกัน55555  ตัวแอพจะโชว์ user ที่สวนทางกับเราในระยะ 250 เมตรค่ะ  ก็มีความสนุกที่เราจะเจอคนในละแวกบ้าน  คนในตึกออฟฟิศ  คนที่ขึ้นรถสายเดียวกัน  แอพจะนับจำนวนครั้งที่คุณสวนกันด้วย  มีความ stalker นิดๆ  คอนเซพการแมชก็ประมาณเดียวกันกับ tinder ค่ะ
ข้อดี: เราว่า Happn เป็นแอพที่มีฐาน user มีคุณภาพมากสุดใน 5 แอพที่เราจะรีวิว  หนุ่มน่ารักๆหน้าที่การงานดีๆเยอะ  และคนไหนไม่ถูกใจคุณก็สามารถกดซ่อนไปได้เลย  คุณไม่ต้องเห็นเค้าโผล่ขึ้นมาในหน้าแอพอีก  เค้าก็จะไม่เห็นคุณ(undo ได้)  และด้วยคอนเซปของมันมันทำให้เปอเซนต์การนัดเจอกันจริงสูงขึ้น  เพราะคุณคือคนที่ทำกิจกรรมอะไรซักอย่างในละแวกเดียวกันจริงๆ  ไม่มีข้ออ้างเรื่องระยะทาง  และนี่คือแอพที่อาจช่วยคุณทำความรู้จักกับ"หนุ่มน่ารักคนนั้น"ที่เจอกันที่นู่นที่นี่  แต่ไม่กล้าเข้าหากันตรงๆได้  ถ้าเค้าก็มีแอพนี้อ่ะนะ  เราเจอเดทที่โอเคจาก happn หลายคน  
ข้อเสีย: ไม่รู้ user แอพนี้ขี้อายหรืออะไร  หาผู้ชายทักก่อนยาก  คนแมชแล้วปล่อยทิ้งไม่คุยมีเยอะ  แล้วแอพนี้จะไม่ค่อยเวิร์คถ้าคุณทำงานหรืออาศัยอยู่ในย่านที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่  ส่วนตัวตอนใช้แอพนี้ที่ไทยเราเซ็งจนลบแอพทิ้งเลยอ่ะ 5555  เราทำงานเขตอุตสาหกรรมบ้านก็อยู่ละแวกรอบนอกกรุงเทพ  เปิดแอพมามีแต่คนงาน(no offense นะคะ  แต่ไม่ใช่แนวที่เราชอบอ่ะ)  วันที่สวนกับคนที่น่ารักๆนี่คือวันที่เข้าไปในละแวกสีลม สาธร ไรงี้  เราว่าที่ไทยคนยังอยู่ใน tinder เป็นหลักไม่ค่อยมาแอพนี้กัน  แต่พอมาอยู่ตปท.ที่อยู่อยู่ใกล้ city center  คนน่ารักเยอะมากเวิร์คมากค่ะ

3. Lovoo 5/10
ระยะเวลาการใช้งาน: 6 เดือนในยุโรป
รู้สึกจะเป็นแอพต้นกำเนิดในเยอรมัน  เพราะฉะนั้นจะป๊อปปูล่ากว่าในประเทศที่ใช้ภาษาเยอรมัน  คอนเซปที่เป็นจุดขายเด่นเหมือนสองแอพแรกไม่มี  ตัวแอพต้องกรอกข้อมูลทั่วไปนิดหน่อยคล้ายๆเวบหาคู่  พวกสถานะ ศาสนา ความเชื่อ สูบบุหรีมั้ย มีลูกมั้ย  ไรงี้  แต่เลือกไม่กรอกได้ค่ะ  แอพไม่ได้มีคอนเซปเรื่องระยะทางมาพัวพันมากเหมือนสองแอพแรก  คุณจะเจอคนที่อยู่ไกลๆแบบอีกฟากของประเทศได้หรือกระทั่งประเทศเพื่อนบ้าน  อ้นนี้เราไม่แน่ใจว่าแอพมันคัดกรองด้วยอ่ะไร
ข้อดี: จุดเด่นอย่างนึงของแอพนี้คือมี verified user ที่เราสามารถมั่นใจว่าเป็นคนนั้นจริงๆ  ตรงปกแน่นอน  โดยแอพมันจะส่งรหัสมาให้แล้วให้เราเขียนรหัสลงกระดาษแล้วเซลฟี่คู่กับกระดาษนั่น  แล้วส่งรูปกลับไปให้เค้าค่ะ  ส่วนตัวเราเจอคนที่ดีมากๆจากแอพนี้ค่ะ  ที่คุยแล้วคลิ๊กและยังคบหากันต่อได้ยาว  แต่ถามว่าเราชอบแอพนี้มั้ย  ไม่อ่ะ 55555  ที่เรายังไม่ uninstall เพราะเห็นว่าอย่างน้อยเราก็ได้เจอคนนั้นจาก Lovoo เนี่ยแหละ  ซึ่งคนนั้นของเรานี่อยู่เมืองที่ไกลออกไปแบบไม่มีทางโผล่มาใน Tinder หรือ Happn ของเราได้แน่นอน  ประมาณว่าถ้าไม่ได้แอพนี้คงไม่ได้รู้จักกันอ่ะ  แต่ทั้งหมดทั้งมวลเราเจอคนที่โอๆจากแอพนี้แค่ 2-3 คน  เป็นแนวเพื่อนไปซะ 2  มีแนว dating คนเดียว
ข้อเสีย: เราว่าฐาน user ไม่ค่อยเริ่ดอ่ะ  หาคนที่ดูโอเคยากกกกก  และเพราะเป็นแอพที่มาทีหลังด้วยมั้ง  user ทั่วไปเค้าใช้ tinder กันหมดแล้วมันเลยมี user ให้เราเลือกน้อยกว่า  ข้อเสียหลักอีกอย่างคือเราว่าบอทเยอะ  เราไม่เคยเจอบอทที่อื่นมาเจอแอพนี้แหละ  ควรแมชแต่ verified user ค่ะสำหรับแอพนี้

4. ฺ Badoo 3/10
ระยะเวลาการใช้งาน: <1 เดือนในยุโรป (ทนไม่ไหว ลบไปอย่างรวดเร็ว55555)
ฟังชั่นการใช้งานเหมือน Lovoo เลยค่ะ  มีระบบ verified user เหมือนกันด้วย  แต่ใน Badoo เราจะไม่ค่อยเจอคนที่อยู่ไกลออกไปมากๆเหมือนใน Lovoo  จะเป็นคนในเมืองเดียวกันหรือใกล้ๆมากกว่า
ข้อดี: ข้อดีเหมือน lovoo คือมี verified user ที่เราสามารถมั่นใจว่าเป็นคนนั้นจริงๆ  ตรงปกแน่นอน  สามารถ verify โดย facebook เบอร์โทรศัพท์ รูปภาพ ฯลฯ
ข้อเสีย: ฐาน user เราว่าแย่กว่าใน Lovoo อีกค่ะ  เราแทบไม่เจอคนที่โปรไฟล์ดีหน่อยหรืออย่างน้อยก็รู้จักเลือกรูปดีๆมาลงแอพเลย  เป็น user แนวเซลฟี่ๆถ้าแบบว่าถ้าเป็นเมืองไทยก็คงแนวแว้นๆแนวคนงาน  เราว่ามันไม่เวิร์ค  ไม่เจอคนที่คุยแล้วโอเลย  แต่ก็ยอมรับว่าเราไม่ได้ให้เวลากับการลองมากพอ  ไม่ถึง 1 อาทิตย์เราก็ลบไปสำหรับแอพนี้

5. ฺ Coffee meets Bagel 5/10
ระยะเวลาการใช้งาน: 6 เดือนในยุโรป
Concept app นี้น่าสนใจ  เค้าจะให้เรากรอกโปรไฟล์แล้วคัดเลือกคู่ที่ความชอบตริงกันส่งมาให้เราวันละ 2-3 คน  เราจะกดรับหรือกดไม่รับก็ได้  และถ้าแมชแล้วต้องคุยภายใน 7 วันมั้ง  ไม่งั้นแชทจะ expire แมชก็จะหายไป  แอพเคลมว่าทำให้เราได้เลือกเดทจากคุณภาพมากกว่าปริมาณ  โอกาสพบรักแท้จะสูงกว่า  เราสามารถกดชอบคนที่แอพไม่ได้ส่งมาให้ได้  แต่จะต้องใช้คะแนน(ในแอพเรียก coffee beans)ซึ่งแอพจะแจกฟรีมาจำนวนนึง  ซึ่งมักจะหมด  และแอพก็ขายไอ้ coffee bean นี่แหละ
ข้อดี: ก็ทำให้หาคู่เดทอย่างใจเย็นขึ้นจริงๆ  ไม่รีบไม่ร้อน  มีเวลาพิจารณา  และคนที่แมชมักจะเริ่มคุยกันง่าย  เพราะไม่งั้นแมชจะหมดอายุลง  แต่คุยแล้วเวิร์คมั้ยก็อีกเรื่องนึง  เราว่ามันเหมาะกับคนใจเย็น  ค่อยๆคุยค่อยๆสร้างความสัมพันธ์  แต่ส่วนตัวเราแม้จะเจอคนที่คุยแล้วโอเคแต่ก็ไม่ได้นัดเจอใครจริงๆเลย  เพราะด้วยช่วงเวลาไม่เป็นใจ  และอยู่แมชที่เราถูกใจเป็นคนเมืองใกล้เคียงซะหมด  ไม่มีคนอยู่ใกล้ๆเจอง่ายๆเลย  ระยะทางมันทำให้ต้องคุยกันจนคลิ๊กมากๆถึงจะยอมถ่อมาเจออ่ะ  ซึ่งจุดนี้มองเป็นข้อดีก็ได้ข้อเสียก็ได้  ข้อดีคือเราว่า user แอพนี้ดูหวังหาความสัมพันธ์กันจริงๆ  ไม่ใช่แนวนัดเยอ่ะ  เพราะถ้าแนวนั้น tinder หรือ happn มีประสิทธิภาพกว่าแน่นอน
ข้อเสีย: ฐาน user ยังเล็กอยู่  user มีคุณภาพนะคะแต่คนใช้มันน้อยอ่ะเนอะ  เราอยู่ในเมืองใหญ่พอสมควรบางทีบางวันแอพก็ไม่ส่งคู่มาให้เราเลย  บางทีการเดทมันก็สำคัญที่ปริมาณเหมือนกันนะ 5555  user ดูเป็นแนวคนดีแต่ไม่ค่อยฮอทนะ  ข้อเสียหลักอีกอย่างคือระบบ coffee bean ของมันนี่แหละ  พอเราใช้หมดแล้วไม่ยอมจ่ายเงินซื้อเพิ่มนี่มันทำให้เราทำไรต่อไม่ได้  กดถูกใจใครก็ไม่ได้  แอพก็จะนิ่งไป  แม้จะสามารถได้รับ free coffee bean จากบางฟังชั่นในแอพได้  แต่มันทีละน้อยๆ  ไม่พอใช้อ่ะค่ะ  นี่เป็นสาเหตุนึงที่สุดท้ายเราก็ลบไป  และคงเป็นสาเหตุที่ฐาน user เค้าไม่โตซักทีด้วย  เพราะมันไม่ completely free เหมือนแอพข้างบนๆ


จบแล้วค่าาา  คิดเห็นยังไงมาแลกเปลี่ยนกันนะ  เราชอบอ่านบทวิเคราะห์ของแอพพวกนี้  สนุกดี ยิ้ม
ชื่อสินค้า:   tinder, happn, lovoo, badoo, coffee meets bagel
คะแนน:     
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่