หนึ่งในเรื่องที่ซับซ้อนที่สุดของชีวิตคนคงเป็นเรื่องความรักละมั้ง เพราะ 1+1 บางทีไม่เท่ากับ 2 หรือ 1-1 บางทีก็ไม่ใช่ 0 บางคู่เราก็ลุ้นให้เลิกกันแต่อยู่กันได้เป็น 10 ปี บางคู่ลุ้นให้แต่ง กองเชียร์หน้าแหกเลิกกันเฉยๆ '- -
1. ว่าด้วยจุดเริ่มต้นของความรัก
หลายคู่คงจะเริ่มจากความเรียบง่ายค่อยๆรู้จักเรียนรู้กันไป บางคู่ก็เริ่มด้วยอะไรที่หวือหวา รู้จักกันแบบชะตาฟ้าลิขิต เรามีเพื่อนที่เจอแฟนแป๊ปเดียวในที่สาธารณะ แต่คลิกกันอย่างแรงเพราะความสนใจในงานอดิเรกแปลกๆที่ตรงกัน แจกนามบัตรเสร็จ ลืมกันไป คุยกับเพื่อนเล่นๆถึงผู้ชายคนนี้ ผู้ชายดันเป็นญาติเพื่อนสนิท เลยได้คบกันจนแต่งงาน
มาถึงจุดนี้หลายคนอาจจะคิดว่าไม่เห็นจะเคยเจอใครสักที รอจนเก้อ เราเคยคุยกับหลายคนที่ยังโสด หลายคนมักจะคิดว่ามีก็ได้ ไม่มีก็ได้ เราก็ไม่รู้นะว่ารอจนชินรึเปล่าเลยตอบแบบนี้ แต่เชื่อเรื่อง begin with the end in mind กันไหม การตั้งเป้าหมายสำคัญมาก เรื่องความรักก็เหมือนกัน ความรักอยากอยู่กับคนที่อยากมีรักและยินดีเปิดใจให้ความรัก
เราตั้งเป้าหมายไว้เสมอว่าชั้นจะต้องได้แต่งงานและมีครอบครัวที่มีความสุข ดังนั้นช่วงที่โสดทำทุกสิ่งที่ทำให้มีโอกาสได้เจอมนุษย์ผู้ชายดีๆโสดๆเยอะๆ งานบุญก็อย่าได้ขาด งานปาร์ตี้เลี้ยงรุ่นก็ไป เรียนคอร์สใหม่ๆที่ตัวเองชอบ ทำอะไรที่ได้หลุดไปจากสิ่งแวดล้อมเดิมๆ เพิ่มโอกาสให้ตัวเอง
หลายคนอาจจะไม่อยากมีครอบครัวแล้วด้วยสาเหตุของครอบครัวเดิมที่แตกแยก หรือความรักครั้งเก่าที่ล้มเหลว วันไหนที่เราเปิดใจให้ความรัก เราถึงจะมีโอกาสได้มีจุดเริ่มต้นของความรัก
2. สเปค
สเปคเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นด่านในใจแต่ละคน ถ้าเราเริ่มต้นดี ก็มีสิทธิ์ไปถึงจุดหมายที่วางไว้ได้มากหน่อย สเปคแต่ละคนแตกต่างกัน หลายคนอาจจะชอบสาวตัวเล็ก หรือ หนุ่มตี๋ หน้าตาดี หล่อรวย การศึกษาดี หรือบางทีลองแบดบอยก็อาจจะรู้สึกสนุกเร้าใจไปอีกแบบ
แต่สำหรับเรา เลือกทาง physical แก่ไปก็เสื่อมไปตามวันเวลาเหมือนกัน เลือกทัศนคติและความคิดจะไม่ค่อยเหนื่อยเรื่องการปรับตัว
ลองถามตัวเอง 2-3 คำถามสั้นๆ
- นิยามรักที่เราชอบคืออะไร
- เราอยากได้อะไรจากความรัก
- เราจะทำอะไรเพื่อความรัก
ของเรานะ
- รักอบอุ่นเหมือนดวงอาทิตย์ ไม่ใช่แผดเผา
- “ความรักนั้นก็อดทนนานและกระทำคุณให้ ความรักไม่อิจฉา ไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง ไม่หยาบคาย
ไม่คิดเห็นแก่ตนเองฝ่ายเดียว ไม่ฉุนเฉียว ไม่ช่างจดจำความผิด ไม่ชื่นชมยินดีเมื่อมีการประพฤติผิด
แต่ชื่นชมยินดีเมื่อประพฤติชอบ ความรักทนได้ทุกอย่างแม้ความผิดของคนอื่น และเชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอ
และมีความหวังอยู่เสมอ และทนต่อทุกอย่าง ความรักไม่มีวันสูญสิ้น”
(1 โครินธ์ 13:4-8ก)
เราไม่ใช่คริสต์ แต่ชอบพระคัมภีร์บทนี้
- เราไม่คาดหวังอะไรจากคนรัก
- เราอยากทำให้คนที่เรารักมีความสุข
จะเป็นพวกรักแนวเพ้อๆนิดนึง การที่หาคนที่คิดอะไรเพ้อๆคล้ายๆกับเราในส่วนที่เป็น main concept ก็จะทำให้ไม่ต้องเหนื่อยมาก ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
นอกจากทัศนคติเรื่องความรัก ก็ควรสำรวจมุมมองการใช้ชีวิต และเป้าหมายชีวิต และวิถีชีวิตด้านอื่นๆที่เราคิดว่าสำคัญสำหรับเรา แบบถ้าไม่ได้แบบนี้ ตายดีกว่า
ความเห็นส่วนตัว
เราคิดว่าคนก็เหมือนสัตว์หลายๆอย่าง ที่ไม่ได้จำเป็นต้องมีคู่แบบผัวเดียวเมียเดียว เรารักคนได้มากกว่า 1 คนถ้าเราไม่มีศีลธรรมในใจมากพอที่จะบอกว่าให้ตัวเองพอ เราจะเจอคนที่ถูกใจไปเรื่อยๆ
จากจุดนี้ ควรเลือกคนที่พื้นฐานจิตใจดี มีศีลธรรม
#แบบว่ารักไม่มีรูปแบบ และไร้กระบวนท่า แต่ก็หาจนเจอ
1. ว่าด้วยจุดเริ่มต้นของความรัก
หลายคู่คงจะเริ่มจากความเรียบง่ายค่อยๆรู้จักเรียนรู้กันไป บางคู่ก็เริ่มด้วยอะไรที่หวือหวา รู้จักกันแบบชะตาฟ้าลิขิต เรามีเพื่อนที่เจอแฟนแป๊ปเดียวในที่สาธารณะ แต่คลิกกันอย่างแรงเพราะความสนใจในงานอดิเรกแปลกๆที่ตรงกัน แจกนามบัตรเสร็จ ลืมกันไป คุยกับเพื่อนเล่นๆถึงผู้ชายคนนี้ ผู้ชายดันเป็นญาติเพื่อนสนิท เลยได้คบกันจนแต่งงาน
มาถึงจุดนี้หลายคนอาจจะคิดว่าไม่เห็นจะเคยเจอใครสักที รอจนเก้อ เราเคยคุยกับหลายคนที่ยังโสด หลายคนมักจะคิดว่ามีก็ได้ ไม่มีก็ได้ เราก็ไม่รู้นะว่ารอจนชินรึเปล่าเลยตอบแบบนี้ แต่เชื่อเรื่อง begin with the end in mind กันไหม การตั้งเป้าหมายสำคัญมาก เรื่องความรักก็เหมือนกัน ความรักอยากอยู่กับคนที่อยากมีรักและยินดีเปิดใจให้ความรัก
เราตั้งเป้าหมายไว้เสมอว่าชั้นจะต้องได้แต่งงานและมีครอบครัวที่มีความสุข ดังนั้นช่วงที่โสดทำทุกสิ่งที่ทำให้มีโอกาสได้เจอมนุษย์ผู้ชายดีๆโสดๆเยอะๆ งานบุญก็อย่าได้ขาด งานปาร์ตี้เลี้ยงรุ่นก็ไป เรียนคอร์สใหม่ๆที่ตัวเองชอบ ทำอะไรที่ได้หลุดไปจากสิ่งแวดล้อมเดิมๆ เพิ่มโอกาสให้ตัวเอง
หลายคนอาจจะไม่อยากมีครอบครัวแล้วด้วยสาเหตุของครอบครัวเดิมที่แตกแยก หรือความรักครั้งเก่าที่ล้มเหลว วันไหนที่เราเปิดใจให้ความรัก เราถึงจะมีโอกาสได้มีจุดเริ่มต้นของความรัก
2. สเปค
สเปคเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นด่านในใจแต่ละคน ถ้าเราเริ่มต้นดี ก็มีสิทธิ์ไปถึงจุดหมายที่วางไว้ได้มากหน่อย สเปคแต่ละคนแตกต่างกัน หลายคนอาจจะชอบสาวตัวเล็ก หรือ หนุ่มตี๋ หน้าตาดี หล่อรวย การศึกษาดี หรือบางทีลองแบดบอยก็อาจจะรู้สึกสนุกเร้าใจไปอีกแบบ
แต่สำหรับเรา เลือกทาง physical แก่ไปก็เสื่อมไปตามวันเวลาเหมือนกัน เลือกทัศนคติและความคิดจะไม่ค่อยเหนื่อยเรื่องการปรับตัว
ลองถามตัวเอง 2-3 คำถามสั้นๆ
- นิยามรักที่เราชอบคืออะไร
- เราอยากได้อะไรจากความรัก
- เราจะทำอะไรเพื่อความรัก
ของเรานะ
- รักอบอุ่นเหมือนดวงอาทิตย์ ไม่ใช่แผดเผา
- “ความรักนั้นก็อดทนนานและกระทำคุณให้ ความรักไม่อิจฉา ไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง ไม่หยาบคาย
ไม่คิดเห็นแก่ตนเองฝ่ายเดียว ไม่ฉุนเฉียว ไม่ช่างจดจำความผิด ไม่ชื่นชมยินดีเมื่อมีการประพฤติผิด
แต่ชื่นชมยินดีเมื่อประพฤติชอบ ความรักทนได้ทุกอย่างแม้ความผิดของคนอื่น และเชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอ
และมีความหวังอยู่เสมอ และทนต่อทุกอย่าง ความรักไม่มีวันสูญสิ้น”
(1 โครินธ์ 13:4-8ก)
เราไม่ใช่คริสต์ แต่ชอบพระคัมภีร์บทนี้
- เราไม่คาดหวังอะไรจากคนรัก
- เราอยากทำให้คนที่เรารักมีความสุข
จะเป็นพวกรักแนวเพ้อๆนิดนึง การที่หาคนที่คิดอะไรเพ้อๆคล้ายๆกับเราในส่วนที่เป็น main concept ก็จะทำให้ไม่ต้องเหนื่อยมาก ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
นอกจากทัศนคติเรื่องความรัก ก็ควรสำรวจมุมมองการใช้ชีวิต และเป้าหมายชีวิต และวิถีชีวิตด้านอื่นๆที่เราคิดว่าสำคัญสำหรับเรา แบบถ้าไม่ได้แบบนี้ ตายดีกว่า
ความเห็นส่วนตัว
เราคิดว่าคนก็เหมือนสัตว์หลายๆอย่าง ที่ไม่ได้จำเป็นต้องมีคู่แบบผัวเดียวเมียเดียว เรารักคนได้มากกว่า 1 คนถ้าเราไม่มีศีลธรรมในใจมากพอที่จะบอกว่าให้ตัวเองพอ เราจะเจอคนที่ถูกใจไปเรื่อยๆ
จากจุดนี้ ควรเลือกคนที่พื้นฐานจิตใจดี มีศีลธรรม