อยากจะขอความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาหย่าร้างแล้วทิ้งลูกให้อีกฝ่ายที่ต้องดูแลเพียงคนเดียว (อย่างเช่นเราที่ต้องอยู่กับแม่เพียงลำพัง)โดยไม่ได้รับการไถ่ถามในเรื่องความรู้สึกของลูกเลย รวมทั้งถึงแม้จะเลิกกันแต่ก็ไปหาหรือช่วยกันออกค่าเลี้ยงดูลูกได้เพราะมันคือสิ่งที่คนเป็น"พ่อ"ควรกระทำอยู่แล้วใช่ไหม...
สวัสดีชาวพันทิปทุกคน คือเราอยากจะเล่าถึงประสบการณ์ชีวิตของเรานะ ครอบครัวเราพ่อกับแม่เลิกกันตั้งแต่เราอยู่ชั้นประถมโดยเราได้อาศัยอยู่กัยแม่ ส่วนพ่อของเราตั้งแต่เลิกกับแม่ไป ก็ไม่เคยส่งเสียเลี้ยงดูเราเลย ไม่เคยมาเยี่ยมหรือโทรมาถามถึงสารทุกข์ชีวิตความเป็นอยู่ของเราเลย จำได้ว่าแค่ช่วงแรกๆเท่านั้นที่แอบมาหาเราบ้างแต่ไม่นานก็หายไปเลย เงินค่าเลี้ยงดูก็ไม่เคยคิดจะให้แถมยังบอกกับแม่เราว่า"เอาไปเลี้ยงก็ต้องส่งเสียลูกเอง ดูสิว่าถ้าขาดเขาไปจะมีปัญญาเลี้ยงลูกไหม" นี่เหรอคือคำพูดของคนที่เป็นพ่อ??? เราไม่รู้ว่าชาติที่แล้วไปทำกรรมอะไรถึงได้เกิดมามีชีวิตแบบนี้
พอเราโตมาจำได้ว่าเคยไปเจอเขา เขาแต่งงานใหม่ชีวิตอยู่ดีมีสุข ลูกกับเมียใหม่เขาใช้ชีวิตแบบไฮโซมีทองหยองใส่โดยให้เมียอยู่บ้านไม่ต้องทำอะไรแต่เรากลับแม่ต้องอดมื้อกินมื้อซึ่งเราจำได้ว่าบางทีเวลาอยากซื้ออะไรต้องไปขอเซ็นที่ร้านเขาไว้เลยเพราะแม่ไม่ค่อยมีตังค์ พอเห็นอย่างนี้ทำให้เราคิดว่าพ่อเขาคงลืมไปเลยว่ามีลูกอีกคน ซึ่งตอนนั้นพอเราไปเจอเขา เขาก็ดูเฉยมากๆ ตอนแรกเราก็เข้าใจว่าคนมันห่างไกลกันคงจะไม่ชิน
แต่พอมาเจอเหตุการณ์ที่ทำให้เราเข้าใจแล้วว่าเราแค่อาศัยเชื้อเข้าเกิดละมั้ง คือ เราเคยโทรไปหาเขาเพราะนัดกันไว้พอเราโทรไปเขาทำน้ำเสียงไม่อยากคุยทำเหมือนจะcancleกับสิ่งที่สัญญากันเอาไว้จนเราถามเหตุผลว่าทำไม เขาก็ใส่อารมณ์กับเราแถมตะคอกมาในโทรศัพท์ว่าไปไม่ได้เลี้ยงลูกอยู่ เราก็เลยตอบกลับไปว่าแล้วคนที่คุยอยู่ไม่ใช่ลูกหรอหลังจากนั้นเขาก็ตัดสายทิ้งไปเลยเราร้องไห้เสียใจมากกับการกระทำของเขาแล้วเราก็นึกสงสารแม่จับใจว่าชีวิตแม่กับเราเป็นอย่างนี้เพราะแม่ตัดสินใจแต่งงานกับคนๆผิด เราสัญญาว่าเราจะดูแลแม่ให้มากๆ ไม่ให้เหนื่อยแบบนี้อีกต่อไป อยากทำให้ท่านสบายไม่ทุกข์เพราะที่ผ่านมามันก็ทุกข์มามากแล้ว
และอีกเหตุการณ์ที่ทำให้เราเข้าใจอย่างชัดเจนแล้วว่าคนๆคงไม่ใช่พอเราอีกต่อไปแล้วล่ะ เขาคงไม่ได้คิดว่าเราเป็นลูกเขาแล้วล่ะ คือตอนนั้นเราไปเดินเที่ยวแล้วดันเจอเขา ซึ่งก็มาเดินเที่ยวที่นี่เหมือนกันโดยเรารู้ได้ว่าเขาเห็นเราแน่ๆ เราก็อยากจะไปทักไปสวัสดีเขา แต่คุณรู้ไหมเขาว่าทำยังไงกับเรา??? เมื่อเขาเห็นเราเขาก็หันหลังกลับรีบเดินหนีเราไปเลยทำเหมือนรังเกียจเรามากๆ
ตั้งแต่วันนั้นเราก็รู้ซึ้งเลยว่าเขาคงคิดว่าคงไม่อยากให้เราเป็นลูกอีกต่อไป เหมือนเป็นลูกแค่ตามสิทธิ์เท่านั้นอ่ะ นี่เหรอคนที่สมควรเรียกพ่อ คนที่สมควรกราบไหว้ คนที่เป็นผู้มีพระคุณกับเรา
ใจจริงเราก็อยากให้พ่อได้เห็นและมาอ่านเจอกระทู้ของเรานะ เผื่อเขาจะได้คิดอะไรได้บ้างว่าต้องทำให้บางคนมีความรู้สึกแย่อย่างไรบ้าง วันพ่อทุกๆปีเป็นวันที่เราทรมานใจที่สุดบางทีก็โดนเพื่อนล้อว่าไม่มีพ่อ ส่วนวันเด็กหรือวันสำคัญ ครอบครัวอื่นมีพ่อแม่ลูกพร้อมหน้าพร้อมตา ส่วนเรากับแม่จะไปไหนทีก็ลำบากมีงานอะไรก็อยู่กันสองคนโดยไม่ได้รับการแยแสกับคนที่เรียกว่าพ่อเลย
อยากจะเตือนใจสำหรับคนที่คิดจะแต่งงานมีครอบครัว คือถ้ายังไม่พร้อมคิดว่าทนกันไม่ได้มากพอก็ยังไม่ต้องแต่งงานเพราะการแต่งงานไม่ได้สิ่งที่แสดงว่าเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป ถ้าแต่งงานมีลูกกันไปแล้วเกิดทะเลาะหรือเลิกไป คนที่มีปัญหามากที่สุดคือลูกของคุณเอง.....
แต่มันก็นานาจิตตังอ่ะของแบบนี้คนบางคนก็คิดไม่ได้
อยากถามสมาชิกทุกคนว่า สามีภรรยาแต่งงานมีลูกแล้วเลิกกันไป มันจำเป็นด้วยเหรอที่ต้องตัดการเลี้ยงดูตัดความเป็นพ่อลูกกันไปเลย
สวัสดีชาวพันทิปทุกคน คือเราอยากจะเล่าถึงประสบการณ์ชีวิตของเรานะ ครอบครัวเราพ่อกับแม่เลิกกันตั้งแต่เราอยู่ชั้นประถมโดยเราได้อาศัยอยู่กัยแม่ ส่วนพ่อของเราตั้งแต่เลิกกับแม่ไป ก็ไม่เคยส่งเสียเลี้ยงดูเราเลย ไม่เคยมาเยี่ยมหรือโทรมาถามถึงสารทุกข์ชีวิตความเป็นอยู่ของเราเลย จำได้ว่าแค่ช่วงแรกๆเท่านั้นที่แอบมาหาเราบ้างแต่ไม่นานก็หายไปเลย เงินค่าเลี้ยงดูก็ไม่เคยคิดจะให้แถมยังบอกกับแม่เราว่า"เอาไปเลี้ยงก็ต้องส่งเสียลูกเอง ดูสิว่าถ้าขาดเขาไปจะมีปัญญาเลี้ยงลูกไหม" นี่เหรอคือคำพูดของคนที่เป็นพ่อ??? เราไม่รู้ว่าชาติที่แล้วไปทำกรรมอะไรถึงได้เกิดมามีชีวิตแบบนี้
พอเราโตมาจำได้ว่าเคยไปเจอเขา เขาแต่งงานใหม่ชีวิตอยู่ดีมีสุข ลูกกับเมียใหม่เขาใช้ชีวิตแบบไฮโซมีทองหยองใส่โดยให้เมียอยู่บ้านไม่ต้องทำอะไรแต่เรากลับแม่ต้องอดมื้อกินมื้อซึ่งเราจำได้ว่าบางทีเวลาอยากซื้ออะไรต้องไปขอเซ็นที่ร้านเขาไว้เลยเพราะแม่ไม่ค่อยมีตังค์ พอเห็นอย่างนี้ทำให้เราคิดว่าพ่อเขาคงลืมไปเลยว่ามีลูกอีกคน ซึ่งตอนนั้นพอเราไปเจอเขา เขาก็ดูเฉยมากๆ ตอนแรกเราก็เข้าใจว่าคนมันห่างไกลกันคงจะไม่ชิน
แต่พอมาเจอเหตุการณ์ที่ทำให้เราเข้าใจแล้วว่าเราแค่อาศัยเชื้อเข้าเกิดละมั้ง คือ เราเคยโทรไปหาเขาเพราะนัดกันไว้พอเราโทรไปเขาทำน้ำเสียงไม่อยากคุยทำเหมือนจะcancleกับสิ่งที่สัญญากันเอาไว้จนเราถามเหตุผลว่าทำไม เขาก็ใส่อารมณ์กับเราแถมตะคอกมาในโทรศัพท์ว่าไปไม่ได้เลี้ยงลูกอยู่ เราก็เลยตอบกลับไปว่าแล้วคนที่คุยอยู่ไม่ใช่ลูกหรอหลังจากนั้นเขาก็ตัดสายทิ้งไปเลยเราร้องไห้เสียใจมากกับการกระทำของเขาแล้วเราก็นึกสงสารแม่จับใจว่าชีวิตแม่กับเราเป็นอย่างนี้เพราะแม่ตัดสินใจแต่งงานกับคนๆผิด เราสัญญาว่าเราจะดูแลแม่ให้มากๆ ไม่ให้เหนื่อยแบบนี้อีกต่อไป อยากทำให้ท่านสบายไม่ทุกข์เพราะที่ผ่านมามันก็ทุกข์มามากแล้ว
และอีกเหตุการณ์ที่ทำให้เราเข้าใจอย่างชัดเจนแล้วว่าคนๆคงไม่ใช่พอเราอีกต่อไปแล้วล่ะ เขาคงไม่ได้คิดว่าเราเป็นลูกเขาแล้วล่ะ คือตอนนั้นเราไปเดินเที่ยวแล้วดันเจอเขา ซึ่งก็มาเดินเที่ยวที่นี่เหมือนกันโดยเรารู้ได้ว่าเขาเห็นเราแน่ๆ เราก็อยากจะไปทักไปสวัสดีเขา แต่คุณรู้ไหมเขาว่าทำยังไงกับเรา??? เมื่อเขาเห็นเราเขาก็หันหลังกลับรีบเดินหนีเราไปเลยทำเหมือนรังเกียจเรามากๆ
ตั้งแต่วันนั้นเราก็รู้ซึ้งเลยว่าเขาคงคิดว่าคงไม่อยากให้เราเป็นลูกอีกต่อไป เหมือนเป็นลูกแค่ตามสิทธิ์เท่านั้นอ่ะ นี่เหรอคนที่สมควรเรียกพ่อ คนที่สมควรกราบไหว้ คนที่เป็นผู้มีพระคุณกับเรา
ใจจริงเราก็อยากให้พ่อได้เห็นและมาอ่านเจอกระทู้ของเรานะ เผื่อเขาจะได้คิดอะไรได้บ้างว่าต้องทำให้บางคนมีความรู้สึกแย่อย่างไรบ้าง วันพ่อทุกๆปีเป็นวันที่เราทรมานใจที่สุดบางทีก็โดนเพื่อนล้อว่าไม่มีพ่อ ส่วนวันเด็กหรือวันสำคัญ ครอบครัวอื่นมีพ่อแม่ลูกพร้อมหน้าพร้อมตา ส่วนเรากับแม่จะไปไหนทีก็ลำบากมีงานอะไรก็อยู่กันสองคนโดยไม่ได้รับการแยแสกับคนที่เรียกว่าพ่อเลย
อยากจะเตือนใจสำหรับคนที่คิดจะแต่งงานมีครอบครัว คือถ้ายังไม่พร้อมคิดว่าทนกันไม่ได้มากพอก็ยังไม่ต้องแต่งงานเพราะการแต่งงานไม่ได้สิ่งที่แสดงว่าเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป ถ้าแต่งงานมีลูกกันไปแล้วเกิดทะเลาะหรือเลิกไป คนที่มีปัญหามากที่สุดคือลูกของคุณเอง.....
แต่มันก็นานาจิตตังอ่ะของแบบนี้คนบางคนก็คิดไม่ได้