http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/sutta_name.php?name=%B8%D1%C1%C1%A8%D1%A1%A1%D1%BB%BB%C7%D1%B5%B5%B9%CA%D9%B5%C3&book=4&bookZ=33
http://www.84000.org/tipitaka/read/v.php?B=04&A=355&Z=445
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๔
มหาวรรค ภาค ๑
ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร
ปฐมเทศนา
[๑๓] ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งกะพระปัญจวัคคีย์ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ที่สุด
สองอย่างนี้อันบรรพชิตไม่ควรเสพ คือ
...
...
...
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข้อนี้แลเป็น
ทุกขสมุทัยอริยสัจ คือ
ตัณหาอันทำให้เกิดอีก
ประกอบด้วยความกำหนัดด้วยอำนาจความเพลิน มีปกติเพลิดเพลิน
ในอารมณ์นั้นๆ คือ
กามตัณหา
ภวตัณหา
วิภวตัณหา.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข้อนี้แลเป็น
ทุกขนิโรธอริยสัจ คือ
ตัณหานั่นแลดับ โดยไม่เหลือด้วยมรรคคือวิราคะ สละ สละคืน ปล่อยไป ไม่พัวพัน.
...
...
...
--------------------------------
**** พระธรรม ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ปฐมเทศนา *****
http://www.84000.org/tipitaka/read/v.php?B=04&A=355&Z=445
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๔
มหาวรรค ภาค ๑
ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร
ปฐมเทศนา
[๑๓] ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งกะพระปัญจวัคคีย์ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ที่สุด
สองอย่างนี้อันบรรพชิตไม่ควรเสพ คือ
...
...
...
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข้อนี้แลเป็นทุกขสมุทัยอริยสัจ คือตัณหาอันทำให้เกิดอีก ประกอบด้วยความกำหนัดด้วยอำนาจความเพลิน มีปกติเพลิดเพลินในอารมณ์นั้นๆ คือ
กามตัณหา
ภวตัณหา
วิภวตัณหา.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข้อนี้แลเป็นทุกขนิโรธอริยสัจ คือ ตัณหานั่นแลดับ โดยไม่เหลือด้วยมรรคคือวิราคะ สละ สละคืน ปล่อยไป ไม่พัวพัน.
...
...
...
--------------------------------